<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เชียงราย&#039; พบติดเชื้อใหม่15รายไร้ผู้เสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - &amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รายงานสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp;ประจำวันพุธที่ 20 ต.ค.ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 15 ราย (ผู้ติดเชื้อรายใหม่พบที่ อ.แม่สาย 2 ราย , อ.เมือง 4 ราย , อ.แม่จัน 2 ราย , อ.เชียงแสน 3 ราย , อ.เวียงชัย 2 ราย และ อ.ขุนตาล 2 ราย) &amp;nbsp; รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,032 ราย (ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 64) รักษาผู้ป่วยหายกลับบ้านสะสม 3,572 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลฯ 407 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 57 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120260</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, รายงาน, สถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f6a81aed0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะปลูกฝังเด็กพร้อมปรับตัว เรียนรู้อยู่เป็นกับ COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วิกฤติ COVID-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อบรรดาสถาบันการศึกษา ทำให้ต้องหยุดการเรียนการสอน ศูนย์เด็กเล็กซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามนุษย์ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังคงสู้ยืนหยัดเพื่อให้ &amp;quot;อยู่กับ COVID&amp;quot; ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เช่นเดียวกับ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การบริหารโดย รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ยังคงยืดหยัดต่อสู้กับวิกฤติ COVID-19 อย่างเข้มแข็ง โดยที่ผ่านมาได้มีการวางแผน ทดลอง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย และผู้ปกครอง เพื่อให้สามารถ &amp;quot;อยู่กับ COVID-19&amp;quot; ได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ที่จะถึงนี้เด็กๆ จะได้กลับมาเข้าชั้นเรียนได้อย่างปลอดภัย ได้กลับคืนสู่เบ้าหลอมแรกของการพัฒนาชีวิตมนุษย์ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;คุณหมออดิศักดิ์ ได้แสดงมุมมองถึงการที่กระทรวงสาธารณสุขจะกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า6 ปีเข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 ได้ต่อไปในอนาคตหรือไม่นั้น เชื่อว่าการทดสอบวัคซีนเชื้อตายสำหรับใช้ในเด็กเล็กน่าจะประสบความสำเร็จและนำมาใช้ได้ เช่นเดียวกับที่กระทรวงสาธารณสุขได้ไฟเขียวให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปฉีดวัคซีนประเภท mRNA ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในขณะนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมให้กับ ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล สามารถรองรับมาตรการฯ ได้อยู่ตลอดเวลา โดยในเบื้องต้นจะให้เด็กเล็กทุกรายของศูนย์ฯ ได้รับการตรวจหาเชื้อ COVID-19 และจะมีการตรวจต่อไปเป็นระยะๆ ด้วยวิธีการสุ่มตรวจ และยังคงใช้วิธีการแบ่งเด็กออกเป็นกลุ่มๆ ทำกิจกรรมแยกกันอย่างชัดเจน แต่จะให้เด็กสามารถเล่นกลางแจ้งได้โดยมีการควบคุม และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตลอดจนได้ขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองรายงานสถานการณ์อย่างไม่ปิดบัง กรณีสงสัยว่ามีบุคคลในครอบครัวสัมผัสเชื้อ เพื่อจะได้ให้เด็กหยุดเรียนที่บ้านสังเกตอาการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ซึ่งจากการทดลองตรวจหาเชื้อ COVID-19 กับเด็กในพื้นที่กักโรคของชุมชน (Community Isolation) ที่ผ่านมาพบว่าการตรวจโดยใช้วิธี Swab หรือการเก็บตัวอย่างโดยใช้ไม้พันสำลีสอดเข้าทางรูจมูกนั้น แม้จะให้ผลที่ดี แต่ไม่อาจใช้กับเด็กเล็กทุกรายได้ เนื่องจากอาจทำให้เด็กรู้สึกหวาดกลัวแต่ด้วยบุคลากรที่มีทักษะในการดูแลเด็กเล็ก แม้ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ก็จะสามารถทำได้อย่างราบรื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ อาจใช้การตรวจด้วยวิธีอื่นที่ง่ายกว่าทดแทน เช่นวิธีการตรวจด้วยน้ำลาย ทั้งนี้ การสร้าง &amp;quot;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;quot; ในผู้ใหญ่ด้วยการเข้ารับการฉีดวัคซีน COVID-19 หมายถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กด้วย เนื่องจากเป็นบุคคลที่เด็กใกล้ชิดโดยตรง หากผู้ใหญ่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน เด็กก็จะปลอดภัยไปด้วย แต่ถึงแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ยังคงควรต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความสะอาด และรักษาระยะห่างเช่นเดิม ซึ่งการกอดรัดฟัดเหวี่ยงเด็ก อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;เด็กในยุค COVID-19 แพร่ระบาดนอกจากควรได้รับการฝึกทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแล้ว ควรส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักการเรียนรู้ด้วยตนเอง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป รวมทั้งรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเข้าใจผู้อื่น จะทำให้เด็กเติบโตได้อย่างสมบูรณ์และมั่นคง&amp;quot; รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ผลิตผลการพิมพ์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118607</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มหาวิทยาลัยมหิดล, COVID-19, รศ.นพ.อดิศักดิ์, ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย, เด็กและครอบครัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61595066b0a54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะท่าโยคะฟื้นฟูปอดสู้ภัยCOVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในช่วงการระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้หลายคนเป็นกังวลว่าตนเองจะติดเชื้อหรือไม่ หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว ก็อาจจะกังวลใจว่าอาการของตนเองนั้นอยู่ในระดับใด จะแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างหรือไม่ จนเกิดภาวะเครียดและส่งผลต่ออาการป่วยได้ รวมถึงผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว อาจมีความเครียดเกิดขึ้นจากความเป็นห่วงคนในครอบครัว เป็นห่วงงานที่ต้องรับผิดชอบจนลืมดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของตนเอง การสังเกตอาการทางกายและจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะส่งผลถึงสุขภาพกายที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าว ท่ามกลางความกังวลต่างๆเกี่ยวกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น สิ่งที่ควรปฎิบัติข้อแรกคือ การพักปอด หากมีการติดเชื้อ COVID-19 ผลที่ตามมาคือ ปอดจะทำงานหนัก เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนให้เพียงพอ ผู้ป่วยจึงควรลดการพูดคุยหรือการใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นการพักปอด เพื่อให้ปอดฟื้นตัวและหายป่วยได้เร็วขึ้น ข้อที่สอง คือ การพักใจ&amp;nbsp; ต้องมีสติรู้ตัว อย่าวิตกกังวลอยู่ในอาการของโรค จนทำให้เสียทั้งงานและเสียทั้งสุขภาพ ให้เราตั้งสติ ปล่อยวางแล้วเริ่มหาแนวทางการแก้ไขจะดีกว่าจมอยู่ในเรื่องเดิมนาน ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ คุณมุจิรารัศมิ์ ภัทรจริยากุล ครูสอนโยคะ ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ&amp;nbsp; แนะนำการบริหารปอดให้แข็งแรงและฟื้นตัวกลับมาโดยเร็ว สามารถทำได้เป็นประจำสม่ำเสมอด้วย 5 ท่าบริหารปอดที่สามารถทำเองได้ทั้งผู้ที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อเพื่อเป็นการฟื้นฟูและบริหารปอดให้แข็งแรงอยู่เสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ท่าจับท้อง นั่งให้ลำตัวตรง นำมือจับที่ซี่โครงด้านข้าง ปลายนิ้วมือเลื่อนมาแตะบริเวณหน้าท้อง หายใจเข้าลึก ๆ ด้วยจมูก จะรู้สึกถึงการขยายของซี่โครงและหน้าท้อง หายใจออกทางจมูกช้า ๆ ให้รู้สึกถึงท้องที่ยุบลงช้า ๆ ไม่ควรรีบ พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ให้มีความยาวเท่ากับลมหายใจออกอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมลมหายใจและจังหวะให้คงที่อย่างน้อย 10 -15 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ท่ายืดแขน นั่งลำตัวตรง ผสานนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วเข้าด้วยกัน นำมาไว้ด้านหน้า หายใจเข้าให้ลึกเพื่อนำออกซิเจนเข้าให้สุดแล้ว จึงเริ่มพลิกผ่ามือยกขึ้นเหนือศีรษะ หายใจออกให้แขม่วท้องช้า ๆ ไล่ลมออกจากท้องจนหมด ลดแขนและผ่อนคลายไหล่ลงไปทางด้านข้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ท่างู เริ่มจากค่อย ๆ นอนคว่ำตัวลงกับพื้น ขาเหยียดตรงไปทางด้านหลัง วางมือให้อยู่บริเวณเดียวกับหัวไหล่หรือเอว เมื่อหายใจเข้าให้ใช้มือดันพื้นขึ้นพร้อมยกศีรษะ หน้าอก และหน้าท้อง หายใจออกค่อย ๆ งอศอก วางหน้าท้อง หน้าอก และศีรษะลงไปกับพื้น เมื่อทำเสร็จแล้วก่อนจะลุกขึ้นให้นำแขนมาซ้อนกันบริเวณข้างหน้าลดศีรษะลง แล้วจึงลุกขึ้นช้า ๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ท่านั่งและบิดลำตัว นั่งลำตัวตรง ให้สะโพกก้นทั้ง 2 ข้างเต็มพื้น ชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายให้อยู่บริเวณด้านล่างงอเข่าแล้วนำเท้าขวาไปค่อมขาซ้ายอีกทบนึง พยายามกดสะโพก 2 ข้างลงให้ชิดพื้นแล้วนั่งยืดลำตัว นำมือขวาพาดไปทางด้านหลัง แขนและศอกด้านซ้ายจะนำมาขัดหัวเข่าของด้านขวาหรือจะนำมือมาแตะเข่าหรือข้อเท้าอีกข้างก็ได้ แล้วค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น แขม่วท้องพร้อมบิดลำตัว มองไปทางด้านหลัง บิดเอว หน้าอก ช้า ๆ เปิดและหันศีรษะไปทางด้านหลัง หมุนหัวไหล่ขวาไปทางด้านหลังและหันศรีษะตามไป อยู่ในท่านี้ประมาณ 5 ลมหายใจ จะรู้สึกถึงหน้าท้องที่โดนนวด จากนั้นค่อย ๆ หมุนลำตัวกลับมา ทำสลับข้างอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ท่าปลา นอนหงายกับพื้น เหยียด 2 ขาตรง ใช้ 2 แขนสอดใต้ลำตัวทั้งขวาและซ้าย กดมือและข้อศอกลงไปกับพื้นให้แน่น หายใจเข้า ยกหน้าอกขึ้นแล้วค่อย ๆ เงยคางขึ้นเล็กน้อย หายใจออก คางเงย แล้ววางศรีษะโดยจุดกลางกระหม่อมวางบนพื้น กดข้อศอกแล้วพยายามยืดหน้าท้องและหน้าอกไปทางด้านบน เงยคางให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ เกร็งหน้าท้องด้านล่าง เหยียดขาทั้ง 2 ข้างให้ตรง และพ้อยท์เท้าให้อยู่ในท่านี้ 5 &amp;ndash; 10 ลมหายใจ เมื่อครบแล้วจึงค่อย ๆ ยกศีรษะขึ้น วางศีรษะและหลังกลับลงไปที่พื้น นำแขนทั้ง 2 ข้างออกมาพักในท่านอนหงายสักครู่นึง จากนั้นลุกขึ้นช้า ๆ จากการตะแคงข้าง งอเข่า ดันลำตัวลุกขึ้นนั่ง ถ้าทำแล้วรู้สึกปวดคอ หรือเจ็บหลังให้นำผ้าขนหนูหนา ๆ หรือว่าหมอนอิงมารองใต้ศีรษะ หรือหลังเพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118482</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การออกกำลังกาย, ปอด, โยคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6157036182030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 06:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 06:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะท่าโยคะฟื้นฟูปอดสู้ภัยCOVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในช่วงการระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้หลายคนเป็นกังวลว่าตนเองจะติดเชื้อหรือไม่ หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว ก็อาจจะกังวลใจว่าอาการของตนเองนั้นอยู่ในระดับใด จะแพร่เชื้อสู่คนรอบข้างหรือไม่ จนเกิดภาวะเครียดและส่งผลต่ออาการป่วยได้ รวมถึงผู้ป่วยที่เข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว อาจมีความเครียดเกิดขึ้นจากความเป็นห่วงคนในครอบครัว เป็นห่วงงานที่ต้องรับผิดชอบจนลืมดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจของตนเอง การสังเกตอาการทางกายและจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสุขภาพจิตที่ดีจะส่งผลถึงสุขภาพกายที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าว ท่ามกลางความกังวลต่างๆเกี่ยวกับการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น สิ่งที่ควรปฎิบัติข้อแรกคือ การพักปอด หากมีการติดเชื้อ COVID-19 ผลที่ตามมาคือ ปอดจะทำงานหนัก เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนให้เพียงพอ ผู้ป่วยจึงควรลดการพูดคุยหรือการใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็น เพื่อเป็นการพักปอด เพื่อให้ปอดฟื้นตัวและหายป่วยได้เร็วขึ้น ข้อที่สอง คือ การพักใจ&amp;nbsp; ต้องมีสติรู้ตัว อย่าวิตกกังวลอยู่ในอาการของโรค จนทำให้เสียทั้งงานและเสียทั้งสุขภาพ ให้เราตั้งสติ ปล่อยวางแล้วเริ่มหาแนวทางการแก้ไขจะดีกว่าจมอยู่ในเรื่องเดิมนาน ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ คุณมุจิรารัศมิ์ ภัทรจริยากุล ครูสอนโยคะ ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ&amp;nbsp; แนะนำการบริหารปอดให้แข็งแรงและฟื้นตัวกลับมาโดยเร็ว สามารถทำได้เป็นประจำสม่ำเสมอด้วย 5 ท่าบริหารปอดที่สามารถทำเองได้ทั้งผู้ที่ติดเชื้อและไม่ติดเชื้อเพื่อเป็นการฟื้นฟูและบริหารปอดให้แข็งแรงอยู่เสมอ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ท่าจับท้อง นั่งให้ลำตัวตรง นำมือจับที่ซี่โครงด้านข้าง ปลายนิ้วมือเลื่อนมาแตะบริเวณหน้าท้อง หายใจเข้าลึก ๆ ด้วยจมูก จะรู้สึกถึงการขยายของซี่โครงและหน้าท้อง หายใจออกทางจมูกช้า ๆ ให้รู้สึกถึงท้องที่ยุบลงช้า ๆ ไม่ควรรีบ พยายามหายใจเข้าลึก ๆ ให้มีความยาวเท่ากับลมหายใจออกอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมลมหายใจและจังหวะให้คงที่อย่างน้อย 10 -15 ครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ท่ายืดแขน นั่งลำตัวตรง ผสานนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วเข้าด้วยกัน นำมาไว้ด้านหน้า หายใจเข้าให้ลึกเพื่อนำออกซิเจนเข้าให้สุดแล้ว จึงเริ่มพลิกผ่ามือยกขึ้นเหนือศีรษะ หายใจออกให้แขม่วท้องช้า ๆ ไล่ลมออกจากท้องจนหมด ลดแขนและผ่อนคลายไหล่ลงไปทางด้านข้าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ท่างู เริ่มจากค่อย ๆ นอนคว่ำตัวลงกับพื้น ขาเหยียดตรงไปทางด้านหลัง วางมือให้อยู่บริเวณเดียวกับหัวไหล่หรือเอว เมื่อหายใจเข้าให้ใช้มือดันพื้นขึ้นพร้อมยกศีรษะ หน้าอก และหน้าท้อง หายใจออกค่อย ๆ งอศอก วางหน้าท้อง หน้าอก และศีรษะลงไปกับพื้น เมื่อทำเสร็จแล้วก่อนจะลุกขึ้นให้นำแขนมาซ้อนกันบริเวณข้างหน้าลดศีรษะลง แล้วจึงลุกขึ้นช้า ๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ท่านั่งและบิดลำตัว นั่งลำตัวตรง ให้สะโพกก้นทั้ง 2 ข้างเต็มพื้น ชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายให้อยู่บริเวณด้านล่างงอเข่าแล้วนำเท้าขวาไปค่อมขาซ้ายอีกทบนึง พยายามกดสะโพก 2 ข้างลงให้ชิดพื้นแล้วนั่งยืดลำตัว นำมือขวาพาดไปทางด้านหลัง แขนและศอกด้านซ้ายจะนำมาขัดหัวเข่าของด้านขวาหรือจะนำมือมาแตะเข่าหรือข้อเท้าอีกข้างก็ได้ แล้วค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น แขม่วท้องพร้อมบิดลำตัว มองไปทางด้านหลัง บิดเอว หน้าอก ช้า ๆ เปิดและหันศีรษะไปทางด้านหลัง หมุนหัวไหล่ขวาไปทางด้านหลังและหันศรีษะตามไป อยู่ในท่านี้ประมาณ 5 ลมหายใจ จะรู้สึกถึงหน้าท้องที่โดนนวด จากนั้นค่อย ๆ หมุนลำตัวกลับมา ทำสลับข้างอีกครั้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ท่าปลา นอนหงายกับพื้น เหยียด 2 ขาตรง ใช้ 2 แขนสอดใต้ลำตัวทั้งขวาและซ้าย กดมือและข้อศอกลงไปกับพื้นให้แน่น หายใจเข้า ยกหน้าอกขึ้นแล้วค่อย ๆ เงยคางขึ้นเล็กน้อย หายใจออก คางเงย แล้ววางศรีษะโดยจุดกลางกระหม่อมวางบนพื้น กดข้อศอกแล้วพยายามยืดหน้าท้องและหน้าอกไปทางด้านบน เงยคางให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ เกร็งหน้าท้องด้านล่าง เหยียดขาทั้ง 2 ข้างให้ตรง และพ้อยท์เท้าให้อยู่ในท่านี้ 5 &amp;ndash; 10 ลมหายใจ เมื่อครบแล้วจึงค่อย ๆ ยกศีรษะขึ้น วางศีรษะและหลังกลับลงไปที่พื้น นำแขนทั้ง 2 ข้างออกมาพักในท่านอนหงายสักครู่นึง จากนั้นลุกขึ้นช้า ๆ จากการตะแคงข้าง งอเข่า ดันลำตัวลุกขึ้นนั่ง ถ้าทำแล้วรู้สึกปวดคอ หรือเจ็บหลังให้นำผ้าขนหนูหนา ๆ หรือว่าหมอนอิงมารองใต้ศีรษะ หรือหลังเพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118481</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การออกกำลังกาย, ปอด, โยคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6157036182030.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นคลายล็อกชุดใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถก ศบค.ชุดใหญ่วันจันทร์นี้​ พิจารณาต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน​ ขยับเวลาเคอร์ฟิว​ ผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมหลายประเภท&amp;nbsp; โฆษกรัฐบาลปลื้มยอดใช้จ่ายผ่านมาตรการลดค่าครองชีพรัฐทะลุ 7.7 หมื่นล้านบาท ภาคีนักกฎหมายฯ ผนึกผู้ประกอบการร้านอาหารยื่นฟ้องรัฐบาลออกมาตรการทำให้ธุรกิจเสียหาย ซูเปอร์โพลเผย ปชช.เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์หนุนปลดล็อก-อัดฉีดเงิน ศก.ฐานราก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)​ หรือ​ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุมในเวลา 10.30 น. ผ่านระบบการประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) วันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศปก.สธ.) จะรายงานสถานการณ์และคาดการณ์แนวโน้มการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อ และกระทรวงแรงงานรายงานเรื่องการปรับรายละเอียดของโครงการแฟคทอรีแซนด์บ็อกซ์ ระยะที่ 2, นอกจากนี้​ ศบค.จะพิจารณาความเหมาะสมในการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ครั้งที่ 14 โดยศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19​ (ศปก.ศบค.) จะเป็นผู้เสนอ รวมทั้งการปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่เสนอโดย ศปก.สธ. และการปรับมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร​ โดยปรับลดระยะเวลาในการกักกัน การทำกิจกรรมในสถานที่กักกัน และหลักเกณฑ์ แผนงานและแนวทางการเปิดพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว เสนอโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงแผนการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564 และแผนการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ปี 2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการเยียวยาและมาตรการพลิกโฉมประเทศ โดย มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่ายและเยียวยาต่างๆ นั้นมียอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 39.01 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 77,755.2 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 24.27 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 66,911.6 ล้านบาท 2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 76,219 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 2,254 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 94.5 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.53 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 7,937.7 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.13 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 557.4 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลยังปรับปรุงรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทะเบียนของผู้ที่เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 31 ล้านสิทธิ เป็น 28 ล้านสิทธิ และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ปรับลดกลุ่มเป้าหมายผู้ได้รับสิทธิจากเดิม 1.4 ล้านสิทธิ เป็น 1 ล้านสิทธิ และในวันที่ 1 ต.ค. กระทรวงการคลังจะโอน เงินคนละครึ่งรอบที่ 2 จำนวน 1,500 บาท โดยเชื่อมกับระบบฟู้ดเดลิเวอรีตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค. ซึ่งขณะนี้มีแกร๊บและไลน์แมนได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว และว่า ขณะนี้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 คงเหลือประมาณ 1 ล้านสิทธิ และสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เหลือ 5 แสนสิทธิ จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิลงทะเบียนได้จนกว่าสิทธิจะเต็ม ผ่านทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง เว็บไซต์ ww w.คนละครึ่ง.com และ w ww.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนร่วมกับศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ส่งเอกสารเผยแพร่แจ้งว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มต่อศาลแพ่ง ในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย. เวลา 10.00 น. เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้ และได้มีการออกประกาศ คำสั่ง ข้อกำหนดต่างๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจทุกภาคส่วนได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยปราศจากการเยียวยาที่เพียงพอและเหมาะสม ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนฯ จึงได้จัดตั้งโครงการเฉพาะกิจดังกล่าวขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารสถานการณ์โค วิด-19 ที่ผิดพลาดของรัฐบาล โดยผู้ประกอบการกลุ่มแรกที่ภาคีฯ ยื่นฟ้องนี้ คือกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เศรษฐกิจ กับตัวเสี้ยมแตกแยก กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,078 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 22-25 ก.ย. พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 96.6% ระบุรัฐบาลควรปลดล็อกระเบียบกฎเกณฑ์และอุปสรรคสกัดกั้น ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนด้านธุรกิจ และ 95.5% ระบุต้องการให้รัฐบาลอัดฉีดเงินไปที่เศรษฐกิจฐานราก กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ส่วนใหญ่หรือ 93.9% ระบุ ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยถ้าฟื้นตัวจะช่วยประชาชนฐานรากส่วนใหญ่ได้ดีกว่า, 91.1% ระบุรัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มมาช่วยเศรษฐกิจ ฐานราก เช่น ธุรกิจ ขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย และ 90.5% ระบุเศรษฐกิจท่องเที่ยวจากมาตรการเปิดประเทศของรัฐบาล เริ่มดีขึ้น, 86.8% ระบุหลังปลดล็อก เริ่มมีรายได้เข้ากระเป๋าเงินเพิ่มขึ้น และ 86% ระบุเศรษฐกิจของประเทศด้านการส่งออกยังคงเติบโต
เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ พบว่า ส่วนใหญ่ หรือ 67.6% เชื่อมั่น ในขณะที่ 32.4% ไม่เชื่อมั่น และเมื่อสอบถามถึงความหวังต่อความสำเร็จของรัฐบาลและภาคประชาชนช่วยกัน ผ่านพ้นวิกฤตชาติทั้งโควิดและเศรษฐกิจของประเทศ พบว่าส่วนใหญ่หรือ 66.8% มีความหวัง ในขณะที่ 33.2% ไม่มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สวนดุสิตโพล เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีภัยสังคมในยุคโควิด-19 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,172 คน ระหว่างวันที่ 19-23 ก.ย. พบว่าเมื่อเปรียบเทียบก่อนมีโควิด-19 กับในยุคโควิด-19 ประชาชนคิดว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแย่ลง 72.78% ค่อนข้างวิตกกังวล 54.46% ภัยสังคมที่ประชาชนคิดว่าน่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ ภัยจากออนไลน์ 68.66% โดยมองว่าปัญหาภัยสังคมที่มีเพิ่มมากขึ้น เพราะปัญหาความยากจน ว่างงาน ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก&amp;nbsp; 89.31% เคยมีประสบการณ์ประสบกับปัญหาภัยสังคม 34.17% จากภัยสังคมในปัจจุบันทำ ให้ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจผู้อื่นลดลง 65.90% ควรเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน 85.82% ปัญหาภัยสังคมในปัจจุบันมีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ประชาชนรู้สึกวิตกกังวลและไว้เนื้อเชื่อใจผู้อื่นลดลง ถึงแม้เดิมคนไทยจะมีลักษณะนิสัยมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นก็ตาม รัฐบาลจึงควรเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนับว่าเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา รวมไปถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าประชาชนต้องอยู่ในสังคมที่มีภัยรุมเร้ารอบด้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117941</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขยับเวลาเคอร์ฟิว​, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน​, มาตรการลดค่าครองชีพ, ศบค., ศบค.ชุดใหญ่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคอร์ฟิว, เวลาเคอร์ฟิว​, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_613752f672877.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 08:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 08:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงรายพบติดเชื้อใหม่26ราย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย. 64 - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รายงานสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดเชียงราย &amp;nbsp;ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 26 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่พบที่ อ.แม่สาย 16 ราย , อ.เมือง 4 ราย , อ.แม่จัน 1 ราย , อ.เวียงแก่น 1 ราย , อ.พญาเม็งราย 1 ราย , อ.เวียงชัย 2 ราย และ รับผู้ป่วยมารักษา 1 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,208 ราย (ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 64) รักษาผู้ป่วยหายกลับบ้านสะสม 2,857 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลฯ 317 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ทำให้มียอดรวมผู้เสียชีวิตสะสม 34 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116746</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, รายงาน, สถานการณ์, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย, โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61414e006e1ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดฉีดเกิน40ล้าน หมอชนบทจี้‘รบ.’ ดันวาระแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยฉีดวัคซีนทะลุ 40 ล้านโดส นายกฯ ลั่นมีให้ฉีดดีกว่าไม่มี วัคซีนจะทยอยมาเรื่อยๆ &amp;ldquo;องอาจ&amp;rdquo; จี้นายกฯ คุมฉีดวัคซีนให้เด็กทันเปิดเรียน พ.ย.นี้ หวั่น &amp;ldquo;ถูกเท-โดนแกง&amp;rdquo; ซ้ำซาก &amp;quot;หมอชนบท&amp;quot; จี้รัฐบาลประกาศวาระชาติคืนชีวิต นร.-นศ.ด้วยวัคซีนไฟเซอร์ล็อตตุลา. ดักทางผู้ใหญ่วีไอพีอย่าแย่งวัคซีนของหนูๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. รายงานตัวเลขการฉีดวัคซีนในประเทศไทยรวม 40,060,467 โดส สะสมแบ่งเป็นฉีดวัคซีนเข็มแรก 27,194,487 ราย เพิ่มขึ้น 239,941 ราย เข็มที่สองจำนวน 12,251,011 ราย เพิ่มขึ้น 187,368 ราย และเข็มที่สามสะสมจำนวน 614,969 ราย เพิ่มขึ้น 1,296 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวกับผู้รอฉีดวัคซีนในระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ว่า แข็งแรงดีอยู่นะ ส่วนเรื่องวัคซีนเรากำลังรีบอยู่ มีวัคซีนให้ฉีดดีกว่าไม่มี เดี๋ยววัคซีนก็จะทยอยมาเรื่อยๆ ปีหน้าก็จะฉีดได้จนครบ ซึ่งคนที่ฉีดวัคซีนแล้วก็ขอให้ระมัดระวังตัวเองกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลงพื้นที่ของนายกฯ ครั้งนี้นับเป็นภารกิจแรกในช่วงวันหยุดราชการหลังมีการผ่อนคลายมาตรการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้เด็กว่า นับเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีการเร่งฉีดวัคซีนให้เด็กนักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป ด้วยความยินยอมจากผู้ปกครองให้ทันก่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 2/2564 การจะให้เด็กกลับไปเรียนหนังสือได้ตามปกติก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ คือการได้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วหน้าก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 หรือไม่ อีกทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กก็รู้สึกไม่แน่ใจว่าลูกจะได้ฉีดทันก่อนเปิดเรียน กลัว &amp;ldquo;ถูกเท&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ถูกแกง&amp;rdquo; ซ้ำซาก เพราะข่าวสารของทางราชการเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนให้เด็กตลอดเวลาที่ผ่านมายังสับสนอลหม่าน จึงอยากเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสูงสุดของ ศบค.ช่วยบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีนให้เด็กให้ชัดเจน ว่าเด็กอายุเท่าไหร่ถึงอายุเท่าไหร่ จะได้ฉีดวัคซีนอะไร จะได้ฉีดเมื่อไหร่ เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจว่าลูกจะได้ฉีดวัคซีนทันก่อนเปิดเรียนเดือนพฤศจิกายน และจะได้ไม่ต้องทนเรียนออนไลน์ไปตามยถากรรมเหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลและสังคมไทยจะร่วมกันคืนชีวิตให้นักเรียนนักศึกษา เด็กนักเรียนนักศึกษาอายุ 12-18 ปีในประเทศไทยมี 4.8 ล้านคน สำหรับเด็กกลุ่มนี้ วัคซีนที่เหมาะสมที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกคือวัคซีนไฟเซอร์ สธ.ได้ประกาศออกมาว่าในเดือนตุลาคมจะมีไฟเซอร์นำเข้ามาได้ 8 ล้านโดส และอีก 2 ล้านโดสที่จะมาสิ้นเดือนกันยายน ทำให้ไทยมีวัคซีนไฟเซอร์อย่างเดียวราว 10 ล้านโดส หากเด็กกลุ่มนี้ทุกคนได้รับไฟเซอร์คนละ 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ ก็ต้องใช้วัคซีน 9.6 ล้านโดส ซึ่งแทบจะพอดิบพอดี ดังนั้นในเดือนตุลาคมขอบรรดาผู้ใหญ่อย่ามาแย่งไฟเซอร์ของหนูๆ นะ เพราะหนูๆ จะได้เปิดเทอมกับเขาสักที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับครูในโรงเรียน แม่ครัว ภารโรง และแม่ค้าในโรงเรียนทุกคน ก็ต้องได้รับสิทธิ์ในการฉีดวัคซีน 2 เข็มด้วย โดยใช้สูตรซิโนแวค ตามด้วยแอสตร้าฯ ซึ่งจะจบใน 3 สัปดาห์เช่นกัน ส่วนเด็กประถมนั้นต้องรอถกกันอย่างหนักอีกรอบ เพราะวัคซีนหลายยี่ห้อกำลังศึกษาวิจัยความปลอดภัยในเด็กต่ำกว่า 12 ปี แต่ผลการศึกษายังไม่เสร็จ ซึ่งแปลว่าการเปิดเทอมสำหรับนักเรียนประถมยังจะต้องเลื่อนออกไป แม้ สธ.จะได้ประกาศไปแล้วว่าเด็ก 12-18 ปี คือหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายของไฟเซอร์ในเดือนตุลาคม แต่บรรดาบุคคลที่ได้ฉีดซิโนแวคสองเข็มหลายล้านคนต่างก็คาดหวังที่จะได้รับไฟเซอร์เข็มสามเหมือนกัน ในนี้มีบรรดาวีไอพีน้อยด้วยที่ได้สิทธิ์ฉีดซิโนแวคสองเข็มไปก่อนใครจำนวนมากด้วย จึงถึงเวลาที่รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะประกาศวาระแห่งชาติดังๆ ชัดๆ ร่วมกันว่า &amp;ldquo;จะคืนชีวิตให้นักเรียนนักศึกษาด้วยไฟเซอร์ล็อตตุลาคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;4 millions doses of Sinopharm are on the way to Thailand ด้วยความร่วมมือในการจัดสรรของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ขอขอบคุณสถานทูตจีนในประเทศไทยและสถานทูตไทยในจีนที่ช่วยประสาน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ให้การสนับสนุนวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม (COVILO Sinopharm) พระราชทานในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ให้แก่จังหวัดที่ พอ.สว.เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสีแดงเข้มและสีแดงของการติดเชื้อ Covid-19 และจังหวัดเชียงรายได้รับวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มพระราชทาน จำนวน 5,000 โดส สำหรับให้บริการในกลุ่มเป้าหมาย ผู้นำศาสนา นักบวชในศาสนาต่างๆ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้อาศัยในชุมชนแออัด หรือบุคคลเร่ร่อนไร้ที่พึ่งในประเทศไทย จำนวน 2,500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า การกระตุ้นเข็ม 3 เราบุกเบิกและให้ข้อมูลการฉีดวัคซีนไขว้ที่มีการกระตุ้นภูมิต้านทานได้ดี ในทำนองเดียวกันการกระตุ้นเข็มสามด้วยวัคซีนต่างชนิดก็มีผลในการกระตุ้นที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม การได้วัคซีนครบ 2 ครั้งตามกำหนดก็สามารถลดความรุนแรงของโรคลงได้ ลดอัตราการเสียชีวิต ลดการนอนในหอผู้ป่วยวิกฤต และเกือบทุกชนิด ในอนาคตคงต้องมีการกระตุ้นครั้งที่ 3 พรุ่งนี้จะแสดงผลการฉีดวัคซีน แล้วติดเชื้อ ภูมิต้านทานขึ้นสูงมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับการติดเชื้อโดยไม่ได้ฉีดวัคซีน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116493</URL_LINK>
                <HASHTAG>40 ล้านโดส, COVID-19, ฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีนให้เด็ก, มีให้ฉีดดีกว่าไม่มี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613e0f109f9b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
