<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯผนึกกำลัง &#039;ซีแพค&#039;นำร่องใช้ &#039;รถโม่อีวี&#039; ลุยตามนโยบายรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2564 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด CPAC(ซีแพค) ว่าการร่วมลงนามดังกล่าวเป็นความร่วมมือของภาครัฐกับองค์กรธุรกิจภาคเอกชน ในโครงการการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่รัฐบาลสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในภาคเอกชน กระตุ้นให้เกิดการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เป็นประโยชน์ &amp;nbsp; ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในการลดฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ที่เกิดจากการสันดาปภายในของเครื่องยนต์ทั่วไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนบูรณาการร่วมกันในการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และผลักดันให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุนผู้ประกอบการ รวมถึงเร่งผลักดันสิทธิประโยชน์และมาตรการรองรับด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมส่งเสริมและบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศเพื่อขานรับนโยบายรัฐบาลโดยการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชนะ ภูมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจีกล่าวว่าบริษัท พร้อมสนับสนุนนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ตามความมุ่งหวังของ CPAC ที่ต้องการให้การดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การก่อสร้างของ ประเทศเกิดการพัฒนา พร้อมสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของเอสซีจี ที่ยึดหลัก ESG &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย CPAC มีแผนเปลี่ยนยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในจากยานยนต์แบบดั้งเดิมที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง มาเป็นยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งในส่วนของรถบรรทุก เช่น รถโม่จัดส่งคอนกรีต รถขนส่งปูนซีเมนต์ ตลอดจนรถโดยสารใช้งานทั่วไปของบริษัท โดยตั้งเป้าเป็นรถอีวี 100% ภายในปีพ.ศ. 2578 และสำหรับรถโม่การจัดส่งคอนกรีต CPAC เริ่มทดลองนำรถโม่พลังงานไฟฟ้า (EV Mixer Truck) มาใช้ขนส่งคอนกรีตเป็นรายแรกของไทยตั้งแต่ปี 2564 และในปี 2565 จะขยายผลใช้การงานในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล และขยายผลไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;ในปีพ.ศ. 2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118178</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPAC, ขนส่งคอนกรีต, รถโม่ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153cd445994d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2020 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2020 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้าร่วมงานเดียวกับ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เผยมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายหนึ่งเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองของฝ่ายอนุรักษนิยมเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ร่วมงาน ประธานฝ่ายจัดงานยอมรับมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อรายนี้และตัวเขาก็จับมือทรัมป์บนเวทีด้วย แต่จำลำดับเหตุการณ์ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จูบธงชาติสหรัฐบนเวทีการประชุมซีแพคประจำปี ที่เกย์ลอร์ดเนชันแนลรีสอร์ตแอนด์คอนเวนชันเซ็นเตอร์ รัฐแมริแลนด์ เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมการดำเนินการทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม (CPAC) จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมไม่ไกลจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระหว่างวันที่ 26-29 กุมภาพันธ์ เป็นการรวมตัวประจำปีของฝ่ายอนุรักษนิยมงานใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของสหรัฐ โดยนอกจากทรัมป์และเพนซ์แล้ว ยังมีสมาชิกในคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวหลายคนเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างข้อความในทวิตเตอร์ของสหภาพอนุรักษนิยมแห่งอเมริกา (เอซียู) ผู้จัดงานนี้ ว่าผู้ติดเชื้อรายนี้ได้รับเชื้อก่อนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โรงพยาบาลในนิวเจอร์ซีย์ตรวจพบว่าเขาติดไวรัสโคโรนานี้และกักกันตัวไว้ และต่อมาศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ยืนยันผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงเสริมว่า บุคคลนี้ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดี และไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในหอประชุมหลักด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แมตต์ ชแลปป์ ประธานเอซียู ยอมรับกับวอชิงตันโพสต์ว่า เขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อรายนี้ภายในงาน และตัวเขาก็เคยจับมือกับทรัมป์บนเวทีประชุมวันสุดท้าย แต่ก็ไม่แน่ใจเรื่องลำดับเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้วใน 30 มลรัฐรวมมากกว่า 200 ราย เสียชีวิตแล้ว 19 ราย นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นครั้งแรก โดยชายในช่วงวัย 50 ปีรายนี้ไม่มีประวัติเดินทางไปนอกประเทศ หรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ถูกซักถามว่าเขากังวลหรือไม่ที่มีผู้ติดเชื้อในรัศมีไม่กี่ไมล์จากทำเนียบขาว ทรัมป์ตอบว่า เขาไม่กังวลแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยืนยันด้วยว่าเขาจะร่วมปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่ 2 ต่อไปตามปกติ กระนั้น ข้อมูลเว็บไซต์ล่าสุดของทรัมป์ไม่ได้ระบุตารางงานในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าโดยไม่แจ้งเหตุผล ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะจัดปราศรัยให้ชนกับกิจกรรมสำคัญเช่นการหยั่งเสียงหรือโต้อภิปรายของพรรคเดโมแครต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐถูกตำหนิหลายครั้งว่าให้ข้อมูลผิดๆ ที่แย้งกับผู้เชี่ยวชาญและดูเบาสถานการณ์แพร่ระบาด เมื่อวันศุกร์เขาไปเยี่ยมซีดีซีแล้วอ้างว่ามีชุดตรวจเชื้อเพียงพอสำหรับทุกคน ซึ่งไม่เป็นความจริง เขายังเคยบอกว่าประหลาดใจที่ไข้หวัดนี้ทำให้คนตายได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59199</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPAC, การประชุมการดำเนินการทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยม, ผู้ติดเชื้อไวรัส, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e650357c011f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
