<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยกับความเสี่ยงในบ้านและนอกบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวานผมเขียนถึงแนวทางวิเคราะห์ &amp;ldquo;ความเสี่ยง 4 ประการ&amp;rdquo; ที่ไทยต้องเผชิญในความเห็นของคุณวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ในคำกล่าวเปิดงานสัมมนาประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ในหัวข้อ &amp;ldquo;Global Risks and Thailand&amp;rsquo;s Economic Outlook&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอลัมน์เมื่อวานกล่าวถึงความเสี่ยง 2 เรื่องแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเสี่ยงเรื่องที่ 3 ในความเห็นของคุณวิรไทยคือ &amp;ldquo;ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์&amp;rdquo; ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านบอกว่านอกเหนือจากประเด็นที่ค้างคาที่รอการแก้ไข เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือ Brexit แล้ว ก็มีประเด็นใหม่ที่เปราะบางเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านจากข้อตกลงนิวเคลียร์ การประจำการทางทหารในทะเลจีนใต้ และการเพิ่มขึ้นของภัยไซเบอร์ทั้งกลุ่มที่เปิดเผยและกลุ่มที่ไม่เปิดเผยตัว ซึ่งเรื่องที่กลายเป็นปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นใน 2-3 ปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำปราศรัยนั้นผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ บอกว่า &amp;ldquo;แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นยังไม่นำไปสู่การปรับตัวลดลงของตลาดอย่างรุนแรง หรือทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกชะลอตัว แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงอยู่ทำให้ต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดการเงินและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังเกตว่าคุณวิรไทบอกความเสี่ยงเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ไม่พาดพิงถึงประเด็นด้านการเมืองและความมั่นคง ซึ่งมีมิติกว้างไกลออกไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเสี่ยงข้อสุดท้ายเป็น &amp;ldquo;ความเสี่ยงในประเทศ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ธนาคารกลางบอกว่า แม้เสถียรภาพการเงินโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็มีความเสี่ยงในบางจุดที่อาจจะสร้างความ &amp;rdquo;เปราะบาง&amp;rdquo; ให้กับเสถียรภาพการเงินในระยะต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาหลักคืออัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับต่ำมากย่อมนำไปสู่พฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทน หรือ search-for-yield และการประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง (underpricing of risks)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมเป็นความท้าทายในสภาวะที่มีหน่วยงานด้านการกำกับดูแลจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การออกกฎเกณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากหน่วยงานหนึ่ง มีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้กิจกรรมทางการเงินที่อาจจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นนั้น ออกนอกขอบเขตการกำกับดูแลของหน่วยงาน ซึ่งเราได้เห็นแล้วจากพื้นที่ความเสี่ยงที่กระจายไปทุกส่วนของความรับผิดชอบของหน่วยงานด้านกำกับดูแล ทั้งความล่าช้าของการลดภาระหนี้ครัวเรือน การขยายตัวอย่างมากของกองทุนเพื่อการลงทุนต่างประเทศ แต่กระจุกตัวในประเทศ Emerging Economies บางประเทศ เงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การใช้เงินไม่สอดคล้องกับระยะเวลาการกู้ของลูกหนี้ธุรกิจ และการเติบโตอย่างรวดเร็วของตราสารหนี้เอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับ&amp;rdquo; คุณวิรไทยอธิบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างคือ เมื่อเร็วๆ นี้ เราสังเกตเห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ปล่อยให้ผู้ซื้อบ้านที่ต้องการผลตอบแทนจากการให้เช่าและทำกำไรจากการขายต่อ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มอัตราส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value) สูงขึ้น เป็นผลจากการแข่งขันที่รุนแรงในภาคการเงิน รวมไปถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL เงินกู้ที่อยู่อาศัย ของกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังที่สองและหลังที่สามยังคงเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้กล่าวถึงความเสี่ยงทั้ง 4 ข้อที่เรากำลังเผชิญอยู่ และแม้ผมจะแยกแยะออกเป็นข้อๆ แต่โดยที่ปัจจัยความเสี่ยงเหล่านี้มีอิทธิพลซึ่งกันและกัน ดังนั้นแม้ว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีผลกระทบมหาศาลต่อเศรษฐกิจ ความปั่นป่วนของตลาดในตุรกีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นถึงผลที่เกิดจากการตอบสนองของตลาด ที่นำไปสู่การเทขายเพื่อลดความเสี่ยง และเมื่อหันมามองรอบบ้านเรา เราได้เห็นประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ ตลาดเงินตกอยู่ในภาวะลำบาก แม้เศรษฐกิจขยายตัวดี&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ ธนาคารกลางบอก&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความเสี่ยงที่อาจไม่ได้อยู่ในกรอบของ 4 ข้อนี้ก็ยังมี เช่น การพัฒนาการในบางด้านที่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักได้&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ที่อาจจะมีผลให้รูปแบบธุรกิจดั้งเดิมเปลี่ยนโฉมไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่คาดว่าจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นย่อมแปลว่าความเสี่ยงสำหรับประเทศไทยอาจมีมากกว่าที่เราเห็นและเป็นอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วคุณวิรไทมองว่าคนไทยจะต้องมองหาวิธีการป้องกันและตั้งรับความเสี่ยงเหล่านี้อย่างไร? อ่านต่อพรุ่งนี้ครับ.&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19706</URL_LINK>
                <HASHTAG>Emerging Economies, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกกับความเสี่ยงของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเราจะสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองได้อย่างไร?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันก่อนผมอ่านคำกล่าวเปิดงานสัมมนาประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 โดย ดร.วิรไท&amp;nbsp; สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ในหัวข้อ&amp;nbsp; Global Risks and Thailand&amp;rsquo;s Economic Outlook ที่แปลเป็นภาษาไทยโดยเว็บไซต์ ThaiPublica&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นบทวิเคราะห์ความเสี่ยงและทางแก้ของประเทศที่น่าสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณวิรไทบอกว่าความเสี่ยง 4 ด้านที่อาจสร้างความปั่นป่วนมากขึ้นในระยะสั้นถึงระยะปานกลางมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ความขัดแย้งทางการค้าที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 4.ความเสี่ยงของเสถียรภาพทางการเงินในประเทศจากการใช้อัตราดอกเบี้ยต่ำมากมาเป็นระยะเวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อแรกคือ ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัวขึ้น ซึ่งหนีไม่พ้นว่าจะต้องกระทบไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่เกิดวิกฤติการเงินโลก เศรษฐกิจไทยก็เหมือนกับอีกหลายประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หรือ&amp;nbsp; Emerging Economies อื่นๆ ได้รับผลกระทบจากการนำนโยบายการเงินที่มิได้ใช้ในช่วงเวลาปกติมาใช้ (unconventional) ของประเทศพัฒนาแล้วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะกระแสเงินทุนไหลเข้าจำนวนมหาศาลที่แสวงหาผลตอบแทน ได้สร้างแรงกดดันให้ราคาสินทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งค่าเงินของประเทศ Emerging Economies และหนี้ภาคเอกชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณวิรไทบอกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ที่การกลับทิศของมาตรการสุดขั้ว เช่น การดำเนินนโยบายการเงินเพื่อกลับสู่ภาวะปกติ (normalization) จะมีผลในระดับเดียวกันต่อประเทศ&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ Emerging&amp;nbsp; Economies ด้วย และนี่ถือว่าเป็นสาเหตุของความเสี่ยงข้อแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกเหนือจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดแล้ว ธนาคารกลางของประเทศอื่นเองก็คาดว่าจะดำเนินนโยบายการเงินเพื่อกลับสู่ภาวะปกติในปีต่อๆ ไป ขณะที่สภาพคล่องซึ่งอยู่ในระดับสูงกำลังลดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลตอบแทนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของธุรกิจและรัฐบาลสูงขึ้น ส่วนประเทศ Emerging Economies ที่อ่อนไหวต่อภาวะภายนอกและค่าเงินอ่อนค่าก็จะประสบกับภาระหนี้ต่างประเทศที่สูงขึ้นเมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินท้องถิ่น&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มากไปกว่านี้ สถาบันการเงินระหว่างประเทศคาดว่าพันธบัตรและเงินกู้ร่วม (syndicated loans)&amp;nbsp; ของประเทศ Emerging Economies ที่มีมูลค่ารวม 2.7 ล้านล้านดอลลาร์จะครบกำหนดไถ่ถอนและชำระคืนภายในสิ้นปี 2019 ซึ่งสัดส่วน 1 ใน 3 ของภาระหนี้นี้อยู่ในรูปเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินที่อ่อนค่า&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของประเทศ Emerging Economies กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันอาจมีผลทางลบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ เราได้เห็นประเทศ Emerging Economies ที่มีปัจจัยแปลกๆ&amp;nbsp; 


เครดิตฟรีทดลองเล่น&amp;nbsp;บางประเทศ เช่น ตุรกี, อาร์เจนตินาเผชิญกับแรงกดดัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเสี่ยงข้อที่สองคือ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือการปกป้องทางการค้าที่เพิ่มขึ้น และโดยเฉพาะความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน การตอบโต้กันไปมาของทั้งสองประเทศ และการที่ไม่สามารถคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นได้นั้น ได้ทำให้เกิดความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาคและการเงินใน 2-3 เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจนถึงบัดนี้ ผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของระหว่างสองประเทศต่อการค้าโลกยังมีอยู่ไม่มาก เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าผลจะส่งผ่านเต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คุณวิรไทเสริมว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;คาดว่าผลกระทบเต็มของสงครามการค้าที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่องนั้นจะเกิดขึ้นในปีหน้า และข้อขัดแย้งทางการค้าที่เกิดเป็นระลอกหลายชุดคงไม่จบลงง่ายๆ หากว่ายังมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก ห่วงโซ่การผลิตหรือ supply chain และเครือข่ายการผลิตทั่วทั้งภูมิภาคก็จะชะงัก ขณะที่ปริมาณการค้าจะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน และภาคที่จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงคือการลงทุนโดยตรง ซึ่งจากที่เราได้เห็นตัวอย่างมาแล้วในอดีต ก็จะลดลงจากความไม่แน่นอน และอาจจะขยายวงไปในแง่ที่ว่าความไม่แน่นอนนั้นจะทำให้การลงทุนลดลง สงครามการค้าที่ยืดเยื้อจะดึงกำลังการผลิตที่จะสร้างการเติบโตในอนาคตลง รวมทั้งชะลอการยกระดับเทคโนโลยีของธุรกิจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; (พรุ่งนี้: ความเสี่ยงอีกสองประการของไทย).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19603</URL_LINK>
                <HASHTAG>Emerging Economies, กาแฟดำ, ดร.วิรไท  สันติประภพ, ตุรกี, ธนาคารกลางสหรัฐฯ, บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย), อาร์เจนตินา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
