<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2019 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ใบขับขี่ดิจิตอล ต้องรออีก6เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเตือนใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ยังต้องใช้คู่กับบัตรใบขับขี่เดิม จนกว่ากฎหมายใหม่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา(บช.ศ.) ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงเมื่อวันที่ 15 มกราคมนี้ กรณีกรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศใช้ระบบใบขับขี่ดิจิตอล ผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน DLT QR Lincence ซึ่งจะเริ่มใช้วันที่ 15 ม.ค.เป็นวันแรก ว่า ทางตำรวจเห็นด้วยที่จะนำใบขับขี่ดิจิตอลเข้ามาใช้ในระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้เมื่อได้เปิดใช้งานแอปพลิเคชันแล้ว ก็สามารถนำใบขับขี่ดิจิตอลมาแสดงควบคู่กับบัตรเดิมได้ แต่ทั้งนี้ผู้ใช้รถยังคงต้องพกใบขับขี่แบบเดิมไปก่อน จนกว่า พ.ร.บ.จราจรทางบก จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยในวันที่ 17 ม.ค.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกเพื่อแจ้งให้ทราบ ก่อนที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจะเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ศ. กล่าวว่า ในส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะสามารถปฏิบัติได้ตาม มาตรา 140 วรรค 3 เพื่อกล่าวตักเตือน หรือออกใบสั่งให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิดภายในเวลา 7 วัน แต่หากผู้ขับขี่รายนั้นปฏิเสธไม่ทำตาม หรือไม่มีใบขับขี่แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154 โดยในขั้นตอนทั้งหมดนี้ จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสามารถรองรับประชาชนทั้งในเมือง หรือต่างจังหวัดได้ทั้งหมดหรือไม่ พล.ต.ต.เอกรักษ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ขอเพียงมีใบขับขี่และบัตรประชาชน ตำรวจก็จะสามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบได้ว่า บุคคลนั้นมีสถานะใบขับขี่อย่างไร หมดอายุแล้วหรือไม่ หรือมีใบสั่งค้างติดตัวอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่แบบใหม่ก็ได้ ส่วนการสวมบัตรของผู้อื่นมาใช้นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบัตรประชาชนตามเลข 13 หลัก และทางตำรวจก็จะต้องตรวจสอบซ้ำว่า ใบขับขี่ที่แสดง เป็นบุคคลเดียวกันกับที่ปรากฏในระบบด้วยหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26664</URL_LINK>
                <HASHTAG>DLT QR Lincence, พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3de5c42a914.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
