<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Code Thailand  ดันปฏิรูป-แก้ศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ทษช.ในศึกเลือกตั้ง&amp;nbsp;กับแนวคิด Code Thailand&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับถอยหลัง ใกล้เลือกตั้งตามโรดแมป 24 ก.พ.2562 เข้าไปทุกขณะ อีกหนึ่งพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ แต่ประกอบด้วย นักการเมือง-อดีตรัฐมนตรี-อดีต ส.ส.และคนรุ่นใหม่-แกนนำนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ในพรรคมากมาย นั่นก็คือ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำรวจความพร้อมในสมรภูมิเลือกตั้งของพรรคไทยรักษาชาติ ก็มีคำยืนยันจากแกนนำพรรคว่าพร้อมเต็มที่ โดย พิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน-แกนนำพรรคและทีมงานด้านนโยบายเศรษฐกิจของพรรคไทยรักษาชาติ เชื่อมั่นว่าขณะนี้พรรคไทยรักษาชาติได้รับกระแสตอบรับที่ดี จึงทำให้เชื่อได้ว่าจะทำให้พรรคได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 50-60 คน หรืออาจมากกว่านั้น ซึ่งในการหาเสียง ทางพรรคจะเน้นการชูนโยบาย โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน-ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ที่จะมีแนวนโยบายในการแก้ปัญหาประเทศด้านต่างๆ ออกมาหลายนโยบาย อาทิ Code Thailand ที่จะเป็นการขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิรูปประเทศ และการสร้างนวัตกรรมด้านต่างๆ โดยผ่านเทคโนโลยีที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงและมีส่วนร่วม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ พูดถึงภาพรวมความพร้อมของพรรคไทยรักษาชาติว่า ถึงขณะนี้มีความพร้อมอย่างมาก เพราะในพรรคมีทั้งคนมีประสบการณ์และคนรุ่นใหม่มาร่วมกันทำงาน จึงเป็นส่วนผสมผสานที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;..นับแต่เข้ามาอยู่กับไทยรักษาชาติ ยังไม่มีปัญหาอะไร โดยพบว่า popularity หรือความนิยมของพรรคถึงขณะนี้เกิดขึ้นเร็วมาก หลังจากมีการลงพื้นที่ในหลายจุดทั้งที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เช่น พิจิตร พิษณุโลก เพื่อรับฟังความเห็นประชาชน ก็ได้รับการตอบรับดี ประชาชนให้ความสนใจ ก็ภูมิใจ ตั้งพรรคได้ไม่นาน แต่กระแสตอบรับสนับสนุนเกิดขึ้นดี โดยประชาชนต่างสะท้อนความเห็นว่า เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายไม่ดี สินค้าเกษตรราคาไม่ดี ประชาชนจึงอยากเห็นพรรคการเมืองที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่เรื่องการคัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคไทยรักษาชาติ ถึงปัจจุบันพบว่ามีความคืบหน้าไปอย่างมาก ส่วนใหญ่ลงตัวแล้ว ส่วนพรรคจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตหรือไม่ เป็นเรื่องที่ทางพรรคกำลังพิจารรณาอยู่ ที่ก็อาจไม่ส่งครบทุกเขต หลักคือจะพิจารณาจากความพร้อมของพรรค เขตไหนหาผู้สมัครไม่ได้ ก็อาจไม่ส่ง แต่ก็จะส่งให้มากที่สุด ขณะที่การส่งคนลงเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อเป็นเรื่องการพิจารณาของกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ที่จะพิจารณาจากความเหมาะสมต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ย้ำว่า นโยบายที่พรรคจะชูในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จะเน้นการชูเรื่องนโยบายด้านเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องของ เทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก หากประเทศไทยปรับตัวไม่ทันจะมีปัญหาทันที อย่างที่มีคำกล่าวว่า Disrupt เกิดขึ้นตลอดเวลา จึงต้องมีการปรับตัว เร่งแก้ไข ไม่เช่นนั้นก็จะล้าสมัยและมีปัญหา จึงต้อง Disrupt ก่อนที่จะถูก Disrupt &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;...นโยบายหลักๆ ของพรรคคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส แต่จะเพิ่มเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามา คือจะทำอย่างไรให้ลดรายจ่ายผ่านเทคโนโลยี เพิ่มรายได้ผ่านเทคโนโลยี ขยายโอกาสผ่านเทคโนโลยี ซึ่งในโลกของการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมีการคิดค้น App บนมือถือและบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ อย่างเช่น Uber ที่ทำ Sharing Economy โดยที่ไม่มีรถสักคัน แต่มีมูลค่าเป็นแสนล้านได้ เพราะโลกแข่งกันด้วยความฉลาด จึงต้องปรับให้คนในประเทศฉลาด โดยที่คุณไม่ต้องมีทรัพย์สินอะไรมาก ถ้าคนของคุณฉลาดพอ ก็สามารถสร้างรายได้ บางทีผมยังมองว่าประเทศเราต้องหาคนฉลาดจากต่างประเทศเข้ามาด้วย ไม่ใช่มองแค่คนฉลาดในประเทศอย่างเดียว ต้องเปิดกว้าง เพราะโลกมันเสรีแล้ว หากคนเขาอยากมาอยู่เมืองไทย ให้คนฉลาดๆ มาอยู่ มาช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำเรื่อ&amp;#39; App ใหม่ๆ ถ้าเราได้คนดีๆ คิดเรื่องใหม่ๆ ขึ้นมา แป๊บเดียวประเทศเราเจริญเลย อยากให้เข้าใจตรงนี้ก่อน ไม่ใช่ไปเข้าใจว่าให้เขาเข้ามาแย่ง เพราะในโลกคนฉลาดๆ หายาก ถ้าเขายินดีมาอยู่ เราก็ควรต้องดึงดูดเขาให้มาอยู่ แล้วทำอย่างไรให้เขาทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิชัย-อดีต รมว.พลังงาน กล่าวลงรายละเอียดนโยบายด้านเทคโนโลยี-เศรษฐกิจของพรรคไทยรักษาชาติ โดยเฉพาะแนวคิด Code Thailand ว่าแนวทางดังกล่าวเอามาจาก Code America ที่เป็นแนวนโยบายที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยแบบจับต้องได้ ไม่ใช่พูดลอยๆ จะปฏิรูปประเทศแล้วสุดท้ายทุกอย่างเป็นเรื่องลอยๆ จับต้องไม่ได้ แต่ Code Thailand คือการปฏิรูปประเทศไทย โดยเปิดกว้างให้ใครก็ตามที่มีความรู้ความสามารถ ถ้าไทยรักษาชาติได้เป็นรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้เข้ามาปรับเปลี่ยน โดยเป็นเรื่องอะไรก็ได้ อาจเริ่มจากเรื่องเล็กไปหาเรื่องใหญ่ ยกตัวอย่างเช่น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เรียก Code America คือใครอยากเสนอแนวคิด อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในสหรัฐ ก็เสนอแนวคิดไป ยกตัวอย่างเช่น นักโทษของสหรัฐ โดยเฉพาะพวกที่อยู่ระหว่างการ &amp;rdquo;ภาคทัณฑ์&amp;rdquo; ที่จะต้องไปรายงานตัว โดยในทางปฏิบัติก็มีปัญหา เพราะว่าก็มีปัญหาเรื่องการหางานทำ การรายงานตัว เช่น หากไปสมัครงาน บริษัทห้างร้านที่รู้ว่าเป็นนักโทษก็จะไม่รับเข้าทำงาน เขาก็อยากไปเริ่มต้นในเมืองอื่น เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ปรากฏว่าไปไม่ได้ เพราะว่าต้องไปรายงานตัวตลอดเวลา ก็เลยมีการคิดเรื่องการให้นักโทษสามารถรายงานตัวผ่านโทรศัพท์มือถือได้ แต่จะมีระบบการควบคุมตัวสอบที่ทำให้รู้แน่ชัดว่าเป็นนักโทษคนดังกล่าวจริง เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถไปทำงานเมืองอื่นได้ แล้วก็ต้องมีการรายงานตัวได้ตลอดเวลา เพื่อจะได้แก้ปัญหาคนไม่มีงานทำ แล้วมาก่ออาชญกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ คนที่อยู่ในเรือนจำก็จะมีการไปเรียน ไปฝึก ในสิ่งที่ทางเรือนจำได้มีการคิดโปรแกรมการฝึกอบรมนักโทษ เช่น การฝึก Coding ที่มีการสอนกันตอนช่วงรับโทษในคุก ทำให้นักโทษสามารถทำโปรแกรม Coding ให้กับนายจ้างได้ โดยที่ทั้งตัวนายจ้างและนักโทษใช้วิธีส่งงาน โอนไฟล์ให้แก่กัน แล้วโอนเงิน ไม่ได้เจอหน้ากันเลย ทำให้คนที่เคยติดคุกมาก็มีงานทำ มีรายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างในเมืองไทย เช่น กรณีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยนับล้าน แล้วไปทำงานตามที่ต่างๆ เช่น ตามบ้านพักอาศัย กลุ่มดังกล่าวก็มีปัญหา เช่น ไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนได้ ส่วนเจ้าของบ้านก็เกรงเจอปัญหาไปรับแรงงานต่างด้าวมาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต แต่ถ้าเราเปิดโอกาสให้มีการทำ Coding ขึ้นมา เพื่อทำให้สามารถรับแรงงานต่างด้าวมาทำงานในไทยได้ โดยทำระบบให้สามารถทำได้ง่าย ก็จะเป็นระบบที่ช่วยเหลือคนได้ รวมถึงพวกโรงงานที่ใช้แรงงาน ก็จะมีความสะดวกมากขึ้น หรือการสร้างระบบ Coding มาใช้ในการแก้ปัญหาจราจร เพื่อจัดระบบให้คนใช้รถได้มีข้อมูลการเดินทาง การนัดหมายของแต่ละคน ว่าควรจะเดินทางช่วงไหน นัดช่วงใด ผ่านจุดไหน จะได้ทำให้ปัญหาการจราจรคลี่คลาย หรืออย่างคนถูกใบสั่งจากตำรวจจราจร ซึ่งเมื่อประชาชนต้องไปชำระค่าใบสั่ง ต้องเดินทางไปยังสถานีตำรวจ ต้องหาที่จอดรถที่สถานี ซึ่งอาจใช้เวลาเยอะ ก็ทำให้มี Coding ที่ทำให้เกิดระบบนี้ได้ เพราะคนก็พร้อมจะปฏิบัติ แต่ต้องทำให้เกิดระบบที่จะเป็นการลดต้นทุนด้านเวลาลงไปได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;Code Thailand ก็คือการให้แต่ละคนมาช่วยกันนั่งคิดว่า อะไรคือปัญหาของประเทศ หรือแม้แต่ในระดับจังหวัด เช่น อยากสะท้อนว่าจังหวัดที่อยู่มีปัญหาอะไร ก็มาเสนอ อันเป็นแนวทางในการปรับพื้นฐานให้คนมีความรู้ ฝึกเรื่อง Coding แล้วเมื่อมีการปรับเปลี่ยน ที่เริ่มจากเรื่องเล็กๆ ทำให้คนเห็นว่า สามารถปรับเปลี่ยนประเทศไทยได้ สามารถปฏิรูปประเทศไทยได้จริง ก็จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศในทางที่ดี เป็นความก้าวล้ำตามมา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวอีกว่า แนวนโยบาย Code Thailand&amp;nbsp; กลุ่มต่างๆ อย่างเกษตรกร ก็ทำ Coding ให้เขาคิดว่าเขาจะขายสินค้าเกษตรอย่างไร โดยให้เขารู้ได้ว่า เขาควรจะปลูกอะไร แล้วราคาสินค้าเกษตรที่จะปลูกจะเป็นอย่างไร โดยอาจจะเป็นข้อมูล Application ใหม่ที่คิดมาให้เกษตรกร เพื่อให้เขารู้เลยว่า หากเขาปลูกสินค้าเกษตร อย่างแรก จะมีรายได้เท่าใด และหากปลูกพืชผลเกษตรอีกอย่างหนึ่ง จะได้มีรายได้เท่าใด โดยให้มีข้อมูลอธิบายให้เกษตรกรเข้าใจ เช่น หากปลูกทุเรียน ในขั้นตอนการขาย จะบอกว่า สามารถติดต่อการซื้อขายกับใครได้บ้าง อาจขายล่วงหน้าได้เลย ก็จะทำให้เกษตรกรรู้ล่วงหน้าว่าหากเขาปลูกพืชผลเกษตรแบบไหน จะมีรายได้เข้ามาเท่าใด โดยที่ก็จะได้รู้ข้อมูลล่วงหน้าด้วย เช่น หากอนาคตเกิดว่าราคาตกลงมา พร้อมจะเสี่ยงทำต่อไปหรือไม่ เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ หรือการพัฒนาการใช้บล็อกเชน ในการทำธุรกรรมต่างๆ เพราะบล็อกเชนสามารถนำมาใช้ได้เยอะมากในกิจการหลายเรื่อง เช่น การซื้อขายที่ดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย ย้ำว่าแนวทาง Code Thailand ดังกล่าว ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและจะได้ประโยชน์จากแนวคิดนี้ ผ่านระบบเครือข่ายสมาร์ทโฟน ที่เป็นเครื่องมือในการเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ซึ่งผลของแนวทางจะทำให้เกิดสิ่งต่างๆ เช่น การจ้างงานครั้งใหญ่ เพราะเป็นแนวทางที่ทำให้คนฉลาดขึ้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี ให้เขาไปศึกษาเรื่องการเขียน Coding อย่างในสหรัฐอเมริกา เขาส่งเสริมเรื่องการเขียน Coding มาเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กนักเรียน เพื่อให้สื่อสารมาว่าเขาอยากทำอะไรในชีวิตของเขา เราจึงต้องเตรียมความพร้อมให้กับคนของเราเพื่อที่จะแข่งขันในอนาคตได้ เหมือนอย่างที่สิงคโปร์ ที่แยกออกมาจากมาเลเซีย ปัจจุบันประชากรมีรายได้ต่อหัว 8 หมื่นกว่าเหรียญฯ ต่อปี ของไทยเรายัง 5 พันกว่าเหรียญฯ ห่างกันร่วม 14 เท่า เพราะเขาฝึกคนให้ฉลาด เพราะทรัพยากรที่สำคัญที่สุดก็คือคน หรืออย่างญี่ปุ่น ที่ก็มีการฝึกคน มีการฝึกให้คนสร้างนวัตกรรม เราจึงต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจาก Code Thailand แล้ว พรรคไทยรักษาชาติจะมีอีกหลายนโยบายที่จะเสนอ แต่ในส่วนของ Code Thailand เป็นแนวนโยบายที่ทำได้เลยไม่ต้องใช้งบประมาณมาก ที่ก็จะต้องมีองค์ประกอบสนับสนุน เช่น การสนับสนุนให้มี working space เพื่อให้คนได้มาร่วมกันระดมสมอง ว่าจะทำอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไร และส่งเสริมให้เด็กฉลาด สร้างการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน รวมถึงองค์ประกอบอื่นๆ ต้องเกื้อหนุน เช่น การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อมีการทำ co-working space แล้วสามารถต่อยอด เช่น ให้มีการจดทะเบียนตั้งบริษัทภายใน co-working space เลยได้หรือไม่ โดยใช้เวลาไม่นาน เช่น เสร็จหมดทุกอย่างภายใน 1 วัน ทั้งหมดก็เพื่อต้องการให้ประเทศไทยเป็น Digital hub อย่างแท้จริง เพื่อจะได้ระดมคนฉลาดๆ อย่างคนต่างประเทศที่เขาอยากอยู่เมืองไทยมาช่วยกันพัฒนา ถ้าเรารวมคนฉลาดๆ มาไว้แล้วสร้าง community ผมเชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน ประเทศไทยจะพัฒนาได้เร็วเลย จะทำให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เงินจะไหลเข้ามา หากมีการพัฒนา App ที่สามารถใช้กันได้ทั่วโลก เป็นสิ่งที่เราก็วาดฝันและคิดกันเอาไว้ ซึ่งถ้าไม่เริ่ม ก็ไม่มีโอกาส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมเชื่อว่าด้วยความรู้ความสามารถของคนไทยเอง และการเปิดกว้างให้คนต่างประเทศที่อยากมาอยู่เมืองไทย แต่กฎระเบียบของไทยต้องเปิดกว้าง ต้องส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่มาออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แล้วทำอะไรก็ผิด แบบนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนโยบายการออกกฎ ระเบียบลักษณะเช่นนี้ สร้างอิมเมจที่ผิด ทำให้คนไม่อยากเข้ามา อย่างผมวิเคราะห์เศรษฐกิจประเทศไทย แล้วถูกทหารมาพบ ขอปรับทัศนคติ 10 กว่าครั้ง เป็นไปได้อย่างไร เมื่อเขาทำกันแบบนี้ ก็ทำให้คนก็ไม่อยากมาอยู่ ไม่อยากเข้ามา เพราะไม่รู้ว่ากฎ ระเบียบของรัฐบาลจะเอาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ยกตัวอย่างที่ลอนดอน ซึ่งเดิมอังกฤษเป็นชาติมหาอำนาจที่มีอาณานิคมหลายประเทศ จนต่อมาเมื่อมีการแยกตัวออกไป ลอนดอนก็เป็นเมืองที่ไม่ได้มีอะไรมาก แต่เนื่องจากเป็นเมืองหลวงที่มีชื่อเสียงระดับโลก สิ่งที่ทำคือ ลอนดอนมี Rule of law มีกฎ ระเบียบ กฎหมายที่ชัดเจน คนก็อยากไปอยู่ เอาเงินไปลงทุน ซื้อที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ ก็ส่งผลให้ลอนดอนเจริญ ราคาที่ดินก็สูง สร้างรายได้มากมาย ส่วนกรุงเทพมหานครก็เป็นเมืองหลวงที่มีชื่อเสียงของโลก ถ้ามีการพัฒนา มี Rule of law ที่ชัดเจน ไม่เอียงไปเอียงมาอย่างปัจจุบัน ก็ทำให้สามารถพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองศูนย์กลางของโลกได้ แต่ก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้นโยบายที่จะต้องผลักดันคือ การทำให้ประเทศไทยกลับไปสู่แผนที่โลก คือต้องทำไทยเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อให้เกิดความสงบสุขและมีความแข็งแรงทางเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น อย่างปัจจุบันการลงทุนในไทยหายไปเยอะ แม้คนในรัฐบาลอย่าง ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยขึ้นเวทีเสวนากับผม จะเถียงว่าไม่ได้หาย โดยอ้างว่าปีที่แล้วตัวเลขอยู่ที่ 6 แสนล้าน แต่ปีนี้ 2561 อยู่ที่ 7 แสนล้านบาท แต่หากไปดูในอดีต เช่น ตัวเลขบีโอไอ ปี 2555 ตัวเลขอยู่ที่ 1.45 ล้านล้านบาท 2556 ตัวเลขคือ 1.6 ล้านล้านบาท ตัวเลขมากกว่าปัจจุบันเป็นเท่าๆ อันนี้เฉพาะบีโอไออย่างเดียว แต่การลงทุนทั้งหมดจริงๆ น้อยกว่านี้เยอะ อย่างช่วงปี 2558 มีตัวเลขลงทุนแค่ไม่กี่หมื่นล้านบาท จนญี่ปุ่นบอกเงินลงทุนของเราหายไปเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นไทยจึงต้องกลับไปเพื่อให้คนเขาเชื่อมั่น ผ่านแนวทาง เช่น การพัฒนาการเชื่อมโยงการค้าขายตามแนวชายแดนให้มากขึ้น เพราะตอนนี้ค้าขายกันเป็นแสนล้านบาท จึงต้องคิดล่วงหน้าว่าหลังจากนี้เราควรต้องทำอะไร จำเป็นต้องใช้ &amp;rdquo;เงินบาท&amp;rdquo; ให้เป็น Sub regional currency ควรจะทำหรือไม่ เพื่อทำให้ไทยเองเป็นพี่ใหญ่ให้กู้ เพราะตอนนี้ลาว เขมร พม่า เขาต้องการพัฒนา เขาอาจมีเงินน้อย แต่ไทยเราเองอาจมีเงินบาทที่แข็งแรง มีเงินทุนสำรอง 2 แสนล้านเหรียญฯ ถ้าเราพิมพ์บาทออกมาเพื่อให้เขากู้ ซึ่งความเสี่ยงมีน้อย เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีทรัพยากรที่เราต้องการ เช่น ผลิตกระแสไฟฟ้าให้ไทย มีแหล่งก๊าซ มีน้ำมันให้เรา ทำให้ความเสี่ยงที่จะได้ชำระคืนจึงไม่น่าจะมีความเสี่ยงอะไร จนทำให้จะเกิดเป็นหนี้เสีย ก็อยากให้พัฒนากรอบความคิด เพราะเราต้องมีพรรคพวก ใช้ความเป็นอาเซียน โดยเราต้องเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ คือเป็นพี่ต้องใจถึง แต่สุดท้ายเราได้ประโยชน์ เพราะเมื่อให้กู้ เขาก็มาซื้อของจากเรา ก็ทำให้เรามีรายได้มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปัจจุบันสินค้าของไทยมีการเข้าไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียนจำนวนมาก ซึ่งหากพัฒนากรอบความคิดพวกนี้ได้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ และขณะเดียวกันเราก็ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องสินค้าเกษตร ที่เรียกว่า Smart Farmer ต้องทำให้เขาเข้าถึงแหล่งทุน แหล่งข้อมูลว่าหากปลูกอะไร จะได้ราคาดีที่สุด การขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า บนหลักคือให้เขารู้ข้อมูลมากที่สุด เพื่อนำไปสู่การพิจารณา แต่ขณะเดียวกันระยะสั้น ก็ต้องหาทางช่วยเหลือ แต่ระยะยาวคือต้องปรับระบบให้เขามีรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงการสร้างรายได้เสริม เช่น สินค้าโอท็อป เพื่อให้มีการพัฒนาร่วมกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีนโยบายเศรษฐกิจด้านอื่นๆ แต่เนื่องจากเป็นกรอบนโยบายที่อาจต้องใช้งบประมาณ ที่ต้องนำเสนอต่อคณะกรรมการ กกต.ก่อน เราจึงพูดไปก่อนตอนนี้ยังไม่ได้ ส่วนแนวคิด Code Thailand ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอะไร อาจใช้น้อยมาก เพราะเป็นเรื่องการปรับประเทศไทย เป็นการดึงให้เอกชนมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพราะจะเป็นสิ่งที่จะพัฒนาประเทศไทยต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทษช.ดันโลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ พูดถึงสโลแกนของพรรคไทยรักษาชาติที่ว่า โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน ที่พรรคจะชูในช่วงหาเสียง เกิดจากแนวคิดของพรรคที่ว่า โลกเปลี่ยแปลงเร็วมาก มีการประเมินกันว่าการเปลี่ยนแปลงในอีก 6 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงเร็วมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงเกือบร้อยปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามาอยู่ในภาวะที่มีปัญหาการเมืองไม่เหมาะสม เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงเร็ว ถ้าเรายังเสียหายต่อไปแบบช่วงนี้ จะเกิดการเสียหายมาก เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงเยอะมาก เราต้องคิดว่าจากภาวะปัจจุบัน ถ้ายังมีความคิดย้อนแย้งปรับตัวไม่ทัน เช่น บอกว่าจะทำให้ไทยเป็น 4.0 แต่ขณะเดียวกันก็มีการออกมาตรการต่างๆ เช่น การออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาปิดกลั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ทั้งที่ 4.0 คือต้องส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับประเทศให้ได้ เพราะหากทำไม่ได้ ก็จะล้าสมัย แต่การที่พยายามปิดกลั้นความคิดเห็นของคน ทำให้โอกาสในการพัฒนาประเทศมันหายไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ย้ำว่า สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่จึงสวนทางกับความเป็นจริงกับสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะโฆษณา โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน จริงๆ ไทยต้องก้าวไปล่วงหน้าด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ต้องพยายามทำให้ทันก่อน แล้วจากนั้นก็จะต้องก้าวไปก้าวหน้า เหมือนอย่างสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ที่ผมเคยเสนอให้มีโครงการแท็บเล็ต ตอนแรกก็มีคนไม่เห็นด้วยบอกว่าหากแจกเด็กก็จะนำไปเล่นเกม แต่มาดูปัจจุบันระบบการสื่อสารคอมพิวเตอร์ต่างๆ มีความสำคัญอย่างยิ่ง Digital Economy มันใหญ่โตขนาดไหน เรื่องแบบนี้มันต้องมีวิสัยทัศน์ มองเห็นอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร การเป็นผู้นำต้องมองเห็นทะลุก่อน ไทยรักษาชาติจึงจะนำเสนอนโยบายว่าต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้นในอนาคต นโยบายจะสะท้อนว่าเราเห็นอนาคตเป็นอย่างไร และให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นด้วยกันว่า สิ่งที่พรรคจะทำเป็นการทำเพื่อไปสู่อนาคตที่จะรุ่งเรืองด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-นโยบายด้านการเกษตรโดยเฉพาะเรื่องข้าว พรรคตกผลึกหรือยังว่าจะเสนอแนวทางจำนำข้าวหรือประกันรายได้ให้เกษตรกร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในแง่สินค้าเกษตรโดยรวม ในระยะสั้นก็ต้องหาทางช่วยเหลือ อันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างรัฐบาลปัจจุบันก็ยังแจกมากมาย หากจะมาบอกว่ารัฐบาลหลักเลือกตั้งทำไม่ได้ ก็คงไม่ใช่ แต่เราต้องคิดว่าระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว จะทำอย่างไรให้เขามีรายได้ที่มั่นคง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องมานั่งดูรายละเอียดโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยว่าแต่ละพื้นที่ หากมีการผลิตหรือปลูกอะไร แล้วเขาจะได้ประโยชน์มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร ควรต้องทำเป็นคลัสเตอร์แต่ละเรื่อง ซึ่งจริงๆ ก็มีผู้ต้องการมาร่วมลงทุนเยอะแยะ แล้วมีการช่วยเหลือ โดยรัฐเข้าไปการันตีในเรื่องรายได้ ก็มองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ โดยพรรคก็จะไปลงรายละเอียดต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย มองว่าสิ่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบันพร้อมที่จะถูก Disrupt ได้โดยเร็ว ขนาดธนาคารที่ว่าชัวร์ๆ ต่อไปอีกไม่กี่ปีก็อาจประสบปัญหา เพราะเจอเช่นเรื่องฟินเทค เพราะฉะนั้นอะไรต่างๆ บนโลกมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา วันนี้ดี แต่ต่อจากนี้อีก 2-3 ปีอาจเปลี่ยนไปถ้าตามไม่ทัน ดังนั้นสิ่งที่พรรคไทยรักษาชาติต้องการก็คือ ทำให้สามารถเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของโลกได้ตลอดเวลา สิ่งที่รัฐบาลทำอย่างเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีถึงไม่เวิร์ก เพราะกำหนดอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าต่อไปโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร และกลายเป็นว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีทำขึ้นมาเพื่อจะมาสืบทอดอำนาจ โดยมีการให้อำนาจกับบางฝ่ายเช่นกรรมการ ส.ว.ยื่นเรื่องกับ ป.ป.ช.มาเอาผิดว่ารัฐบาล หรือหน่วยงานรัฐทำผิดกับยุทธศาสตร์ชาติ ที่ต้องถามว่าจะใช้เกณฑ์ตัดสินอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...อย่างเรื่อง Code Thailand หากทำแล้วมาบอกว่าเป็นเรื่องตรงข้ามกับยุทธศาสตร์ประเทศ เท่ากับกลายเป็นว่าต้องหยุดดำเนินการเลยหรือ เลยกลายเป็นว่าไม่ต้องปฏิวัติแล้วเพราะใช้ยุทธศาสตร์นี้ปฏิวัติ เพราะทำให้รัฐบาลหยุดดำเนินการได้ อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลบอกไม่หมด แล้วพยายามจะมาบอกว่าต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งไม่ได้มีไว้สำหรับวันนี้ ซึ่งเป็นการพยายามพูดมั่วเพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-นโยบายหลายอย่างดูเหมือนจะต่อยอดมาจากเพื่อไทย? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็ต้องคิดว่ามาจากรากเหง้าเดียวกันคือ ไทยรักไทย อย่างแนวคิด Dual Track Policy ก็ยังต้องมีอยู่ กับการให้บริษัทใหญ่ดีขึ้น พัฒนาขึ้น มีการแข่งขัน และนำเงินเข้าประเทศ แต่ไม่ใช่การผูกขาด เพราะเราต้องขจัดการผูกขาด ที่เป็นการเอาเปรียบ คือหากไปแข่งขันกับต่างประเทศ แล้วนำเงินเข้าประเทศไทยแบบนี้ต้องส่งเสริม แต่ถ้าผูกขาดแล้วเอาเปรียบคนในประเทศ แบบนี้เราไม่ส่งเสริม เราต้องขจัดการผูกขาดให้ได้เพื่อให้คนมีโอกาส &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;Disrupt คสช.-ยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนแนวนโยบายด้านการเมืองที่จะชูในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่าเราชูความเป็นพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย และเรามองเห็นว่าอะไรที่เป็นปัญหา เราต้อง Disrupt อย่างเช่นผู้นำที่มีปัญหาไม่มีวิสัยทัศน์ เราก็ต้อง Disrupt เหมือนกับคุณจ้างคนมาเป็นผู้จัดการมาทำงาน แล้วทำงานไป 3-4 ปี เมื่อครบกำหนดจะต่อสัญญาการทำงานหรือ หากผู้จัดการคนนั้นทำบริษัทคุณเจ๊ง ทำให้บริษัทขาดรายได้ แล้วมาบอกว่าอนาคตจะดีขึ้น ก็ในเมื่อทำมาแล้ว 4 ปียังทำเจ๊ง แล้วอนาคตจะดีได้อย่างไร มันไม่ได้มีสัญญาณว่ามันจะดีขึ้นได้ แล้วจะมาบอกว่ามาถูกทางแล้ว แต่คนในบริษัท คนงานต้องกัดก้อนเกลือกิน ที่แสดงให้เห็นว่าลำบาก แต่ผู้จัดการจะมาบอกว่าดี แบบนี้ก็ไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นโยบายทางด้านการเมืองของพรรคที่สำคัญคือ ไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ ไม่เอา คสช. ทหารต้อง Disrupt สองคือ Disrupt รัฐธรรมนูญเพราะรัฐธรรมนูญจะสร้างปัญหาในอนาคต แม้จะรู้ว่าเรื่องนี้ยาก แต่หากเกิดกระแสประชาชนรับรู้ว่าจะเกิดปัญหาต่อไปในอนาคตก็ต้อง Disrupt รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี คือยุทธศาสตร์ต้องมี แต่ต้องไม่ใช่มาเป็นบทลงโทษคน ยุทธศาสตร์มีได้ แต่ต้องให้ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะ เช่นอย่างที่ผมบอกว่าประเทศไทยต้องเป็นศูนย์กลางอาเซียนให้ได้ แบบนี้คือยุทธศาสตร์ แต่ไม่ใช่ว่าทำแล้วมาบอกว่าไม่ใช่ยุทธศาสตร์ จะมาให้หยุดการดำเนินการ แบบนี้มันใช้ในการสืบทอดอำนาจแล้ว สิ่งนี้รัฐบาลพูดไม่หมด นายกฯ ก็พูดให้กำกวม พูดไม่หมด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามว่าจากระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียว แต่มีพรรคการเมืองที่ชูความเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยหลายพรรค จะมีผลต่อคะแนนเสียงที่จะออกมาหรือไม่ พิชัย ตอบว่า เขตเลือกตั้งใดมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ก็ขอให้เลือกพรรคไทยรักษาชาติ เพราะจะได้สิ่งที่ดี ได้อนาคตที่ดีแน่นอน แต่อย่างถ้าเปรียบเทียบเพื่อไทยกับไทยรักษาชาติ ก็อยากให้มองว่าไทยรักษาชาติก็คือทุกอย่างที่เพื่อไทยมี แต่มีดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ TOYOTA กับ LEXUS รถยนต์ LEXUS มีทุกอย่างที TOYOTA มี แต่ LEXUS มีเทคโนโลยี อุปกรณ์เสริมมากกว่าเยอะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ไทยรักษาชาติก็คือพรรคการเมืองที่มีแนวคิด มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มีแนวทางใหม่ๆ ที่จะทำให้เห็นว่าโลกกำลังจะก้าวไปทางไหน แล้วเราต้องก้าวไปให้ได้ก่อน แต่ตอนนี้ต้องก้าวให้ทัน แต่ต่อไปต้องก้าวให้ล้ำหน้าโลกด้วยซ้ำ เหมือนอย่างโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ที่ผมเป็นคนคิด แล้วดูตอนนี้ digital economy สร้างมหาเศรษฐีของโลก อย่าง Jeff Bezos เจ้าของ Amazon มีสินทรัพย์ 1.6 แสนล้านเหรียญ แซง Bill Gates เกือบเท่าหนึ่งก็เพราะ digital economy ถ้าคุณคิดไม่ออก มองไม่เห็นว่าโลกจะเป็นอย่างไร ไม่สามารถเป็นผู้นำประเทศได้ ในโลกตอนนี้แข่งกันด้วยผู้นำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในอดีตประเทศไทยเราเจริญเพราะเป็นเสรีนิยมที่คนให้ความเชื่อถือ ซึ่งหากเราสามารถรักษาสถานะของรัฐบาลให้มั่นคง แต่ในช่วงสี่ปีที่ผานมาจะพบว่าไม่มีใครมาลงทุน ไม่มีใครเชื่อเราเลย เงินลงทุนไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านหมด ผมไม่ได้พูดเอง แต่อยาง Bloomberg บอกเองเลยว่า การที่ประเทศไทยมีปัญหาทางการเมือง ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านได้ประโยชน์ เงินจากต่างประเทศเช่นญี่ปุ่นยังคงเข้ามาลงทุนในอาเซียนเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้เข้ามาที่ประเทศไทย ไปอยู่ที่อื่นหมด&amp;nbsp; อย่างไปดูที่เวียดนาม ตัวเลขการส่งออก การลงทุนเขาเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ อันนี้ยกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเกิดจากการที่ไทยมีปัญหาทางการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บัตรคนจน ทษช.เดินหน้าหรือล้ม?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-เรื่องบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลชุดนี้ทำไว้ พรรคไทยรักษาชาติมีความเห็นอย่างไร จะขับเคลื่อนต่อหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อะไรเป็นประโยชน์คนจนต้องรักษาไว้ แต่ที่ผ่านมาถ้าจำกันได้ตลอด 4 ปี ผมบอกตลอดเศรษฐกิจไม่ได้ ขอให้รัฐช่วยคนจน เสร็จแล้วพอถึงเวลาใกล้เลือกตั้งมาจ่ายเงิน แต่ประชาชนเดือดร้อนมา 4-5 ปี ไม่ได้ช่วย มาช่วยตอนนี้ดูเหมือนตั้งใจหาเสียงหรือไม่ ทั้งที่เขาลำบากมาก่อน ทำไมไม่บริหารจัดการให้เขามีความสุข ในหลักความเป็นจริงทำให้เขาลำบาก มาจ่ายเงินเขา แล้วจะให้เขากลับไปลำบากใหม่อีกอย่างนั้นหรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การช่วยเหลือคนนั้นดี แต่ควรส่งเสริมให้คนมีรายได้มั่นคงถาวรต่อไป ถ้าจ่ายเงินแล้วเจริญ ทั้งโลกคนจ่ายกันหมดแล้ว ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังออกมาบอกคนจะอดตายหมดแล้ว แต่ก่อนหน้าบอกเศรษฐกิจดีอยู่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เราไม่ยกเลิก แต่จะหาทางปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ยังเปิดเผยไม่ได้ กลัวโดนก๊อบปี้ ประเทศอย่างเราไม่ควรมีคนจนเกิน 10 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกินแสดงว่ามีปัญหาในเชิงบริหารจัดการ หรือกลไกลบริหารอาจแย่ ทำให้คนจนมากขึ้น มันมีปัญหาโดยหลักการ แต่เราคงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ดีขึ้น ไม่ยกเลิกแน่นอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;...ตอนลงพื้นที่ บัตรคนจนที่ได้ไปก็ไปซื้อบางร้านเท่านั้น และของที่ขายบางอย่างแพงกว่าข้างนอกอีก ราคาต่างกัน แต่เขาได้ของฟรี เหมือนถูกบังคับให้ใช้ก็ต้องใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พิชัย ยังกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2562 กับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโตเฉลี่ย 2.8 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งเห็นชัดเจน ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุด หลังปฏิวัติขึ้นมาลำดับ 3 แต่สองปีให้หลังเราขึ้นอันดับ 1 มันก็ชัดเจน แล้ว 5 ปีที่ผ่านมาต้องถามรายได้คนจนเพิ่มหรือไม่-ก็ไม่มี สินค้าเกษตรลดต่ำลง แม้มีคนไทยบางกลุ่มรวยขึ้น แต่ไม่ต้องบอกว่าใคร กำไรตลาดหลักทรัพย์โตขึ้น แต่ที่เหลือติดลบ แต่ปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจปีหน้ายังไม่ค่อยดี แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยอ่อนไหวมาก ที่เราดีขึ้นเพราะเศรษฐกิจโลกดี แม้จะมีเด้งขึ้นบ้างเพราะเราโตต่ำกว่าตลอด อาจเด้งขึ้นบ้างมาเฉลี่ย 4 เปอร์เซ็นต์กว่า แต่ไม่ได้แปลว่าดี เพราะโดยเฉลี่ยของเอเชียประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์กว่า&amp;nbsp; แต่ของอาเซียนประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แม้เรา 4 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ถือว่ายังต่ำ มันไม่ได้ดี พอปี 2561 ไตรมาส 3 ไม่ดี ไตรมาส 4 ก็คงไม่ดี ส่งออกก็ขยายตัวลดลง การลงทุนยังเป็นปัญหา ไม่มีใครมา เป็นเพราะความมั่นใจ เรื่องการท่องเที่ยวเราก็สร้างปัญหาเอง ทั้งเรื่องเรือล่ม เรื่องการทำร้ายนักท่องเที่ยว ส่วนปีหน้าจะให้โตถึง 4 เปอร์เซ็นต์คงมีน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;การเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางประเทศ ถ้าบิ๊กตู่มาเป็นนายกฯ อาจแย่ไปอีก 5-20 ปี ไม่ได้ดูถูก เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ดี แล้วจะให้ดีอีกได้อย่างไร&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.............................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิเคราะห์รัฐบาลหลังเลือกตั้ง &amp;nbsp;ปชป.ต่ำร้อย-พปชร.ไม่เปรี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พิชัย-แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นว่า ถึงขณะนี้ประเมินว่าน่าจะได้ส.ส.หลังการเลือกตั้งสักประมาณ 50-60 คน หรืออาจได้มากกว่านั้น แต่จากการที่พรรคได้ลงพื้นที่หลายแห่ง พบว่ากระแสตอบรับดี อาจทำให้มีการปรับตัวเลขกันใหม่ หรืออย่างบางจังหวัดผมก็เชื่อว่าเราอาจชนะยกจังหวัดได้เช่นที่พิจิตร เช่นเดียวกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เราก็เชื่อว่าพรรคจะได้ ส.ส.เขต กรุงเทพมหานครแน่นอน คือเชื่อว่าพรรคจะได้ ส.ส.เขตแทบทุกภาค เพราะตอนแกนนำพรรคลงพื้นที่ประชาชนฝากความหวังกับพรรคไว้มาก เช่นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เห็นหน้าหัวหน้าพรรคก็คนรุ่นใหม่ ทิศทางใหม่ แนวคิดใหม่ เป็นสัญลักษณ์แต่ละคน และยืนยันว่าเขตเลือกตั้งใดที่มีผู้สมัครของพรรคไทยรักษาชาติ หากชนกับพรรคเพื่อไทยก็ต้องสู้กันเต็มที่อยู่แล้ว ส่วน 3 รายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของไทยรักษาชาติ ถึงขณะนี้ยังไม่ทราบ แต่คงเป็นไปตามสถานการณ์ หลังปีใหม่คงมีความชัดเจนออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามเพื่อให้วิเคราะห์ว่าพรรคการเมืองที่เรียกว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คาดว่าจะได้ ส.ส.หลังเลือกตั้งเท่าใด พิชัย ประเมินว่าจากการที่มีการสำรวจ เชื่อว่าฝั่งประชาธิปไตยน่าจะได้ประมาณ 290-300 เสียง&amp;nbsp; แม้ไม่ถึง 376 เสียง ที่ต้องใช้เสียงรวมกันจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็ต้องดูกระแสสังคมเอาอย่างไร แล้วทาง ส.ว. 250 คนจะเอาอย่างไร หากยังดื้อรั้นยังโหวตให้บิ๊กตู่บริหารประเทศ แต่งบประมาณไม่ไว้วางใจต้องผ่านสภาผู้แทนฯ ถ้าอีกฝั่งมีเสียงไม่ถึง 251 เสียงก็บริหารประเทศไม่ได้ แล้วจะบริหารประเทศอย่างไร อย่างไรก็ตามก็ต้องแล้วแต่กระแสสังคม เพราะก็ยังไม่แน่ ไม่แน่ฝ่ายนี้รวมๆ กันอาจได้ 375 เสียงก็ได้ ถ้าหากประชาชนรู้สึกว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว แต่จากการที่ได้ลงพื้นที่เขาก็ไม่ไหวแล้ว ไม่เอาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคจะไปจับมือกับบางพรรคการเมืองเช่น พรรคประชาธิปัตย์ พิชัย ตั้งคำถามไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า ต้องถามประชาธิปัตย์เขาว่าอย่างไร ตอนนี้ยังพูดกำกวม เอาหรือไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้าดูประวัติย้อนหลังโอกาสที่จะร่วมกับทหารก็ค่อนข้างมีมาก หลายคนที่เป่านกหวีดหลายคนยังอยู่ประชาธิปัตย์ อย่างโฆษกรัฐบาล-รองผู้ว่าฯ กทม.ก็คนประชาธิปัตย์ แต่เท่าที่ได้ยินมา โพลเขาไม่ค่อยดี น่าจะอยู่ในขาลง น่าจะต่ำ 100 แน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงความเป็นไปได้ในการเป็นพันธมิตรกับพรรคอื่นๆ พิชัย กล่าวว่า ภูมิใจไทยน่าจะอยู่ฝั่งคนชนะ ผมเชื่อว่าถ้าเพื่อไทยฝั่งประชาธิปไตยชนะเกินครึ่ง คนที่แทงกั๊กคงโดดเข้ามา แล้วฝั่งกลางๆ ภูมิใจไทย ชาติไทยฯ พร้อมที่จะเลือกตั้งใหม่หรือไม่ คงยินดีมาอยู่ฝั่งเรา ดีกว่าไปอยู่ฝั่งทหารแล้วยุบสภา ไม่ไว้วางใจ โหวตแพ้ก็ต้องยุบสภา ขณะที่พรรคพลังประชารัฐมองว่าจากโพลที่เราสำรวจมา เขาได้น้อยมาก ชาวบ้านไม่เอาทหาร อดีตยังไม่เอาเลย ปัจจุบันคงไม่เปลี่ยนใจมาเอา มันสวนกระแสโลกเกินไป&amp;nbsp; โลกเปลี่ยน ทหารมีความสามารถบริหารประเทศหรือ ในโลกมีแค่ 2 ประเทศที่ทหารบริหาร แต่ก็ไม่เวิร์ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หลังเลือกตั้งทางการเมืองอาจมีความวุ่นวาย อาจมีการดูดตัว ส.ส.ให้มาโหวตนายกฯ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ก็มีโอกาส แต่สุดท้ายเลือกตั้งเสร็จ กระแสสังคมจะเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไปทางไหน เพราะ 4-5 ปีมันชัดเจน คนต้องการอะไร สมมุติฝั่งหนึ่งมี 125 เสียง อีกฝั่งมี 300 เสียงบอกโหวตเป็นนายกฯ ไปก่อน ไปตายเอาดาบหน้า แม้ทำได้แต่ก็คงมีการยื่นไม่ไว้วางใจได้ ถ้าโหวตก็แพ้ ยุบสภา ถามว่าพรรคอื่นพร้อมยุบสภาหรือไม่ เพราะถือว่ามีเหตุให้ไม่ไว้วางใจได้ ที่ดันทุรังทั้งๆ ที่แพ้การเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25389</URL_LINK>
                <HASHTAG>Code Thailand  ดันปฏิรูป-แก้ศก., นายพิชัย นริพทะพันธุ์, พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่, พรรคไทยรักษาชาติ, แทบลอยด์, แทบลอยด์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c27793821cec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
