<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง !! ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวปลาอาหารจากพี่น้องต่างจังหวัดส่งมาช่วยชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทนั่งรถซาเล้งเข้าไปตรวจคัดกรองโควิดที่ชุมชนย่านอ่อนนุช&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขึ้นชื่อเรื่องแบบนี้แล้ว&amp;nbsp; ท่านผู้อ่านคงจะคิดในใจว่า &amp;ldquo;มันต้องเป็นเรื่องม็อบหรือการชุมนุมทางการเมืองแน่ๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; แต่เปล่าหรอกครับ&amp;nbsp; เพราะเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้&amp;nbsp; เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การชุมนุมทางน้ำใจ&amp;rdquo; ของพี่น้องเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศที่ส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; รวมถึงการระดมกำลังของทีมแพทย์ชนบทและจิตอาสามาช่วยเหลือชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่โดนพิษโควิดเล่นงานจนเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมย่าน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวจากนารวม &amp;lsquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; บอกว่า &amp;nbsp;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองชุมแพมี 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน&amp;nbsp; ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดเหมือนกัน&amp;nbsp; เพราะชาวชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; มีอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ขับรถรับจ้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อทางเทศบาลประกาศปิดตลาดสด&amp;nbsp; ปิดสถานีเดินรถ บขส.&amp;nbsp; ปิดถนนคนเดิน&amp;nbsp; เพื่อควบคุมโควิด&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านที่เคยทำมาหากินในย่านนี้ต้องเดือดร้อน&amp;nbsp; เพราะถนนไม่มีคนเดิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ก็ถือว่า&amp;nbsp; คนที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดือดร้อนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพราะเรายังพอมีพื้นที่ปลูกผัก&amp;nbsp; ปลูกข้าว&amp;nbsp; หาปู&amp;nbsp; หาปลา&amp;nbsp; หาหน่อไม้มาทำกินได้&amp;nbsp; อากาศก็ยังปลอดโปร่ง&amp;nbsp; บ้านเรือนไม่แออัด&amp;nbsp; เมื่อรู้ข่าวว่าพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ เดือดร้อนเพราะโควิด&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ขาดข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ขาดยา&amp;nbsp; ขาดสมุนไพร&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนในภาคต่างๆ จึงประชุมกันผ่านซูม &amp;nbsp;ผ่านกลุ่มไลน์&amp;nbsp; บอกข่าวว่าพี่น้องในชนบทจะช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร ?&amp;nbsp; ใครมีพริก&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพร&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีปลาร้า ปลาแห้ง&amp;nbsp; ก็ให้ส่งมาตามกำลังที่มีอยู่&amp;nbsp; แล้วรวบรวมส่งรถบรรทุกไปกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองในฐานะแกนนำคนหนึ่งของภาคอีสานบอกความเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;สมาชิกเครือข่ายบ้านมั่นคงฯ เมืองชุมแพ ประชุมรับมือสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเป็นตัวอย่างหนึ่งของการมองการณ์ไกล&amp;nbsp; โดยสร้างแหล่งอาหารของชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; ราวปี 2547 พวกเขาที่เดือดร้อนเพราะไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องบุกรุกที่ดินรัฐและเอกชนปลูกสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ถูกขับไล่&amp;nbsp; จึงรวมตัวกันจัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองชุมแพและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่าที่ดินรัฐหรือซื้อที่ดินใหม่เพื่อสร้างบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; (ปัจจุบันสร้างบ้านเสร็จและเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; รวม 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน /สืบค้นรายละเอียดได้ใน google &amp;ldquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นในปี 2553 พวกเขาได้ระดมหุ้นจากสมาชิกเครือข่ายจัดซื้อที่นา&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 38 ไร่&amp;nbsp; (ราคา 2.6 ล้านบาท) เพื่อทำนารวม&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ได้ข้าวเปลือก (ข้าวเหนียว) ประมาณปีละ 20 ตัน&amp;nbsp; นำผลผลิตมาขายเข้ากองทุน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือแบ่งปันให้ผู้เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดคือส่งมาช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ที่กำลังโดนพิษโควิดเล่นงานอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มันเหมือนกับเป็นสงครามโรคที่รุนแรงมาก&amp;nbsp; และเรามองไม่เห็นตัวมัน&amp;nbsp; แต่ก็เดือดร้อนกันไปหมด&amp;nbsp; พี่น้องในชนบทก็ได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp; แต่เรายังช่วยเหลือตัวเองได้&amp;nbsp; ส่วนพี่น้องในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีความลำบากกว่า&amp;nbsp; เราจึงต้องช่วยเหลือกันเพื่อให้รอดจากสงครามครั้งนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ธารน้ำใจจากชนบทสู่เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เพียงข้าวเหนียว&amp;nbsp; พริกแห้ง&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จากเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเท่านั้น&amp;nbsp; พี่น้องชาวชุมชนภาคอีสานที่รวมตัวกันในนามเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ&amp;nbsp; ศรีสะเกษ&amp;nbsp; เลย&amp;nbsp; สกลนคร&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องจากภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคกลาง&amp;nbsp; ภาคตะวันตก&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ภาคตะวันออก&amp;nbsp; ยังได้ทยอยส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นอาหารและมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโควิดด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอมแดง&amp;nbsp; ขิง&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้ &amp;nbsp;กระชาย&amp;nbsp; กระเทียม&amp;nbsp; มะกรูด&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชาวชุมชนในกรุงเทพฯ มาช่วยกันคัดแยกอาหารก่อนแบ่งปันไปสู่ชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วีนัส&amp;nbsp; ตีรพัฒนพันธุ์ &amp;nbsp;จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ผู้ประสานงานการรับมอบสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนบอกว่า&amp;nbsp; พอช. มีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ เหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สมาชิก&amp;nbsp; เมื่อพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; จึงช่วยกันกระจายข่าวเพื่อรวบรวมผลผลิตที่ตัวเองมีอยู่นำใส่รถบรรทุกส่งมาที่ พอช. กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้พี่น้องชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มาแบ่งปันกันไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งมอบน้ำใจให้แก่พี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; โดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน-เครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชน จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีเครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วภูมิภาคทยอยส่งข้าวปลาอาหารเข้ามาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; (ประมาณ 30 ตัน) &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทน้ำตาลมิตรผลมอบแอลกอฮอล์เพื่อใช้ทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค&amp;nbsp; บริษัทไทยเบฟฯ มอบน้ำดื่มและแตงโมที่รับซื้อช่วยเหลือเกษตรกร 4,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการมอบของใช้สำหรับผู้ป่วย ชมรมฮักหล่มสักมอบสบู่และยาสีฟัน&amp;nbsp; สมาคมบริษัทจดทะบียนไทยมอบข้าวสาร 1,000&amp;nbsp; กิโลกรัม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้าวปลาอาหารและสิ่งของต่างๆ กระจายลงไปสู่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; และนครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านสุวิทย์วัดหนู&amp;nbsp; บ้านพูนสุข จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 42 เมือง/เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวสารจำนวน 200 ถุง รวม 1,000 กิโลกรัมจากสมาคมบริษัทจดทะบียนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ร่วมกันสร้างวัคซีนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าขณะนี้การฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังไม่ครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นแหล่งแพร่เชื้อคลัสเตอร์ใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้นั่งงอมืองอเท้า&amp;nbsp; หรือรอความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนที่มีการรวมตัวกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครสาธารณสุข&amp;nbsp; (อสส.)&amp;nbsp; มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)&amp;nbsp; รวมทั้งจิตอาสาในชุมชนที่รวมตัวมาช่วยเหลือกันในยามยากลำบากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;ซอยรามคำแหง 39 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรรวมกว่า 20,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; เป็นพนักงานร้านอาหาร&amp;nbsp; พนักงานในห้าง&amp;nbsp; ร้านนวด&amp;nbsp; คาราโอเกะ&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; รปภ. ฯลฯ&amp;nbsp; ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าตั้งแต่โควิดระลอกแรกปี 2563 เพราะมีการปิดงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนสมาชิกจึงใช้เงินกองทุนที่มีอยู่&amp;nbsp; รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชนประมาณ 1 ไร่ (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชนหรือ CI (Community Isolation) ที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการยังไม่รุนแรง&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; ตอนนี้มีชาวบ้านที่ติดเชื้อมาพักรักษาตัว 5 คน&amp;nbsp; และมี CI ของ กทม. ตั้งอยู่ในวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยใกล้ชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ 90 คน&amp;nbsp; โดยเราส่งจิตอาสาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในชุมชนจำนวน 8 คน เข้าไปเรียนรู้การทำงานและช่วยงานพยาบาลใน CI แห่งนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนผู้ป่วย&amp;nbsp; การจัดคิวเตียง&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; รวมทั้งออกไปเยี่ยมครอบครัวผู้ติดเชื้อและให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนด้วย&amp;nbsp; ต่อไปจิตอาสาของเราก็จะช่วยดูแลคนในชุมชนได้&amp;nbsp; เป็นการป้องกันและสร้างวัคซีนในชุมชนขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันวางเตียงกระดาษที่ศูนย์เด็กเล็กชุมชนรุ่งมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; หากเตียงใน CI ยังไม่ว่าง&amp;nbsp; จะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; โดยทีมจิตอาสาจะให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การดูแลตัวเอง&amp;nbsp; การแยกตัวออกจากคนในครอบครัว ฯลฯ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยทีมงานจิตอาสาจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; ขณะนี้มีผู้กักตัวในบ้าน 11 ครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนบ้านเกาะ&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาแกนนำในชุมชนได้เข้าอบรมความรู้เรื่องไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมจัดตั้ง&amp;nbsp; Home Isolation&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยบูรพาให้ความรู้ผ่านระบบซูม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนได้เตรียมบ้านว่างหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; รองรับได้ประมาณ 7-8 คน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครในชุมชนประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ช่วยกันทำงาน&amp;nbsp; ประสานกับคลินิกอบอุ่น&amp;nbsp; และศูนย์สาธารณสุข 69 เขตคันนายาว&amp;nbsp; เพื่อให้คำแนะนำและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อในชุมชนกว่า 100 คน&amp;nbsp; (ส่วนหนึ่งรักษาตัวที่บ้านและหายแล้ว)&amp;nbsp; หากใครเจ็บป่วยรุนแรงก็ต้องส่งไปรักษาข้างนอก&amp;nbsp; และยังมีครัวกลางทำอาหารแจกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพรจากเครือข่ายองค์กรชุมชนในต่างจังหวัดที่ส่งมาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากความตื่นตัวของชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ที่เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่มองไม่เห็นศัตรูแล้ว&amp;nbsp; การตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัด&amp;nbsp; เพื่อคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อออกมารักษา&amp;nbsp; ไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเหมือนไฟลามทุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับว่ามีความสำคัญอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; เพราะหากประชาชนไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ (เพราะอาการยังไม่รุนแรง) ก็จะทำให้การแพร่เชื้อกระจายไปได้ง่าย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดที่มีประชาชนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ศูนย์สาธารณสุข กทม.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันจัดตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; รวมแล้ว 3 ครั้ง&amp;nbsp; โดยยึดหลัก &amp;ldquo;ตรวจให้เร็ว&amp;nbsp; รักษาให้เร็ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ลดอัตราการเจ็บป่วยหนัก&amp;nbsp; และลดภาวะเตียงล้น&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ชาวชุมชนคลองเตยทุกเพศวัยมาตรวจคัดกรองโควิดกับทีมแพทย์ชนบทเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้มีชาวชุมชนได้รับการตรวจไปแล้วกว่า 200,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษารวดเร็วภายในวันเดียว&amp;nbsp; เพราะทีมแพทย์ชนบทจะแจกยาให้แก่ผู้ติดเชื้อตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4-10 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีผู้ตรวจจำนวน 145,556 คน&amp;nbsp; ใน 369 ชุมชน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อจำนวน 16,186 คน&amp;nbsp; (11.1 %)&amp;nbsp; ได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์รวม&amp;nbsp; 9,343 คน&amp;nbsp; ได้รับยาฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; 3,614 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp; 7,761 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่ติดเชื้อจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย&amp;nbsp; ขณะเดียวกันผู้ติดเชื้อเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาทันที&amp;nbsp; โอกาสที่จะรักษาหายและเชื้อไม่แพร่กระจายจึงมีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือตัวอย่างการสานพลังทางสังคม&amp;nbsp; โดยพี่น้องเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;nbsp; ไม่มีใครจ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อผ่านวิกฤตโควิด&amp;nbsp; หรือสงครามโรคครั้งนี้ไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114645</URL_LINK>
                <HASHTAG>CI, Community Isolation, Home Isolation, การชุมนุมทางน้ำใจ, จิตอาสา, ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการ, ชมรมฮักหล่มสัก, ชุมชนบ้านเกาะ, ชุมชนภาคอีสาน, ชุมชนในกรุงเทพฯ, ตรวจโควิดเชิงรุก, ตรวจให้เร็ว  รักษาให้เร็ว, นุชจรี  พันธ์โสม, บริษัทน้ำตาลมิตรผล, บริษัทไทยเบฟฯ, บ้านมั่นคง, บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ, ป้าสนอง  รวยสูงเนิน, พอช, พี่น้องเครือข่ายชุมชน, มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง, วีนัส  ตีรพัฒนพันธุ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สมาคมบริษัทจดทะบียนไทย, สร้างวัคซีนในชุมชน, สร้างแหล่งอาหารของชุมชน, สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด, เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน, เครือข่ายบ้านมั่นคง, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ, เทศบาลเมืองชุมแพ, แพทย์ชนบท, โครงการ ‘บ้านมั่นคง’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61276deb392ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักทิ้ง!!ช่วยคนเก็บขยะปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ก่อให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเข้าขั้นวิกฤติ จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เดือนมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2564 รวมทั้งหมด 31,709.84 ตัน เฉพาะในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวพบปริมาณมูลฝอยติดเชื้อสูงที่สุดเฉลี่ย 210 ตันต่อวัน ยิ่งมีนโยบายให้แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ยิ่งเพิ่มมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อจากครัวเรือนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว กระดาษทิชชู่ ถุงมือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) มีความเสี่ยงสูงสุด ดังนั้นการสร้างวินัยการทิ้งขยะให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง ควรเริ่มจากในครัวเรือนและชุมชนเป็นอันดับต้นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำระดับโลกมีคำแนะนำ 4 วิธีการง่ายๆ ในการทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อ #Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ โดยรวบรวมข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.ต้องรู้จักประเภทและสัญลักษณ์แทน &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; กันก่อน กรมควบคุมมลพิษ ได้ให้นิยามของ &amp;ldquo;มูลฝอยติดเชื้อ&amp;rdquo; หรือ ขยะติดเชื้อ คือ มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความเข้มข้นซึ่งถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วสามารถทำให้เกิดโรคได้ โดยที่กรมอนามัยแจ้งว่าในช่วงเวลานี้ขยะติดเชื้อทั้งที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงขยะจากผู้ป่วยผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolationเช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ Antigen Test Kit จำเป็นต้องมีการแยกทิ้งจากขยะทั่วไป และเพื่อ Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ควรหาสัญลักษณ์ที่ใช้แทนขยะติดเชื้อ ได้แก่ ถุงขยะสีแดง ถังขยะสีแดง หรือใช้ปากกาเมจิกเขียนระบุว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; จากนั้นทิ้งลงถังที่มีฝาปิดมิดชิด หรือไม่ก็ทำป้ายสัญลักษณ์ &amp;ldquo;รูปหัวกะโหลกไขว้&amp;rdquo; ติดไว้บริเวณจุดตั้งถังขยะอย่างชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. รวบรวมขยะติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อเบื้องต้น ขยะปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ทิชชู่ต่างๆ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) ควรทิ้งแยกในถุงซิป หากไม่มีก็สามารถใช้ถุงพลาสติกทั่วไปแต่ซ้อนสองขั้น มัดปากถุงให้แน่นแล้วฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปบริเวณปากถุง ในส่วนของขยะติดเชื้อทั่วไปจากผู้กักตัวที่บ้านแบบ Home Isolation ใช้วิธีคล้ายๆ กัน คือ ก่อนทิ้งให้นำสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปฉีดพ่นใส่ก่อน ลงทิ้งในถุงขยะสีแดง หรือ ทิ้งลงถุงขยะสีดำทั่วไป จากนั้นเขียนด้วยปากกาเมจิกระบุว่าถุงขยะติดเชื้อ หรือทำสัญลักษณ์สีแดงไว้เพื่อให้พี่ๆ พนักงานเก็บขยะได้ระมัดระวังตัว หากเป็นขยะติดเชื้อที่รวมกับของมีคม ควรใส่ถุงซ้อนสองชั้น และควรบรรจุขยะเพียง 2 ใน 3 เพื่อลดการฉีกขาดของถุง และไม่ให้ถุงแน่นจนเกินไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะ บ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า และสถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการทิ้งขยะติดเชื้อทั้งของผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ติดเชื้อโควิดแบบ Home Isolation แนะนำให้แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น ส่วนกรุงเทพมหานครทั้ง 52 เขต ให้แจ้งไปยังสำนักเขตนั้นๆ เบอร์ติดต่อ คลิก http://www.the-than.com/saranalu/S1/30.html เพื่อเข้าจัดเก็บและจัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ สวมชุดป้องกันตน PPE สำหรับจัดเก็บอย่างถูกหลักการกำจัดขยะติดเชื้อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. ควรรวบรวมขยะติดเชื้อทุกวันและแยกทิ้งจากขยะทั่วไป โดยทิ้งลงในถุงขยะสีแดงซ้อนสองชั้น ชั้นแรกสัมผัสขยะติดเชื้อโดยตรง ควรมัดให้แน่นก่อนแล้วฉีดฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง เมื่อทุกถุงผ่านการฆ่าเชื้อเบื้องต้นแล้ว ก็ดำเนินการแจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น หรือสำนักเขต &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114180</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, HERO, Home Isolation, กระทรวงสาธารณสุข, กักตัวที่บ้าน, การแยกกักตัวในชุมชน, การแยกทิ้งจากขยะทั่วไป, ขยะอันตราย, คนเก็บขยะ, ชุดตรวจโควิด-19, ปัญหาขยะติดเชื้อ, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61224d606a8d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์พักคอย (Community Isolation) แบบครบวงจร หนึ่งในแสงสว่างท่ามกลางวิกฤตโควิด – 19 ที่จังหวัดลพบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นและรอเข้ารับรักษาเป็นจำนวนมาก แม้จะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพิ่ม 2 แห่ง และศูนย์พักคอยต้นปาล์ม อินน์ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี ได้ตระหนักถึงสุขภาพและความปลอดภัยของทุกคนเป็นสำคัญ จึงมีนโยบายในการขยายพื้นที่เข้าสู่ชุมชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือแบบบูรณาการในการจัดตั้งศูนย์พักคอยแบบครบวงจร หรือ Community Isolation ภายใต้การทำงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานปกครองในพื้นที่ ชุมชน และเครือเบทาโกร โดยทีมงาน บริษัท บี.ฟู้ดส์ โปรดักส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนให้เร็วที่สุด และลดความหนาแน่นของโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลสนาม แบ่งเบาภาระระบบสาธารณสุขและบุคลากรทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันรูปแบบการทำศูนย์พักคอยแบบครบวงจร จังหวัดลพบุรี นับว่าเป็นโมเดลหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในด้านจำกัดขอบเขตของการแพร่ระบาดของโรคในชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp; โดยทุกฝ่ายจะร่วมกันประสานข้อมูลในทันทีอย่างเป็นระบบ บริหารจัดการ ดูแลผู้ที่กักตัว ตลอดจนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพ การรักษา การจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นเบื้องต้น อาทิเช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดระดับออกซิเจน เครื่องวัดอุณหภูมิ และเครื่องยังชีพจำเป็นต่างๆ อาทิเช่น อาหาร เครื่องนอน ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถช่วยลดการแพร่ระบาดในชุมชน&amp;nbsp; ผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี รวมถึงก่อให้เกิดเครือข่ายการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐระดับจังหวัด ระดับพื้นที่ คนในชุมชน และภาคเอกชนที่มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคตได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ภายใต้การทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา และความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างหนักของจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp; โดยสาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)&amp;nbsp; องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเครือเบทาโกร โดยทีมงาน บริษัท บี.ฟู้ดส์ โปรดักส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด จึงเกิดเป็นความสำเร็จของ &amp;ldquo;รูปแบบการทำศูนย์พักคอยแบบครบวงจร (Community Isolation)&amp;rdquo; ครั้งแรกของจังหวัดลพบุรี ที่มีกระบวนการทำงานเป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม 8 อำเภอหลัก โดยแบ่งศูนย์พักคอยออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ศูนย์พักคอยขาเข้า (CI ขาเข้า) เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน ซึ่งเมื่ออาการดีขึ้นเป็นปกติก็จะสามารถกลับเข้าสู่ชุมชนได้อย่างปลอดภัย แต่หากมีอาการรุนแรงมากขึ้นจะถูกนำส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลักทันที และศูนย์พักคอยขาออก (CI ขาออก) เพื่อรองรับผู้ที่หายป่วยหลังออกจากโรงพยาบาลเข้าทำการกักตัวต่ออีก 14 วัน ก่อนกลับเข้าสู่ชุมชน นับเป็นการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจยิ่งขึ้นให้กับทั้งผู้ที่หายป่วยและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงมือทำจริงจนได้รูปแบบการทำศูนย์พักคอยแบบครบวงจรที่เสร็จสมบูรณ์นั้น เราได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้คนในชุมชนมีความมั่นใจและยอมรับการจัดตั้งศูนย์พักคอย ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรการป้องกันและดูแลผู้ติดเชื้อทุกคนว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีตามหลักสุขอนามัยที่ถูกต้อง แต่จากวิสัยทัศน์ของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี ประกอบกับความร่วมมือของทุกภาคส่วน ผ่านการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกัน จึงเกิดเป็นเครือข่ายการทำงานแบบบูรณาการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับแนวทางการดูแลด้านสาธารณสุข และนี่นับเป็นอีกหนึ่งแสงสว่างท่ามกลางวิกฤต ที่ทำให้เราได้เห็นคุณค่าของการร่วมสร้างสังคมและชุมชนที่ดีร่วมกัน เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113607</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community Isolation, คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลพบุรี, คัดแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน, จังหวัดลพบุรี, นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร, บริษัท บี.ฟู้ดส์ โปรดักส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด, รูปแบบการทำศูนย์พักคอยแบบครบวงจร (Community Isolation), ศูนย์พักคอย, ศูนย์พักคอยต้นปาล์ม อินน์, หนึ่งในแสงสว่างท่ามกลางวิกฤตโควิด – 19, แบบครบวงจร, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b75293fb22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกชุมชนคลองเตยตั้งเป้าตรวจโควิดอีก 4,000 คน ‘หมอสันต์’ เสนอผู้ว่า กทม.ใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย-แยกผู้ติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวชุมชนคลองเตยเดินทางมาตรวจโควิดที่โรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุงเทพฯ / แพทย์ชนบทลุยตรวจโควิดชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ เป็นวันที่ 2 รวม 21 จุดตรวจ&amp;nbsp; ผู้รับการตรวจ23,300 คน&amp;nbsp; ส่วนที่ชุมชนคลองเตยสถานการณ์การติดเชื้อโควิดยังรุนแรง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ครูประทีป&amp;rsquo; เผย&amp;nbsp; แม้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 50,000 คน&amp;nbsp; แต่ยอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อที่ศูนย์พักคอยวัดสะพาน 4,000 คน&amp;nbsp; กักตัวในบ้านอีก 500 หลัง&amp;nbsp; &amp;lsquo;หมอสันต์&amp;rsquo; เสนอผู้ว่า กทม.เปิดโรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชนและครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทนำทีมโดย นพ.สุภัทร&amp;nbsp; ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมฯ ได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ ในต่างจังหวัด&amp;nbsp; เข้ามาตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ &amp;nbsp;และปริมณฑล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; เป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยจะมีทีมตรวจหาเชื้อทั้งหมดกว่า 40 ทีมๆ ละ 8-10 คน &amp;nbsp;รวมทั้งหมดประมาณ 400 คน&amp;nbsp; กระจายลงจุดตรวจตามชุมชนและสถานที่ต่างๆ ตั้งเป้าตรวจวันละ 30 จุดๆ 1,000 คน&amp;nbsp; หรือวันละ 30,000 คน&amp;nbsp; รวม 7 วันจะสามารถตรวจได้ทั้งหมดประมาณ 210,000 คน&amp;nbsp; และการตรวจ Walk in&amp;nbsp; จากทีมโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกประมาณ 35,000 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมผู้ได้รับการตรวจทั้งหมดประมาณ 250,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเดิมตรวจโควิดวันแรกกว่า 20 จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้ (4 สิงหาคม) เป็นวันแรก&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; รวมกว่า 20 จุด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วัดไผ่เงิน&amp;nbsp; เขตบางคอแหลม&amp;nbsp; วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ &amp;nbsp;บ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&amp;nbsp; วัดวงษ์ลาภาราม&amp;nbsp; เขตหนองแขม&amp;nbsp;&amp;nbsp; มัสยิดอัดตั๊กวา&amp;nbsp; เขตมีนบุรี&amp;nbsp; สุเหร่าแบนใหญ่&amp;nbsp; เขตหนองจอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; วัดคันลัด&amp;nbsp; จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละจุดมีประชาชนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงมารอรับการตรวจตั้งแต่เช้า&amp;nbsp; โดยมีอาสาสมัครในชุมชน&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต&amp;nbsp; จิตอาสาจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนตรวจ&amp;nbsp; การจัดคิว&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; จัดจุดพักคอยเพื่อรอฟังผลการตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บสารคัดหลั่งในโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; จะรู้ผลแต่ละรายไม่เกิน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจของทีมแพทย์ชนบทจะเริ่มด้วยการทำการ swab &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจเพื่อหาเชื้อด้วย rapid test หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที /ราย&amp;nbsp; หากไม่พบเชื้อผู้ตรวจจะกลับบ้านได้เลย&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิชัย&amp;nbsp; พร้อมมูล&amp;nbsp; ประธานชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน &amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองเป็นจุดตรวจแห่งหนึ่งในเขตบางบอน&amp;nbsp; โดยเมื่อวานนี้มีประชาชนในชุมชนบ้านมั่นคงและชุมชนใกล้เคียงมาตรวจทั้งหมด 419 คน&amp;nbsp; ตรวจพบติดเชื้อจำนวน 21 คน&amp;nbsp; แต่ละคนแพทย์จะจ่ายยาให้ตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หากอาการไม่มากหรืออยู่ในกลุ่มสีเขียวจะได้รับยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและยาอื่นๆ&amp;nbsp; หากอาการมากจะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp; และลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ส่วนทีมแพทย์ชนบทที่ตรวจมาจากจังหวัดลำพูน (สสจ.ลำพูน) จำนวน 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผู้ที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อทั้ง 21 คนเป็นชาวชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านในชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทองไม่พบผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; แต่เราก็จะไม่ประมาท ยังเข้มงวดเรื่องการตรวจวัดอุณหภูมิคนเข้า-ออก&amp;nbsp; มีมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ห้ามมั่วสุมในชุมชน&amp;nbsp; ออกจากบ้านต้องใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; เพราะก่อนหน้านี้มีคนในชุมชนของเราติดเชื้อรวม 16 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รักษาหายแล้ว 10 คน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออีก 6 คนอยู่ในระหว่างการรักษาตัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานชุมชนบอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจที่ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.จเด็จ &amp;nbsp;ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ภายหลังจากที่ประชาชนได้รับการตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 แล้ว &amp;nbsp;มาตรการสำคัญที่สุด คือการนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแล &amp;nbsp;โดยในกลุ่มผู้ติดเขื้อสีเขียวหรือกลุ่มไม่มีอาการ-อาการไม่รุนแรงนั้น &amp;nbsp;สปสช.ได้ประสานคลินิกชุมชนอบอุ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโรงพยาบาล &amp;nbsp;เพื่อจับคู่ดูแลที่บ้าน (Home Isolation) ส่วนของกลุ่มที่สภาพที่อยู่อาศัยไม่สามารถดูแลที่บ้านได้ &amp;nbsp;จะเป็นการดูแลในระบบชุมชน (Community Isolation) ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ในการเฝ้าระวังอาการและติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนคลองเตยยังน่าห่วงตรวจอีก 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนวันนี้ (5 สิงหาคม) ทีมแพทย์ชนบทได้กระจายบุคลากรลงตรวจตามชุมชนต่าง ๆ รวมทั้งหมด 21 จุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองรับชาวชุมชนแออัดประมาณ 40 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ละจุดจะมีผู้มาลงทะเบียนตรวจประมาณ 400-1,500 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนคลองเตย 1,000 คน&amp;nbsp; แคมป์คนงานบริเวณถนนกำแพงเพชร 7 เขตบางกะปิ&amp;nbsp; ประมาณ 700 คน&amp;nbsp; อุ่รถเมล์คลองเตย&amp;nbsp; ตรวจพนักงาน ขสมก.ประมาณ 1,300 คน&amp;nbsp; จุดตรวจแบบ Walk in&amp;nbsp; โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าที่สมาคมชาวปักษใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมผู้เข้ารับการตรวจวันนี้ทั้งหมดประมาณ 23,300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า&amp;nbsp; จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; ตรวจโควิดชาวชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางประทีป&amp;nbsp; อึ้งทรงธรรม&amp;nbsp; ฮาตะ เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทจะเข้ามาตรวจชาวชุมชนคลองเตยในระหว่างวันที่ 5-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; โดยก่อนหน้านี้ทีมแพทย์ชนบทและแพทย์จากในกรุงเทพฯ ได้มาตรวจเพื่อหาเชื้อชาวชุมชนคลองเตยแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp; และมีประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วจำนวน&amp;nbsp; 50,000 คน&amp;nbsp; จากจำนวนประชากรในชุมชนคลองเตยทั้งหมดประมาณ 1 แสนคน&amp;nbsp; ซึ่งรวมถึงประชากรแฝง&amp;nbsp; แรงงานต่างด้าวที่ทำงานและพักอาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แม้ชาวคลองเตยจะฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วประมาณ 50,000 เข็ม&amp;nbsp; ทำให้ช่วงแรกสถานการณ์ดีขึ้น&amp;nbsp; และยังมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพานรองรับคนป่วยก่อนส่งต่อไปโรงพยาบาล&amp;nbsp; แต่ตอนนี้คนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังติดเชื้อได้อีก และแพร่ระบาดไปเร็วมาก&amp;nbsp; เฉพาะศูนย์พักคอยที่วัดสะพานก็มีข้อมูลคนที่ติดเชื้อแล้วประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; และมีคนที่ติดเชื้อและกักตัวอยู่ในบ้านอีกจำนวนมาก&amp;nbsp; ประมาณ&amp;nbsp; 500 หลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปบอกสถานการณ์การแพร่ระบาดในชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิดวงประทีปบอกต่อไปว่า&amp;nbsp; การตรวจวัคซีนของทีมแพทย์ชนบทในชุมชนคลองเตยรอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 &amp;nbsp;โดยรอบแรกตรวจเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตรวจไปแล้วประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อประมาณ 300 คน&amp;nbsp; หรือคิดเป็นร้อยละ 30&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบใหม่นี้ประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ประเมินว่าจะพบผู้ติดเชื้อประมาณร้อยละ 25 หรือติดเชื้ออีกประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการรองรับและดูแลผู้ที่ติดเชื้อนั้น&amp;nbsp; นางประทีปกล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ในชุมชนคลองเตยมีศูนย์พักคอยที่วัดสะพาน 1 แห่ง&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยเพื่อรักษาและดูอาการได้จำนวน 400 เตียง&amp;nbsp; แต่ไม่พอ&amp;nbsp; จึงประสานงานกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมเปิดศูนย์พักคอยอีก 1 แห่งที่สนามฟุตบอลของทีมท่าเรือ&amp;nbsp; รองรับได้อีก 240 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มูลนิธิดวงประทีปได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อดูแลผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; โดยเจ้าหน้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีหน่วยงานและภาคเอกชนสนับสนุนด้านอาหาร ข้าวสาร&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; และมีเครื่องช่วยหายใจที่ได้รับบริจาคจากเอกชนเอาไปช่วยคนที่ติดเชื้อหายใจลำบาก&amp;nbsp; จำนวน 10 เครื่อง&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่เพียงพอ&amp;nbsp; หากมีผู้บริจาคเพิ่มมูลนิธิดวงประทีปก็ยินดี&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในช่วงนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปกล่าว&amp;nbsp; และว่า&amp;nbsp; ตอนนี้มูลนิธิฯ ต้องการแอลกอฮอล์ฉีดพ่นฆ่าเชื้อโรคในบ้านและชุมชน&amp;nbsp; นมผงสำหรับเด็กทารก&amp;nbsp; นม UHT สำหรับเด็กเล็ก&amp;nbsp; รวมทั้งผ้าอ้อมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ที่ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคติดต่อได้ที่มูลนิธิดวงประทีป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ซ้าย) ครูประทีป (ขวา) นพ.สันต์กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิดวงประทีปเตรียมแจกอาหารให้ผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สันต์&amp;nbsp; หัตถีรัตน์ &amp;nbsp;ประธานมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนขอเสนอว่า&amp;nbsp; กทม.ควรจะใช้โรงเรียนในสังกัดของ กทม.เปิดเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมา กทม.ไม่ขยับเรื่องนี้เลย&amp;nbsp; ทั้งที่ต่างจังหวัดเริ่มทำไปแล้ว&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกมา&amp;nbsp; ไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่น&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัด&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่ที่จะทำศูนย์พักคอย&amp;nbsp; อีกทั้งบ้านเรือนก็คับแคบ&amp;nbsp; ไม่สามารถกักตัวอยู่ในบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมอยากให้ผู้ว่า กทม. เสนอให้ผู้อำนวยการเขตใช้โรงเรียนเป็นศูนย์พักคอย&amp;nbsp; เพราะโรงเรียนมีห้องอยู่แล้ว&amp;nbsp; เพียงเอาเตียงไปใส่&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องน้ำก็มีอยู่แล้ว&amp;nbsp; โรงเรียนก็ปิด&amp;nbsp; และเอาครูมาช่วยดูแล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้บุคลากรทางแพทย์ขาดแคลนมาก&amp;nbsp; ต้องเอาแพทย์จากชนบทเข้ามาช่วย&amp;nbsp; ถ้าโรงเรียนทำตรงนี้ได้ก็จะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนได้มาก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สันต์บอกถึงข้อเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเมินโอกาสพบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัด 10-15 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การตรวจโควิดของทีมแพทย์ชนบทในกรุงเทพฯ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 &amp;nbsp;โดยตรวจ 2 ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน &amp;nbsp;คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมดจากการประมาณการของชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; ปฏิบัติการครั้งที่ 3&amp;nbsp; นี้จะสามารถคัดกรองผู้คนในเมืองกรุงได้ประมาณ 250,000 ราย &amp;nbsp;หากผลบวกอยู่ที่ประมาณ 10-15% จะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน &amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาวะเตียงล้นของโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ลงได้ &amp;nbsp;เพราะทีมแพทย์จะพยายามจ่ายยา favipiravir ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่จะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดตรวจโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยา favipiravir 1 ชุด 50 เม็ด กินติดต่อกัน 5 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งทีมแพทย์ชนบทเข้ามาตรวจเชิงรุกครั้งที่ 3 นี้&amp;nbsp; เกิดจากความร่วมมือและการประสานงานของหลายฝ่าย คือ &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์&amp;nbsp; สถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี (IHRI) รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;ทีมโควิดชุมชน (Com-Covid)&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ผู้นำชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยรายชื่อทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ทีม รพ. สิชล จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ทีม รพ.จะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; 3. ทีม รพ. สมเด็จนาทวี จ.สงขลา&amp;nbsp; 4. ทีม สสจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ทีม สสจ. เชียงราย&amp;nbsp; 6. ทีม สสจ. ลพบุรี&amp;nbsp; 7. ทีม สสจ. น่าน&amp;nbsp; 8. ทีม สสจ. สุรินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;9. ทีม สสจ. ยโสธร&amp;nbsp; 10. ทีม รพท.ชุมพร&amp;nbsp; 11. ทีม รพศ.มหาราช &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;nbsp;12. ทีม สสจ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; 13. ทีม สสจ.ขอนแก่น (มา 3 ทีม)&amp;nbsp; 14. ทีม รพ.ด่านมะขามเตี้ย&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; 15. ทีม สสจ. สุโขทัย&amp;nbsp; 16. ทีม สสจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; 17. ทีม รพท. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18. ทีม สสจ. อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 19. ทีม สสจ. แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;20. ทีม รพท. มหาสารคาม&amp;nbsp; 21. ทีม รพท. กาฬสินธุ์&amp;nbsp; 22. ทีม สสจ. ชุมพร &amp;nbsp;23. ทีม สสจ. ระนอง&amp;nbsp; 24. ทีม รพ.ตากใบ + รพ. แว้ง &amp;nbsp;สสจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25.ทีม รพ.รามัน&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; 26. ทีม สสจ. &amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp; 27. ทีม รพท. สมุทรปราการ (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 28. ทีม สสจ. เพชรบุรี&amp;nbsp; 29. ทีม สสจ. สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 30. ทีม สสจ. แม่ฮ่องสอน/รพ. ปางมะผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 31. ทีม รพ.บางกรวย&amp;nbsp; 2 จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 32. ทีม สสจ. นครปฐม/รพ.หลวงพ่อเปิ่น (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 33. ทีมเภสัชกร อาสา อ.สุนี มข.ช่วยจ่ายยา&amp;nbsp; 34. ทีม สสจ. นครสวรรค์&amp;nbsp; 35. สมาคม/สภาเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; 36. ทีม รพ.หนองม่วงไข่ &amp;nbsp;จ.แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;37. ทีม รพ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (ลงพื้นที่ตนเอง) &amp;nbsp;38. ทีม สสจ.กำแพงเพชร&amp;nbsp; 39.ทีม สสจ.ลำพูน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมแพทย์และบุคลากรจากชมรมแพทย์ชนบทจะกระจายลงตรวจตามจุดและชุมชนที่มีการประสานงานและเตรียมพร้อมก่อนหน้านี้ประมาณวันละ 30 จุดๆ ละ 400-1,000 คน&amp;nbsp; ส่วน รพ.มหาราชนครราชสีมา &amp;nbsp;จะเปิดจุดตรวจแบบ Walk in วันละ 1 จุด&amp;nbsp; สามารถตรวจได้วันละประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; เช่น วันที่ 4 สิงหาคมที่วัดหนัง&amp;nbsp; เขตจอมทอง&amp;nbsp; วันที่ 5 สมาคมชาวปักษ์ใต้&amp;nbsp; เขตบางแค&amp;nbsp; วันที่ 6&amp;nbsp; หน้าศูนย์การค้าเกตเวย์&amp;nbsp; เขตบางซื่อ&amp;nbsp; วันที่ 7 วัดยาง&amp;nbsp; เขตสวนหลวง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะมีจุดตรวจทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 174 จุด&amp;nbsp; รองรับชุมชนต่างๆ ได้ประมาณ 300 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของทีมแพทย์ชนบทบุกเมืองกรุงครั้งที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112326</URL_LINK>
                <HASHTAG>Com-Covid, Community Isolation, Home Isolation, Rapid test, swab, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนคลองเตย, ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง, ตั้งเป้าตรวจโควิด, ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลปางมะผ้า, ทีมโควิดชุมชน, นพ.จเด็จ  ธรรมธัชอารี, นพ.สันต์  หัตถีรัตน์, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ, นายวิชัย  พร้อมมูล, มูลนิธิดวงประทีป, มูลนิธิสถาบันเพื่อการวิจัยและนวัตกรรมด้านเอชไอวี, ยาฟาร์วิพิราเวียร์, ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร, วัคซีนซิโนแวค, ศูนย์พักคอยวัดสะพาน, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, หมอสันต์, แพทย์ชนบท, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bb9ae8f7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าลืมเซฟ!หมายเลขโทรศัพท์50เขตทำ‘Home Isolation-Community Isolation’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;04 ส.ค.2564 - เพจไทยรู้สู้โควิด ได้โพสต์สั้นพร้อมกราฟฟิกข้อมูลว่า รวมหมายเลขโทรศัพท์ประจำเขต 50 เขต&amp;nbsp;สำหรับการสอบถามเรื่องการทำ Home Isolation &amp;nbsp; และ Community Isolation ในกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืมสวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง หมั่นล้างมือ นะคะ #โควิด19 #วัคซีนโควิด #สถานการณ์โควิด19 #กระทรวงสาธารณสุข #กรมควบคุมโรค #ไทยรู้สู้โควิด
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112150</URL_LINK>
                <HASHTAG>50เขต, Community Isolation, Home Isolation, เพจไทยรู้สู้โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a00f6e05bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 15:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ลงพื้นที่เตรียมพร้อมระบบไฟฟ้า ศูนย์พักคอยสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายวันชัย จงวิริยะเจริญชัย ผู้อำนวยการไฟฟ้าเขตราษฎร์บูรณะ พร้อมด้วยพนักงานการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA และผู้แทนจากสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าของศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ Community Isolation (CI) ของสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ ณ โกดังคลังสินค้าบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด(มหาชน) เขตราษฎร์บูรณะ เพื่อรองรับการดูแลผู้ป่วย COVID-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับศูนย์พักคอยแห่งนี้ มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนสิงหาคม 2564 สามารถรองรับปริมาณผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่หนัก หรือป่วยในระดับสีเขียว ได้จำนวน 200 เตียง โดย MEA พร้อมดูแลด้านระบบไฟฟ้า โดยดำเนินการติดตั้งเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า พร้อมเตรียมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าดูแลระบบจ่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ยกระดับความสำคัญของการจ่ายไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาลสนามและศูนย์พักคอย เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง ปลอดภัย และเตรียมพร้อมระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง โดยปัจจุบัน MEA อยู่ระหว่างการเตรียมระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับศูนย์พักคอยอีกหลายแห่งที่จะจัดตั้งขึ้น เช่น การตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้าให้จ่ายไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุดเสื่อมสภาพ เตรียมพร้อมระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉินภายในโรงพยาบาลสนาม ตลอดจนการเตรียมพร้อมระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง และการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA มีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือแก่โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง ทั้งด้านการออกแบบ และการติดตั้งระบบไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/4869944386365993/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Website : https://www.mea.or.th/content/detail/87/6039&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1422090112309944327?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=89225&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1162788673901067460&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;Instagram : https://www.instagram.com/p/CSECI1artgA/?utm_medium=copy_link&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111957</URL_LINK>
                <HASHTAG>CI, Community Isolation, Energize smart living, Energy for city life, MEA, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าเขตราษฎร์บูรณะ, ตลอด 24 ชั่วโมง, นายวันชัย จงวิริยะเจริญชัย, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ศูนย์พักคอย, เตรียมพร้อมระบบไฟฟ้า, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107b0c269ccb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลังสังคม-ชุมชนท้องถิ่นใช้พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด วิจัยแก้ปัญหา-ลดผลกระทบจากโควิด-19-สร้างวัคซีนทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด (บ้านน้ำคำ&amp;nbsp; อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0cm 72pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ สานพลังทางสังคม&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีร่วมมือชุมชนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง เป็นพื้นที่วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม สร้าง &amp;lsquo;วัคซีนทางสังคม&amp;rsquo; เริ่มกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะใช้ผลการศึกษาวิจัยจากชุมชนต้นแบบเป็นโมเดลขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ในปี 2564 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp; วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ตระหนักถึงสภาวะวิกฤตความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม&amp;nbsp; มีการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประมาณ 87 คนร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ว่า 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบาง&amp;nbsp; ในมิติด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และสังคม 2. เพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.เพื่อศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น&amp;nbsp; 4. เพื่อเสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และ 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Pre-crisis management) ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า&amp;nbsp; อ.บุ่งคล้า&amp;nbsp; จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; มอบอาหาร-น้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยได้เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มกระบวนการตั้งแต่การจัดตั้งกลไก&amp;nbsp; เตรียมทีมงานโครงการ&amp;nbsp; การคัดเลือกจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp; วางแผนการดำเนินงานร่วมกับกลไกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สำรวจปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อออกแบบแนวทางความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ทั้งในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; เฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟู &amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก &amp;nbsp;การบูรณาการแผนงาน และ เชื่อมโยงสู่แผนการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์และสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับชุมชน &amp;nbsp;กลไกในพื้นที่ &amp;nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนาเป็นแผนหรือนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp; ตลอดจนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการเชิงรุกรองรับสภาวะวิกฤตเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัดอีสาน-ใต้เป็นพื้นที่วิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกจังหวัดที่ดำเนินการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; คณะกรรมการโครงการฯ ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการประสานความร่วมมือในการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนงานโครงการให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;โดยมีจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกวิจัยนำร่อง 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อำนาจเจริญ &amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีทีมวิจัย&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะวิจัย&amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนจน &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้ง 5 จังหวัดมีแผนงานการขับเคลื่อนเบื้องต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคำโพน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรินทร์ &amp;nbsp;: เตรียมข้อมูลพื้นที่เพื่อวางแผนการทำงาน&amp;nbsp; คัดเลือกชุมชน 5 พื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคลงมติร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนในการทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา &amp;nbsp;: ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหลัก &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่มี &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างทีมนักวิจัยและนักปฏิบัติการ &amp;nbsp;ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กาฬสินธุ์ : เตรียมคัดเลือกพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคมีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; มีทั้งหมด 5 พื้นที่ &amp;nbsp;5&amp;nbsp; โมเดล&amp;nbsp; มีการวางทีมคณะทำงานโดยเชื่อมโยงการทำงานทั้งในส่วนของท้องที่และท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ : วางแผนการทำงานร่วมกับทีมวิชาการในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งแกนนำขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนจากพื้นที่ทั้งเขตเมืองและชนบท &amp;nbsp;ภาคีที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;(พมจ.) มีการนิยามคำว่าชุมชนร่วมกันเพื่อคัดเลือกพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง : กำหนดเป้าหมายทำงานเชิงรุก&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์พักคอย&amp;nbsp; ใช้สมุนไพรรักษาโควิด &amp;nbsp;ใช้ทุนชุมชนเพื่อสร้างโมเดลในการจัดการตนเอง &amp;nbsp;โดยใช้กลไกชุมชน ผ่านการระดมทุนและการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมาย 5 ชุมชน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการโครงการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 3.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-พัฒนา เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาวะในช่วงโควิด&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; จังหวัดละ 500,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในการวิจัยอย่างน้อย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีโจทย์การวิจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชน &amp;nbsp;มีผลกระทบต่อคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; 2. การแก้ไขปัญหาวิกฤตในชุมชนเพื่อการดูแลคนเปราะบางเดิม (ก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่) มีการจัดการอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.ชุมชนจะมีระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาคนเปราะบางในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างไร&amp;nbsp; และ 4. ชุมชนจะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้พ้นสภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; การวิจัยเรื่องโควิดครั้งนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างระบบของชุมชนเพื่อดูแลช่วยเหลือกันในระยะยาว &amp;nbsp;โดยใช้โอกาสจากงานวิจัยมาหนุนเสริม &amp;nbsp;ใช้ทุนต่างๆ ที่มีในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือกันในช่วงโควิด&amp;nbsp; หรือมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; และต้องจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน&amp;nbsp; มีปัญหาความต้องการอย่างไร&amp;nbsp; อาจเชื่อมทุนจากภายนอกมาหนุนเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเปลี่ยนระบบ&amp;nbsp; ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนมาดูแลกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะยาวชุมชนจะสามารถจัดระบบ&amp;nbsp; เพื่อวางแผนพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแผนพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนอกเหนือจาก 5 จังหวัดที่วิจัย&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่อื่นมาเรียนรู้&amp;nbsp; มาแลกเปลี่ยน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัย&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp; จะเชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อเกื้อหนุนกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำสินค้าผลผลิตจากชุมชนมาแลกเปลี่ยนหรือขายราคาถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้โอกาสจากงานวิจัยไปทำงานให้สอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp; สามารถตอบคำถามงานวิจัยได้&amp;nbsp; เพราะชุมชนไม่ได้ทำวิจัยเพื่อวิจัย &amp;nbsp;แต่เป็นการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และขยายการพัฒนาของชุมชนไปเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp; ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวพรรณทิพย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเครือข่ายชุมชน จ.กาญจนบุรี ส่งน้ำใจช่วยเหลือชาวชุมชน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นพ.สำเริง&amp;nbsp; แหยงกระโทก &amp;nbsp;จากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; เสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; อยากให้งานวิจัยครั้งนี้เน้นไปที่จุดสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การทำศูนย์พักคอย หรือ CI (Community Isolation) ว่า&amp;nbsp; CI เกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;ทำอย่างไร &amp;nbsp;มีความสำเร็จอย่างไร &amp;nbsp;หรือไม่สำเร็จ&amp;nbsp; ให้เจาะลึกเพื่อให้เกิดบทเรียนที่ชัดเจน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้&amp;nbsp; ยังเป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลไม่พอ&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องมาช่วยกันทำ CI เพื่อมาดูแลผู้ป่วยสีเขียวหรือเหลืองอ่อนซึ่งยังมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; เพราะไม่ต้องใช้หมอ&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้พยาบาล&amp;nbsp; ใช้คนในชุมชนมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; อสม. ชาวบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นการรวมตัวของคนในตำบล&amp;nbsp; จึงอยากให้ทีมวิจัยภาคอีสาน 4 จังหวัดทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ระดมสรรพกำลังสู้โควิด-สร้างวัคซีนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชน (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบแห่งหนึ่งในการรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กเป็นศูนย์พักคอยในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดา&amp;nbsp; แต้อารักษ์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำศูนย์พักคอยในชุมชนหรือ CI หรือศูนย์พักพิงเพื่อจะส่งต่อ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถจะส่งต่อไปไหนได้แล้วเพราะไม่มีที่จะให้ส่ง&amp;nbsp; แต่ CI จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนสามารถทำได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พอช.&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพราะทำเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวว่า&amp;nbsp; การทำ CI โดยชุมชนไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; จึงต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; และต้องรีบทำ&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะเสียชีวิตอีกมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมี &amp;lsquo;4 อ.&amp;rsquo; ที่ต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; คือ 1. อาการ &amp;nbsp;ดูอาการ &amp;nbsp;การหายใจ&amp;nbsp; ว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;รักษาตามอาการ &amp;nbsp;และช่วยกันดูแล &amp;nbsp;2.อาหาร &amp;nbsp;3. อาศัย &amp;nbsp;คือศูนย์พักคอยหรือที่พักพิง &amp;nbsp;และ 4. อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สปสช.เชื่อม CI เข้าสู่ระบบและจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์พักคอยชุมชนโดยตรง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าวัคซีนจะมีมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่พวกเราทำนี้&amp;nbsp; ทั้งสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม&amp;nbsp; เป็นวัคซีนทางสังคมที่พวกเราช่วยกันทำได้อย่างดี&amp;nbsp; ต้องสร้างเครือข่าย&amp;nbsp; ต้องทำต่อไป&amp;nbsp; และขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แล้วเราจะไปรอด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ปรีดาย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สร้างวัคซีนทางสังคม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบให้ครอบครัวที่กักตัวในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวในตอนท้ายว่า ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพูดคุยกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. พอช.&amp;nbsp; และพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; เพื่อกระชับความร่วมมือให้เต็มที่และมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะจะต้องระดมสรรพกำลังร่วมกันให้มากกว่าโควิดรอบแรก&amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หนักกว่าสงครามโลก&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;สงครามโรค&amp;rsquo; และหากระบาดระลอก 4 หรือเป็นโควิดสายพันธุ์ใหม่จะอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; ขณะที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องช่วยกันยันสมรภูมิในพื้นที่ให้ชัดเจน&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; โดยใช้จุดแข็งของ พอช.และสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; คือมีกำลังคนในพื้นที่&amp;nbsp; มีทีม&amp;nbsp; และมีทุนบางส่วนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ สปสช.&amp;nbsp; สสส. และ สช.จะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องรูปแบบ&amp;nbsp; ความรู้&amp;nbsp; เรื่องการจัดการ&amp;nbsp; การรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp; เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการสานพลัง&amp;nbsp; สานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ หรืออุปสรรคทางนโยบาย&amp;nbsp; โดย สช.จะช่วยเชื่อมประสานงานทางหน่วยงานนโยบาย&amp;nbsp; เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เป็นทางรอดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111736</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 อ., Community Isolation, Zoom Meeting, กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า, การทำศูนย์พักคอย, กาฬสินธุ์, ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด, ชุมชนท้องถิ่น, นครราชสีมา, นพ.ปรีดา  แต้อารักษ์, นพ.สำเริง  แหยงกระโทก, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก, บพท., พลังสังคม, พัทลุง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สร้างวัคซีนทางสังคม, สานพลังทางสังคม, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สุรินทร์, หน่วยงานภาคี, อำนาจเจริญ, โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fe67111fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
