<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีธีเปิดบูธ ยาง Deestone งาน Thailand Industry Expo 2019 ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี วันที่ 17 กรกฎาคม 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;DEESTONE&amp;nbsp; เป็นบริษัทของคนไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตยาง ที่มีคุณภาพสูง ดำเนินกิจการมาแล้วมากกว่า 44 ปี ตลอดเวลา Deestone ได้พัฒนา นวัตกรรม มาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่มโดยมีจุดเด่น&amp;nbsp; ที่ยางได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. ทุกรุ่น และรวมถึงการรับรองคุณภาพจากนานาชาติมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้การออกแบบและ ดีไซน์บูธ จะใช้&amp;nbsp; Concept&amp;nbsp;&amp;nbsp; :&amp;nbsp;&amp;nbsp; Move The World&amp;nbsp; เป็นการสื่อสารหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานในครั้งนี้ คุณชวศม สุทัศน์ ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีสโตน คอร์ปอเรชั่น จำกัด&amp;nbsp; ได้กล่าวถึงความเป็นมามากกว่า 44 ปีของยาง Deestone และการนําเสนอผลิตภัณฑ์ของปี 2019 โดยผลิตภัณฑ์ ที่จัดแสดงในครั้งนี้ เริ่มต้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มยางรถยนต์โดยสารส่วนบุคคล หรือที่รู้จักกันว่า ยางเรเดียล ที่มีนวัตกรรมอันน่าสนใจ ทั้งการ ออกแบบ ดีไซน์ที่เหมาะสมกับคุณลักษณะของรถแบบต่างๆรวมถึง พื้นผิวถนน และการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Sporty Tyre ที่เน้นความคล่องตัว อย่างรุ่น Expedite RA801E และ Carreras R702 ที่โดดเด่นด้วยลายดอกยาง รวมถึงความพิเศษในเรื่องของการควบคุมความเร็ว อีกรุ่น คือ Premium Tourer RA01 เป็นยางแบบ Comfort Tyre ขับขี่นุ่มนวล ด้วยระยะเบรกที่สั้นกว่า และ Public Trans R20 มาพร้อมกับความคุ้มค่า คุ้มราคา ทนทานทุกการใช้งาน&amp;nbsp; สำหรับการใช้งานแบบบรรทุกหนัก เช่น รถกระบะหรือรถตู้ ก็มีในรุ่น Titanz T88 และ รถ SUV กับยางรุ่น Payak HT603 เบรคสั้นมั่นใจตลอดการเดินทาง สำหรับสาย Adventure ก็มีรุ่น Mud Clawer R405 และ R408 ที่จะทำให้การท่องเที่ยวของคุณเป็นไปได้อย่างใจต้องการรวมถึงยางรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะมาเปิดตัวในงานนี้กับรุ่น&amp;nbsp; AT/R&amp;nbsp; อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มยางสำหรับรถสองล้อ อย่างยางรถจักรยานยนต์ รุ่น VIN Edition D920 ซึ่งดีไซน์ให้เหมาะสมกับสภาพถนนในเมืองอย่างแท้จริง และรุ่น S Edition D829 ใหม่ล่าสุดที่พัฒนามา เพื่อรองรับการใช้งาน ที่ความเร็วสูง ด้วยการออกแบบที่เน้นถึงความสปอร์ตเร้าใจ เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมทั้งทางตรงและการเข้าโค้ง นอกจากนี้ยังมียางสำหรับนักปั่นอย่างยางจักรยานมาให้ได้สัมผัสกันอีกหลายรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กลุ่มยางผ้าใบเพื่อการพาณิชย์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มยางเพื่องานอุตสาหกรรม รุ่น D313 ดอกยางแบบคลื่นน้ำ มีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน และยางเพื่องานเกษตร รุ่น D312E ดอกลึกเพิ่มประสิทธิภาพการตะกรุยดิน และอีกหนึ่งรุ่นใหม่ คือรุ่น D414 ขนาดเล็กแต่มากด้วยประสิทธิภาพการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และอีกหนึ่งกลุ่มสุดท้าย คือยางเพื่อการขนส่ง นั้นก็คือ ยางรถบรรทุกเรเดียล ที่ทำให้ต้นทุนการขนส่งของผู้ประกอบ กิจการต่างๆ ที่มีการขนส่ง เป็นเรื่องง่ายด้วยการทดสอบว่าสามารถวิ่งได้มากกว่า 120,000 กิโลเมตร และ สามารถนำมาหล่อดอกใหม่ได้โดยที่โครงสร้างยางไม่เสียหาย มีหลายรุ่นไม่ว่าจะเป็นรุ่น SV401&amp;nbsp; SV402 Plus&amp;nbsp;&amp;nbsp; SK425&amp;nbsp; SS433&amp;nbsp; SK427 และ SW413&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความพิเศษวันนี้ คือการเปิดตัวยางรุ่นใหม่ในกลุ่มยางรถยนต์เรเดียลที่ได้กล่าวถึงไปเมื่อสักครู่นี้ กับยางรุ่น AT/R เป็นยางกลุ่ม All Terrain (A/T) ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และประสิทธิภาพที่โดดเด่น และอีกหนึ่งรุ่นเป็นกลุ่มยางผ้าใบเพื่อการเกษตรในรุ่น D414 เพิ่มประสิทธิภาพทั้งความทนทาน คุ้มค่า ตอบสนองการใช้งานได้ยาวนานเหมาะสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ และนี่คือทั้งหมดของยางคุณภาพโดยฝีมือคนไทยที่มีมายาวนานมากกว่า 44 ปี ภายใต้แบรนด์&amp;nbsp; DEESTONE&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41580</URL_LINK>
                <HASHTAG>deestone, Thailand Industry Expo 2019, ชวศม สุทัศน์ ณ อยุธยา, ดีสโตน คอร์ปอเรชั่น, ยาง, อิมแพค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d352a843aed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2018 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2018 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีสโตน ยางรถสัญชาติไทย เสริมทัพแกร่ง เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย.....นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดีสโตน บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ของคนไทย 100% ก่อตั้งโดย สุวิทย์ วงศาริยวานิช ซึ่งดำเนินธุรกิจกว่า 42 ปี โดยเห็นว่าตลาดยางล้อมีผู้ประกอบเป็นชาวต่างชาติ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราชั้นนำของโลก จึงเป็นการตัดสินใจในการก่อตั้งโรงงานผลิตยางรถยนต์ซึ่งผลิตยางครอบคลุมทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้ ดีสโตน ได้มีการบริหารงานเข้าสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งไทยโพสต์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ เกริก วงศาริยวานิช&amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท&amp;nbsp; ดีสโตน ถึงการดำเนินงาน เป้าหมายและแผนการพัฒนาบริษัทเพื่อก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ในปี 2562 ซึ่ง เกริก วงศาริยวานิช เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์ยางล้อของดีสโตน ได้มีการผลิตขึ้นจากการก่อตั้ง บริษัท ดีสโตน จำกัด โดย นายสุวิทย์ วงศาริยวานิช ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาของบริษัท และได้มีขยายธุรกิจมาเป็นลำดับ ปัจจุบันภายใต้ &amp;ldquo;ดีสโตน กรุ๊ป&amp;rdquo; มี 5 บริษัท ได้แก่ บริษัท ดีสโตน จำกัด, บริษัท ดีรับเบอร์ จำกัด, บริษัท ดีสโตน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท สวิซซ์-วัน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และล่าสุดบริษัท สยามทรัค เรเดียล จำกัด โดยแต่ละแห่งมีสินค้ายางรถที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางล้อ ซึ่งการเติบโตของบริษัท เรามีปรัชญาและนโยบายของการดำเนินธุรกิจคือ&amp;nbsp; มีความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และความน่าเชื่อถือ และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทคนไทยให้ทัดเทียมกับสากล ด้วยการพัฒนาศักยภาพและนวัตกรรมเทคโนโลยีการผลิตพร้อมกับส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรไทย ให้เป็นทีมงานที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ&amp;nbsp; ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชั้นนำระดับโลก และสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตลอดจนแบรนด์สินค้าของคนไทยให้เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ในปัจจุบัน เราคือผู้ผลิตยางล้อเพื่อยานพาหนะที่ครอบคลุมเกือบทุกประเภทและทุกชนิดของยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp; ยางสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล / ยางรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์ / ยางรถบรรทุกเพื่อการขนส่งมวลชน / ยางรถเพื่อการอุตสาหกรรม / ยางรถเพื่องานธุรกิจการบริการ / ยางรถเพื่อการกีฬา / ยางรถสำหรับจักรยานยนต์ / ยางรถสำหรับยางจักรยาน / ยางรถสำหรับรถเข็น / ยางรถสำหรับงานในเหมือง / ยางรถสำหรับการเกษตร&amp;nbsp; ดีสโตน จึงถือได้ว่าเป็นบริษัทของคนไทย 100 % เพียงแห่งเดียว ที่มีศักยภาพในการผลิตยางครอบคลุมแทบทุกประเภทของยางล้อเพื่อยานพาหนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การทำธุรกิจยางล้อในปัจจุบัน และในอดีตที่ผ่านมานั้นความแตกต่างที่เกิดขึ้นคือการแข่งขันที่มากขึ้น ดีสโตนให้ความสำคัญในการผลิตยางที่ได้คุณภาพที่ทัดเทียมมาตรฐานสากล ด้วยระบบเทคโนโลยี ที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;จนในปัจจุบันเราได้รับการยอมรับ จากผู้ใช้งานมากกว่า 120&amp;nbsp; ประเทศทั่วโลก ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ยาง ที่เราผลิต ต่อปีมากกกว่า 100,000,000 เส้น ต่อปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า นอกเหนือการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพแล้ว เรายังมีการปรับปรุงโครงสร้างขององค์กร ในสอดคล้องกับสถานะการณ์การแข่งขันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ บริการ&amp;nbsp; การขนส่งหรือจัดส่งสินค้า&amp;nbsp; การอำนวยความสะดวกให้กับคู่ค้าในเรื่องของการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ&amp;nbsp; การปะชาสัมพันธ์ทางการตลาด ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ดีสโตนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งการแข่งขันในปัจจุบัน เราต้องสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้า ราคาที่เหมาะสม การจำหน่ายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภค การจัดแคมเปญ และการประชาสัมพันธ์การตลาดที่มีความต่อเนื่อง ทั้งหมดคือการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างแต่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ของการดำเนินธุรกิจ คือการสร้างความพึงพอใจที่ดีให้กับลูกค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนยอดขายในปี 2560 ที่ผ่านมา เรามียอดขายที่เติบโตขึ้นพอกับที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งเราเข้าใจสถานการณ์ของเศรษฐกิจดีว่าในปีที่ผ่านมามีปัจจัยลบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจในประเทศ ส่วนเศรษฐกิจทั่วโลกก็ถือว่าทรงตัวแต่ไม่ได้ดีมาก ผนวกกับราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างสูงในช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา การที่เราทำได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ถือว่าเป็นเรื่องดี และในปีนี้ 2561 บริษัทคาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 15% สำหรับสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศ 40% และการส่งออก 60% คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะมีการเติบโตที่ดีขึ้น จากการลงทุนของทางภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงในต่างประเทศที่มีการส่งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทำให้เศรษฐกิจสามารถเดินไปได้ และทางดีสโตนในฐานะที่เราคือ ผู้นำในการนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างยางพารามาแปรรูปก็ได้มีการกำหนดแผนธุรกิจที่ที่จะขยายการผลิตให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาด รวมถึงการเข้าถึงผู้บริโภคในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งในส่วนของในประเทศ และต่างประเทศ ที่ตอนนี้ มีหลายบริษัทจากต่างชาติได้เข้ามาเจรจาสั่งซื้อสินค้า กับทางดีสโตนมากขึ้น อันเป็นผลพวงจากการที่เราไปร่วมงาน แสดงสินค้าในต่างประเทศในปีที่ผ่านมานั่นเอง และในปีนี้เรามีแผนเพิ่มกำลังการผลิตให้เต็มกำลังในทุกภาคส่วนเพื่อรองรับกับการสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราเชื่อมั่นว่ากำลังการผลิตจะสามารถรองรับการสั่งซื้อสินค้าที่เข้ามาได้เพราะเราได้มีการลงทุนเรื่องของเครื่องจักรและเทคโนโลยี ส่วนการปรับแผนคงเป็นเรื่องของการบริการ และการตลาด ที่เราจะส่งข่าวสาร ของภาพลักษณ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆรวมถึงการบริการให้ รวดเร็วมากขึ้น เพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดีสโตน เป็นบริษัทผู้ผลิตยางของคนไทย 100 %&amp;nbsp; ดีสโตนมีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่ทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก&amp;nbsp; การเตรียมการเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์เราได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขยายการลงทุนที่จะมีมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า ซึ่งดีสโตนเชื่อว่าความต้องการผลผลิตของยางล้อเพื่อยานพาหนะ จะมีความต้องการมากขึ้น จากการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งเรามีการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่อง ของความโปร่งใสที่พร้อมให้มีการตรวจสอบ ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมและผู้บริโภค ซึ่งเป็นวิถีทางที่ทำให้องค์กรเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและเติบโตอย่างมั่นคง การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล และที่สำคัญเราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยางล้อของคนไทย 100 % จะเป็นอีกก้าวที่สำคัญที่จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าต่างชาติได้ในฐานะบริษัทของคนไทย ที่ไม่ได้หวังแค่เข้ามาลงทุนและนำผลกำไรกลับไป หากแต่เป็นการคืนสู่สังคม ดังเช่นที่เราทำมาโดยตลอด &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2736</URL_LINK>
                <HASHTAG>deestone, motoring, ข่าวรถ, ดีสโตน, นักธุรกิจ, ยางรถยนต์, ยานยนต์, สัมภาษณ์พิเศษ, เกริก วงศาริยวานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180209/image_big_5a7d22be8a7f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
