<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรมพลิกโฉมโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(อากิระ นากาโอะ (Akira Nagao))&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันระบบดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้านของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือดิสรัปชันทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อรองรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA-จิสดา) กับรัฐบาลญี่ปุ่น JICA (Japan International Cooperation Agency) ในการร่วมกันพัฒนาเครือข่ายเสากระจายสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมนำทางขึ้นในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมาได้ร่วมกันจัดดงาน DEMO DAY Showcase for GNSS Innovation เพื่อแนะนำการใช้นวัตกรรมด้าน GNSS (Global Navigation Satellite System) ณ ศูนย์ Space Innovation Center อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2562 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่พัฒนานวัตกรรมต้นแบบให้เหมาะกับระบบนิเวศ (Eco-System) ของไทยและภูมิภาค ด้วยการปรับใช้ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานจากระบบระบุพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกความแม่นยำสูง ช่วยพัฒนาโปรแกรม แอปพลิเคชันให้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นหลายรายที่นำนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าร่วมแสดงในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเดิมเริ่มจาก นายอากิระ นากาโอะ (Akira Nagao)&amp;nbsp; ประธานบริษัท เอเชีย เทคโนโลยี อินดัสทรีส์ จำกัด (ATI) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในหลายบริษัทของญี่ปุ่นที่ได้มีโอกาสนำเสนอการทดสอบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autonomous driving) โดยใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม GNSS โดยทาง ATI ได้ร่วมทำการวิจัยระบบกับทาง Smart Mobility ดำเนินงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นักสิทธิ์ นุ่มวงศ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการทดสอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การดำเนินงานนั้นได้ใช้รถ COMS (Micro EV) ซึ่งเป็นผลงานของทาง Smart Mobility ใช้เป็นรถทดสอบ โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากหลายบริษัท คืออุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมที่มีความแม่นยำสูง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก จากทาง Nikon-Trimble Co.,Ltd และใช้กล้องติดรถยนต์ของ Tokai Clarion Ltd. จากญี่ปุ่น ติดตั้งในรถทดสอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรานำระบบ GNSS เข้ามาพัฒนาต่อยอดร่วมกับระบบ Autonomous Driving ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมองเห็นถึงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยพัฒนาประเทศในหลายด้าน ทั้งทางการศึกษา สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&amp;quot; นายนากาโอะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนากาโอะ กล่าวว่า รถ Micro EV เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์ autonomous ราคาประหยัด ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ประหยัดพลังงาน ออกแบบมาสำหรับวิ่งระยะทางซึ่งไม่ไกลมากนัก และสามารถใช้ได้ทุกสภาพอากาศ มีความเร็วที่เราสามารถกำหนดได้ตามความเหมาะสม ซึ่งเราได้กำหนดสูงสุดเพื่อความปลอดภัยสำหรับ Micro EV คือ 40 กม./ชม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม Micro EV ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการ อำนวยความสะดวกเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางไปยังสำนักงาน โรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์สุขภาพ หรือ นำไปใช้ภายในสมาร์ทซิตี้ เมืองแห่งเทคโนโลยีในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ฯลฯ หลักการทำงานของรถแบ่งออกเป็น 4 องค์ประกอบหลัก การจดจำตำแหน่งยานพาหนะ การควบคุมยานพาหนะ การตระหนักจากสถานการณ์ที่ตรวจพบจากภายนอก และแผนปฏิบัติการ โดยการจดจำตำแหน่งของยานพาหนะโดยใช้ระบบ GNSS ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นการระบุตำแหน่งที่มีความถูกต้อง แม่นยำสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในตัวรถยนต์ถูกติดตั้งตัวรับเสาอากาศคู่ Attena-POS-LVX multi-GNSS รวมกับ IMU เสาอากาศหลักให้การวางตำแหน่งในขณะที่เสาอากาศรองให้เวกเตอร์ ระบบเสาอากาศคู่ช่วยในส่วนหัวที่แม่นยำ และถ้าสัญญาณ GNSS ไม่สามารถค้นพบภายใน 1 กม. IMU จะช่วยในการกำหนดทิศทางที่ถูกต้อง หน่วยควบคุมไฟฟ้า (ECU) คือ การควบคุมยานพาหนะซึ่งใช้ควบคุมทั้งการเบรก การบังคับเลี้ยวและการเร่งความเร็ว การตระหนักที่ตรวจพบจากสถานการณ์ภายนอก โดยใช้ Milliwave Rangefinder และ Side Milliwave Radar เป็นการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดมุมมองภายนอกเป็น 3 มิติ แผนปฏิบัติการคือใช้การกำหนดระยะ ตำแหน่งของยานพาหนะ และตระหนักจากสถานการณ์ที่ตรวจพบวัตถุจากภายนอก เพื่อใช้ในการตัดสินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยใช้การสรุปที่ลงลึกเพื่อช่วยหากมีเหตุการณ์ ต้องเปลี่ยนเลนกะทันหันนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ยานพาหนะอัตโนมัติยังได้นำระบบกล้องเข้ามาเพื่อช่วยตรวจสอบการขับขี่รถยนต์ เพิ่มความระมัดระวัง มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งการตรวจสอบจะทำโดยติดตั้งกล้องสองตัว หนึ่งตัวซึ่งให้ภาพแบบเรียลไทม์จากภายนอก และอีกตัวหนึ่งติดตั้งภายในของยานพาหนะเพื่อสามารถแสดงภาพเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นจริงของยานพาหนะเช่นเดียวกับภาพเหตุการณ์จริงภายในห้องผู้โดยสาร ทำให้ระบบ Autonomous เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนากาโอะ กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ร่วมกับทางจิสด้า ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในไทย ซึ่งในเดือนต.ค.2562 นี้จะมาเปิดสำนักงานที่นี่ เพื่อทำวิจัยในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รถ Micro EV เหมาะสมหรับการใช้ในนิคมอุตสาหกรรม และระบบนี้เหมาะสมกับการใช้ในเมืองที่เป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเมืองสมาร์ทซิตี้ ซึ่งทางบริษัทมีความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยี Micro EV ไปเสนอให้กับทุกโครงการที่จะส่งเสริมสมาร์ทซิตี้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ซึ่งบริษัทมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทย ดังนั้น จึงเตรียมที่จะนำโครงการดังกล่าวไปเสนอเพื่อขอส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ และพร้อมที่จะหาผู้ร่วมทุนไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับสถาบันการศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ประโยชน์สูงสุดของรถยนต์ไร้คนขับคือลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกาย และทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ตามกฎจราจร การสัญจรสะดวก และที่สำคัญรถทุกคันสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระเบียบด้วยระบบไร้คนขับ และมีความแม่นยำสูง&amp;quot; นายนากาโอะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายชิเกมิ ฮิดากะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา บริษัท ยันม่าร์ อะกริบิซิเนส จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ยันม่าร์ได้นำโรบอตแทรกเตอร์ซึ่งไม่มีคนนั่งบนรถ แต่ใช้วิธีควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนแท็บเล็ต ด้านหลังเป็นแทรกเตอร์ที่มีคนนั่งบังคับพร้อมกับใช้แท็บเล็ตควบคุมการทำงานของโรบอตแทรกเตอร์โดยสามารถสั่งให้ทำงานได้หลายขั้นตอนในเวลาเดียวกัน เช่น ไถหรือพรวนดินให้ละเอียด ปลูก หยอดเมล็ด ใส่ปุ๋ย ในวันนั้นเป็นการสาธิตการพรวนดินให้เป็นร่องและหยอดเมล็ดข้าวโพด โดยแทรกเตอร์คันหลังซึ่งมีอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับบรรจุเมล็ดข้าวโพด จะทำหน้าที่หยอด จากการสาธิตทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทันทีที่โรบอตแทรกเตอร์เข้าสู่เส้นทางที่กำหนด อุปกรณ์ต่อพ่วงจะเลื่อนลงอัตโนมัติ และทำการไถพรวนให้ดินร่วน ด้วยการสั่งการที่ไม่ยากนี้ ทำให้ทั้งผู้ใช้ที่ชำนาญแล้ว และผู้ใช้มือใหม่ก็สามารถควบคุมแทรกเตอร์ได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หลักของโรบอตแทรกเตอร์มีการทำงานให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ &amp;ldquo;โหมดอัตโนมัติ&amp;rdquo; นอกจากวิ่งเดินหน้าแล้ว ยังสามารถถอยหลัง หยุด และเลี้ยวได้แบบอัตโนมัติได้ และ &amp;ldquo;โหมดเดินหน้า&amp;rdquo; แทรกเตอร์สามารถวิ่งไปมาได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งบังคับด้วยคน เช่น เมื่อขณะที่ต้องเลี้ยว ให้สลับสับเปลี่ยนการทำงานระหว่าง 2 โหมดตามแต่ลักษณะงาน ส่วนแท็บเล็ตที่ใช้ควบคุมก็ถูกออกแบบให้มีความทนทาน กันฝุ่น กันน้ำ เพื่อให้มั่นใจในสภาพการทำงานที่สมบุกสมบัน ใช้งานง่ายด้วยการแสดงข้อมูลบนหน้าจอเป็นสัญลักษณ์และคำอธิบาย เช่น การตั้งขอบเขตพื้นที่ทำงาน การกำหนดเส้นทาง และการติดตามดูแทรกเตอร์ในระหว่างทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยันม่าร์มุ่งมั่นปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการเกษตรในปัจจุบันโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรอุตสาหกรรมเข้ามาใช้ทดแทนแรงงานคน ทั้งการนำรถไถ รถปลูกข้าว รถเกี่ยว-นวดข้าว รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรมาปรับให้เป็นโรบอต เป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของการเป็นบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรที่มุ่งสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน A Sustainable Future อย่างแท้จริง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;++++++++++++&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;28n06 อีโคหน้า 6 ออกวันเสาร์ที่&amp;nbsp; 28 กันยายน&amp;nbsp; 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นวัตกรรมพลิกโฉมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันระบบดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในด้านของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือดิสรัปชันทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อรองรับให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA-จิสดา) กับรัฐบาลญี่ปุ่น JICA (Japan International Cooperation Agency) ในการร่วมกันพัฒนาเครือข่ายเสากระจายสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งใช้เทคโนโลยีดาวเทียมนำทางขึ้นในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมาได้ร่วมกันจัดดงาน DEMO DAY Showcase for GNSS Innovation เพื่อแนะนำการใช้นวัตกรรมด้าน GNSS (Global Navigation Satellite System) ณ ศูนย์ Space Innovation Center อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2562 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่พัฒนานวัตกรรมต้นแบบให้เหมาะกับระบบนิเวศ (Eco-System) ของไทยและภูมิภาค ด้วยการปรับใช้ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานจากระบบระบุพิกัดตำแหน่งบนพื้นโลกความแม่นยำสูง ช่วยพัฒนาโปรแกรม แอปพลิเคชันให้สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีบริษัทญี่ปุ่นหลายรายที่นำนวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าร่วมแสดงในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเดิมเริ่มจาก นายอากิระ นากาโอะ (Akira Nagao)&amp;nbsp; ประธานบริษัท เอเชีย เทคโนโลยี อินดัสทรีส์ จำกัด (ATI) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นหนึ่งในหลายบริษัทของญี่ปุ่นที่ได้มีโอกาสนำเสนอการทดสอบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autonomous driving) โดยใช้ระบบนำทางด้วยดาวเทียม GNSS โดยทาง ATI ได้ร่วมทำการวิจัยระบบกับทาง Smart Mobility ดำเนินงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นักสิทธิ์ นุ่มวงศ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการทดสอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ การดำเนินงานนั้นได้ใช้รถ COMS (Micro EV) ซึ่งเป็นผลงานของทาง Smart Mobility ใช้เป็นรถทดสอบ โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนจากหลายบริษัท คืออุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียมที่มีความแม่นยำสูง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลก จากทาง Nikon-Trimble Co.,Ltd และใช้กล้องติดรถยนต์ของ Tokai Clarion Ltd. จากญี่ปุ่น ติดตั้งในรถทดสอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรานำระบบ GNSS เข้ามาพัฒนาต่อยอดร่วมกับระบบ Autonomous Driving ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงมองเห็นถึงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยพัฒนาประเทศในหลายด้าน ทั้งทางการศึกษา สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&amp;quot; นายนากาโอะกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนากาโอะ กล่าวว่า รถ Micro EV เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของรถยนต์ autonomous ราคาประหยัด ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดเล็ก ประหยัดพลังงาน ออกแบบมาสำหรับวิ่งระยะทางซึ่งไม่ไกลมากนัก และสามารถใช้ได้ทุกสภาพอากาศ มีความเร็วที่เราสามารถกำหนดได้ตามความเหมาะสม ซึ่งเราได้กำหนดสูงสุดเพื่อความปลอดภัยสำหรับ Micro EV คือ 40 กม./ชม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม Micro EV ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการ อำนวยความสะดวกเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทางไปยังสำนักงาน โรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์สุขภาพ หรือ นำไปใช้ภายในสมาร์ทซิตี้ เมืองแห่งเทคโนโลยีในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ฯลฯ หลักการทำงานของรถแบ่งออกเป็น 4 องค์ประกอบหลัก การจดจำตำแหน่งยานพาหนะ การควบคุมยานพาหนะ การตระหนักจากสถานการณ์ที่ตรวจพบจากภายนอก และแผนปฏิบัติการ โดยการจดจำตำแหน่งของยานพาหนะโดยใช้ระบบ GNSS ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นการระบุตำแหน่งที่มีความถูกต้อง แม่นยำสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในตัวรถยนต์ถูกติดตั้งตัวรับเสาอากาศคู่ Attena-POS-LVX multi-GNSS รวมกับ IMU เสาอากาศหลักให้การวางตำแหน่งในขณะที่เสาอากาศรองให้เวกเตอร์ ระบบเสาอากาศคู่ช่วยในส่วนหัวที่แม่นยำ และถ้าสัญญาณ GNSS ไม่สามารถค้นพบภายใน 1 กม. IMU จะช่วยในการกำหนดทิศทางที่ถูกต้อง หน่วยควบคุมไฟฟ้า (ECU) คือ การควบคุมยานพาหนะซึ่งใช้ควบคุมทั้งการเบรก การบังคับเลี้ยวและการเร่งความเร็ว การตระหนักที่ตรวจพบจากสถานการณ์ภายนอก โดยใช้ Milliwave Rangefinder และ Side Milliwave Radar เป็นการทำงานร่วมกัน ทำให้เกิดมุมมองภายนอกเป็น 3 มิติ แผนปฏิบัติการคือใช้การกำหนดระยะ ตำแหน่งของยานพาหนะ และตระหนักจากสถานการณ์ที่ตรวจพบวัตถุจากภายนอก เพื่อใช้ในการตัดสินสถานการณ์แบบเรียลไทม์ โดยใช้การสรุปที่ลงลึกเพื่อช่วยหากมีเหตุการณ์ ต้องเปลี่ยนเลนกะทันหันนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ยานพาหนะอัตโนมัติยังได้นำระบบกล้องเข้ามาเพื่อช่วยตรวจสอบการขับขี่รถยนต์ เพิ่มความระมัดระวัง มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งการตรวจสอบจะทำโดยติดตั้งกล้องสองตัว หนึ่งตัวซึ่งให้ภาพแบบเรียลไทม์จากภายนอก และอีกตัวหนึ่งติดตั้งภายในของยานพาหนะเพื่อสามารถแสดงภาพเหตุการณ์ภายนอกที่เกิดขึ้นจริงของยานพาหนะเช่นเดียวกับภาพเหตุการณ์จริงภายในห้องผู้โดยสาร ทำให้ระบบ Autonomous เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายนากาโอะ กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้ร่วมกับทางจิสด้า ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในไทย ซึ่งในเดือนต.ค.2562 นี้จะมาเปิดสำนักงานที่นี่ เพื่อทำวิจัยในประเทศไทย เพื่อนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;รถ Micro EV เหมาะสมหรับการใช้ในนิคมอุตสาหกรรม และระบบนี้เหมาะสมกับการใช้ในเมืองที่เป็นสมาร์ทซิตี้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมเมืองสมาร์ทซิตี้ ซึ่งทางบริษัทมีความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยี Micro EV ไปเสนอให้กับทุกโครงการที่จะส่งเสริมสมาร์ทซิตี้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ซึ่งบริษัทมีความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวในประเทศไทย ดังนั้น จึงเตรียมที่จะนำโครงการดังกล่าวไปเสนอเพื่อขอส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ และพร้อมที่จะหาผู้ร่วมทุนไทย เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับสถาบันการศึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ประโยชน์สูงสุดของรถยนต์ไร้คนขับคือลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และยังสามารถแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีอุปสรรคในการขับรถเนื่องจากข้อจำกัดทางร่างกาย และทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ตามกฎจราจร การสัญจรสะดวก และที่สำคัญรถทุกคันสามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นระเบียบด้วยระบบไร้คนขับ และมีความแม่นยำสูง&amp;quot; นายนากาโอะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน นายชิเกมิ ฮิดากะ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนา บริษัท ยันม่าร์ อะกริบิซิเนส จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ยันม่าร์ได้นำโรบอตแทรกเตอร์ซึ่งไม่มีคนนั่งบนรถ แต่ใช้วิธีควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนแท็บเล็ต ด้านหลังเป็นแทรกเตอร์ที่มีคนนั่งบังคับพร้อมกับใช้แท็บเล็ตควบคุมการทำงานของโรบอตแทรกเตอร์โดยสามารถสั่งให้ทำงานได้หลายขั้นตอนในเวลาเดียวกัน เช่น ไถหรือพรวนดินให้ละเอียด ปลูก หยอดเมล็ด ใส่ปุ๋ย ในวันนั้นเป็นการสาธิตการพรวนดินให้เป็นร่องและหยอดเมล็ดข้าวโพด โดยแทรกเตอร์คันหลังซึ่งมีอุปกรณ์ต่อพ่วงสำหรับบรรจุเมล็ดข้าวโพด จะทำหน้าที่หยอด จากการสาธิตทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทันทีที่โรบอตแทรกเตอร์เข้าสู่เส้นทางที่กำหนด อุปกรณ์ต่อพ่วงจะเลื่อนลงอัตโนมัติ และทำการไถพรวนให้ดินร่วน ด้วยการสั่งการที่ไม่ยากนี้ ทำให้ทั้งผู้ใช้ที่ชำนาญแล้ว และผู้ใช้มือใหม่ก็สามารถควบคุมแทรกเตอร์ได้อย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ หลักของโรบอตแทรกเตอร์มีการทำงานให้เลือก 2 โหมด ได้แก่ &amp;ldquo;โหมดอัตโนมัติ&amp;rdquo; นอกจากวิ่งเดินหน้าแล้ว ยังสามารถถอยหลัง หยุด และเลี้ยวได้แบบอัตโนมัติได้ และ &amp;ldquo;โหมดเดินหน้า&amp;rdquo; แทรกเตอร์สามารถวิ่งไปมาได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งบังคับด้วยคน เช่น เมื่อขณะที่ต้องเลี้ยว ให้สลับสับเปลี่ยนการทำงานระหว่าง 2 โหมดตามแต่ลักษณะงาน ส่วนแท็บเล็ตที่ใช้ควบคุมก็ถูกออกแบบให้มีความทนทาน กันฝุ่น กันน้ำ เพื่อให้มั่นใจในสภาพการทำงานที่สมบุกสมบัน ใช้งานง่ายด้วยการแสดงข้อมูลบนหน้าจอเป็นสัญลักษณ์และคำอธิบาย เช่น การตั้งขอบเขตพื้นที่ทำงาน การกำหนดเส้นทาง และการติดตามดูแทรกเตอร์ในระหว่างทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ยันม่าร์มุ่งมั่นปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการเกษตรในปัจจุบันโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรอุตสาหกรรมเข้ามาใช้ทดแทนแรงงานคน ทั้งการนำรถไถ รถปลูกข้าว รถเกี่ยว-นวดข้าว รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเกษตรมาปรับให้เป็นโรบอต เป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของการเป็นบริษัทเครื่องจักรกลการเกษตรที่มุ่งสู่เกษตรกรรมที่ยั่งยืน A Sustainable Future อย่างแท้จริง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46807</URL_LINK>
                <HASHTAG>DEMO DAY Showcase for GNSS Innovation, อากิระ นากาโอะ, อีโคโฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8ed446536e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
