<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ศธ. เตรียมขยาย รร.โครงการ CONNEXT ED เพิ่มอีก 2.7 พันโรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ก.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมคณะทำงานโครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) และโครงการสานอนาคตการศึกษา (CONNEXT ED) ซึ่งได้หารือถึงการดำเนินงานภาครัฐร่วมกับภาคเอกชนตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการสนับสนุนโรงเรียนภายใต้โครงการ CONNEXT ED ในส่วนของภาครัฐ แผนการจัดเก็บข้อมูลเชิงลึกสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564 แผนการดำเนินงานด้านงานวิจัย การถอดบทเรียนองค์ความรู้ภาคเอกชน แผนงานด้านการกลั่นกรองโครงการบนระบบระดมทุนออนไลน์ ทั้งนี้ที่ผ่านมาความร่วมมือในโครงการนี้ของรัฐและเอกชนได้ประสานการทำงานเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศึกษานิเทศก์ เพื่อ สนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามข้อมูลเชิงลึกสถานศึกษา หรือ School Management System (SMS) พร้อมทั้งสนับสนุนงานวิจัยและถอดองค์ความรู้ การจัดสรรงบประมาณ ขณะเดียวกันในส่วนของแผนพัฒนาโรงเรียนยังมีกลุ่มโรงเรียนที่ยังไม่มีภาคเอกชนดูแลกว่า 2,700 แห่ง ซึ่งจะมีการวางแผนดำเนินงานในส่วนนี้ต่อไป &amp;nbsp;สำหรับโครงการ Crowdfunding ซึ่งเป็นโครงการที่ทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาผ่านระบบระดมทุนออนไลน์ เพื่อนำไปพัฒนาโรงเรียนนำร่อง 31 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันสามารถระดมทุนได้แล้วถึงร้อยละ 80&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในความร่วมมือดังกล่าวยังมีโครงการคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา &amp;ldquo;NOTEBOOK FOR EDUCATION&amp;rdquo; โดยระดมทุนแบบ Crowdfunding นำไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คให้กับครูและนักเรียนในระดับชั้น ป.4-ป.6 เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยใช้เทคโนโลยีออกแบบการจัดการเรียนการสอน และส่งเสริมให้ผู้สอนและผู้เรียนมีทักษะการใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108314</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, connect ed</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c1d026046e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2020 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2020 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศธ.ดึงภาคเอกชนทำ&quot;บิ๊ก ดาต้า &quot;หวังสำเร็จก่อนเปิดภาคเรียน 1ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9มิ.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพและเกิดความโปร่งใส ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ (Big Data) ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกฯ ให้ความสำคัญมากและต้องการให้ทุกกระทรวงได้บูรณาการเรื่องการจัด Big Data เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน เนื่องจากรัฐบาลคาดหวังว่าบิ๊กดาต้าจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้แก่ประชาชนทั้งเรื่องความเสมอภาคและความยากจน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการจัดทำ Big Dataในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น เท่าที่ตนได้ดู ศธ.มีการจัดทำฐานข้อมูลการศึกษาพร้อมทุกอย่าง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงของข้อมูล รวมถึงการอัพเดทข้อมูลไม่ได้เป็นปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากเราจัดทำฐานข้อมูล Big Data แล้วมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องอัพเดทข้อมูลการศึกษาแบบปัจจุบันให้ได้ เช่น จำนวนข้อมูลนักเรียนมีการอัพเดทข้อมูลปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากข้อมูลนักเรียนจะต้องมีการอัพเดทตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเด็กคนไหนหลุดออกนอกระบบการศึกษาบ้างเมื่อไหร่อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การจัดทำBig Data ศธ.จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจาก จะมีการนำระบบ School Management System หรือระบบการบริหารจัดการโรงเรียนมาใช้ &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาระบบดังกล่าวได้มีการพิสูจน์มาแล้วในโรงเรียนหลายพันแห่งจากโครงการสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED ได้สร้างระบบข้อมูลชื่อว่า School Management System ขึ้น ดังนั้น ตนจึงอยากจะนำระบบจากโครงการ CONNEXT ED มาใช้กับฐานข้อมูลของศธ. ซึ่งก็ต้องหารือกันต่อไปว่าทางโครงการ CONNEXT ED จะสามารถบริจาคหรือมอบให้ ศธ.ได้หรือไม่ โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ทีมงาน &amp;nbsp;เข้าไปตรวจสอบเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลศธ.แล้ว ทั้งนี้เชื่อว่าระบบบริหารจัดการโรงเรียนหากได้มีการผสมผสานข้อมูลระหว่าง ศธ.และเอกชนที่เคยทำมาแล้ว เราจะได้ความคุ้มค่าเรื่องการจัดทำฐานข้อมูลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การจัดทำฐานข้อมูล Big Data จะพยายามจะทำให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน 1 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68246</URL_LINK>
                <HASHTAG>connect ed, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, บิ๊กดาต่้าศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8468cca84f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
