<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวิลด์แบงก์เปิดผลจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจปี 62 ไทยร่วง 1 อันดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวิลด์แบงก์เผยผลจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ ปี 2562 ร่วง 1 อันดับ มาอยู่ที่ 27 จากปีก่อนอยู่ที่ 26 จากทั้งหมด 190 ประเทศ สวนทางคะแนน EODB เพิ่ม ด้าน ก.พ.ร. ฟุ้ง 4 ด้านไทยคะแนนพุ่ง &amp;ldquo;การเริ่มต้นธุรกิจ-การขอใช้ไฟฟ้า-การชำระภาษี-การค้าระหว่างประเทศ&amp;rdquo; เมินอันดับร่วง มองคะแนนขยับสะท้อนการพัฒนาที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้เผยแพร่รายงานอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Doing Business) ของประเทศทั่วโลกประจำปี 2562 โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจอันดับที่ 27 จากทั้งหมด 190 ประเทศ ด้วยคะแนน Ease of Doing Business Score (EODB) รวมทุกด้าน 78.45 คะแนน เพิ่มขึ้น 1.06 คะแนน แต่อันดับลดลง 1 ขั้นจากอันดับ 26 ในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า คะแนนของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการเริ่มต้นธุรกิจ ด้านการขอใช้ไฟฟ้า ด้านการชำระภาษี และด้านการค้าระหว่างประเทศ&amp;nbsp; กรณีด้านการขออนุญาตก่อสร้างของไทยที่อันดับลดลงมาอยู่ที่ 67 ในปีนี้จากอันดับ 43 เมื่อปีก่อนนั้น ยอมรับว่า เป็นผลจากระบบราชการมีปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิศวกรรมที่จะมาทำหน้าที่ตรวจสอบ ทำให้ขั้นตอนกินระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นไปโดยปริยาย ซึ่ง ก.พ.ร.จะเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาให้เหมาะสม พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เช่น การเชื่อมโยงฐานข้อมูลของหน่วยงานราชการเข้าด้วยกัน
&amp;quot;อันดับไม่ได้บอกอะไรได้ทั้งหมด แต่เราจะดูคะแนนในแต่ละด้านว่ามีพัฒนาการดีขึ้นหรือไม่ เราไม่ได้สนในเรื่องอันดับ แต่สนใจในเนื้อหาว่าได้พัฒนาไปได้ดีอย่างไร ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร&amp;quot; นายปกรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในครั้งนี้ ธนาคารโลกได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจใหม่ จากเดิมที่ใช้ระยะห่างจากเป้าหมายที่กำหนด (Distance to Fontier : DTF) มาเป็นการวัดแบบ EODB เพื่อให้การคำนวณสะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด โดยวิธีนี้ประเทศที่ดีที่สุดในแต่ละตัวชี้วัดจะได้คะแนนเต็ม 100 คะแนน ส่วนประเทศที่ทำได้ไม่ดีที่สุดในตัวชี้วัดนั้นจะได้คะแนน 0 คะแนน ส่วนประเทศอื่นจะได้คะแนนตามผลงานที่ทำได้เมื่อเทียบกับ Banchmark ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมาร่า วาร์วิค ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย บรูไน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า การจัดอันดับนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและทำให้เกิดการแข่งขัน โดยนำไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ถึงแม้ประเทศไทยจะทำดีขึ้นแต่ประเทศอื่น ๆ ก็ทำดีขึ้นเช่นกัน และเชื่อว่ารัฐบาลจะพยายามที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศอย่างเข้มแข็งกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ พบว่า ด้านการขอเริ่มต้นธุรกิจของไทยถ้าเป็นเมื่อ 16 ปีก่อนจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน แต่ขณะนี้ลดลงเหลือ 7 วัน แต่นิวซีแลนด์ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ด้านการแก้ปัญหาการล้มละลายของไทยใช้เวลา 1 ปีครึ่ง มาเลเซีย 1 ปี และมองโกเลีย 4 ปี เป็นต้น ซึ่งการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจนี้จะเป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารประเทศจะนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายต่อไป&amp;rdquo; นายมาร่า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ ได้อันดับ 1 ในรายงาน Doing Business ประจำปีนี้ ตามมาด้วย สิงคโปร์, เดนมาร์ก, ฮ่องกง และเกาหลีใต้ ส่วนสหรัฐฯ อยู่ที่อันดับ 8 ลดลงจากอันดับ 6 ในปีที่แล้ว ส่วนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น สิงคโปร์ได้อันดับ 2 จากการสำรวจประเทศทั่วโลก ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่อันดับที่ 15 เพิ่มขึ้น 9 อันดับ, ไทยอันดับที่ 27 ลดลง 1 อันดับ, บูรไนอันดับที่ 55 เพิ่มขึ้น 1 อันดับ, เวียดนามอันดับที่ 69 ลดลง 1 อันดับ, อินโดนีเซียอันดับที่ 73 ลดลง 1 อันดับ, ฟิลิปปินส์อันดับที่ 124 ลดลง 11 อันดับ, กัมพูชาอันดับ 138 ลดลง 3 อันดับ, สปป.ลาว อันดับที่ 154 ลดลง 13 อันดับ และเมียนมาอันดับที่ 171 ไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21211</URL_LINK>
                <HASHTAG>2019, doing Business, ธนาคารโลก, รายงานอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ, เวิลด์แบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdbc0afbe7f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลจ่อยกเลิกขอใบอนุญาตทำธุรกิจหลายพันฉบับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมาย จ่อโละการขอใบอนุญาตทิ้งเกือบ 5,000 ฉบับ หวังลดขั้นตอน และเชฟต้นทุนในการทำธุรกิจ ฟาก กพร. เตรียมเปิดให้ขอใบอนุญาตผ่านออนไลน์กว่า 300 ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค. 2561 นายกอบศักดิ์ &amp;nbsp;ภูตระกูล &amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานสัมมนา executive forum on competitiveness 2018 จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ ว่า &amp;nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันในไทย ติด 20 อันดับแรกของประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด &amp;nbsp;จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ &amp;nbsp;27 จากการจัดของ international Institute for Management Development หรือ ไอเอ็มดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวทางการดำเนินงาน &amp;nbsp;จะเน้นไปที่การปฏิรูปกฎหมายที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะ ยกเลิกใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพของประชาชนที่ในปัจจุบันมีอยู่กว่า 5,000 เรื่อง แต่ในอนาคต จะลดให้เหลือไม่เกิน 1,000 ฉบับ ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าว จะช่วยลดขั้นตอน และลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; หากต้องการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เราจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายครั้งใหญ่ เพราะกฎหมายหลายฉบับของไทย ค่อนข้างล้าสมัย บางเรื่องประกาศใช้มากว่า 70ปี และยังเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะการขออนุญาตประกอบธุรกิจที่ซับซ้อน หลายขั้นตอน ซึ่งมีต้นทุนที่สูง เราต้องดูแนวทางของประเทศเหมือนเกาหลีใต้ ที่สะสางกฎหมายลดลงไปได้ถึง 50% ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนได้ประมาณปีหนึ่งถึงหลายแสนล้านบาทต่อปี แน่นอนมันทำให้ภาครัฐเสียรายได้บ้าง แต่จะส่งผลดีต่อการแข่งขันในระยะยาว&amp;quot; นายกอบศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข &amp;nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐบาลมีเป้าหมายที่ยกระดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (doing Business) ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 26 &amp;nbsp; ซึ่งยังตามหลังมาเลเชียที่อยู่ในอันดับที่ 24 &amp;nbsp;โดยรัฐบาลไทยคาดหวังว่า จะสามารถแซงมาเลเชียได้ในปีนี้ โดยสิ่งที่รัฐบาล ดำเนินการก็คือ การปฏิรูปกระบวนการทำงานของราชการ ที่จะต้องอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ ซึ่งรัฐบาลเตรียมรวบรวมการขอใบอนุญาตที่สำคัญกว่า 300 ฉบับ มาให้บริการในอินเทอร์เน็ตภายในปี 2562 &amp;nbsp;เพื่อลดเวลา และลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4565</URL_LINK>
                <HASHTAG>doing Business, ก.พ.ร., กอบศักดิ์ ภูตระกูล, ขีดความสามารถในการแข่งขัน, ปฏิรูปกฎหมาย, รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ใบอนุญาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa101c3066dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
