<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มวางแผนฟื้นฟู ไม่ต้องรอโควิดหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เศรษฐกิจหลังโควิด-19 จะเป็นเช่นไร เป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะต้องเริ่มวางแผนและเตรียมปฏิบัติการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมกำลังรวบรวมข้อมูลและวิธีคิดของแวดวงทั่วโลกเพื่อนำมาประกอบการถกแถลงในบ้านเราเพื่อระดมความคิดหาทางออกจากวิกฤตินี้อย่างชาญฉลาดและรู้เท่าทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวใจของการสร้างพลังเพื่อฟื้นออกจากอาการป่วยหนักนี้คือความสามารถในการปรับตัวด้วยความปราดเปรียวและคล่องแคล่วที่เรียกว่า Agility
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่าเราจะต้องไม่ติดอยู่กับรูปแบบใดแบบหนึ่งที่ผ่านมา เพราะสิ่งที่เคยเป็นสูตรแห่งความสำเร็จอาจจะไม่ตอบโจทย์อนาคตอันใกล้นี้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในข้อเสนอที่ผมอ่านพบคือแนวคิดแบบ Economics in the Age of Covid-19 หรือเศรษฐกิจในยุคโควิด-19 ซึ่งต้องผสมผสานระหว่างเศรษฐศาสตร์กับระบาดวิทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนเรียกมันว่า Pandemic Economics
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการคิดในกรอบใหม่ที่จะต้องเอาความสำคัญของสุขภาพมาพิจารณาร่วมกับเศรษฐศาสตร์และสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำนิยามคำว่า &amp;ldquo;ความมั่นคง&amp;rdquo; ก็จะเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะจะมีมิติของสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Joshua Gans ศาสตราจารย์ด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์แห่งมหาวิทยาลัยโตรอนโต และหัวหน้าเศรษฐศาสตร์ของ Creative Destruction Lab ของแคนาดา ไม่รอให้โควิดจบก่อนแล้วจึงนำเสนอความคิดเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ที่ผูกโยงกับโรคระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือเล่มน้อยของแกตีพิมพ์โดย MIT Press โดยที่ผู้พิมพ์และผู้เขียนกล่าวในคำนำว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;งานชิ้นนี้มีเป้าหมายของการถอยออกจากความโกลาหลระยะสั้นเพื่อมองให้เป็นระบบอย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจทางเศรษฐกิจจะไปทางไหนเพื่อตอบสนองต่อโควิด-19&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่ารัฐบาลทุกประเทศและนักคิดนักปฏิบัติทุกวงการจะต้องไม่มัวสาละวนอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หากแต่จะต้องถอยห่างออกมาเพื่อเห็นภาพใหญ่เพื่อเขียนพิมพ์เขียวสำหรับการแก้วิกฤติอย่างเป็นระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเศรษฐศาสตร์คนนี้ย้ำว่า ระหว่างสุขภาพกับเศรษฐกิจต้องเลือกสาธารณสุขก่อน ไม่ใช่เพราะสุขภาพสำคัญต่อชีวิตผู้คนอย่างเดียว แต่การให้ความสำคัญต่อสุขภาพก่อนย่อมมีผลต่อเศรษฐกิจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากคนป่วยมากตายมากย่อมไม่อาจจะฟื้นเศรษฐกิจได้อยู่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทเรียนจาก Spanish Flu เมื่อปี 1918 ที่มีคนตายกว่า 10 ล้านคนนั้นมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวลาต่อมาอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลง่ายๆ คือเมื่อคนตายและป่วยเป็นจำนวนมากก็ขาด &amp;ldquo;ทุนมนุษย์&amp;rdquo; นั่นคือแรงงานหายและคนที่เสี่ยงกับการติดเชื้อไวรัสนั้นย่อมไม่มีเรี่ยวแรงหรือกำลังสมองที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กลับมาสภาพเดิมแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดอีกนัยหนึ่ง หากเลือกสุขภาพก่อนก็อาจจะกลับมาเลือกเศรษฐกิจได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าเลือกเศรษฐกิจก่อน แต่สูญเสียสุขภาพ และสาธารณสุขเสื่อมทรุดไปทั้งระบบก็ย่อมไม่มีโอกาสกลับมาเลือกเศรษฐกิจใหม่อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่ไทยเราทำมาถึงวันนี้ คือพยายามให้มีดุลอันเหมาะสมระหว่างสุขภาพและเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับการแพทย์เป็นหลัก และพิจารณาปัจจัยเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างจริงจังจึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต้องดำเนินต่อไปอย่างชาญฉลาดและต่อเนื่อง สร้างภูมิคุ้มกันทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจกับสังคมอย่างถูกต้องเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์แคนาเดียนท่านนี้เสนอโมเดล &amp;ldquo;เศรษฐกิจโรคระบาด&amp;rdquo; ไว้อย่างน่าสนใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกแบ่ง &amp;ldquo;เศรษฐกิจโรคระบาด&amp;rdquo; หรือ Pandemic economy เป็น 4 ระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะควบคุมโรค หรือ containment
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะเริ่มใหม่ reset
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู recovery
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระยะยกระดับ enhance
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระยะควบคุมโรคแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือระบุให้ชัดถึงภาวะระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขั้นที่สองคือการ &amp;ldquo;ซื้อเวลาเพื่อสำรองทรัพยากร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระยะสามคือ การประคับประคองความเสียหายทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการให้ความสำคัญต่อการแพทย์ก่อน และประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเกินกว่าที่จะรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอ &amp;ldquo;เอาอยู่&amp;rdquo; หรือ contain ได้แล้วก็เข้าโหมด reset หรือตั้งหลักใหม่เพื่อเข้าสู่การ ฟื้นฟู หรือ recovery และเสริมพลังอย่างต่อเนื่อง หรือ enhance
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางสูตรใช้ 3 R เป็นหลักในการก้าวออกจากวิกฤติสู่การกลับมาเข้มแข็งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ Relief คือเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาด้วย Recovery คือการฟื้นฟูอย่างเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ Reform หรือการปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสุดท้ายนี้สำคัญมาก เพราะแม้จะฟื้นแล้ว แต่ถ้ายังกลับไปทำงานในกรอบเดิม ไม่รื้อสิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างชาติสร้างสังคมใหม่ ก็อาจจะหวนกลับไปสู่วิกฤติอีกครั้งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะวิกฤติครั้งต่อไปอาจจะรออยู่ตรงหัวเลี้ยวข้างหน้า...และมันอาจจะไม่ใช่โรคระบาดก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะวิกฤติในยุคความปั่นป่วนนั้นมาได้ในทุกรูปแบบจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66564</URL_LINK>
                <HASHTAG>Economics in the Age of Covid-19, Pandemic Economics, กาแฟดำ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
