<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรุ่นใหม่ ณ จุดเปลี่ยนผ่านของ Digital Transformation</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผมไปเยือนหาดใหญ่ครั้งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อไปพูดเรื่อง &amp;quot;หาดใหญ่ในความฝันของผม&amp;quot; เนื่องในโอกาสครบรอบ 22 ปีของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ &amp;quot;โฟกัส&amp;quot; ที่ยังยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงอันรุนแรงของนวัตกรรมด้านสื่อสารมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอกาสเดียวกันนั้นผมก็ได้เจอคนรุ่นใหม่ของหาดใหญ่ ที่กระโจนเต็มตัวเข้าสู่ความเป็นผู้ประกอบการยุคดิจิทัลที่น่าชื่นชม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังที่ผมได้ตั้งวงพูดคุยกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่, นักวิชาการ, นักวิจัยคนคว้าและข้าราชการที่มีความคิดก้าวหน้า พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันกับยุคสมัยแล้ว ผมมีความหวังต่อประเทศชาติมากขึ้นโขทีเดียวครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายเดือนก่อนมีข่าวบางกระแสว่าหลายเมืองหลักๆ ของไทยกำลังตกอยู่ในสภาวะ &amp;quot;ขาลง&amp;quot; เพราะ&amp;nbsp; &amp;quot;เศรษฐกิจย่ำแย่&amp;quot; ทำให้ผมพยายามหาคำตอบว่านี่เป็นปรากฏการณ์ที่มาจากความเปลี่ยนแปลงหรือ &amp;quot;อาการ&amp;quot; ของการปฏิเสธที่จะรับรู้และปรับตัวต่อความเป็นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาดใหญ่เป็นหนึ่งในเมืองที่เผชิญกับคำถามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมตั้งวงพูดคุยกับคนหลายๆ วงการ รวมทั้งเดินตลาดสนทนากับพ่อค้าแม่ค้าและเสวนากับคนรุ่นใหม่ที่กำลังขี่คลื่นของความเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้คำตอบว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัว เพราะการขยายตัวของเมือง, การหดหายของเศรษฐกิจแบบเก่า และการก่อเกิดธุรกิจออนไลน์ในหลายๆ รูปแบบที่ผู้คนในเมืองนั้นๆ กำลังพยายามจะทำความเข้าใจเพื่อนำไปสู่การสร้างวิถีชีวิตแบบใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ ของสังคมย่อมมาพร้อมกับความสับสนงุนงงและความเจ็บปวด มีทั้งคนพร้อมจะขี่คลื่นของความเปลี่ยนแปลงและคนที่ปฏิเสธสิ่งใหม่ๆ เพราะยังไม่พร้อมจะออกจาก comfort&amp;nbsp; zone หรือความคุ้นชินเก่าๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สัจธรรมของความเปลี่ยนแปลงคือ เราไม่อาจต้านกระแสของสิ่งใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อทุกมิติของชีวิตคนได้ อีกทั้งพายุยักษ์แห่งวิถีดิจิทัลที่บางคนเรียกว่าเป็น &amp;quot;ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4&amp;quot; นั้นจะซัดสาดใส่ทุกวงการไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ และความสำเร็จในอดีตก็ไม่รับประกันความสำเร็จในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมไปตั้งวงกับหลายๆ ท่านที่ Tuber ที่ถนนแสงจันทร์ของหาดใหญ่ซึ่งเป็น co-working space&amp;nbsp; แห่งแรกของเมืองนี้ ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้ก่อตั้งอย่างคุณวรนล ฐิตินันทกรที่จะสร้างเครือข่ายกับคนในวงการยุคดิจิทัลทั้งหลาย เพื่อให้มาใช้สถานที่ร่วมกันในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีสำนักงานแบบเดิมๆ อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเสนอว่าจาก co-working space เราควรจะก้าวไปสู่ co-thinking space ซึ่งหมายถึงการสร้างพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการร่วมกันคิดร่วมกันแสวงหาสูตรใหม่ๆ เพื่อนำพาสังคมไปอีกหลายๆ ก้าวเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังคุกคามเกือบทุกวงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดหา &amp;quot;พื้นที่ร่วมกันคิด&amp;quot; สำหรับคนในสังคมจะนำไปสู่ความสร้างสรรค์บนพื้นฐานของเหตุผลและข้อเท็จจริง ไม่พึ่งพิงเพียง &amp;quot;ความเห็น&amp;quot; กับ &amp;quot;ความรู้สึก&amp;quot; ซึ่งไม่เอื้อต่อการแสวงหาทางออกร่วมกันของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมีพื้นฐานคิดร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และเปิดกว้างจะนำไปสู่ co-action space หรือ &amp;quot;พื้นที่ร่วมกันทำแผนงานให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราตกลงกันว่าหากเป็นไปได้จะเดินหน้าร่วมกันคิดร่วมกันทำอย่างเป็นรูปธรรมให้กระจายตัวกว้างขวางไปทั่วทุกส่วนของสังคมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโอกาสเดียวกันนั้นผมก็ได้พบกับชารีฟ เด่นสุมิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง Pinsouq (พินซูก) จากจังหวัดยะลา ซึ่งเป็น Online Halal Marketplace หรือมาร์เก็ตเพลสสำหรับอาหารฮาลาลแห่งแรกของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชารีฟเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างธุรกิจออนไลน์แบบ startup ที่เน้นอาหารฮาลาลและสร้างระบบ logistics เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างดียิ่ง เพียงแค่สามปีเศษๆ&amp;nbsp; Pinsouq ก็พิสูจน์ว่าความริเริ่มที่อาศัยเทคโนโลยีออนไลน์และออฟไลน์ไปพร้อมกันนั้นสามารถเกิดได้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มาถึงวันนี้พินซูกมีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายเงินเดือนประจำให้ผู้ร่วมก่อตั้งที่ทำงานเต็มเวลา 4 คนได้อย่างสบายๆ แล้วครับ&amp;quot; ชารีฟบอกผมด้วยแววตาของความภาคภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนรุ่นใหม่อีกคนหนึ่งที่ผมพบในโอกาสเดียวกันนี้คือ ปฐมพงศ์ &amp;quot;เอก&amp;quot; วรงเจริญ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Young Entrepreneurs Chamber (YEC) ของสงขลา เขาเป็นหัวหอกในการสร้างนวัตกรรมบนมือถือที่มีข้อมูลข่าวคราวเกี่ยวกับกว่า 40 จังหวัดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างคล่องแคล่ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอกเป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าทำ เขาผลักดันธุรกิจกาแฟที่เชียงรายแม้ตัวเองจะอยู่สงขลา เพราะเห็นโอกาสที่จะใช้นวัตกรรมสร้างแบรนด์กาแฟของไทยในระดับสากลได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากที่เล่ามาแล้วผมยังพบปะคนวงการต่างๆ ที่หาดใหญ่และสงขลา ที่กำลังก่อตัวเพื่อสร้างพลังสังคมยุคใหม่ที่พร้อมฟันฝ่าคลื่นยักษ์แห่งความเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลอย่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีเรื่องราวของความพยายามเช่นว่านี้อีกมากมายที่จะได้ส่งผ่านให้คนในทุกจังหวัดได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22133</URL_LINK>
                <HASHTAG>Digital Transformation, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการพัฒนาอาชีพและอุตสาหกรรมต่างๆ ให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งในด้านวิชาชีพและอุตสาหกรรม สภาวิชาชีพเหล่านั้นยังเป็นกลไกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้รัฐสามารถใช้อาชีพและอุตสาหกรรมต่างๆ ในการพัฒนาของประเทศ เฉกเช่น สภาอุตสาหกรรม หอการค้า สภาทนายความ แพทย์สภาสมาคมธนาคาร และสภาหรือสมาคมอาชีพอื่นๆ อีกมากมาย เช่น วิศวกรรม สถาปนิก นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ เป็นต้น สภาและสภาคมเหล่านี้นอกจากพวกเขาจะพัฒนาอาชีพและอุตสาหกรรมของพวกเขาแล้ว พวกเขายังมีส่วนช่วยรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอีกด้วย ดังนั้นภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมและวิชาชีพต่างๆ จะต้องช่วยกันคิดว่า เพื่อการพัฒนาประเทศให้รุดหน้าประเทศไทยควรจะมีสภาหรือสมาคมวิชาชีพอะไรบ้างที่จะทำให้สภาหรือสมาคมเหล่านั้นมีส่วนในการพัฒนาประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเรามองดูบริบทของโลกและของประเทศที่เราใช้ชื่อยุคชื่อสมัยว่าเป็นยุค 4.0 เราก็จะเห็นได้ว่าโลกทั้งโลกเป็นโลก 4.0 ที่ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ประชาชนทั้งโลกต่างก็เป็นพลเมืองของประเทศดิจิทัล (Natives of Digital Nation) กันทั้งนั้น ประเทศไทยเองก็วางยุทธศาสตร์เป็นประเทศไทย 4.0 ที่เดินหน้าด้วย ICT (Innovation, Creativity, และ Technology) คือนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี สำหรับเทคโนโลยีนั้นคงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีด้านดิจิทัลที่เกิดขึ้นเพื่อการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าการทำงาน การจัดการ การดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิต จนเกิดวลีที่ว่า Digital Disruption คือการที่เทคโนโลยีด้านดิจิทัลได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนทั้งโลก ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างต้องหายไปเพราะความล้าสมัยและใช้งานได้ไม่ดีเท่ากับเทคโนโลยีของดิจิทัล เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วทุกภาคส่วนของประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัล คือจะต้อง &amp;ldquo;มีใช้ให้ทันสมัย&amp;rdquo; และเมื่อมีใช้แล้วจะต้อง &amp;ldquo;ใช้ให้เป็น&amp;rdquo; และเมื่อมีใช้และใช้เป็นแล้ว จะต้อง &amp;ldquo;ใช้ให้ดี ใช้ให้เป็นประโยชน์&amp;rdquo; อย่านำเอาเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ไปใช้ในทางผิดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางในการที่จะพัฒนาความเจริญก้าวหน้าด้านดิจิทัลนั้นคงจะไม่แตกต่างจากการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของอาชีพและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะต้องมีสภาหรือสมาคมที่จะมีคณะกรรมการในการส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าของวิชาชีพ ทั้งในส่วนที่จะต้องดูแลกันเอง แลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ใช้ทรัพยากรต่างๆ ร่วมกัน ตลอดจนการให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลและหน่วยงานราชการในการกำกับดูและและส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัลให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศ ในปัจจุบันนี้หลายๆ ประเทศในโลกเขามีสภาดิจิทัลกันแล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มี แต่เราจำเป็นจะต้องมี ดังนั้นรัฐบาล หน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมดิจิทัล และผู้ประกอบการใหญ่น้อยทั้งหลายในอุตสาหกรรมดิจิทัลจะต้องมาร่วมกันพิจารณาอย่างจริงจังที่จะต้องทำให้ประเทศไทยมีสภาดิจิทัล เพื่อที่จะให้สภาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่จะส่งผลต่อการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก และการดำเนินการก่อตั้งสภาดิจิทัลนั้นจะต้องทำอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วประเทศไทยเราคงก้าวไม่ทันหลายประเทศในโลกที่เขามีสภาดิจิทัลกันแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศไทยมีสภาดิจิทัลบุคลากรที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลก็จะได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถ (Competency) ในระดับที่จะทำให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในเวทีโลก พวกเขาจะมีส่วนช่วยทำให้อุตสาหกรรมดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งนี้เพราะประเทศไทยจะต้องดำเนินธุรกิจในลักษณะของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และสังคมไทยก็จะต้องเป็นสังคมดิจิทัล (Digital Society) ที่คนไทยมีเทคโนโลยีดิจิทัลใช้กันอย่างถ้วนหน้า มีความสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น และมีหลักธรรมาภิบาลในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่โลกยุค 4.0 เป็นยุคของความเชื่อมโยงในระดับโลกาภิวัตน์ (Global Connectivity) การมีสภาดิจิทัลก็จะทำให้ประเทศไทยทั้งรัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนสามารถเชื่อมต่อกับผู้อื่นในเครือข่ายระดับโลกาภิวัตน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่จะทำให้สภาดิจิทัลเป็นองค์กรในการช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ จำเป็นจะต้องมีการตรากฎหมายรองรับสภาดังกล่าวเฉกเช่นสภาของอาชีพและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ และการมีกฎหมายรองรับการดำรงอยู่ของสภาดิจิทัลย่อมสร้างความมั่นใจให้กับสภาและสมาคมของอาชีพและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะให้ความร่วมมือกับสภาดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า สมาคมธนาคาร สภาอุตสาหกรรม สภาการศึกษา แพทยสภา และองค์กรวิชาชีพอื่นๆ ทั้งนี้เพราะว่าอุตสาหกรรมทั้งหลายในประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัล (Digital Transformation) แทนที่จะให้สภาและสมาคมของอาชีพอื่นๆ เคลื่อนเข้าสู่การเป็นองค์กรดิจิทัล (Digital Organization) แต่เพียงลำพัง หากมีการบูรณาการให้มีการพัฒนาของสภาและสมาคมของอาชีพอื่นๆ เข้ากับสภาดิจิทัล การพัฒนาก็จะทำให้เร็วขึ้น ถูกต้องมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสรุป เมื่อประเทศไทยมีสภาดิจิทัล การวางนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของประเทศไทยก็จะทำโดยคณะกรรมการของสภาดิจิทัลที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความรู้ มีทักษะด้านดิจิทัล ร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้เราได้นโยบายและยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาประเทศด้านดิจิทัล หน่วยงานของภาครัฐจะได้รับความแนะนำ การสนับสนุน และความร่วมมือจากเอกชนที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล ทำให้การพัฒนาดำเนินการได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ทันกับการแข่งขันในเวทีโลกที่เรื่องของความเร็วเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เทคโนโลยีดิจิทัลต้องการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรมนุษย์ด้านดิจิทัลจะต้องมีความสามารถในระดับของความเชี่ยวชาญ นโยบายและยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัลของประเทศจะต้องมีความถูกต้อง ประเทศไทยจะต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหมดนี้คือความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องตรากฎหมายรองรับสภาดิจิทัลเป็นการเร่งด่วน ไม่ควรจะรอให้เนิ่นนานออกไปมากกว่านี้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21284</URL_LINK>
                <HASHTAG>Digital Transformation, คิดเหนือกระแส, ดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
