<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 23:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียพบไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์เบิล2ตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบการ &amp;quot;กลายพันธุ์ 2 ตำแหน่ง&amp;quot; ในไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ที่ได้จากตัวอย่างของผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ในอินเดีย ขณะยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มีมากกว่า 47,000 คน เป็นยอดเพิ่มรายวันสูงสุดในปีนี้ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันไม่เกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานบีบีซีเมื่อวันพุธกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าการกลายพันธุ์ 2 ตำแหน่งในไวรัสชนิดเดียวนี้ อาจส่งผลต่อการทำให้ไวรัสแพร่เชื้อได้มากขึ้น หรือทำให้วัคซีนมีประสิทธิภาพน้อยลงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาก 10,787 ตัวอย่างที่เก็บมาจาก 18 รัฐของอินเดีย พบว่า มี 771 รายที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด-19 สายพันธุ์เท่าที่รู้จัก ในจำนวนนี้ 736 รายเป็นสายพันธุ์ที่พบในอังกฤษ, 34 รายเป็นสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และ 1 รายเป็นสายพันธุ์บราซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มพันธมิตรทางจีโนมิกส์ SARS-CoV-2 แห่งอินเดีย ที่รวบรวมห้องปฏิบัติการทดลองระดับประเทศ 10 แห่งภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดลำดับทางจีโนมตัวอย่างไวรัสล่าสุดที่ได้มานี้ เพื่อจัดทำแผนที่รหัสพันธุกรรมทั้งหมดของไวรัส ตัวรหัสพันธุกรรมที่ว่านี้ทำหน้าที่เสมือนคู่มือคำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกลายพันธุ์ในไวรัสเป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีนัยสำคัญและไม่ได้เปลี่ยนแปลงความสามารถในการแพร่เชื้อหรือทำให้เกิดการติดเชื้อร้ายแรง แต่การกลายพันธุ์บางอย่าง เช่นที่เกิดในไวรัสที่พบในสหราชอาณาจักรหรือแอฟริกาใต้ สามารถทำให้ไวรัสแพร่เชื้อได้มากขึ้น และในบางกรณีเป็นอันตรายถึงชีวิตมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชาฮิด จามีล นักไวรัสวิทยา อธิบายว่า การกลายพันธุ์ดับเบิลในตำแหน่งสำคัญของสไปค์โปรตีนของไวรัสอาจเพิ่มความเสี่ยงเหล่านี้ และทำให้ไวรัสสามารถหนีระบบภูมิคุ้มกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียกล่าวว่า การวิเคราะห์ตัวอย่างที่เก็บจากรัฐมหาราษฏระในภาคตะวันตกแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นในตัวอย่างจำนวนเล็กน้อยที่มีการกลายพันธุ์ตำแหน่ง E484Q และ L452R เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เก็บได้จากเดือนธันวาคมปีที่แล้ว &amp;quot;การกลายพันธุ์ (ดับเบิล) ดังกล่าวช่วยต่อการหนีภูมิคุ้มกันและเพิ่มการติดเชื้อ&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.จามีลเสริมว่า อาจมีการพัฒนาวงศ์ของไวรัสแยกต่างหากในอินเดียเมื่อการกลายพันธุ์ตำแหน่ง L452R และ E484Q เกิดร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี รัฐบาลอินเดียปฏิเสธว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไม่ได้เชื่อมโยงกับการกลายพันธุ์ของไวรัส โดยยังไม่พบจำนวนตัวอย่างมากพอที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์โดยตรง หรืออธิบายการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในบางรัฐได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ อินเดียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 47,262 คน เสียชีวิต 275 คน เป็นยอดเพิ่มขึ้นรายวันสูงที่สุดในปีนี้ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียอยู่ที่มากกว่า 11.78 ล้านคน เสียชีวิต 160,642 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97200</URL_LINK>
                <HASHTAG>E484Q, L452R, กลายพันธุ์ 2 ตำแหน่ง, อินเดีย, โควิด-19, ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605b67466d74f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
