<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสียงดังลั่นทั่วอเมริกา : Defund the Police! (ตัดงบตำรวจ! ยุบหน่วยตำรวจ!)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวที่จะให้ &amp;ldquo;Defund the Police&amp;rdquo; (ตัดงบ) ตำรวจทั่วทุกรัฐของอเมริกาที่เราเห็นอยู่ขณะนี้มีสาเหตุล่าสุดจากโศกนาฏกรรม George Floyd&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุการณ์นี้เท่านั้น มันมีสาเหตุมาจากกรณีละม้ายกันอย่างนี้มากมายจนกลายเป็น &amp;ldquo;ความชั่วร้ายประจำชาติ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปฏิรูปตำรวจ&amp;rdquo; เป็นหัวข้อของรัฐบาลทั้งระดับชาติและรัฐมายาวนาน แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์ตำรวจใช้วิธีการโหดร้ายกับผู้คน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยและคนสีผิวอย่างไม่หยุดยั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี George Floyd ตอกย้ำว่าแม้ประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาความอยุติธรรมและความเหลื่อมล้ำในสังคมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่มาของการชุมนุมและเดินขบวนอย่างกว้างขวางและร้อนแรงทั่วประเทศสหรัฐฯ และหลายประเทศทั่วโลกเพื่อเรียกร้องและกดดันให้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่มาของการรณรงค์อย่างขึงขังให้ Defund the Police
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเรียกร้องครั้งนี้มิใช่แค่เพียงการปรับลดงบประมาณของแต่ละรัฐสำหรับตำรวจเท่านั้น หากแต่ยังหมายถึงการยกเครื่องระบบ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;rdquo; ครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สนับสนุนเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ลดจำนวนและงบประมาณตำรวจ หรือยุบหน่วยตำรวจเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังหมายถึงการแก้ปัญหาที่ต้นตอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือระบบของการรักษากฎหมายทุกมิติ...และโยกงบประมาณไปสู่โครงการช่วยเหลือชุมชนมากกว่าการจ้างตำรวจที่มีเครื่องแบบและติดอาวุธที่มีอำนาจหน้าที่เหนือประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งบประมาณในภาพรวมสำหรับตำรวจทั้งในระดับชาติและระดับรัฐของอเมริกาเมื่อปี 2017 สูงถึง $115,000 ล้าน หรือกว่า 3.2 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มมีการเสนอการแก้ไขเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก Bill de Blasio ประกาศว่าจะโยกงบประมาณจาก NYPD หรือหน่วยตำรวจของรัฐไปสู่โครงการเยาวชนและบริการสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับลำดับความสำคัญเช่นนี้จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ต้นตอและให้ชุมชนเองดูแลการรักษากฎหมายโดยไม่ต้องมี &amp;ldquo;ตำรวจในเครื่องแบบ&amp;rdquo; ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความอยุติธรรมมาเป็นผู้ &amp;ldquo;จับและลงโทษ&amp;rdquo; สมาชิกของสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีลอสแองเจลิส Eric Garcetti บอกว่าจะตัดงบตำรวจ $150 ล้าน จากงบเดิมที่เตรียมไว้สำหรับขึ้นเงินเดือนตำรวจมาใช้ในกิจกรรมสำหรับชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาเมืองของมิเนอาโปลิส ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุล่าสุดมีมติ 9-12 ให้ยุบหน่วยตำรวจท้องถิ่น และจะ &amp;ldquo;ทบทวนครั้งใหญ่&amp;rdquo; ว่าด้วยมาตรการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยสาธารณะและวิธีการเผชิญเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพกว่าที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาต่อต้านความเคลื่อนไหวครั้งนี้ อ้างว่าตำรวจ 99% &amp;ldquo;เป็นคนดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กำลังหาเสียงเพื่อการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน จึงคงจะพยายามรักษาฐานเสียงในหมู่ตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังเรียกตัวเองว่าเป็น Law and Order President หรือ &amp;ldquo;ประธานาธิบดีแห่งความสงบเรียบร้อย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่เขาคือคนที่ปั่นกระแสของความเคียดแค้นชิงชังในหมู่ประชาชนเองอย่างไร้ความรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทาง Defund the Police ของอเมริกาจะเกิดขึ้นได้จริงแค่ไหน และจะนำไปสู่การปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจังเพียงใดเป็นเรื่องที่ต้องจับตากันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนจำนวนไม่น้อยที่นั่นเชื่อว่าหากครั้งนี้ไม่สามารถผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของตำรวจได้สำเร็จก็คงจะกลายเป็นบาดแผลลึกของสังคมอเมริกันที่ยากจะหลุดออกจากวงจรเดิมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากวิกฤติครั้งนี้ไม่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบของ &amp;ldquo;ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;rdquo; ของสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรมแล้วไซร้...โศกนาฏกรรมแบบ George Floyd หรือที่เลวร้ายกว่านี้ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนั่นหมายถึง &amp;ldquo;สงครามกลางเมือง&amp;rdquo; ของจริงจะระเบิดขึ้นอย่างปราศจากความสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสังคมอเมริกันยิ่งนับวันก็ยิ่งจะแบ่งขั้วกันหนักขึ้น...ระหว่างกลุ่มคนที่เอนเอียงไปด้านอนุรักษนิยมกับกลุ่มหัวก้าวหน้าที่ต้องการจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความปริแยกที่มีอยู่เดิมถูกทรัมป์ซ้ำเติมด้วยการเลือกข้างทางการเมืองเพียงเพื่อจะเอาใจฐานเสียงของตน โดยไม่สนใจว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อความเป็นมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้หลายวงการเริ่มมองว่าอเมริกากำลังถูกมองว่าเป็น Banana Republic (สาธารณรัฐกล้วยหอม) หรือ &amp;ldquo;ประเทศโลกที่สาม&amp;rdquo; หนักขึ้นทุกที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69734</URL_LINK>
                <HASHTAG>Defund the Police, กาแฟดำ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
