<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คพ.วิจัยใช้ยานยนต์มลพิษต่ำ-ไร้PM2.5 แทนรถดีเซล  กลุ่มรถยนต์ใหม่ร้องขอนโยบายชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 11 มิ.ย. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า คพ. ได้เข้าร่วมการสัมมนาโครงการวิจัย &amp;ldquo;การศึกษาความเป็นไปได้ในการทดแทนรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในปัจจุบันด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ยานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และยานยนต์ที่ได้มาตรฐานค่าไอเสีย EURO 6 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในบรรยากาศ &amp;rdquo;ซึ่งเป็นโครงการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และ คพ. ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ร่วมสัมมนา จำนวน 171 คน ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามเทคโนโลยียานยนต์ คือ กลุ่มรถยนต์ EURO 6 กลุ่มรถยนต์ NGV และกลุ่มรถยนต์ EV&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล กล่าวว่า ในการสัมมนาดังกล่าวผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นด้วยที่จะแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ต้องการให้ภาครัฐกำหนดนโยบายที่ชัดเจน ทั้งเรื่องทิศทางการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและมาตรการส่งเสริม โดยมีข้อคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม เช่น 1.กลุ่มรถยนต์ EURO 6 เห็นว่าควรบังคับใช้มาตรฐาน EURO 5 ทั้งของรถยนต์และน้ำมันต้องพร้อมกัน เนื่องจากปริมาณกำมะถันในน้ำมันดีเซลตามมาตรฐาน EURO 5 ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องยนต์และอุปกรณ์ลดมลพิษน้อยกว่าการใช้น้ำมันไบโอดีเซล และการติดตั้งตัวกรองเขม่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล(Diesel Particulate Filter หรือ DPF) ในรถยนต์เก่าอาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการเปลี่ยนเป็นรถยนต์ใหม่ที่เทคโนโลยีดีกว่า 2.&amp;nbsp;กลุ่มรถยนต์ NGV เห็นว่า นโยบายของภาครัฐยังไม่ชัดเจน ความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจทั้งในส่วนของรถยนต์และสถานีบริการมีต้นทุนที่สูงขึ้น และราคา NGV ไม่สะท้อนต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น และ 3.&amp;nbsp;กลุ่มรถยนต์ EV เห็นว่านโยบายส่งเสริมของภาครัฐไม่ครอบคลุมเรื่องการดัดแปลงรถยนต์เก่าไปเป็น EV ให้มีราคาที่ถูกลง ต้องการให้มีสถาบันการเงินเข้ามาสนับสนุนทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้รถยนต์ และการจัดการกับแบตเตอรี่ใช้แล้วยังไม่มีความชัดเจนและเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผลจากการสัมมนา คพ. จะนำไปประมวลเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายสาธารณะด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากภาคการขนส่งต่อไป ทั้งนี้ หากดำเนินการทดแทนรถยนต์เก่าที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลด้วยรถยนต์ EURO 6 เปลี่ยนมาใช้รถ EV รถ NGV และมีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันต่ำ ส่งผลให้การปล่อยฝุ่น PM2.5 จากไอเสียรถยนต์ลดลงได้กว่า 15 กิโลตัน ภายในปี 2573 &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละมาตรการจะได้รับการพิจารณาจาก คพ. ภายใต้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106037</URL_LINK>
                <HASHTAG>EURO6, คพ., นายอรรถพล เจริญชันษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c30f3579067.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
