<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามนโยบายรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (7 ตุลาคม 2564) นายจุมภฎ หิมะเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร MEA หรือ การไฟฟ้านครหลวง ชี้แจงกรณี มาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากนโยบายเดิมให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น เริ่มมีมาตรการตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยล่าสุด ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ได้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 1 ปี คือ ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือนตุลาคม 2564 ถึงกันยายน 2565 นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มจำนวนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากเดิมรายละ 230 บาทต่อเดือน เป็น 315 บาทต่อเดือน โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือยังต้องชำระค่าไฟฟ้าปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดขั้นตอนการรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงรูปแบบเดิม คือ ในกรณีที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังไม่เคยลงทะเบียนรับสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ให้ลงทะเบียนตามช่องทางของหน่วยงานการไฟฟ้าที่ดูแลในพื้นที่ของท่าน เช่น หากเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี หรือสมุทรปราการ สามารถลงทะเบียนผ่าน MEA ได้ที่ http://meagate1.mea.or.th/welfareregis แต่สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ ขั้นตอนต่อมา เมื่อ MEA แจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือนแล้ว ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าชำระค่าไฟฟ้าตามปกติ หลังจากนั้น MEA จะส่งข้อมูลการชำระค่าไฟฟ้าให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ไฟฟ้าซึ่งหากข้อมูลถูกต้องกรมบัญชีกลางจะโอนเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าคืนเข้ามาในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามจำนวนค่าไฟฟ้าที่ใช้จริง แต่ไม่เกิน 315 บาท ให้กับผู้ได้รับสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท 1.1 ที่มีขนาดเครื่องวัดฯ ขนาด 5(15) แอมแปร์ เมื่อใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะได้รับสิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการในปัจจุบันแทนสิทธิ์ช่วยเหลือค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงผู้ที่แม้จะมีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 315 บาทต่อเดือน ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือในเดือนนั้น ๆ เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ข้อมูลการใช้งานสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร 02-109-2345 หรือสอบถามข้อมูลค่าไฟฟ้าได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และ MEA Call Center โทร 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/5079394338754329/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6115&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1445999045944561666?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=93602&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1163358734301063647&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Instagram : https://www.instagram.com/p/CUt6YQmPvoA/?utm_medium=copy_link&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119065</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID19, MEASmartService, ค่าไฟ, ชี้แจง, ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, มติครม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eb528a6a3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วม สจล. สร้าง High Flow 40 เครื่อง บริจาค รพ. โครงการ &quot;ให้เพื่อต่อลมหายใจ&quot; สู้ภัย COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (7 กันยายน 2564) นายพงศ์ศักดิ์ ธรรมบวร รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายบรรณสาร จันทร์สมศักดิ์ ผู้จัดการมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชนี&amp;nbsp; กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ในฐานะผู้แทนทั้งสองหน่วยงาน ร่วมจัดทำเครื่องจ่ายออกซิเจน High Flow พร้อมระบบมอนิเตอร์ทางไกล จำนวน 40 เครื่อง โดย MEA สนับสนุนเป็นเงินจำนวน 2,200,000 บาท เพื่อสนับสนุนในโครงการ &amp;quot;ให้เพื่อต่อลมหายใจ&amp;quot; ณ การไฟฟ้านครหลวงเขตสามเสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองผู้ว่าการ MEA กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงในระดับปานกลาง ไปจนถึงระดับวิกฤต ซึ่งการจัดทำเครื่อง High Flow พร้อมระบบมอนิเตอร์ทางไกลในครั้งนี้จะช่วยให้การรักษา ตลอดจนการติดตามอาการของผู้ป่วยสามารถทำได้อย่างใกล้ชิด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะดำเนินการมอบให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลบุษราคัม และโรงพยาบาลสมุทรปราการ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมา MEA ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้ระดมกำลังให้การสนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วนเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าจากจำนวนผู้ป่วยของโรงพยาบาลสนามที่แจ้งความประสงค์ โดยที่ผ่านมา ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบไฟฟ้าในด้านต่าง ๆ เช่น การพาดสายไฟฟ้า การติดตั้งชุดหม้อแปลงไฟฟ้า ตู้แผงเมนสวิตช์แรงต่ำ พร้อมเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ซึ่ง MEA ได้ปรับระบบไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม ทั้งในด้านระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ และยังได้วางแผนเตรียมการรองรับการจ่ายไฟฟ้าที่อาจมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา ได้ดำเนินการกับโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลสนามศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา (เอราวัณ 2) โรงพยาบาลบุษราคัม โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน รพ.สนามสมุทรปราการรวมใจ 5 (WHA) โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Facebook : https://www.facebook.com/497340003626475/posts/4982330578460706/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Website : https://mea.or.th/content/detail/87/6083&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Twitter : https://twitter.com/mea_news/status/1435167631204442115?s=21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Gnews : https://gnews.apps.go.th/news?news=91587&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Line OA : https://timeline.line.me/post/_dQn9zGwXj83CxqzRN98kNgtqOGsCdIGLMSbrTR8/1163100533401063427&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Instagram : https://www.instagram.com/p/CTg8rw-nIIN/?utm_medium=copy_&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115918</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid19, MEA, MEA Smart Project, MEACSR, MEAช่วยcovid19, การไฟฟ้านครหลวง, ช่วยเหลือสังคม, นายบรรณสาร จันทร์สมศักดิ์, นายพงศ์ศักดิ์ ธรรมบวร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชนี  กุลยานนท์, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์, ระบบมอนิเตอร์ทางไกล, สจล., สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, สนับสนุนการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าเร่งด่วน, เครื่องจ่ายออกซิเจน High Flow, โรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง, ให้เพื่อต่อลมหายใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6137356fea8f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด 10 อันดับจังหวัดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 4,342 ราย สมุทรปราการ 1,584 ราย สมุทรสาคร 1,449 ราย ชลบุรี 1,235 ราย นครราชสีมา 613 ราย นครปฐม 589 ราย ฉะเชิงเทรา 587 ราย ราชบุรี 541 ราย บุรีรัมย์ 450 ราย กาญจนบุรี 436 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114059</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid19, ผู้ป่วยโควิด, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61209b5eb01ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ &#039;ประกาศสภาเภสัชกรรม&#039; แนวทางการให้บริการ &#039;ยาฟาวิพิราเวียร์&#039; แก่ผู้ป่วยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาเภสัชกรรมที่ ๕๖/๒๕๖๔เรื่อง แนวทางการให้บริการยา favipiravir และยาจำเป็นแก่ผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวกด้วยชุดตรวจสำหรับ COVID-19 ประเภท Antigen Test Kits แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Self-Test Kits)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดอย่างรุนแรง รวดเร็ว ไปสู่ชุมชน ครอบครัวอย่างกว้างขวางไปทุกภูมิภาคของประเทศ กระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม นับเป็นภัยพิบัติร้ายแรงของประเทศชาติ การค้นหาผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วแยกจากชุมชนและครอบครัว เพื่อมิให้เป็นพาหะแพร่เชื้อโดยวิธีการ Home isolation หรือ Community isolation รวมทั้งได้รับยา Favipiravir และยาจำเป็น ในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่ยังไม่แสดงอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง ลดการเจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลและการเสียชีวิตได้ ช่วยบรรเทาภาวะวิกฤติการบริการทางแพทย์และสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในร้านยาตามกฎหมายว่าด้วยยาอยู่ทั่วประเทศ มีส่วนช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตให้สามารถเข้าถึงยาจำเป็นได้รวดเร็วและเหมาะสม สภาเภสัชกรรมจึงกำหนดแนวทางการให้บริการยา Favipiravir และยาจ าเป็นแก่ผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวกด้วยชุดตรวจสำหรับ COVID-19 ประเภท Antigen Test Kitsแบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Self-Test Kits) เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ป่วยและการควบคุมโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๑) มาตรา ๙ (๗) มาตรา ๒๓ (๑) และมาตรา ๒๔(๑) (ก) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. ๒๕๓๗ นายกสภาเภสัชกรรมโดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการสภาเภสัชกรรมในการประชุมครั้งที่ 313 (๙/2564) วันที่ ๑๖ สิงหาคม 2564 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า&amp;ldquo;ประกาศสภาเภสัชกรรม ที่ ๕๖/๒๕๖๔ เรื่อง แนวทางการให้บริการยา favipiravir และยาจ าเป็นแก่ผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวกด้วยชุดตรวจส าหรับ COVID-19ประเภท Antigen Test Kits แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Self-Test Kits)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๓ เภสัชกรชุมชนประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยหรือผู้สงสัยติดเชื้อเพื่อคัดกรองเบื้องต้นว่าควรได้รับการตรวจติดตามการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย Antigen Self-Test Kit&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ๔ ในกรณีที่ผู้ป่วยหรือผู้สงสัยเข้าข่ายมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อ เภสัชกรชุมชนจ่าย Antigen Self-Test Kit ให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้สงสัยติดเชื้อ พร้อมคำแนะนำวิธีการใช้ Antigen SelfTest Kit วิธีการทิ้งและทำลายชุดตรวจเมื่อใช้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๕ เภสัชกรชุมชนอธิบายผลการตรวจเมื่อผู้ป่วยหรือผู้สงสัยติดเชื้อได้ส่งภาพหรือรูปถ่ายผลการตรวจให้แก่เภสัชกรชุมชนได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๖ ในกรณีที่ Antigen Self-Test Kit แสดงผลเป็นลบ เภสัชกรชุมชนให้คำปรึกษาแก่ผู้สงสัยติดเชื้อให้ยังคงแยกกักตัวจากผู้อื่น สังเกตอาการตนเองในระหว่างการกักตัว และแนะนำให้ตรวจเชื้อโควิด-19 ซ้ำหลังจากการตรวจครั้งแรกประมาณ ๓ ถึง ๗ วัน หรือตรวจอีกครั้งทันทีเมื่อผู้กักตัวสังเกตว่ามีอาการคล้ายการติดเชื้อโควิด-19 เภสัชกรชุมชนติดตามอาการผู้กักตัวเป็นระยะ ๆจนหมดระยะเวลากักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๗ ในกรณีที่ Antigen Self-Test Kit แสดงผลว่าติดเชื้อโควิด-19 เภสัชกรชุมชนซักถามอาการเพิ่มเติม เพื่อประเมินระดับความรุนแรงของผู้ป่วยว่าเป็นสีเขียว เหลือง หรือแดง และให้คำปรึกษาในการดูแลตนเอง ให้แยกกักตัวจากผู้อื่น และเภสัชกรชุมชนจัดเตรียมยาเพื่อใช้สำหรับHome Isolation จัดส่งให้แก่ผู้ป่วยที่บ้าน เภสัชกรชุมชนคอยติดตามอาการและผลการใช้ยาของผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ ตามมาตรฐานการบริบาลทางเภสัชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๘ รายการยาสำหรับ Home Isolation ประกอบด้วยรายการยาจำเป็นสำหรับการรักษาตนเองตามอาการ และยาต้านโควิด-19 ตามแนวทางที่กรมการแพทย์กำหนด ตัวอย่าง รายการยา Home Isolation สำหรับการกักตัว ๑๔ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๑) ยาพาราเซตามอล ๕๐๐ มิลลิกรัม สำหรับลดไข้ แก้ปวด จำนวน ๓๐ เม็ดรับประทาน ครั้งละ ๑ เม็ด ทุก ๔- ๖ ชั่วโมง เวลามีไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๒) ยาเด็กซ์โทรเมทอร์แฟน สำหรับแก้ไอแห้ง จำนวน ๓๐ เม็ดรับประทาน ครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๓ ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน และเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๓) ยาอะเซทิลซีสทีน สำหรับละลายเสมหะ จำนวน ๒๐ เม็ดหรือ ๒๐ ซองละลายยา ๑ เม็ด หรือ ๑ ซอง ในน้้ำ ๑ แก้วรับประทาน วันละ ๑ ครั้ง หลังอาหารเช้า หรือ เย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๔) ยาคลอเฟนนิรามีน ๔ มิลลิกรัม สำหรับลดน้ำมูก จำนวน ๓๐ เม็ดรับประทาน ครั้งละ ๑ เม็ด วันละ ๑ ครั้ง หลังอาหารเช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๕) ผงเกลือแร่ ORS สำหรับท้องเสีย จำนวน ๕ ซองละลายผงเกลือแร่ ๑ ซองในน้ำ&amp;nbsp;๑ แก้ว จิบแทนน้ำ เมื่อท้องเสียน้ำเกลือแร่ไม่ควรเก็บเกิน ๒๔ ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๖) ยาฟ้าทะลายโจร สำหรับลดไข้ แก้เจ็บคอและต้านเชื้อโควิด-19 จำนวน ๖๐ เม็ดรับประทาน ครั้งละ ๓- ๔ เม็ด วันละ ๓ ครั้ง เป็นเวลา ๕ วัน(โดยให้มีปริมาณของ Andrographolide ๑๘๐ มิลลิกรัมต่อวัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๗) ยาฟาวิพิราเวียร์ ๒๐๐ มิลลิกรัม สำหรับต้านเชื้อโควิด-19 จำนวน ๕๐-๖๔ เม็ดวันแรก รับประทาน ครั้งละ ๙ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น วันที่๒ - ๕ รับประทาน ครั้งละ ๔ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีน้ำหนักตัว มากกว่า ๙๐ กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันแรก รับประทาน ครั้งละ ๑๒ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็นวันที่ ๒- ๕ รับประทาน ครั้งละ ๕ เม็ด วันละ ๒ ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(๘) รายการยาอื่น ๆ ตามแนวทางการรักษาโรคโควิด-19 ของกรมการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๙ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากขึ้นถึงขั้นที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ เภสัชกรชุมชนจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งต่อผู้ป่วยไปรักษายังสถานพยาบาลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ ๑๐ ให้นายกสภาเภสัชกรรมเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความหรือในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้นายกสภาเภสัชกรรมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่นายกสภาเภสัชกรรมเห็นสมควรอาจเสนอให้คณะกรรมการสภาเภสัชกรรมเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำวินิจฉัยของนายกสภาเภสัชกรรมหรือของคณะกรรมการสภาเภสัชกรรม แล้วแต่กรณีให้ถือว่าเป็นที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองศาสตราจารย์จิราพร ลิ้มปานานนท์
นายกสภาเภสัชกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114029</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid19, Favipiravir, สภาเภสัชกรรม, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f922ca4737a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เสรี สรุป 15 ความจริงเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการสื่อสารและการตลาด โพสต์ข้อความเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงเกี่ยวกับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. J&amp;amp;J มีปัญหาด้านการผลิต ยังไม่สามารถส่งให้เราได้ตามสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐบาลสั่งซื้อ Pfizer แล้ว 30 ล้าน dose ส่งเร็วสุดกันยายน ประชาชนฉีดฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เราได้รับบริจาค Pfizer จากสหรัฐ 1.5 ล้าน dose มาฉีดเป็น booster dose ให้บุคลากรด่านหน้าประมาณ 700,000 dose ที่เหลือฉีดให้ผู้สูงอายุ และกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Astra Zeneca จะส่งให้เราได้ 5-6 ล้าน dose ต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Sinovac เมื่อสั่งซื้อ จะส่งได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. จากการทดสอบพบว่า Sinovac 2 เข็มภูมิขึ้น 1006 Astra Zeneca 2 เข็ม ภูมิขึ้น 1207 และ Sinovac+Astra Zeneca ภูมิขึ้นมากกว่า 3900 ดังนั้นจึงต้องสั่ง Sinovac มาฉีดคู่กับ Astra Zeneca&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จีนใช้ Sinovac รอดแล้ว แสดงว่า Sinovac มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. คนไทยฉีด Sinovac ไปแล้วมากกว่า 10 ล้านคน ไม่มีใครเป็นอะไร และป้องกันการเจ็บหนักได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ที่บอกว่ามาเลเซียเลิกใช้ Sinovac ไม่จริงนะคะ เขาเพิ่งสั่งเพิ่มค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ตอนนี้เราฉีดได้ต่ำสุดวันละ 2 แสน สูงสุด 6 แสน และพยายามจะฉีดให้ได้ 50 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. ตอนนี้ไทยร่วมใจให้คนที่ถูกเลื่อนไปตรวจสอบแล้วให้ไปฉีดได้แล้วนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. เรามีวัคซีนใช้ตอนนี้คือ Sinovac, Sinopharm, Astra Zeneca, Pfizer&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. รัฐบาลพยายามหาซื้อวัคซีนทุกยี่ห้อที่ผ่านการรับรอวของ อย. ให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. ถ้าเราฉีดวัคซีนได้เกิน 70% ของประชากร จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ให้เราเปิดธุรกิจต่างๆได้ และเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15. วัคซีนทุกยี่ห้อ มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย ช่วยให้เรารอดจากโควิดได้ ไปฉีดกันนะคะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113942</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid19, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b7165b091a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 18:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รุ้ง&#039; เรียกร้อง ยธ. คัดกรองโควิดก่อนส่งผู้ต้องหาเข้าเรือนจำ-ทัณฑสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 64 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.)&amp;nbsp;กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นำโดย น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง พร้อมด้วยหน่วยปฐมพยาบาลภาคสนาม Fist aid volunteer 53 เข้ายื่นหนังสือ โดยมี นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับหนังสือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีข้อเรียกร้องให้มีการตรวจคัดกรองผู้ต้องหาก่อนเข้าเรือนจำ และทัณฑสถานทุกกรณี พร้อมทั้งออกเอกสารรับรองโควิดให้กับผู้ต้องขังแรกเข้า เพื่อให้ญาติสามารถเผยแพร่ได้ และหากตรวจพบเชื้อให้รีบนำตัวออกไปรักษาที่อื่นทันที , ให้คัดแยกกลุ่มเสี่ยงเพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ , มาตรการป้องกันโควิดในเรือนจำและทัณฑสถานต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับหลักสากล ตามองค์กรอนามัยโลก , เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งต้องมีการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันให้เพียงพอต่อความต้องการ , &amp;nbsp;จัดหาวัคซีนให้เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือนจำต้องเปิดเผยข้อมูลสุขภาพให้ทนาย ญาติผู้ต้องขังได้รับทราบห้ามปิดบัง , กรณีติดเชื้อโควิดต้องให้ญาตินำตัวออกไปรักษาในสถานพยาบาลอื่นได้ , &amp;nbsp;ราชทัณฑ์ต้องตรวจหาเชื้อโควิดทุก 3 วัน เพื่อป้องกันเชื้อจากเจ้าหน้าที่ , ศาลจะต้องทำตามมาตรการลดความแออัดในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัลลภ กล่าวว่า ยินดีที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เห็นความสำคัญและความปลอดภัยของผู้ต้องขังโดยไม่แยกแยะว่าเป็นผู้ต้องขังประเภทใดรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเรือนจำ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในสถานที่ควบคุมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม (ศบค.ยธ.) โดยมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ขึ้นมากำกับติดตามเรื่องนี้ขึ้นโดยเฉพาะ และกรมราชทัณฑ์ได้สั่งการให้เรือนจำทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานเรือนจำสีขาวในการป้องกันการติดเชื้อโควิด โดยกำหนดมาตรการสำหรับเรือนจำในแดนแรกรับ ซึ่งดำเนินการอย่างเคร่งครัด เช่น กักตัวอย่างน้อย 21 วัน และตรวจคัดกรอง PCR อย่างน้อย 3 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีกระบวนการรักษา การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัคซีน และการปล่อยตัวผู้พ้นโทษ พร้อมกำหนดคู่มือการปฏิบัติงานให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบและปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันว่าทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีการเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาผู้ป่วย ตามมาตรฐานการรักษากระทรวงสาธารณสุข นอกจากดูแลผู้ป่วยเรือนจำทั้ง 7 แห่งในกทม.แล้ว ยังรองรับผู้ป่วยต่างจังหวัดเพื่อแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลภายนอกด้วย เราคำนึงถึงประโยชน์ผู้ป่วยเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์มีเป้าหมายลดการสูญเสียให้น้อยที่สุดยังจะเห็นได้จากอัตราการสูญเสียต่ำเมื่อเทียบกับภายนอก และศักยภาพของฑัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถให้การดูแลรักษาผู้ป่วยระดับสีเขียว เหลือง แดง ซึ่งเรามียา ครุภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ตามแนวทางการรักษาโดยกรมควบคุมโรคครบถ้วนเพียงพอ ส่วนกรณีการส่งตัวผู้ต้องขังออกไปรักษาโรงพยาบาลภายนอก แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากศักยภาพของโรงพยาบาล และอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก&amp;quot; นายวัลลภ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113882</URL_LINK>
                <HASHTAG>covid19, กระทรวงยุติธรรม, ทัณฑสถาน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e418a4c8dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพราะพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนไม่เท่ากัน...</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะพื้นที่ปลอดภัยของทุกคนไม่เท่ากัน ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มีหลายๆ คนต้องยอมเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตเพื่อ &amp;lsquo;รักษาระยะห่าง&amp;rsquo; ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาจทำให้หลายๆ คน กำลังรู้สึกอึดอัดทั้งกายและใจ แต่ในอีกมุมนึง..พื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนกำลังรักษา ก็ยังปลอดภัยกว่าพื้นที่ปลอดภัยของเหล่าบุคลากรทางการแพทย์กำลังเสียสละเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;เพราะทุกระยะห่าง...คือการรักษาชีวิต&amp;rsquo; ไม่ใช่แค่ของตัวคุณเอง แต่คือชีวิตของคนไทยทุกคน GC ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์จับมือร่วมกับพาร์ทเนอร์ ขอใช้องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่มี สนับสนุนเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด้วยนวัตกรรมจากพลาสติกและเคมีภัณฑ์ เพื่อเป็นพลังเล็กๆ ที่ช่วยสนับสนุนเหล่าฮีโร่ของคนไทยให้ต่อสู้ผ่านวิกฤตโควิดนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจ &amp;lsquo;รักษาระยะห่าง&amp;rsquo; เพราะนั่นไม่ใช่แค่การรักษาชีวิตตัวคุณเอง แต่คือชีวิตของคนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65459</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ต้อง_ห่_า_ง_เพราะเราห่วง, ChemistryforBetterLiving, COVID19, GC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200509/image_big_5eb65133624ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
