<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.จ่อล้มประมูลระบบ E-ticket 1.6พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 2561 นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก.เปิดเผยว่าโครงการติดตั้งกล่องหยอดเหรียญ (Cash Box) รวมถึงเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) รถเมล์ 2,600 คัน วงเงิน 1.6 พันล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมข้อมูลเพื่อนำกลับมาเสนออีกครั้ง ขณะนี้มีหลายแนวทางทั้งการยกเลิกสัญญาเฉพาะกล่องหยอดเหรียญหรือการยกเลิกสัญญทั้งหมดแล้วเปิดประมูลใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่น การยกเลิกสัญญาทั้งหมดทำให้เสียเวลาแต่ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีจัดเก็บค่าโดยสารรูปแบบใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ต้องมาดูกันอีกที อย่างไรก็ตามการตัดสินใจจะทำอะไรต้องเป็นไปตามระเบียบไม่ให้องค์กรเสียประโยชน์และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย&amp;quot;นายณัฐชาติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพระบุว่าที่ประชุมบอร์ดได้เสนอให้ขสมก.ทบทวนแนวทางดำเนินโครงการดังกล่าว พร้อมแสดงความกังวลว่าจะมีปัญหาในภายหลังหากลงนามสัญญากับเอกชน เนื่องจากการยกเลิกสัญญาติดตั้งกล่องหยอดเหรียญนั้นเป็นการบอกเลิกสัญญาเพียงครึ่งเดียว จึงอาจขัดแย้งกับเงื่อนไขขอบเขตการประกวดราคา(ทีโออาร์)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่าหากขสมก.รู้ว่าตั้งแต่แรกว่ากล่องหยอดเหรียญไม่เหมาะกับบริบทของรถโดยสารสาธารณะของไทย เหตุใดจึงไม่ร่างสัญญาติดตั้งเครื่องอ่านบัตรสวัสดิการเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงส่งผลให้บอร์ดขสมก.บางส่วนเห็นตรงกันว่าควรยกเลิกสัญญาดังกล่าวทั้งหมดเพื่อทำการเปิดประมูลโครงการใหม่ เพื่อไม่ให้มีข้อครหาจากสังคมอีกทั้งยังไม่สุ่มเสี่ยงต่อการโดนลงโทษย้อนหลังทั้งทางวินัยและทางอาญาในกรณีที่ตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้โดยบอกเลิกสัญญาแค่ครึ่งเดียว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาขสมก.ได้ทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อสอบถามถึงประเด็นดังกล่าวซึ่งได้รับคำตอบว่าสามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25192</URL_LINK>
                <HASHTAG>Cash box, E-Ticket, ขสมก., ณัฐชาติ จารุจินดา, ยกเลิกประมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0718c55373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขสมก.ดีเดย์15 ต.ค.นี้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้ E - Ticket</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขสมก.ดีเดย์15 ต.ค.นี้พร้อมให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำบัตรฯรุ่นแรก ใช้สิทธิขึ้นรถโดยสารธรรมดา ที่ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ E - Ticket จำนวน 800 คัน รวม 75 เส้นทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12ต.ค.61-นายประยูร &amp;nbsp;ช่วยแก้ว &amp;nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เปิดเผยว่า ขณะนี้ ขสมก.ได้ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E - Ticket) บนรถโดยสารธรรมดา จำนวน 800 คัน รวม 75 เส้นทาง (เส้นทางรถเมล์ฟรีเดิม)และได้มีการทดสอบระบบแล้ว พบว่ามีความเสถียรสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;จึงพร้อมให้ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำบัตรฯรุ่นแรก (เวอร์ชั่น 2.0) มาใช้สิทธิขึ้นรถโดยสารดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่นำบัตรฯไปลงทะเบียนกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)เพื่ออัพเกรดให้เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ยังสามารถนำบัตรฯ มาใช้สิทธิขึ้นรถโดยสารดังกล่าวได้ตามปกติ โดยพนักงานเก็บค่าโดยสาร จะฉีกคูปองให้กับผู้ถือบัตรฯ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้บริการ
แต่อย่างใด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องนำบัตรฯมาแตะที่เครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ E - Ticket ที่ติดตั้งบริเวณประตูรถทั้ง 2 ข้าง ทั้งขณะขึ้นและลงรถ เพื่อให้ระบบหักค่าโดยสารออกจากวงเงินในบัตร ตามอัตราค่าโดยสารที่กำหนดไว้ ดังนี1. รถโดยสารธรรมดาเส้นทางปกติ &amp;nbsp;อัตราค่าโดยสาร 6.50 บาท2. รถโดยสารธรรมดา ขึ้นทางด่วน &amp;nbsp;อัตราค่าโดยสาร 8.50 บาท​&amp;nbsp; 3. รถโดยสารธรรมดา กะสว่าง อัตราค่าโดยสาร 8.00 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19771</URL_LINK>
                <HASHTAG>E - Ticket, ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์, ประยูร  ช่วยแก้ว, ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181012/image_big_5bc0718c55373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถเมล์ตกขบวนอีกแล้ว ส่อแววใช้ตั๋วแมงมุมไม่ได้ ชี้ระบบE-Ticket ของตัวเองไม่รองรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั๋วร่วมรถเมล์ส่อแววอืด ไม่ทันใช้ ต.ค.นี้หลังระบบ E-Ticket ไม่รองรับตั๋วร่วม คาดต้องสั่งรื้อทั้งหมด 2,600 คัน เล็งนัดถกหาทางออกภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)เปิดเผยว่าความคืบหน้าการเชื่อมต่อระบบการขนส่งด้วยบัตรใบเดียวหรือตั๋วร่วมในงานบริการรถเมล์สาธารณะตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมในวันที่ 1 ต.ค.นั้นปัจจุบันยังติดปัญหาหลายด้านจึงไม่แน่ใจว่าจะทันตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมหรือไม่โดยเฉพาะ โครงการเครื่องอ่านบัตรค่าโดยสารรถประจำทางสาธารณะ (E-Ticket)และเครื่องหยอดเหรียญเก็บค่าโดยสาร (Cash box) ติดตั้งบนรถโดยสาร2,600 คัน วงเงิน 1,665 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันเอกชนคู่สัญญาอย่าง บริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO ยังไม่สามารถส่งมอบ E-Ticket ได้ตามแผนปัจจุบันส่งมอบได้เพียง 100 คัน โดยจะส่งมอบล็อตที่ 2 จำนวน 700 คัน ในวันที่ 27 มิ.ย. จากนั้นจะส่งมอบล็อตสุดท้ายอีก 1,800 คัน แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถรับมอบได้อย่างเป็นทางการเพื่อนำ E-Ticket มาใช้สแกนบัตรแมงมุมหรือตั๋วร่วมได้ เนื่องจากต้องรอหนังสือตอบกลับจากกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการยกเลิกสัญญาบางส่วน หลังจากที่ Cash-box ใช้การไม่ได้ โดยที่ผ่านมาได้รอหนังสือตอบกลับมาตั้งแต่ต้นปี 2561 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่านอกจากปัญหาเรื่องของการส่งมอบแล้วยังติดปัญหาด้านเทคนิค โดยเฉพาะเรื่องของระบบซอฟแวร์ E-Ticket ที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบตั๋วร่วมของรัฐบาลได้เนื่องจากเป็น ซอฟแวร์รุ่น 2.0 ขณะที่ตั๋วร่วมเป็นซอฟแวร์รุ่น 2.5 ดังนั้นหากจะใช้ร่วมกับตั๋วร่วมต้องให้คู่สัญญาเปลี่ยนหัวอ่านใหม่ทั้งหมด 2,600 คัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาว่าใครจะเป็นรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและบริษัทเอกชนจะยอมลงทุนเพิ่มหรือไม่เนื่องจากข้อผิดพลาดดังกล่าวเป็นเรื่องระดับนโยบายที่กำหนดซอฟแวร์ตั๋วร่วมเป็น 2.5 ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาแก้ไขนานแค่ไหนหรือจะแล้วเสร็จได้ในปีนี้หรือไม่&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามภายในเดือนนี้ ขสมก.จะจัดประชุมร่วมกับกระทรวงคมนาคม สนข.และฝ่ายเอกชนอย่างช.ทวี เพื่อหาทางออกปัญหาดังกล่าวร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11890</URL_LINK>
                <HASHTAG>E-Ticket, ขสมก., ตั๋วร่วม, บัตรแมงมุม, รถเมล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acdb96a20b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
