<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. เปิด 5 หลักสูตร Digital Literacy เสริมแกร่ง “ชาว พช.” ทันยุค Disruption หนุนสร้างข้าราชการยุคใหม่ นำสมัยและมีประสิทธิภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 30 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในยุค Digital Disruption พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายในการผลักดัน นำพาประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยกลไกของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ ขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ การบริหารจัดการที่ดี ซึ่งในส่วนของภาครัฐต้องตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน (Disruptive Technology) ให้สามารถอำนวยความสะดวก มุ่งเน้นความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพลิกโฉมระบบราชการสู่ Digital Government&amp;nbsp; สอดคล้องกับทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่รัฐบาลดิจิทัล คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรภาครัฐในทุกระดับให้ได้รับความรู้ ความสามารถให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงมีการต่อยอดกระบวนการดำเนินงานเพื่อรองรับนโยบาย Thailand Digital Government และการพัฒนาประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของภาครัฐไทยให้เป็นเอกภาพและเห็นผลจริง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้ถือเป็นวาระที่สำคัญและดำเนินการแล้ว อาทิ การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) พัฒนาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากการเปิดตัว 2 Digital Platform ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Big Data กรมการพัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; เพื่อสร้างคุณค่า และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ครอบคลุมในด้านคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านทุนชุมชน และความเข้มแข็งชุมชน ในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกันได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และนำเสนอรูปแบบสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุญแจสำคัญในการการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงอยู่ที่การยกระดับศักยภาพบุคลากร ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy นั่นคือการนำสรรพกำลังทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ระบบงานในองค์กรที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กำหนดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และการพัฒนาบุคลากรสำหรับผู้พัฒนางานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและการนำเสนอ ผ่านกระบวนการ Learning by doing ในรูปแบบของการ Workshop ผสมกับการบรรยายจากประสบการณ์ตรง โดยศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย 5 หลักสูตรที่น่าสนใจ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการพัฒนาเว็บ Application เบื้องต้น รับจำนวน 10 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านการพัฒนาเว็บ เว็บ Application ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนสามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ และแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จริง ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการนำเสนอด้วย Infographics รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ในหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด และสร้าง Infographic โดยการนำเสนอข้อมูลที่มากและหลากหลายนำมาพัฒนารูปแบบการนำเสนอด้วยโปรแกรมPiktochart ที่สามารถจัดระเบียบข้อมูลรูปแบบของภาพ แผนภูมิ แผนผัง สัญลักษณ์ หรือ กราฟต่างๆ ทำให้นำเสนอเข้าใจได้ง่าย ในภาพเดียว สวยงาม น่าสนใจ ส่งผลให้การนำเสนอหรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพเข้าใจง่าย น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยจัดอบรมในวันที่ 18 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการใช้เครื่องมือ Google Data Studio ในการวิเคราะห์ข้อมูล รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะเรียนรู้ในการบริหารจัดการข้อมูลผ่าน Google Data Studio การสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง การคำนวณ การแปลงข้อมูล การสืบค้น และการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการสรุปผลข้อมูลที่ซับซ้อน ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ทำความเข้าใจข้อมูลง่ายขึ้น และสามารถต่อเข้ากับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการจัดเก็บข้อมูลจากสังคมออนไลน์แบบเรียลไทม์ (Social Listening) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลจากสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram YouTube เป็นต้น และพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพราะเสียงจากโลกออนไลน์จะสะท้อนภาพความเป็นไปของโลกได้หลากหลายมิติ และนำมาวัดผล เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินงานได้ต่อไป ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรที่การใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล Data Visualization (Tableau) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการ จัดการข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เกิดความเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อยอดไปสู่การจัดการ Big Data ในอนาคต โดยทักษะการทำ Data Visualization จะทำให้เห็นข้อมูลและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายยิ่งมาก สำรวจหาสาเหตุ ปัจจัยต่างๆ ที่ต้องการ ได้อย่างเป็นระบบจากการย่อยข้อมูลขนาดใหญ่มาเป็นภาพ เส้น สี ที่ดูน่าสนใจและเข้าใจง่าย ด้วยซอฟต์แวร์ Tableau ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอบรมทั้ง 5 หลักสูตรนี้ กรมการพัฒนาชุมชน มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์รัฐบาล ในการยกระดับขีดความรู้ ความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ครอบคลุมความสามารถที่บุคลากรพึงมีทั้ง 4 มิติ ในด้านการสามารถใช้ (Use) เข้าใจ (Understand) การสร้าง (create) และเข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทุกคน ที่มีความสนใจในการยกระดับพัฒนาทักษะความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การให้สูงขึ้น โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรที่ท่านสนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dY0Nc1ZtxHn-Noyiq9KUynMxcAVeg-h1Mh22YKWp7r8/edit?usp=drivesdk หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-1416288 โทรสาร 02-1438920-21 อีเมล์ Communitycenter2021@gmail.com&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามมาตรการการป้องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; อย่างเข้มข้น โดยมีมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจัดให้มีการลงทะเบียนแต่ละจุด จำกัดจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรม และทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเพื่อคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย พร้อมจัดบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ใช้ทำความสะอาดและต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง สำหรับข้าราชการ หรือประชาชนที่สนใจจะพัฒนาตนเอง แต่ไม่สามารถเข้ารับการอบรมในวันเวลาดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชนจะเปิดบริการหลักสูตรด้าน Digital ทั้ง 5 หลักสูตรนี้ให้กับผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาผ่านทางระบบ E -Learning ในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์กรมการพัฒนาชุมชน www.cod.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104798</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, Big Data กรมการพัฒนาชุมชน, Data Governance, DGA, Digital Government, Digital literacy, Disruptive Technology, One Stop Service, Open Data, Thailand Digital Government, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล, ข้อมูลสู่สาธารณะ, ชาว พช., ฐานข้อมูลขนาดใหญ่, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ยุค Disruption, รัฐบาลดิจิทัล, ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน, สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, เปิด 5 หลักสูตร, โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4a6ef2e259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกระดับประกันภัยสู่ดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้าน &amp;rdquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน คือ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;เทคโนโลยีพลิกโลก&amp;rdquo; หรือ Disruptive Technology ทำให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภค บริโภค รวมทั้งผลิตภัณฑ์ด้านการเงิน การลงทุน การประกันภัย ที่ใช้เทคโนโลยีและมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต ซึ่งนอกจากจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีผลถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและรูปแบบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กระบวนการผลิต การค้า การบริการ และกระบวนการทางสังคมอื่นๆ รวมถึงลักษณะของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยประชาชนจะใช้การสื่อสารผ่าน Application ต่างๆ มากขึ้น ดังนั้นภาคอุตสาหกรรมประกันภัยจึงต้องเร่งปรับตัวให้สามารถรองรับกับบริบทของสังคมไทยที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าภาคอุตสาหกรรมประกันภัยมีวิวัฒนาการและมีการปรับตัวที่ดีอย่างต่อเนื่องทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ธุรกิจประกันภัยเป็นอุตสาหกรรมระดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการกำกับดูแลพฤติกรรมผู้บริโภค และมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในธุรกิจมากกว่าภาคธุรกิจด้านอื่นๆ&amp;nbsp; โดยที่การเติบโตของ Startup ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมาจากความร่วมมือจากหลายองค์กรที่สร้าง Corporate Venture Capital (CVC) หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มาร่วมลงทุนกับบริษัทต่างๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้จัดตั้ง Center of InsurTech, Thailand (CIT) ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการประกันภัย และเทคโนโลยีประกันภัยในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งการจะสร้างเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น RegTech, SupTech หรือ InsurTech นั้นต้องอาศัยการร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์การดำเนินการในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่ CIT จะมุ่งเน้นการสร้าง Tech Ecosystem เพื่อให้เกิดการบูรณาการในทุกภาคส่วน เช่น กลุ่มธุรกิจประกันภัย ธนาคาร มหาวิทยาลัย โครงการพัฒนา Startup กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีรายใหญ่ Tech Startups ภาครัฐ และหน่วยงานกำกับ ร่วมกันผนึกกำลังที่เข้มแข็งเพื่อให้ CIT เป็น Center of Co-Creation ที่จะร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและผู้เอาประกันภัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น ล่าสุด คปภ.ได้ร่วมมือผนึกกำลังกับบริษัทประกันภัย จัดงานสัปดาห์ประกันภัย ปี 2561 ภายใต้ธีม &amp;ldquo;Converging Insurance Business Model with InsurTech in Digital Disruption พลิกโฉมประกันภัยไทยสู่มิติใหม่ยุคดิจิทัลเพื่อประชาชน&amp;rdquo; นอกจากจะได้รับความรู้เกี่ยวกับประกันภัยและนวัตกรรมต่างๆ ด้านการประกันภัยแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยราคาพิเศษลดสูงสุด 30% และลุ้นรับของรางวัลมากมาย ตลอดจนพบกับความบันเทิงจากศิลปินดาราภายในงานสัปดาห์ประกันภัยครั้งนี้ชนิดที่เรียกว่า &amp;quot;มางานเดียว ทั้งคุ้ม ทั้งครบ จบในที่เดียวเรื่องประกันภัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันชีวิตรับโดยตรงผ่านช่องทางการขายจาก ตัวแทน ธนาคาร โทรศัพท์ นายหน้า ไปรษณีย์ และช่องทางอื่น รวมทั้งสิ้น 311,772 ล้านบาท ขยายตัว 4.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยช่องทางการขายผ่าน &amp;ldquo;ธนาคาร&amp;rdquo; มีพัฒนาการการขายที่โดดเด่น มีเบี้ยประกันชีวิตรับโดยตรงสูงสุดจำนวน 148,788 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47.72% ของเบี้ยประกันชีวิตรับโดยตรงรวมทุกช่องทาง มีอัตราการขยายตัวในอัตราเร่งที่ 7.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของช่องทางการขายผ่าน &amp;ldquo;ตัวแทน&amp;rdquo; มีเบี้ยประกันชีวิตรับโดยตรงจำนวน 140,822 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 45.17 มีอัตราการขยายตัว 0.68% ตามมาด้วยการขายผ่านช่องทาง &amp;ldquo;โทรศัพท์&amp;rdquo; มีเบี้ยประกันชีวิตรับโดยตรง จำนวน 9,440 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.03% มีอัตราการขยายตัว 7.93% สำหรับธุรกิจประกันวินาศภัยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 114,302 ล้านบาท ขยายตัว 5.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม และด้วยการส่งเสริมทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการพัฒนาปรับปรุงกฎระเบียบและแนวปฏิบัติ และการสร้างความพร้อมแก่ธุรกิจประกันภัย เชื่อมั่นว่าในอนาคตธุรกิจประกันภัยไทยต้องมีความแข็งแกร่งไม่แพ้ชาติใดในโลกอย่างแน่นอนครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17162</URL_LINK>
                <HASHTAG>Disruptive Technology, กระจกไร้เงา, คปภ., ศรยุทธ เทียนสี, เทคโนโลยีพลิกโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
