<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพท. ผนึกภาคี ยกระดับอีสานใต้ขึ้นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อพท. เตรียมยกระดับอีสานใต้ขึ้นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลระดับสากล นำร่องจังหวัดบุรีรัมย์ ผนึก 20 หน่วยงานร่วมขับเคลื่อน บรรจุในแผนพัฒนาของจังหวัด ตั้งเป้าให้นักท่องเที่ยวทุกเพศ วัย และทุกสภาพร่างกาย เลือกเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเดินทาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศเอก อธิคุณ&amp;nbsp; คงมี ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.&amp;nbsp; เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงานในจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในพื้นที่&amp;nbsp;โดยมี นายอนันต์ ชูโชติ ประธานคณะกรรมการ อพท. (บอร์ด) เป็นประธาน ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นการยกระดับแหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานของอารยสถาปัตย์ในจังหวัดนี้ และในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้&amp;nbsp; นำไปสู่มาตรฐานระดับสากลตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทุกฝ่ายจะร่วมกำหนดขอบเขตพื้นที่ต้นแบบและจัดทำแผนการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายการพัฒนา โดยเน้นการออกแบบและพัฒนาด้านอารยสถาปัตย์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ในพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของพื้นที่ต้นแบบก่อนขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ ในเขตอีสานใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมมือกัน สร้างภาพลักษณ์การเป็นจุดหมายปลายทาง หรือ Destination ที่เป็นมิตรกับคนทั้งมวล เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการให้บริการการท่องเที่ยว ขยายกลุ่มเป้าหมายและเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทุกสภาพร่างกาย ทั้งคนไทยและต่างชาติ มีโอกาสเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาเมืองด้านอารยสถาปัตย์ ทั้งในด้านการออกแบบ ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ และมีความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ อพท. กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้กำหนดเป้าหมายให้วนอุทยานเขากระโดงและแหล่งท่องเที่ยวในเขตเมืองบุรีรัมย์ เป็นต้นแบบพื้นที่ท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในเขตอีสานใต้ ที่รองรับนักท่องเที่ยวได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกสภาพร่างกาย และ อพท. ยังได้พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียงและแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว เช่น เส้นทางบ้านตาลอง จังหวัดบุรีรัมย์ และศูนย์คชศึกษา จังหวัดสุรินทร์ และยังเตรียมที่จะส่งเสริมให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พัฒนาอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) ได้แก่ ป้ายสื่อสาร อาคาร ห้องน้ำวีลแชร์ ร้านจำหน่ายสินค้า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โรงแรม ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทุกสภาพร่างกาย โดยเฉพาะคนพิการและผู้สูงอายุ ให้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย&amp;nbsp; ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลในจังหวัดบุรีรัมย์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 20 หน่วยงานซึ่งอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ได้แก่&amp;nbsp; จังหวัดบุรีรัมย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดบุรีรัมย์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าชาวบุรีรัมย์เห็นคุณค่าและความสำคัญของอารยสถาปัตย์ ที่จะนำไปสู่การท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อคนทั้งมวลอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp; โดยจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเมืองท่องเที่ยวและกีฬาที่มีสีสัน มีมนต์เสน่ห์ และทรงพลัง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญมากมาย เช่น ปราสาทหินพนมรุ้ง และวนอุทยานเขากระโดง ซึ่งมีอารยสถาปัตย์ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ สนามฟุตบอลช้างอารีนา เป็นสนามกีฬาที่มีอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล อีกทั้ง โรงแรมหลายแห่งมีอารยสถาปัตย์ มีห้องพักสำหรับมนุษย์ล้อที่สะดวกสบาย และปลอดภัย เป็นต้น ดังนั้นหากประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาความพร้อมด้านอารยสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยวและบริการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องจะเป็นการขยายตลาดและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจการท่องเที่ยวไปสู่คนทั้งมวลในระดับสากล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากในโลกยุคปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อสร้างความรับรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ก่อนลงนาม MOU ในวันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมสัมนาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมแลกเปลี่ยน อาทิ นายกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล นางสาววัชรี ชูรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพท. รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ หัวหน้าศูนย์ออกแบบสิ่งแวดล้อมเพื่อทุกคน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมศักดิ์ เต็มบัณฑิต ทูตอารยสถาปัตย์จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; และกิจกรรมนำผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินทางสำรวจเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่วนอุทยานเขากระโดง ศาลหลักเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ สำรวจความพร้อมของโรงแรมที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในพื้นที่ต้นแบบเป้าหมาย และสำรวจความพร้อมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียงและแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อนำข้อมูลไปวางแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวอารยสถาปัตย์เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116207</URL_LINK>
                <HASHTAG>Destination, Eco Friendly Design, GSTC, การองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน), จังหวัดบุรีรัมย์, นางสาววัชรี ชูรักษา, นายกฤษนะ ละไล, นายสมศักดิ์ เต็มบัณฑิต, นายอนันต์ ชูโชติ, นาวาอากาศเอก อธิคุณ  คงมี, พัฒนาอารยสถาปัตย์, มาตรฐานระดับสากลตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC), มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล, รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ, ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนอารยสถาปัตย์และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล, สร้างภาพลักษณ์การเป็นจุดหมายปลายทาง, อพท., เตรียมยกระดับอีสานใต้, แหล่งท่องเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613a0d57f2c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าเปลี่ยนโลก” สืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผ้าทอไทย&amp;quot; เป็นศิลปวิทยาการ ภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษที่ถูกส่งต่อและตกทอดมาจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน ผ้าทอแต่ละผืนแฝงไว้ด้วยเรื่องราวความเป็นมา ความคิด ความเชื่อ และจินตนาการของผู้ทอเอาไว้ การสวมใส่ผ้าทอที่เป็นการทอมือจึงเป็นความน่าภาคภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่นานมานี้ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ 19 ธุรกิจเพื่อสังคมกลุ่มหัตถกรรมทอมือ จัดงาน SET Social Impact Fair 2019 ผ้าเปลี่ยนโลก @MBK Center ปี 2 ที่นำผ้าทอในประเทศไทย 19 ร้านที่มีเรื่องราว มีดีไซน์น่าสนใจ และโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น มาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้เลือกซื้อ เพื่อเป็นการสนับสนุนช่องทางจำหน่าย ณ ลาน center hall ชั้น G โซน B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดจากผ้าทอ เอกลักษณ์โดดเด่น สวมใส่สบาย

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวนพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า งานนี้นับว่าจัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจในการนำเสนอสินค้าและบริการ ซึ่งผู้บริโภคก็จะได้มีโอกาสซื้อสินค้าที่มีคุณค่าในการได้เลือกสินค้าประเภทผ้า เพราะถือว่าเป็นสารตั้งต้นของการพัฒนาชุมชน สามารถตอบโจทย์และยังเป็นการแก้ไขปัญหาสังคมและชุมชนได้ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม หรือสืบสานความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ตลอดจนสร้างทักษะอาชีพให้กับผู้ป่วยออทิสติก กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ต้องขัง ซึ่งงานตรงนี้ก็คาดว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเดินแบบชุดผ้าทอที่จำหน่ายภายในงาน ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทุกโอกาส หลากหลายสไตล์ มีการสาธิตการสาวไหม กิจกรรมเวิร์กช็อปต่างๆ วันแรกมีการสอนทำพวงมาลัยกรจากผ้าขาวม้า, ที่รองแก้วจากผ้าพิมพ์, ที่บีบมือบริหารกล้ามเนื้อ, ผ้าเขียนลาย ชุมชนบ้านปึก จ.ชลบุรี, กุญแจมือ, ที่รัดผมดอกทิวลิป และการแสดงดนตรีไทยสากลประยุกต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านที่จำหน่ายผ้าทอมีทั้งหมด19 ร้าน อาทิ ร้าน Heartist (ฮาร์ททิส) แบรนด์กระเป๋าผ้าที่ได้จากการทอเพื่อบำบัดของเด็กพิเศษ วิศรุตา ไม้สังข์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล่าว่า กลุ่มทอผ้านี้เกิดจากการร่วมตัวกันของเด็กและแม่ของเด็กที่เป็นออทิสติก โดยร้านตั้งอยู่ที่โครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ และโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จ.อุบลราชธานี มีผู้เข้ารับการบำบัดทั้ง 2 แห่ง รวม 30 คน และการการบำบัด 1 ครั้งใช้เงินค่อนข้างเยอะ ดังนั้นจึงหาสิ่งที่ทำให้เข้ามีสมาธิ อยู่กับปัจจุบัน โฟกัสในสิ่งที่ทำ และเข้าสังคมได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็คือการทอผ้า เพราะทุกขั้นตอนของการทอสามารถทำให้เขามีสมาธิ และการดูแลจากผู้สอนก็ช่วยให้เด็กเกิดมนุษยสัมพันธ์ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิลันธน์ ไทยสรวง เจ้าของร้านภูคราม เล่าว่า พื้นเพเป็นคนภูพาน จ.สกลนคร ทำงานด้านประวัติศาสตร์ในชุมชน รู้สึกว่าอยากกลับมาอยู่บ้าน และตั้งใจอยากทำให้หมู่บ้านภูพานพัฒนา ด้วยการใช้ผ้าเป็นเครื่องมือ เพราะคนอีสานส่วนใหญ่มีทักษะเรื่องการทำผ้า ปลูกฝ้าย ในสมัยก่อนบ้านทุกหลังต้องมีกี่ทอผ้าด้วยมือเพื่อใช้ในครัวเรือน แต่ก็มีช่วงที่ห่างหายไป ดังนั้นในการกลับมาฟื้นฟูและอนุรักษ์การทอผ้าก็เป็นเพราะศักยภาพและชุมชนด้วย สิ่งที่อยากบอกในงานผ้าของร้านภูครามคือ ธรรมชาติ ป่า วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีที่นำมาทอเป็นลายบนเสื้อผ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาภาณัฏฐ์ อภิชิต เจ้าของร้านลินิน เล่าว่า ผ้าลินินเกิดจากการย้อมสีธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการย้อมจึงทำให้ผลิตได้จำนวนไม่มาก ส่วนเสื้อผ้าที่ทำจะออกแบบเองและมีช่างการตัดเย็บ ช่างหนึ่งคนอาจจะตัดเย็บผ้าได้ 1 ชุดต่อวัน ไม่ได้ผลิตจำนวนมาก เพื่อป้องกันการขายไม่หมดจนกลายเป็นขยะในท้องตลาด ซึ่งลูกค้ามีความสุขในการเลือกซื้อและเข้าใจจุดประสงค์ของทางร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวงมาลัยกรผ้าขาวม้า&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังมีร้าน Folkcharm (โฟล์คชาร์ม) ผ้าฝ้ายและผ้าไหมธรรมชาติทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีความเรียบง่าย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับ ร้าน Yano (ยาโน) ผ้าทอมือโดยอาศัยหลักการ Eco Friendly Design รูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมผสมผสาน นำวัตถุดิบและความเป็นพื้นเมืองทางภาคเหนือมาประยุกต์เป็นรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้สวมใส่ได้หลายโอกาส ร้าน Larinn (ลริน) ผ้าทอลายไทยๆ ผสมผสานกับการออกแบบทันสมัย ตัดเย็บเป็นรองเท้า หรือผ้าทอร้าน Craft de Quarr (คราฟท์เดอคัวร์) ที่มุ่งแก้ไขปัญหางานหัตถศิลป์จากชนเผ่าต่างๆ ที่เริ่มหายไป โดยทำงานร่วมกันระหว่างดีไซเนอร์ท้องถิ่นกับผู้ผลิตในชุมชนในการรังสรรค์ผลงานที่มีรูปแบบทันสมัยขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน Local Alike (โลเคิลอไลค์) ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงคุณค่าและประสบการณ์ชุมชนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ร้าน P&amp;rsquo;liv การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ Lifestyle product ทำให้ชาวบ้านมีความใส่ใจ เชื่อมั่น ภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง และมีรายได้มากขึ้น ร้าน Mann Craft (แมนคราฟท์) สืบสานและสร้างสรรค์การทอผ้าและการย้อมสีธรรมชาติ ต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้าน จ.สกลนคร ร้าน Art Story by ออทิสติกไทย ธุรกิจเพื่อสังคมของกลุ่มผู้เปราะบางที่ร่วมกันรังสรรค์จากพรสวรรค์และจินตนาการ ผ่านภาพลายเส้นเป็นผลงานศิลปะสู่ผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ หมวก เสื้อ กระเป๋า ผ้าพันคอ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิออทิสติกไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน forOldy โครงการเพื่อผู้สูงอายุที่ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสากลุ่มเล็กๆ ร้านประชารัฐโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย การพัฒนาคุณภาพเพิ่มเทคนิคต่างๆ และแปรรูปผ้าขาวม้าทอมือให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ร้านรวยบุญเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจของพี่น้องและแม่ๆ ผู้สูงวัยในชุมชนของ จ.น่าน ร้าน Happy Farmer ผ้าฝ้ายทอมือสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ชุดเครื่องเขียน กระเป๋า สมุดใส่พาสปอร์ต กระเป๋าถือ จากกลุ่มสตรีเชียงใหม่ สู่ผ้าฝ้ายทอมือของกลุ่มสตรีชาวปกาเกอะญอ ร่วมกับ Happy Farmers ช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวปกาเกอะญอแห่งบ้านทุ่งต้นงิ้ว อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ร้าน Indy Eko ที่ใช้สีย้อมจากธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้สัมผัสถึงความนุ่มสบายและปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าไทยสวมใส่เท่ห์ ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้าน Fabric Art (แฟบริคอาร์ต) ศิลปะฝาผนังผ้าไทยประดิษฐ์ (โอชิเอะ) นำเศษผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายที่เหลือจากการเย็บผ้ามาตัดเป็นรูปทรงตามต้องการ แล้ววางลงบนฟองน้ำที่ตัดเป็นรูปเดียวกัน เกิดเป็นแมกเนตจากงานผ้าและฟองน้ำที่มีมิติ เพิ่มคุณค่างานหัตถกรรมท้องถิ่น ร้าน CooPure (คูเพียว) ผ้ามัดย้อมด้วยเทคนิคชิโบริ (Shibori) ป้องกันสีย้อมไม่ให้ซึมบนผืนผ้าด้วยการออกแบบและสร้างสรรค์อย่างเป็นขั้นตอน ร้านบาติกเดอนารา (Batik de Nara) ผ้าบาติกย้อมเทียนฝีมือชาวบ้านกลุ่มหนึ่งใน จ.นราธิวาส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39986</URL_LINK>
                <HASHTAG>Eco Friendly Design, Folkcharm, Heartist, Yano (, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ธุรกิจเพื่อสังคมกลุ่มหัตถกรรมทอมือ, นพเก้า สุจริตกุล, บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน), ผ้าทอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1affd286aeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
