<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะกันกลายเป็นประเทศโลกที่ 3!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุการณ์ในรูปนี้คือสาเหตุของการก่อเหตุจลาจลเผาบ้านเผาเมืองไปกว่า 20 เมืองทั่วอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเริ่มที่เมืองมินนิแอโปลิสของรัฐมินนิโซตาอย่างน่าอนาถในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจผิวขาวคนหนึ่งชื่อ Derek Chauvin ใช้เข่ายันต้นคอของชายผิวดำชื่อ George Floyd ที่ถูกสั่งให้นอนคว่ำและมือทั้งสองถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง..เป็นเวลานาน 8 นาทีเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เขาจะร้องเสียงหลงขอชีวิตเพราะหายใจไม่ออก แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นใจแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนที่สุดเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่วิธีการที่เสี่ยงกับการทำให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตเพราะหายใจไม่ออกนั้นถูกห้ามใช้...ยกเว้นในกรณีที่เจ้าหน้าที่มีเหตุจะอ้างว่าชีวิตของตนถูกคุกคามโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ไม่ปรากฏว่ามีช่วงไหนที่ตำรวจจะอ้างได้ว่า ผู้ต้องสงสัยได้ทำอะไรที่คุกคามชีวิตเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ครั้งนี้...รวมถึงวิธีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศผ่านทวิตเตอร์ ว่าอาจจะส่งหน่วยปราบปรามพิเศษเข้ายิงทิ้งผู้ประท้วง...ทำให้เห็นชัดว่าสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นประเทศโลกที่สามแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเผาโรงพักตำรวจที่เมืองนี้ ตามมาด้วยจลาจลไปทั้งเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาก็มีเหตุประท้วงพฤติกรรมตำรวจต่อคนผิวดำกระจายไปกว่า 20 เมืองทั่วสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ส่งข้อความยั่วยุ &amp;quot;When the looting starts, the shooting starts&amp;quot; อย่างนั้น ทวิตเตอร์ก็ใส่เครื่องหมายเตือนว่าทรัมป์ละเมิดกฎของการใช้ทวิตเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะข้อความของประธานาธิบดี &amp;quot;ยกย่องความรุนแรง&amp;quot; (glorifies violence)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้หนึ่งวันทรัมป์มีปัญหากับทวิตเตอร์อยู่ก่อนแล้ว เพราะโซเชียลมีเดียแห่งนี้ขึ้นข้อความเตือน ขอให้คนอ่านได้ใช้วิธี fact-checking (ขอให้คนอ่านตรวจดูว่าจริงหรือเท็จ) ที่อ้างว่าการลงคะแนนเสียงผ่านไปรษณีย์มีการฉ้อโกงอย่างมโหฬารมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกกระมัง ที่ผู้นำประเทศถูกตั้งข้อสังเกตบนโซเชียลมีเดียว่าเอาข้อความที่เข้าข่ายเป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; มาโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์โกรธถึงกับลงชื่อออก &amp;quot;คำสั่งบริหาร&amp;quot; ยกเลิกมาตราของกฎหมายที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านั้นทรัมป์ยังขู่จะ &amp;quot;ปิด&amp;quot; ทวิตเตอร์ หากยังมาตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำข้อความของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวหาทวิตเตอร์มีอคติ ยอมให้มีเนื้อหาโฆษณาชวนเชื่อของจีนและความเห็นโอนเอียงไปทางซ้าย แต่ไม่ยอมให้ความคิดเห็นของฝ่ายอนุรักษนิยมได้ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทวิตเตอร์ไม่หวั่นเกรงทรัมป์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านมาอีกหนึ่งวัน พอผู้นำประเทศขึ้นข้อความเรื่องความรุนแรงที่เมืองมินนิแอโปลิส ทวิตเตอร์ก็ &amp;nbsp;&amp;quot;ซ่อน&amp;quot; ข้อความของทรัมป์...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;quot;ซ่อน&amp;quot; หรือ Hide ข้อความใดเท่ากับเป็นการบอกกล่าวกับผู้ติดตามว่า มีเหตุอันพึงจะสงสัยว่าเนื้อหานั้นๆ สุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือยั่วยุให้สังคมเกิดความสับสนวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเพราะทรัมป์ขึ้นข้อความว่าจะส่งหน่วยติดอาวุธเข้าไปยิงทิ้งผู้ประท้วงหากมีการปล้นสะดมขึ้นมา โดยที่ไม่บอกว่าจะต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์มีแต่ยิ่งจะเสื่อมทรุดลง เมื่อทีมข่าวของซีเอ็นเอ็นที่กำลังถ่ายทอดสดจากสถานที่เกิดเหตุความรุนแรงถูกตำรวจจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวที่กำลังรายงานข่าวอยู่นั้นเป็นคนผิวดำเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเกิดการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความลำเอียง เห็นคนผิวดำเป็นผู้ที่สมควรจะต้องถูกจัดการมากกว่าคนผิวขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เจอวิกฤติพร้อมๆ กันหลายเรื่อง นอกจากเรื่องตำรวจผิวขาวกับผู้ต้องสงสัยผิวดำแล้ว ก็ยังมีเรื่องออกมาประกาศต่อต้านจีนอย่างหนักหน่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ซัดจีนหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด-19, องค์การอนามัยโลก, ฮ่องกง, ความขัดแย้งทางการค้า กล่าวหาว่าจีนขโมยความลับทางอุตสาหกรรมและการใช้เทคโนโลยีแทรกแซงประเทศอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกเรื่องที่ร้อนแรงอยู่ในอเมริกาล้วนเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัวของทรัมป์ที่จะต้องสร้างภาพและหาแพะเพื่อจะได้ปัดวิกฤติให้พ้นตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายประการเดียวของทรัมป์คือ การชนะเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไม่สนใจว่าแนวทางของตนจะสร้างความตึงเครียดและส่งผลเสียหายระดับโลกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขั้นที่ดึงเอาสถานภาพของสหรัฐฯ ลงจากความเป็นผู้นำโลก เป็นตัวอย่างของมาตรฐานทางการเมืองและศีลธรรมที่ร่วงมาเป็น &amp;quot;ประเทศโลกที่สาม&amp;quot; ซึ่งขาดความรับผิดชอบและใช้ทุกวิถีทางที่จะเอาชนะคะคานผู้อื่นโดยไม่สนใจความถูกต้องชอบธรรมแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67571</URL_LINK>
                <HASHTAG>Derek Chauvin, George Floyd, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
