<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2020 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4 กระทรวงเตรียมแผน travel bubble ชงศบค. 17 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย.63- น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มั่นใจในศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ของไทย จึงได้ผลักดัน travel bubble หรือ การจับคู่ประเทศ เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างประเทศที่สามารถจัดการโรคโควิด-19 ได้ดีเท่าๆกัน ซึ่งเป็นความร่วมมือในลักษณะทวิภาคีด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ทั่วโลกกำลังหันมาสนใจ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในหลายๆประเทศเริ่มดีขึ้น โดยล่าสุดที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นของการหารือระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาข้อสรุปในแนวทางการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น แนวทางการเจรจากับประเทศกลุ่มเป้าหมาย ข้อปฏิบัติต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังโรคระบาด ก่อนเสนอ ศบค.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า อย่างที่ทราบว่าเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงหวังให้ travel bubble เป็นจุดเริ่มต้นในการรองรับชาวต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งในการรับมือกับโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ระยะแรกจะเปิดรับกลุ่มนักธุรกิจและกลุ่มที่ต้องการเข้ามารักษาพยาบาลในไทย คาดว่าจะชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณวันละ 1,000 คน ซึ่งเมื่อดำเนินการไปสักระยะหนึ่ง แล้วพบว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ก็จะพิจารณาให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆเข้ามาตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวตามแนวทาง travel bubble จะไม่มีการกักตัว 14 วัน แต่มีมาตรการอื่นรองรับ เพื่อสร้างความไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยเริ่มจากการเลือกประเทศกลุ่มเป้าหมายที่มีความปลอดภัย สามารถควบคุมโรคได้ดี ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเดินทางออกจากประเทศต้นทางและตรวจอีกครั้งเมื่อเดินทางถึงไทย อาจกำหนดพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปได้ มีการติดตามตัวผ่านแอพพลิเคชั่นตลอดเวลาที่อยู่ในเมืองไทย ฯลฯ ที่สำคัญชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในไทยนั้น ล้วนมาจากประเทศที่มีความสามารถรับมือกับโควิด-19 ได้ดีเท่าๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวค่อยข้างสูง แม้เจอสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็สามารถรับมือได้เป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าด้วยศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและความสามารถด้านสาธารณสุขของไทย จะกระตุ้นให้ชาวต่างชาติมองเป็นจุดแข็งของประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น และการท่องเที่ยวจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกเริ่มดีขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68649</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 Travel Bubble, ท่องเที่ยว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed645a838af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเริ่ม Travel Bubble ได้โดยพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;ระเบียงท่องเที่ยวปลอดโควิด&amp;rdquo; กำลังเป็นแนวทางใหม่ที่หลายประเทศกำลังคุยกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้อย่างมีจังหวะจะโคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวล่าสุดบอกว่าจีนและสิงคโปร์จะเริ่มเปิดเส้นทางการบินเชื่อมต่อระหว่างกันภายใต้ชื่อมาตรการ &amp;quot;COVID-19 Travel Bubble&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงสร้าง &amp;ldquo;ฟองอากาศ&amp;rdquo; ขึ้นให้แน่ใจว่าผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างสองประเทศจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้มาตรการ Bubble นี้ ใครเดินทางจะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐหรือจากบริษัท เพื่อใช้ &amp;quot;ช่องทางด่วน&amp;quot; สำหรับการเดินทางที่จำเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครผ่านการรับรองจะสามารถเดินทางระหว่างจีนกับสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องมีการกักตัวเพื่อดูอาการสองสัปดาห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่าจะต้องมีการตรวจสอบก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อทั้งก่อนเดินทางและกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนสิงคโปร์จะสามารถเดินทางไปยัง 6 เมืองใหญ่ในประเทศจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เทียนจิน ฉงชิ่ง เจียงซู่ และซีเจียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่สำคัญคือ เที่ยวบินระหว่างสองประเทศจะยังคงถูกจำกัดไว้สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจหรือของทางการเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ได้เปิดกว้างสำหรับนักท่องเที่ยวหรือทัวร์กรุ๊ปแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นการชิมลางกันก่อนที่จะก้าวเข้าไปสู่การเปิดกว้างกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวยืนยันว่าเดนมาร์กกับนอร์เวย์ก็กำลังจะดำเนินการให้มีการไปมาหาสู่กันแบบ &amp;ldquo;ฟองอากาศ&amp;rdquo; เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ดูเหมือนจะพูดเรื่องนี้ก่อนใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ก็แสดงท่าทีว่ากำลังหารือกับเกาหลีใต้และแคนาดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่สิงคโปร์เองยังไม่มีตัวเลขคนป่วยลดน้อยลงได้สวยเหมือนไทยเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ไทยเราก็ควรจะต้องวางแผนเรื่องนี้อย่างจริงจังเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนเรียก Travel Bubble ว่า Travel Corridor
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ &amp;ldquo;ระเบียงท่องเที่ยว&amp;rdquo; พิเศษที่คิดกันขึ้นมาเพราะวิกฤติที่กระทบการท่องเที่ยวทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอมีปัญหารายได้ท่องเที่ยวหายวับไปกับตา ผู้บริหารประเทศทั้งหลายก็ต้องหาทางออก ไม่ติดยึดกับแนวทางเก่า เพราะแนวทางเดิมตีบตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขืนรอให้ทุกอย่างจบลงก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยวก็คงจะเจ๊งกันเป็นแถบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวต้องดิ้นหาทางออก และหากมีรูเล็กๆ หรือช่องว่างที่พอจะมองเห็นได้บ้างก็ต้องรีบมุดเข้าไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มด้วยนายกฯ นิวซีแลนด์ จาซินเดอร์ อาร์เดน ที่ชวนนายกฯ สก๊อต มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ที่เป็นเพื่อนบ้านสนิทสนมกัน รู้ทางกัน และเชื่อในมาตรฐานสาธารณสุขซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองเสนอว่าให้คนของสองชาติไปมาหาสู่กันได้ก่อน ไม่ต้องรอคนอื่นพร้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเห็นช่องทางก็ประกาศเป็นความร่วมมือในลักษณะ New Normal&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ชาติอื่นๆ ต้องคิดตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากคิดต่อยอดอย่างนี้ เมื่อญี่ปุ่นประกาศจะยกเลิกการห้ามเข้าประเทศให้ 4 ชาติก่อนคือ ไทย, นิวซีแลนด์, ออสเตรเลียและเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็น่าจะทำให้ไทยเราคิดต่อได้เลยว่า เราควรจะริเริ่มแนวคิด Travel Bubble กับอีก 3 ประเทศนี้ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะไทยเราเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวของย่านนี้...ต้องเป็นฝ่ายนำเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กติกาเบื้องต้นกำหนดให้คนที่อยู่ในโครงการนี้มีใบรับรองแพทย์ และเมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่นก็ต้องตรวจให้ผลเป็นลบอีกครั้งที่สนามบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้อย่างนี้ก็เข้าเมืองได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวบอกว่าประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียก็มี travel bubble กันเองเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ วันนี้เขายังเว้นสวีเดนอยู่ เพราะยังมีตัวเลขคนติดเชื้อที่ยังไม่นิ่ง ไม่เชื่อในมาตรการ lockdown และอยู่ในข่ายเปราะบางที่สุดในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ก่อน นักระบาดวิทยาระดับชาติของสวีเดนคนหนึ่งออกมายอมรับว่ารัฐบาลของเขาผิดพลาด ไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้มาตรการเข้มข้นตั้งแต่ต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มประเทศนี้ยังไม่อนุญาตให้การเดินทางถึงกันและกันอย่างเสรีนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นการเดินทางไปเมืองใหญ่ๆ เช่น โคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก ก็ยังมีเงื่อนไขหลายข้อ เหตุเพราะการจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดยังไม่นิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวว่าสวิตเซอร์แลนด์จะเริ่มข้อตกลงเรื่อง travel bubble กับฝรั่งเศส, เยอรมนีและออสเตรีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังยกเว้นอิตาลีที่ต้องทำเรื่องในบ้านให้เรียบร้อยเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งกรีซก็พร้อมจะมี travel bubble กับ 29 ประเทศทั่วโลกรวมไทยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกเว้นอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน และอิตาลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งหมดนี้ต้องถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะขืนรอวัคซีนมา หรือให้ &amp;ldquo;ทุกอย่างจบก่อน&amp;rdquo; อาจจะช้าเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนั้น มีวัคซีนป้องกันโรคได้ แต่เศรษฐกิจย่ำแย่หนัก ผู้คนอาจจะตายก่อนที่จะมีโอกาสได้รับวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือไทยจะต้องออกแผนการรณรงค์ระดับโลกให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยว...อย่างมีเงื่อนไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเรามีประสบการณ์ที่ทั้งโลกยอมรับความสามารถทางด้านสาธารณสุขแล้ว ก็เป็นจุดแข็งที่เราสามารถจะประชาสัมพันธ์ถึงความมีประสิทธิภาพในการดูแลนักท่องเที่ยวจากบางประเทศใน Bubble เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราสามารถดูแลตั้งแต่นักท่องเที่ยวขึ้นเครื่องบิน, บริการบนเครื่องบิน, ตอนลงถึงสนามบิน, ร้านอาหารและบริการโรงแรมที่พักทั้งหลายมีมาตรการเรื่องป้องกันโควิดอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราต้องทำให้ตัวเองพร้อมเดี๋ยวนี้...เอกชนพร้อมแล้ว อยู่ที่รัฐบาลต้องทำให้ตัวเองพร้อมให้ทันก่อนจะมีคนตกงานหลายล้านคนอย่างที่สภาพัฒน์และธนาคารแห่งประเทศไทยได้พยากรณ์เอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าปล่อยให้คำทำนายทางร้ายกลายเป็นข่าวจริง!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68524</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19 Travel Bubble, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
