<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2020 06:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2020 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ &#039;ไพสิฐ&#039; พ้นอธิบดีดีเอสไอ  แต่งตั้ง &#039;กรวัชร์&#039; แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยกระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่งอนุญาตให้ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลาออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้น าความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บุคคลดังกล่าว พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69187</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, ดีเอสไอ, พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200620/image_big_5eed48a733ae6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DSIยื่นถอนประกัน‘ชัยวัฒน์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ดีเอสไอฉุน &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; ให้สัมภาษณ์บิดเบือนสร้างความสับสนคดี &amp;quot;อุ้มฆ่าบิลลี่&amp;quot; แถมจะเข้าพื้นที่เกิดเหตุ หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ชงศาลอาญาคดีทุจริตฯ ถอนประกัน สั่งงดให้สัมภาษณ์-ห้ามเข้าอุทยานฯ แก่งกระจาน-สวมกำไลอีเอ็ม 4 ผู้ต้องหาป้องกันยุ่งเหยิงพยาน ศาลนัดพร้อมคู่ความ 25 &amp;nbsp;พ.ย.นี้ ขณะที่ปลัด ทส.เด้ง! &amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;quot; จากอุบลฯ ไปเป็น ผอ.ทสจ.ปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ &amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้ร่วมประชุมกับพนักงานสอบสวนเพื่อยื่นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกรวม 4 รายหลังได้รับการประกันตัว โดยเห็นว่านายชัยวัฒน์เข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีแล้ว แต่เมื่อได้รับการปล่อยชั่วคราวนายชัยวัฒน์กลับไปให้ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ ทั้งที่ในการสอบสวนได้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องหานำพยานหลักฐานหรือให้ปากคำแก้ข้อกล่าวหา แต่นายชัยวัฒน์กลับปฏิเสธให้การในชั้นสอบสวน แล้วออกไปให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่อาจจะเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุหรือผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวต่อการสอบสวน ดีเอสไอจึงต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปให้ศาลรับทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.00 น.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนประกันตัวชั่วคราวของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 1 ในคดีเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ เมื่อปี &amp;nbsp;2557 และถูกออกหมายจับพร้อมพวก รวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ &amp;nbsp;หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากอาจไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หลังจากมีการรวบรวมคำให้สัมภาษณ์หลังปล่อยชั่วคราว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวระบุตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ภายหลังผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับการปล่อยชั่วคราว ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายวาระต่างกัน ซึ่งได้แนบเอกสารและคลิปการให้สัมภาษณ์มาด้วย มีเนื้อหาบิดเบือนการสอบสวนและการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ มีเจตนาสร้างความสับสนในการปฏิบัติหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ทำให้พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์และต้องการให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนฯ อาจเกิดความเข้าใจผิดและไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้มีความยากลำบากในการสอบสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การให้สัมภาษณ์ผู้ต้องหาที่ 1 มิใช่การแสดงความเห็นติชมโดยสุจริต เนื่องจากคดีนี้ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ต่อหน้าทนายความ โดยให้โอกาสในการแก้ข้อหาและแสดงข้อเท็จจริง แต่ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกไม่ให้การข้อเท็จจริง โดยปฏิเสธให้การทุกคำถาม แต่กลับไปให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญต่างๆ ต่อสื่อมวลชน มีเจตนาพิเศษต้องการให้สังคมสับสนเข้าใจผิดกดดันการสอบสวน อีกทั้งการที่ผู้ต้องหาจะเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ย่อมส่งผลทางจิตวิทยาให้บุคคลในพื้นที่หวั่นไหวไม่กล้าให้การหรือความร่วมมือ การกระทำดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐานและเป็นอุปสรรค เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนตาม ป.วิอาญา มาตรา 108/1 (2) (5)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอศาลได้โปรดพิจารณาวินิจฉัยการปล่อยชั่วคราวนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาที่ 1 หรือขอให้กำหนดเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ 1-4 ดังนี้ 1.ห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาที่ 1 &amp;nbsp;สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดีนี้ หรือให้ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตอันส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวน 2.ห้ามไม่ให้ผู้ต้องหาที่ 1-4 เข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่พนักงานสอบสวนได้พบวัตถุพยานอันสำคัญ และยังมีพยานบุคคลหรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีจำนวนมาก อาจทำให้พยานเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน และผู้ต้องหาที่ 1-4 อาจจะเข้าไปก่อให้เกิดความเสียหายต่อพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างรวบรวมเพิ่มเติม 3.ให้ผู้ต้องหาที่ 1-4 ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่น (กำไลอีเอ็ม) ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางผู้ต้องหาที่ 1-4 เพื่อป้องกันการหลบหนี และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ขอให้ห้ามไม่ให้เข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อันจะเกิดความเสียหายต่อการรวบรวมพยานหลักฐานตาม ป.วิอาญา มาตรา 108 วรรคท้าย หรือเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ศาลเห็นควรพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลรับคำร้องไว้พิจารณาและนัดพร้อมสอบถามคู่ความทั้งสอง เกี่ยวกับคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ซึ่งตรงกับวันที่ศาลนัดนายชัยวัฒน์ และพวกรวม 4 &amp;nbsp;คนมารายงานตัวหลังจากครบกำหนดฝากขังครั้งแรก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ได้เซ็นคำสั่งย้ายนายชัยวัฒน์ไปเป็น ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ปัตตานี &amp;nbsp;หรือ ทสจ.ปัตตานี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่ เนื่องจาก ผอ.ทสจ.ปัตตานีคนเดิมได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ &amp;nbsp;จ.ยะลา และเป็นตำแหน่งที่เทียบเท่า ซี 9 เช่นเดียวกับที่นายชัยวัฒน์เป็นอยู่ปัจจุบัน แต่ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัด ทส.ในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้เนื่องจากถ้อยคำให้สัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับคดีของนายพอละจีนั้นอาจกระทบต่อกระบวนการสอบสวนหรือเสียรูปคดี แต่ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนเองก็เพิ่งทราบจากข่าวยังไม่เห็นคำสั่ง รายละเอียดทั้งหมดตนไม่ขอให้ความเห็นหรือสัมภาษณ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญามีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.6246/2561 ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ขณะดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษพิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ชุดพญาเสือ) โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องนายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เเละนายวุฒิ บุญเลิศ หรืออาจารย์วุฒิ นักวิชาการอิสระที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าสินไหมทดแทน จากกรณีที่นายวุฒิโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าที่มีชื่อพี่ชายของนายชัยวัฒน์เป็นผู้ครอบครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ทนายโจทก์ร่วม จำเลยทั้งสองพร้อมทนายจำเลยที่ 2 เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบแล้ว ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามฟ้อง และเมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามฟ้อง ย่อมถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์ร่วม จึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทนตามคำร้องของโจทก์ร่วม พิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50588</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, คดีบิลลี่, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ดีเอสไอ, พอละจี รักจงเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุ้มฆ่าบิลลี่, เพิกถอนประกันตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a55561454.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำนาน &#039;เกลือเป็นหนอน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แปลก.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ &amp;quot;นางกาญจนา หงษ์เหิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ส่วนตัว &amp;quot;นางพจมาน ณ ป้อมเพชร&amp;quot; อดีตภรรยานายทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กับสามีของเธอ &amp;quot;นายวันชัย หงษ์เหิน&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องหาคดีสมคบฟอกเงิน &amp;quot;โอนและรับโอนเงิน ๒๖ ล้าน&amp;quot; จากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อจากกรุงไทยฯ ให้กลุ่ม &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมื่อวาน (๓๑ ต.ค.๖๑)........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนัดกับอัยการ เพื่อให้นำตัวไปส่งฟ้องศาลแล้ว แต่ปรากฏว่า ผู้ต้องหาทั้ง ๒ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นัดแล้วไม่มา&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ต้องร้อนถึง &amp;quot;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง&amp;quot; อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเจ้าของคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไปตามหาตัวมาให้อัยการ เพื่อส่งฟ้องในนัดต่อไป!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องตกอก-ตกใจอะไรกันไปหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ้เรื่องที่จะ &amp;quot;หนีตามนาย&amp;quot; น่ะ ยห.อย่าห่วง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่หนีแน่......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยี่ห้อยิ่งลักษณ์เป็นประกัน &amp;quot;ไม่หนีค่ะ ขอตายคาเวทีประชาธิปไตยค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในค่ายสำนักทักษิณนั้น เป็นที่ประจักษ์แน่ชัดแล้วว่า &amp;quot;มือกฎหมาย&amp;quot; หัวก่ายเหมือนปลาแขยงในบ่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีตั้งแต่ระดับอดีตตุลาการใหญ่ อดีตหัวหน้าทนายแผ่นดินใหญ่ นักกฎหมายใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนถึงระดับชำนาญ &amp;quot;หิ้วถุงขนม&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล้วน &amp;quot;อ่านกฎหมายรู้-ดูกฎหมายออก&amp;quot; ทั้งในและนอกถุงกันทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จะต้องรีบร้อนเป็นจำเลยตั้งแต่นัดแรกไปทำไม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉยเอาเชิงไว้ก่อนซักนัด-สองนัด มีตรงไหนบอกว่า &amp;quot;ขัดกฎหมาย&amp;quot; มิทราบ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; มีหลายภาค-หลายตอน ในตอนของ &amp;quot;นายพานทองแท้&amp;quot; ส่งเข้าระบบศาลไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาญจนากับวันชัย สองสามี-ภรรยา ในเรื่อง &amp;quot;กฤษดามหานคร&amp;quot; เดียวกัน แต่เป็นคนละตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หยิบมาคุยนี่ ไม่มีอะไร เพียงอยากจะบอกท่านอธิบดี DSI ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนักใจแทนท่านนะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกแค่แทนอธิบดี DSI คนเดียว ก็ไม่ถูก ต้องบอกว่า หนักใจแทนท่านอัยการสูงสุดด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณมีคำพังเพยพูดถึงว่า &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนบัดป่านนี้ ผมจะแก่ตายในอีก ๒๐-๓๐ ปี อยู่รอมร่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังนึกภาพไม่ออกว่า &amp;quot;เกลือมันจะเป็นหนอนได้ยังไง?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนโบราณนี่ ช่างพิเรนทร์คิด เนอะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มายุคนี้ ต้องร้อง...อ้อ &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot; มันอย่างนี้นี่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอย่างไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นอย่างที่เป็นอยู่หลายส่วนในระบบราชการ เช่นที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานอัยการสูงสุด นี่ไง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื้อชั่วไม่เคยตาย&amp;quot; ความหมายที่เป็นรูปธรรม ก็ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในถังเกลือ DSI และถังเกลือ อสส. .........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ ถึงขณะนี้ ยังยุ่บยั่บด้วย &amp;quot;หนอนระบอบทักษิณ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดถึงทักษิณ ผมละศรัทธาจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงที่ว่า เคยบอกผมไว้อย่างไหน เป็นอย่างนั้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยบอกผมว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่...ตำรวจก็ของผม อัยการก็ของผม ศาล ครึ่ง-ครึ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่านมาร่วม ๒๐ ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษิณพูดไว้คำไหน ยังเป็นคำนั้น ในถังเกลือประเทศไทยวันนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนอนทักษิณ&amp;quot; ยังยุ่บ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่จะเป็นไปทั้งหมด เพียงแต่ยังแทรกฝังอยู่ เชื้อชั่วไม่มีอันหมดไป-สิ้นไป อย่างที่ใครๆ คิดว่า นานแล้ว มันน่าจะหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ไม่หมด เพราะเชื้อชั่วมันแรง สืบสายพันธุ์กันง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอ้ตัวใหญ่ออกไป.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็พ่นน้ำเชื้อ &amp;quot;โกงแบ่งกัน&amp;quot; เพาะสายพันธุ์ไว้ เมื่อตัวอ่อนเติบโตขึ้นในระบบ จึงเป็นส่วน &amp;quot;กลายพันธุ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก &amp;quot;ข้าราชการ&amp;quot; กลายเป็น &amp;quot;พันธุ์หนอน&amp;quot; คอยบ่อนไส้ให้ระบอบทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการดีๆ ทำงานซื่อตรง เช่นใน ดีเอสไอ และใน อสส. &amp;quot;ทำงานยาก-อยู่ลำบาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถูกบีบ ถูกอามิสหลอกล่อ ถูกข่มขู่ ถูกเจาะความลับคดี ถ้าหมั่นสังเกต และยังจำกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอน นปช.ครองเมือง หลายต่อหลายคดี ทั้งที่ยังเป็นความลับ &amp;quot;ทางคดี-ทางราชการ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จตุพรบ้าง ณัฐวุฒิบ้าง เอามาแฉบนเวทีเสื้อแดงปาวๆ เหมือนกางสำนวนสอบสวนขึ้นอ่าน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกๆ นึกว่าจตุพรเสกสรรปั้นแต่งหลอกพวกเขาเอง แต่พอถึงเวลา มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างคดีกฤษดามหานครนี้.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชมข้าราชการดีเอสไอและข้าราชการสำนักงานอัยการสูงสุด &amp;quot;ในส่วนดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากกว่าข้าราชการประเภท &amp;quot;เกลือเป็นหนอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่เข็นคดีกฤษดามหานคร &amp;quot;ภาคโอ๊กอ๊าก&amp;quot; สู่ชั้นศาล ต่อจากภาคแรก ที่ระดับใหญ่เข้าไปอยู่ในคุกแล้วหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องชื่นชมว่า ทั้งดีเอสไอและอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเป็นหลักทางนิติธรรมให้สังคมชาติและประชาชน &amp;quot;ได้พึ่ง-ได้หวัง&amp;quot; ในบ้านนี้-เมืองนี้อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าเป็นยุค &amp;quot;ธาริต&amp;quot; นั่ง DSI &amp;quot;ชัยเกษม&amp;quot; นั่งอัยการสูงสุด นึกไม่ออกว่า.......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฤษดามหานคร &amp;quot;ภาคโอ๊กอ๊าก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีจะได้คลอดมั้ย สำนวนเป็นแบบไหน และอัยการจะสั่งคดีอย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ถึงคลอดได้ในยุคนี้ เท่าที่ดูอาการ บอกได้เลยว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งดีเอสไอทั้งอัยการสูงสุด........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า &amp;quot;ใจสัตย์-ใจซื่อ&amp;quot; ไม่แข็งพอ ผลจะไม่ออกมาให้ประชาชนได้ชื่นชมอย่างวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ &amp;quot;ไอ้หยิกหยักศก&amp;quot; คนหน้าคุ้น มันใช้กำลังจากข้างนอกบีบเข้าไปข้างในชนิดแรงยกกำลังสอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โชคดีที่ &amp;quot;เสาหลัก&amp;quot; ดีเอสไอและสำนักอัยการสูงสุด ยังเป็นเสาค้ำ &amp;quot;นิติธรรมประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนวนจากการควบคุมของอธิบดีดีเอสไอ จึงออกมา &amp;quot;ไม่เพี้ยน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง &amp;quot;ไม่ด้านพอ&amp;quot; ที่จะปล่อยให้ &amp;quot;อายุความ&amp;quot; ขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการสูงสุด นั้น ท่านก็ดำรงศักดิ์ &amp;quot;ทนายแผ่นดิน&amp;quot; ให้ประจักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจรหน้าคุ้น&amp;quot; ผลักเสาหินไม่สะเทือน ลงท้าย เห็นพี่น้องเป็นพรวน จูงกันไปขึ้นศาล!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ก็เล่าสู่กันฟัง สืบเนื่องจากที่เลขาฯ ส่วนตัวพจมานกับสามี นัดอัยการ เพื่อไปศาล แล้วเบี้ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นระแวงกันว่า หนี..ไม่หนี ก็อยากบอกว่า ไม่หนีหรอก เพียงหลบหน้าตามสิทธิ์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่รอเลือกตั้ง ลุ้นพรรคทักษิณกลับเป็นรัฐบาลก่อน ถ้าหวังเหวิด ค่อยว่ากันอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนี-ไม่หนี&amp;quot;........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนั้น มันแน่อยู่แล้ว!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21128</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, พจมาน ณ ป้อมเพชร, วันชัย หงษ์เหิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>16ปีDSIช่วยชาติ4แสนล. รื้อโควตานมรร.แก้ทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดีเอสไอ&amp;quot; ครบรอบ 16 ปี โชว์ผลงานสางคดีเสร็จกว่า 2 พันคดี &amp;quot;ไพสิฐ&amp;quot; ประกาศแผนระยะ 5-10 ปี ลุยปราบโกงทุกรูปแบบ &amp;quot;รมว.เกษตรฯ&amp;quot; ฮึ่ม! ฟันไม่เลี้ยงแก๊งทุจริตนมโรงเรียน ลั่นปีหน้าเตรียมรื้อระบบโควตาใหม่ เปิดช่องภูมิภาคจัดซื้อเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วันที่ 3 ต.ค. &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, &amp;nbsp;นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์, นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ร่วมกันปฏิญาณตนต่อต้านการทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษ ครบรอบปีที่ 16 โดยมีพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารแด่พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เจ้าคณะภาค 2 และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระสงฆ์สมณศักดิ์ รวมจำนวน 10 รูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ดีเอสไอมีการปรับปรุงภารกิจและอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันมีการแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.2560 และปรับปรุงการปฏิบัติงาน ใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบสหวิชาชีพ 2.ทำคดีพิเศษให้มีความชัดเจนไม่ซ้ำซ้อนกับงานตำรวจ และ 3.อำนวยความยุติธรรมคดีอาญาอื่น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งได้นำนโยบายดังกล่าวมาเป็นกรอบในการทบทวนบทบาทหน้าที่ด้านงานคดีพิเศษ และปรับลดงานคดีพิเศษที่หมดความจำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนและสอบสวนโดยใช้วิธีการพิเศษจากเดิมที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวน 37 ฉบับ กว่า 100 ฐานความผิด เหลือเพียง 23 กฎหมาย ประมาณ 50 ฐานความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กว่า 16 ปี ดีเอสไอมีการสอบสวนดำเนินคดีพิเศษไปแล้วถึง 2,531 คดี โดยดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้ว 2,162 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวน 369 คดี นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่รับไว้สืบสวนก่อนรับเป็นคดีพิเศษ ถึง 2,778 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 2,662 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 116 เรื่อง โดยคดีพิเศษที่ดำเนินการแล้วเสร็จนั้น เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าความเสียหาย ผลประโยชน์ที่ปกป้อง รักษา เรียกคืนให้แก่รัฐ เอกชน และประชาชนแล้ว มีมูลค่าถึง 400,821 ล้านบาทเศษ ในขณะที่แต่ละปีดีเอสไอใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาทเศษเท่านั้น&amp;quot; พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ในระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า ดีเอสไอได้กำหนดทิศทางการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล มุ่งเน้นการป้องกัน ปราบปราม สืบสวน สอบสวนอาชญากรรมที่มีลักษณะพิเศษในหลายๆ ด้าน รวมทั้งให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และระบบสถาบันการเงิน การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี และด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้เท่าทันกับอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงให้เกิดการพัฒนาในเรื่องความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน และมุ่งสร้างคนที่มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานเป็นทีมในรูปแบบสหวิชาชีพ&amp;rdquo; อธิบดีดีเอสไอกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการจัดสรรสิทธิ (โควตา) นมโรงเรียนเทอม 2/2561 ว่า สั่งการให้คณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เร่งรัดประชุมจัดสรรโควตาในพื้นที่ส่งนมโรงเรียนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะใกล้จะเปิดเรียนเทอม 2 โดยยังไม่เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์จัดสรรโควตานมให้ทำเช่นเดียวกับในเทอม 1 ไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้เน้นย้ำให้มีนมคุณภาพดีทั่วถึงเด็กนักเรียนกว่า 7.4 ล้านคนในโครงการทุกคน และการขนส่งจะต้องตรงเวลา เพื่อไม่เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นเทอมนี้แล้ว ให้ไปศึกษามติ ครม.ปี 52 ในเรื่องรายละเอียดโครงการนมโรงเรียน หน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวข้อง และระเบียบวิธีการที่ออกมาจุดไหนที่เป็นปัญหาช่องโหว่ รวมทั้งให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ไปสำรวจตรวจสอบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่กระจายอยู่ทั้ง 6 ภาค แล้วนำมาคำนวณตัวเลขปริมาณน้ำนมดิบและจำนวนผู้ประกอบการ เพื่อเป็นแนวทางไว้ หากให้กระจายการซื้อนมโรงเรียนไปยังส่วนภูมิภาค โดยให้องค์กรส่วนท้องถิ่น (อปท.) หรือโรงเรียนแต่ละแห่งไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างกันเอง&amp;quot; นายกฤษฎากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ตนสั่งให้ศึกษาจัดระบบนมโรงเรียนใหม่ทั้งหมด เพื่อหาวิธีการที่ดีเป็นประโยชน์กับนักเรียนและเกษตรกรมากที่สุด นอกจากนี้ผู้ที่จะยื่นขอโควตาเทอม 2 ต้องมีหลักฐานเอกสารยื่นใช้สิทธิส่งนมโรงเรียนตามข้อเท็จจริงมาแสดง รวมทั้งรายใหม่ด้วย โดยขอความร่วมมือจากสื่อและประชาชน ถ้ามีหลักฐานการทุจริตนมโรงเรียน ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการ ให้ส่งมาที่ตนได้ทันที ยืนยันจะดำเนินการเอาผิดอย่างเข้มข้นเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการนมโรงเรียนจะประกาศหลักเกณฑ์จัดสรรโควตาในกลางเดือนนี้ และพิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบการ ถ้าไม่มีหลักฐานการซื้อนมจริง ไม่มีเอ็มโอยูซื้อขายนมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะโดนตัดออกไม่ให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายนมโรงเรียนตลอดชีพ เพื่อตัดปัญหาการไซฟอนนม หรือโควตาลม ที่มีการร้องเรียนเข้ามา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ปริมาณน้ำนมดิบทั้งระบบ ปี 60/61 อยู่ที่ 3,307 ตันต่อวัน ส่วนในปี 61/62 มีปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น 126 ตันต่อวัน จากศูนย์รวบรวมนม 159 ศูนย์ทั่วประเทศรายงานเข้ามาทุกวัน ซึ่งมีปริมาณน้ำนมเพิ่ม 113 ศูนย์ ไปเข้านมโรงเรียน 1,170 ตันต่อวัน ส่วนที่เหลือไปเข้านมพาณิชย์ ยืนยันว่าไม่มีการทุจริตในการทำเอ็มโอยูนมโรงเรียนเพื่อไปใช้สิทธินำเข้านมผงในอัตราภาษีต่ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19047</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร, พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล, พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง, มณฑล แก้วเก่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4d3c908c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘DSI’ระทึกต่อ ‘ประจิน’เขย่า โยกย้ายภาค2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เขย่า DSI &amp;quot;บิ๊กจิน&amp;quot; ส่งสัญญาณโยกย้ายครั้งใหญ่ สับเก้าอี้อีก เพิ่มประสิทธิภาพ ปัดล้างขั้วตำรวจ ออกตัวการทำงานของกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มีเพียงกรมสอบสวนคดีพิเศษ อย่าไปมองว่าดีเอสไอต้องรับผิดชอบงานทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีการปรับย้าย ปรับปรุงโครงสร้างของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ว่าเหตุผลที่ต้องมีการปรับโยกย้าย คือ 1.ต้องมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาเสริม 2.คนที่อยู่ในหน้าที่การงานปัจจุบัน ต้องมีการเจริญเติบโตในสายงานขึ้นไป ซึ่งต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาส คนในดีเอสไอสามารถเติบโตขึ้นมาในหน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงยุติธรรมได้ และมีอนาคตจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม หรือรองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้เช่นกัน ไม่ใช่จบแค่ดีเอสไอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีเอสไอไม่ใช่จุดสุดท้ายที่จะจบตรงนั้น ทุกคนมีโอกาสที่จะเติบโตและขยับขยายเพื่อมาทำงานร่วมกัน ในลักษณะผู้บริหารงานที่สูงขึ้นในกระทรวงยุติธรรม และยืนยันว่าต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญครบถ้วนในทุกด้านสาขามาทำงานในดีเอสไอ เพื่อให้งานของดีเอสไอมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวว่ากำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเพื่อจะย้าย หรือล้วงระดับ ผอ.กองคดี ของดีเอสไอ โดยโยกออกมาและสลับเอาคนนอกหน่วยงานดีเอสไอเข้าไปแทนนั้น พล.อ.อ.ประจินตอบว่า เรื่องนี้ต้องให้อธิบดีดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา ว่าการทำงานของแต่ละกองและแต่ละแผนกรับผิดชอบอะไร และมีคนครบถ้วนแล้วหรือไม่ ถ้าครบถ้วนแล้วก็ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไร แต่หากไม่ครบถ้วน ก็ต้องมีการสลับสับเปลี่ยน ยืนยันว่าไม่ได้เจาะจงลงไปว่าเป็นตำรวจแล้วต้องเอาออกไปจากดีเอสไอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า การพิจารณาสัดส่วนแต่ละแผนกไม่เท่ากัน การพิจารณานั้น ส่วนที่ 1 ขึ้นอยู่กับเนื้องานที่จะมีภารกิจและบทบาทที่แตกต่างกันออกไป และมีความจำเป็น คนในสายงานไหนซึ่งจะได้มีการเติมเต็มในส่วนดังกล่าว ส่วนที่ 2 ผู้บริหารในแต่ละสาย ต้องมีการขยับขึ้นไปตามลำดับ และส่วนผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านเทคนิค ก็ต้องขยับขึ้นเดินไปคู่กัน ทั้งนี้ การทำงานของกระทรวงยุติธรรมไม่ได้มีเพียงดีเอสไอ แต่ต้องเกี่ยวข้องและทำงานบรูณาการร่วมกับหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่าไปมองว่าดีเอสไอต้องรับผิดชอบงานทั้งหมด ตามความต้องการของพวกเรา เพราะว่าดีเอสไอก็มีขีดจำกัดในการรับภาระมา ซึ่งเมื่อมีโครงสร้างเช่นนี้ และมีคนที่อยู่ในหน่วยงาน จะต้องมีสัดส่วนในด้านของเทคนิค นอกจากนี้ประกอบกับเหตุผลต้องมีผู้บริหารที่เหมาะสมและดูในภาพรวมที่ทุกคนต้องเติบโตก้าวหน้าขึ้นมาทำงานในภาพรวมให้กับกระทรวงยุติธรรมต่อไปได้&amp;rdquo; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีคำสั่งให้นายมณฑล แก้วเก่า รองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอแทน และ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ ไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่ากระทรวงยุติธรรมมีหน่วยงานที่มีความสามารถในด้านการสืบสวนมีด้วยกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะดีเอสไอ ซึ่งงานของกรมคุมประพฤติเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการสืบสวน สืบเสาะหาข้อเท็จจริงในการที่จะช่วยข้อมูลให้กับศาลในงานผู้ที่ถูกคุมประพฤติ ดังนั้นในแง่ของการทำเทคนิค การทำคดีอาญาในภาพของประชาชนนั้น คนของกรมคุมประพฤติสามารถที่จะทำงานในส่วนนี้ได้ ซึ่งความจริงนั้นยังมีคนมีอีกหลายหน่วยที่สามารถทำได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17061</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, กระทรวงยุติธรรม, บิ๊กจิน, ปรับปรุงโครงสร้างของกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, สับเก้าอี้, หนังสือพิมพ์, เพิ่มประสิทธิภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b92865b5d46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;นำเกษตรกร25จ.ร้องDSI เอาผิดเอกชนลวงปลูกมันญี่ปุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่เกษตรกรกว่า 25 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ถูกบริษัทเอกชนชักชวนให้ซื้อยอดพันธุ์และปลูกมันเทศญี่ปุ่นพันธุ์ไข่ พันธุ์โอกินาว่า และพันธุ์เบนิฮารุกะของบริษัทในราคายอดพันธุ์ละ 10 บาท เพื่อผลิตยอดพันธุ์ขายให้กับทางบริษัทฯ โดยบริษัทฯ อ้างว่า &amp;ldquo;จะรับซื้อผลผลิตทุกยอดถึงที่และจ่ายเงินสด&amp;rdquo; ในราคายอดละ 4.5 บาท ทำให้มีเกษตรกรหลงเชื่อถือและเข้าร่วมโครงการฯมากกว่า 500 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อถึงเวลาที่เกษตรกรกลับต้องนำผลผลิตยอดพันธุ์ไปส่งขายให้กับบริษัทเองที่ อ.ปักธงชัย จ.โคราช และถูกตั้งแง่สารพัด โดยอ้างว่ายอดพันธุ์ไม่ได้ขนาดบ้าง ความยาวไม่พอบ้าง ที่สำคัญยังไม่จ่ายเงินทันที โดยให้เกษตรกรรอไปก่อนเพื่อรอคัดยอด จนเวลาเนิ่นนานผ่านไป 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือนยังไม่ได้รับเงิน บางรายได้รับเงินชำระแบบกะปริดกะปรอย และไม่มีรายใดได้ครบ เมื่อโทรทวงถามบ่อยๆ จะตัดสายทิ้งหรือลบชื่อออกจากไลน์กลุ่มทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนปลูกมันเทศญี่ปุ่นให้กับบริษัทเป็นค่าเช่าที่ดิน ค่ายอดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน และค่าขนส่ง เป็นจำนวนมากมูลค่านับแสนบาทต่อราย เฉพาะค่ายอดพันธุ์ที่ต้องซื้อจากบริษัทต่อไร่ ๆ ละ 4,000-5,000 บาท ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มักจะปลูกกันมากกว่า 2 ไร่ต่อรายขึ้นไปทั้งสิ้น แต่เมื่อถึงเวลาที่เก็บเกี่ยวยอดพันธุ์นำไปขายคืนให้บริษัทกลับไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้เดือดร้อนกันถ้วนหน้า ที่สำคัญบริษัทดังกล่าวยังไปโฆษณาชวนเชื่อชักชวนเกษตรกรในจังหวัดอื่นๆ พื้นที่ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกษตรกรที่ไม่รู้กลลวงตื้นลึกหนาบางได้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทดังกล่าวเป็นลูกโซ่ต่อกันเป็นทอดๆ กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวของบริษัทแห่งนี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนที่มีจำนวนมากกว่า 10 คนขึ้นไป ประกอบกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำเกษตรกรทั้ง 25 จังหวัดทั่วประเทศเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับเจ้าของและทีมงานของบริษัทต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันพฤหัสที่ 3 พ.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน DSI ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม.&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8323</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, ฉ้อโกง, ดีเอสไอ, มันญี่ปุ่น, ศรีสุวรรณ, เกษตรกร25จ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad96807d845d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ &#039;ธาริต&#039; ส่งทนายขอเป็นเพื่อน &#039;วัชระ&#039; อย่าอุทธรณ์คดีตกเป็นจำเลยพร้อม &#039;เรืองไกร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ &amp;nbsp;ถึงคำพิพากษาศาลแขวงดอนเมือง ในคดีที่นายวัชระ &amp;nbsp;เป็นโจทก์ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จำเลยที่ 1 และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำเลยที่ 2 ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยล่าสุดศาลสั่งจำคุกนายเรืองไกร 8 เดือน ส่วนนายธาริต ยกฟ้องศาลสั่งคุก8เดือน &amp;#39;เรืองไกร&amp;#39; แจ้งเท็จกล่าวหา &amp;#39;แจ็ค วัชระ&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ &amp;nbsp;กล่าวว่านายธาริต ได้ขอให้ทนายความบอกตนว่า &amp;quot;คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาผมไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม&amp;quot; &amp;nbsp;ตนไม่แน่ใจว่าหากรับนายธาริตไว้เป็นเพื่อนแล้วจะมีอะไรจะตามมาบ้าง &amp;nbsp;จึงขอดูความประพฤติของนายธาริตก่อน เพราะตามหลักกฎหมายตนต้องอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และมูลเหตุในการฟ้องคดี ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมรับอำนาจของคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วไปให้การเท็จต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อหวังให้คณะกรรมการเลือกตั้งส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนทำผิดรัฐธรรมนูญต้องให้ขาดสมาชิกภาพไม่ได้เป็นส.ส.ต่อไป ซึ่งโชคดีที่กกต.ยกคำร้อง ไม่เห็นด้วยกับการร้องเรียนของนายเรืองไกร &amp;nbsp; ลีกิจวัฒนะ และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ซึ่งไปให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อกกต.เหมือนกันทุกประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญาจำเลยที่ 1 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และยกฟ้องจำเลยที่ 2 นายธาริต เพ็งดิษฐ โดยสามัญสำนึกแล้วโจทก์ย่อมอุทธรณ์ต่อศาลสูงเพื่อให้คลายข้อสงสัยตามหลักวิชาการ &amp;nbsp;เมื่อมีคำพิพากษา ผมจึงต้องขอหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ก่อน&amp;quot;นายวัชระ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5982</URL_LINK>
                <HASHTAG>DSI, คุกเรืองไกร8เดือน, ดีเอสไอ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, วัชระ เพชรทอง, อดีตอธิบดีดีเอสไอ, แจ็ค วัชระ, แจ้งความเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180212/image_big_5a816cadc5ac4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
