<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ปั้นนักนวัตกรสร้างเสริมสุขภาพรุ่นใหม่จากเยาวชน THAIHEALTH INNO Awards ครั้งที่ 2 TOGETHER  WE CAN</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สสส.ประกาศผลรางวัลนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ THAIHEALTH INNO Awards ครั้งที่ 2 ปั้นนักนวัตกรรุ่นใหม่จากเยาวชนระดับมัธยมและอาชีวศึกษา TOGETHER WE CAN ร่วมกัน เราทำได้ พร้อมจับมือทุกภาคส่วนใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนและสร้างเสริมสุขภาพให้สังคมไทยยั่งยืน ผจก.สสส.เดินหน้าบ่มเพาะแนวคิดของการเป็นนักนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดผลงานให้สามารถขยายผลในวงกว้างเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้กับทุกคนในสังคมไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า สสส.ดำเนินงานด้นการสร้างเสริมสุขภาพ มุ่งแก้ไขต้นเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านนโยบาย สิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การปรับเปลี่ยนระบบบริการสุขภาพ การสร้างทักษะและพฤติกรรมส่วนบุคคลให้มีสุขภาพครบ 4 มิติ สุขภาพกาย สุขภาพจิตใจ สุขภาพทางสังคม สุขภาพทางปัญญา &amp;ldquo;นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ&amp;rdquo; ในมุมมองของ สสส. เป็นได้ทั้งแนวคิดหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจากการผสมผสานความคิดริเริ่มสร้างสรรค์บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ให้เกิดเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพทั้ง 4 มิติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สสส.มีความเชื่อมั่นในพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพื่อเปลี่ยนสุขภาวะของคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ : THAIHEALTH INNO AWARDS ครั้งที่ 2 จากโจทย์หลักคือความอยากที่จะเปลี่ยนสังคมรอบตัวด้วยแนวคิดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อแก้ปัญหาหรือส่งเสริมสุขภาพของชุมชน หรือประเด็นทางสังคมที่ขยายผลในวงกว้างได้ แบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย&amp;nbsp; ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.หรือเทียบเท่า) มีผลงานจากนักเรียนระดับมัธยมและอาชีวศึกษาส่งผลงาน 132 ทีม ทีมทีผ่านเข้ารอบสุดท้าย 18 ทีม สสส.ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการประกวดเพื่อให้ได้ชิ้นงานนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ แต่มุ่งหวังที่จะสร้างเมล็ดพันธุ์นักนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่เกิดขึ้นทั้งลูกศิษย์และครู เพื่อบ่มเพาะแนวคิดของการเป็นนักนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดผลงานให้สามารถขยายผลในวงกว้างเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้กับทุกคนในสังคมไทย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราต้องการนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทำลายสุขภาพ ไวรัสโคโรนาอยู่ในค้างคาวเคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ร่างกายมนุษย์ ปรับตัวอยู่และเผยแพร่เชื้อโรค นวัตกรรมแพร่เชื้อโรค ไวรัสนี้นั่งเครื่องบินแพร่ไปแล้วทั่วโลก ข้ามทวีป นวัตกรรมทำลายสุขภาพ เราพัฒนามีส่วนทำลายสุขภาพอุตสาหกรรมบุหรี่ ทุกวันนี้บุหรี่รุ่นใหม่ๆ สูบแล้วติดเร็ว เลิกยาก นักวิทยาศาสตร์ต้องทำงานอย่างขะมักเขม้น คนเราทำงานอยู่หน้าจอวันละ 12 ชั่วโมง บวกลบเกินครึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้เราไม่ได้อยู่กับคนแบบ face to face เราอยู่กับ digital ยุคนี้มีการ Bully กัน เมื่อไม่ออกกำลังกาย โรคร้ายก็ตามมามากมาย E-Sport คนไทยได้แชมป์โลกโดยไม่ต้องเสียเหงื่อสักหยด เราต้องหานวัตกรรมสุขภาพเพื่อทำให้พวกเรามีสุขภาพที่ดีในการประชุม PMAC ระดับโลก มีการพัฒนาเครื่องมือในการทำงาน ขณะนี้ไม่ต้องนั่งทำงานตลอดเวลา สามารถยืนทำงานโดยมีเครื่องมือพร้อม สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มาทรงเปิดงาน มีการถวายโต๊ะทรงงานสามารถปั่นจักรยาน ขณะเดียวกันสายตาก็อ่านจากจอคอมพิวเตอร์ได้เป็นที่พอพระทัย รับสั่งว่า &amp;ldquo;ฉันจะหาทางไปใช้ อยากใช้ตอนมอบปริญญาบัตร&amp;rdquo; อยากปั่นจักรยานในขณะมอบปริญญาบัตร ดังนั้นนวัตกรรมเป็นเรื่องจำเป็น คนรุ่นใหม่เข้าใจวิถีชีวิตสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ในการตัดสินงานนวัตกรรมครั้งนี้มีผลงานที่น่าพอใจ ภาครัฐ ภาคเอกชนสานต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลงานนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพที่ได้รับ &amp;ldquo;รางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา&amp;rdquo; ได้แก่ ผลงาน &amp;ldquo;D&amp;amp;C Air pollution&amp;rdquo; ทีม Safe Zone ไอเดียของ ศรันย์รักษ์ ฐิติกุลนิธิ, นพกฤษฏิ์ นิธิชัยสถิต และพันธบัตร ใบบุตร จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี กรุงเทพฯ ที่นำเอาปัญหาเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 มาพัฒนาเป็นเครื่องมือตรวจวัดและแจ้งเตือน โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนบางขุนเทียน โดยติดตั้งอุปกรณ์บนหมวกกันน็อกของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง มีการทำแผนที่อากาศผ่านเว็บไซต์ที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ตามช่วงเวลา พร้อมกับคำแนะนำเพื่อเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาและช่วยกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลรองชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา ลำดับที่ 1 ได้แก่ ผลงาน &amp;ldquo;Easy Elastic Exercise&amp;rdquo; ทีม Companion Tiger จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ที่พัฒนาเครื่องออกกำลังกายอย่างง่าย เพื่อช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานาน หรือผู้ที่ปวดเมื่อยจากโรคออฟฟิศซินโดรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลรองชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาลำดับที่ 2 ผลงาน &amp;ldquo;ฝาครอบถังน้ำหมักชีวภาพจากขยะในครัวเรือนแบบมองไม่เห็นเศษอาหารในถังหมัก&amp;rdquo; ทีมสามสาวสวยจากโรงเรียนปลาปากวิทยาคม ที่นำปัญหาขยะล้นเมืองด้วยการพัฒนาออกแบบฝาของถังหมักเศษอาหารเพื่อทำปุ๋ยอินทรีย์ โดยฝาครอบถังมี 4 ชั้น ช่วยดักกลิ่น มีระบบกวนเศษอาหารใช้งานง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลชมเชย ผลงาน &amp;ldquo;Food tech for life&amp;rdquo; ทีม Elderly Health Food จากโรงเรียนธิดาแม่พระ ที่ออกแบบและคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารสำหรับผู้สูงอายุที่สามารถรับประทานได้ง่าย มีคุณค่าและสารอาหารที่เพียงพอ โดยประยุกต์จากเมนูอาหารพื้นถิ่นเพื่อให้มีรสชาติถูกปากผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รางวัลชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; ทีม &amp;ldquo;ต้นยางสารภี&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผลงานของ จอมขวัญ ลุงต๋า และเทพพิทักษ์ อินคำ จากวิทยาลัยเทคนิคสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยพฤติกรรมนิยมอาหารทอดของคนไทย จึงออกแบบเครื่องสลัดน้ำมัน โดยใช้หลักการปั่นผ้าแห้งของเครื่องซักผ้า ใช้แรงเหวี่ยงหมุนสะบัดเพื่อให้เหลือน้ำมันตกค้างในอาหารน้อยที่สุด มีขนาดเล็ก ราคาถูก สามารถใช้ได้ในครัวเรือน หรือพัฒนาให้เหมาะสมกับเชิงพาณิชย์ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพ จากการได้มองเห็นถึงความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ำมันปริมาณจำนวนมากที่ต้องรับประทานเข้าไปในแต่ละเมนู&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลรองชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา ลำดับที่ 1 ผลงาน &amp;ldquo;Care Share Team สุขภาพสู่ชุมชน&amp;rdquo; ทีม CMVC Healthy Plus จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ที่พัฒนากระบวนการทำงานเพื่อบริการสังคม โดยเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รางวัลรองชนะเลิศระดับอาชีวศึกษา ลำดับที่ 2 มีจำนวน 2 ผลงานที่ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการเท่ากันคือ &amp;ldquo;เครื่องล้างไข่เค็มระบบรีไซเคิลน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;rdquo; ทีมนักประดิษฐ์ วก.ไชยา จากวิทยาลัยการอาชีพไชยา ที่พัฒนาเครื่องล้างไข่เค็มที่ลดปริมาณการใช้น้ำด้วยการนำกลับมาใช้ซ้ำ ลดปริมาณน้ำเสียลงสู่สิ่งแวดล้อม สามารถล้างไข่เค็มได้เร็วกว่าการใช้คนล้างถึง 7 เท่า และ &amp;ldquo;อุปกรณ์ช่วยผู้สูงอายุฝึกขึ้นบันได&amp;rdquo; ทีม EP SKTC จากวิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว ที่ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยพยุงตัวสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการเดินขึ้นบัน ได้สามารถเดินขึ้นบันไดได้อย่างสะดวกปลอดภัย และยังสามารถนำมาใช้เป็นไม้เท้าช่วยพยุงเดินได้ในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ และรักษาการ ผอ.สำนักวิชาการและนวัตกรรม สสส. กล่าวว่า สิ่งประดิษฐ์ในปีที่ 2 ขยายผลไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี กระบวนการทำงาน 9 เดือน เปลี่ยนมุมมอง workshop พัฒนาผลงานได้อย่างรวดเร็ว นำต้นแบบมาพัฒนางานใช้ได้จริง ปรับบางส่วนเพื่อลดต้นทุนในการผลิต ต่อยอดเพื่อนำมาเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายได้ อาทิ &amp;ldquo;เครื่องสลัดน้ำมันจากการทอด&amp;rdquo; โดยใช้ร้านอาหาร Street food จะทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝาครอบถังหมักชีวภาพจากขยะในครัวเรือนแบบมองไม่เห็นเศษอาหารในถังหมัก ด้วยการออกแบบฝาถังสองชั้น เทเศษอาหารโดยการเลื่อนฝากวาดเศษลงถังน้ำหมัก โดยฝาอีกชั้นจะปิดปากถังทำให้มองไม่เห็นเศษอาหารในถัง การมีฝาสองชั้นช่วยลดกลิ่นฟุ้งกระจาย เปิดฝาด้วยการหมุนใช้หลักสมดุลของมือสองข้าง เปิดได้ง่ายขึ้น มีระบบการกวนเศษอาหารภายในภาชนะทุกครั้งที่หมุนปิดฝาถัง ทั้งสามารถล้างบริเวณที่วางเศษอาหาร ซึ่งเป็นการเติมน้ำในถังหมัก มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากฝากสองชั้นเป็นสี่ชั้น ช่วยในการกวาดเศษอาหารได้ดีขึ้น และทำให้การฟุ้งกระจายของกลิ่นลดลงมากกว่าเดิม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;รางวัลรองชนะเลิศ Care Share Team สุขภาพสู่ชุมชน&amp;nbsp;ทีม CMVC Healthy Plus วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่มีปัญหาสุขภาพด้วยโรค NCDs กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ต้องการพัฒนานวัตกรรมการทำงานเป็นทีมจิตอาสา ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Care Share Team ดูแลห่วงใย หัวใจแบ่งปัน ทำงานเป็นทีม&amp;rdquo; นำองค์ความรู้มาจัดทำโครงการนวัตกรรมสุขภาพร่วมกับภูมิปัญญาของผู้สูงอายุในชุมชน ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค เพื่อให้ผู้สูงอายุมีศักยภาพในการดูแลตัวเองอย่างยั่งยืน อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ช่วยลดภาระครอบครัว หน่วยงานและสถานพยาบาล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครูนฤมล อัคคพงศ์พันธุ์ อาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วยลูกศิษย์, พรรณิภา เบเซกู่ชนเผ่าอาข่า, อรณิช ลุงจ๋าม ชาติพันธุ์ไทยใหญ่, อร ลุงหวิ่ง นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เล่าว่า เป็นคนโคราช เรียนจบปริญญาตรีด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยราชมงคลคลอง 6 และปริญญาโทด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการเป็นข้าราชการ ก.พ. ต่อมาเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย 14 ปี อยู่บุรีรัมย์ 3 ปี ย้ายไปเป็นอาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครูทำหน้าที่เป็นโค้ชให้นักศึกษา เปลี่ยนวิธีการเรียนการสอน จากเดิมที่นักศึกษาจะต้องเขียนโครงการก่อนจบการศึกษาแล้วนำโครงการไปเก็บไว้ในห้องสมุด แต่โครงการนี้ให้นักศึกษาเข้าไปศึกษาถึงความต้องการในชุมชน ร่วมคิด ร่วมสร้างผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับชุมชน ให้เป็นนวัตกรรมของชุมชน เมื่อเข้าร่วมอบรมกับ สสส.ให้เกิดเป็น Design Thinking พัฒนาผลงานเป็นกลุ่ม เป็นประโยชน์ต่อชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรณิภา เบเซกู่ ชนเผ่าอาข่า, อรณิช ลุงจ๋าม ชาติพันธุ์ไทยใหญ่ นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ กล่าวว่า เราช่วยกันต่อยอดชุมชน ผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่บนดอยประสบปัญหายุงเยอะในขณะที่ยังต้องมีอาชีพทำไร่ไถนา บางครั้งจำเป็นต้องออกกำลังกาย ยืดแข้งยืดขา หรือบางครั้งก็ต้องนั่งผิงไฟเพื่อจิบชาในหน้าหนาว จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดี ลดการใช้ยาจากสถานพยาบาล เป็นการพัฒนาโครงการด้วยตัวเองและมีครูเป็นโค้ชให้คำปรึกษา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยงบประมาณ 1 หมื่นบาท นักศึกษา 123 คน สร้างผลงาน 23 ชิ้น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เป็นการส่งผลงานครั้งแรกได้รับรางวัล เป็นกำลังใจให้กับทุกคน เป็นจิตอาสาเข้าไปในชุมชน ด้วยการสำรวจผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้าน ส่วนลูกๆ ออกไปทำงาน บางครั้งผู้สูงวัยกินอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ฯลฯ ด้วยการเรียนรู้วิธีการป้องกันตนเอง พัฒนากิจกรรมสร้างเพจในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ชุมชนวัดล่ามช้างเป็นชุมชนที่มีขนาดเล็กใจกลางเมืองเชียงใหม่ มีวัดล่ามช้าง ประชาชนในชุมชนทำธุรกิจส่วนตัว เปิดร้านนวดเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารไทย ร้านพิซซ่า ร้านน้ำผลไม้ บริเวณชุมชนล่ามช้างมีจุดอับของท่อระบายน้ำทิ้งหรือท่ออุดตันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เป็นเหตุให้เกิดโรคไข้เลือดออก จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ไล่ยุงจากเปลือกส้ม ด้วยการนำเปลือกส้มมาตากให้แห้ง เตรียมอุปกรณ์ต้มเทียน นำแผ่นขึ้ผึ้งมาต้ม นำเชือกมาชุบขี้ผึ้งแล้วไปผึ่งให้แข็งตัว นำใส้เทียนมาวางตรงกลาง นำขึ้ผึ้งมาเติมให้เต็มตกแต่งให้สวยงาม ผลิตภัณฑ์เทียนหอมไล่ยุงจากเปลือกส้มมาจุดในกิจกรรมสวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นของชุมชน สร้างบรรยากาศที่ดีในการสวดมนต์ เพราะเทียนมีกลิ่นหอม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรมนี้ทำร่วมกันระหว่างคนต่างวัย สร้างความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน บ้าน วัด วิทยาลัยสร้างสำนึกจิตอาสา เป็นทีมจิตอาสาสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืน นำนวัตกรรมสุขภาพมาช่วยการผ่อนคลาย ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และบริหารสบายกาย สบายใจ รวมถึงการดื่มชาเพื่อสุขภาพ กิจกรรมตรวจสุขภาพร่วมกับพยาบาลจิตอาสาประจำชุมชน ลดพฤติกรรมความเสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลประคบเย็น : ปวันรัตน์ รมณี, ปวีณ์ธิดา สุวรรณ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ปัจจุบันการประคบเย็นเป็นการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ บรรเทาอาการปวดบวมที่เกิดจากอาการบาดเจ็บแบบเฉียบพลันเพราะความเย็น จะช่วยทำให้เส้นเลือดหดตัวและเลือดออกมีความสำคัญในการบรรเทาความเจ็บปวด เพิ่มความสุขสบายให้ผู้ป่วย ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประคบเย็นในท้องตลาดมีราคาสูงชิ้นละ 150 บาท ทั้งยังมีขนาดไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ประคบ มีขนาดใหญ่และเล็กจนเกินไป ดังนั้นจึงได้พัฒนาเจลประคบเย็นตามตำแหน่งที่ต้องการประคบ ซึ่งมีสนนราคาถูกกว่าท้องตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เทียนนวดจากดอกกาสะลอง จัดทำโดย เจนจิรา ชูจันทร์, กัญญาณัฐ สุยะโมงค์ ผู้สูงอายุประสบปัญหาปวดเมื่อยร่างกายเมื่อมีการนั่งหรือทำอะไรนานๆ เมื่อปวดนวดเบาๆ ตรงบริเวณที่ปวด ด้วยการทำเทียนนวดจากกดอกกาสะลอง หรือSoy Wax แล้วนำมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยจากดอกกาสะลอง ซึ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆ การพัฒนาเทียนนวดจากดอกกาสะลองนำไปใช้ได้จริง ช่วยผ่อนคลายในการนวด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากดอกกาสะลอง ใช้งานได้นาน จุดได้ 3-4 ชั่วโมง นำไปจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ เกิดเป็นรายได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57214</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitekids, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), สสส., เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e468d566e6f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2019 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ดรัมเซอร์เคิล”...จังหวะตีกลอง  ตัวช่วยเด็กรับมือความเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คงไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการที่เรารู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง เพราะเมื่อไรที่เรารู้เท่าทันความรู้สึกและความต้องการของตัวเองนั้น ย่อมทำให้เราสามารถหาทางออกในชีวิตได้ ไม่ว่ากำลังจะประสบปัญหาหรือทางตันในชีวิตด้านไหนก็ตามแต่ โดยการตีกลองเพื่อสะท้อนระดับอารมณ์อย่าง &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล (Drum Circle)...จังหวะแห่งความเข้าใจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.เบิ้ม-นริศ มณีขาว วิทยากรผู้ให้คำปรึกษา Certificate Drum Circle &amp;amp; Drum Healing เป็นผู้ถ่ายทอดความองค์ความรู้เกี่ยวกับรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง เพื่อนำไปสู่แรงบันดาลใจในการรับมือกับปัญหาหรือสิ่งที่เกิดขึ้น จากจังหวะเสียงตีกลองของแต่ละคน ที่สำคัญหลักการในผู้ใหญ่ดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้กับเด็กและเยาวชน ที่ปัจจุบันมีประสบปัญหาความเครียด ทั้งเรื่องของการเรียน การทำกิจกรรมที่อัดแน่นจนเทียบไม่มีเวลากระดิกตัว ที่สำคัญกิจกรรมนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ฝึกเข้าใจตัวเอง แต่ยังทำให้เข้าใจคนรอบข้างได้เป็นอย่างดีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจกรรม &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; เริ่มจากการที่ อ.นริศ ให้ผู้ฝึกเริ่มต้นสำรวจสัญญาณเตือนจากร่างกาย โดยการยืนเป็นวงกลม พร้อมกับก้าวเท้าออกมาด้านหน้า 2 ก้าว ตามด้วยการสำรวจเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี หรือเป็นสิ่งที่กระทบจิตใจของคุณ (คิดในใจ) จากนั้นให้ฝึกลองสำรวจตัวเองว่า เวลาที่เราคิดถึงเรื่องที่ไม่สบายใจนั้น ผู้ฝึกรู้สึกอย่าง เช่น ใจเต้นแรง, อึดอัด, ตึงเครียด, ไม่สบายใจ, ขนลุก, ร้อนเย็น จากนั้นให้ผู้ฝึกก้าวเท้ากลับไปยืนในจุดเดิม ทั้งนี้หากผู้ฝึกมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้น นับถือเป็นความเครียดอย่างหนึ่ง และนั่นจะทำให้ร่างกายบอกกับตัวเราเองว่า ร่างกายของเราไม่ปลอดภัยจากภาวะตึงเครียด จากเรื่องราวต่างๆ ที่เราได้รับ อีกทั้งภาวะหดเกร็ง เครียด ที่กล่าวมาข้างต้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ร่างกายของเราทำขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง และเมื่อบรรยากาศเข้าสู่ความปลอดภัย ร่างกายก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากที่ฝึกการเรียนรู้สัญญาณเตือนของร่างกายแบบอัตโนมัติเกี่ยวกับความเครียดที่มนุษย์ได้รับแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนของการตีกลองสะท้อนอารมณ์ &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; เพื่อนำไปสู่การรู้เท่าทันตัวเอง และเป็นไอเดียในการแก้ไขสาเหตุของปัญหาหรือความเครียดได้ในที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.นริศ บอกว่า &amp;ldquo;สำหรับหลักของการตีกลอง ดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย 5 ข้อ 1.ให้จังหวะกลองที่ตีเป็นผู้นำตัวคุณ 2.แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาในขณะที่ตีกลอง ซึ่งไม่มีสิ่งถูกผิด 3.ตีกลองออกมาในเชิงของความสร้างสรรค์ 4.เสียงกลองของแต่ละคนนั้นจะแตกต่างกัน หรือหนักเบาต่างกัน ตามปัญหาหรือผลกระทบที่ได้รับ 5.ความรู้สึกปล่อยวางหลังตีกลองสะท้อนอารมณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน &amp;ldquo;วิธีของการตีกลอง เริ่มจาก 1.ผู้ฝึกนำกลองมากอดไว้ที่หัวใจ พร้อมกับใช้มืออีกอย่างตีกลอง โดยคิดถึงเรื่องที่ทำให้รู้สึกเครียดและไม่สบายใจ หรืองานมีปัญหา (ความรู้สึกภายในใจจะสะท้อนออกมาผ่านเสียงกลอง ที่รัวหนักเบาแตกต่างกันในแต่ละคน) 2.ให้ผู้ฝึกหามุมตีกลองที่ตัวเองถนัด (แยกกันตีในมุมของตัวเอง) เพื่อสะท้อนอารมณ์หรือทำให้ฝึกได้ระบาย 3.ให้ผู้ฝึกเดินเข้าไปหากระดาษ 2 สี ตามคำบอกของครูผู้ฝึก ทั้งนี้ &amp;ldquo;กระดาษสีแดง&amp;rdquo; สะท้อน เช่น ประทับใจ, รำคาญ, สนุกสนาน, ร้อน, หนาว, เครียด, ปวดร้าว เป็นต้น ส่วน &amp;ldquo;กระดาษสีเหลือง&amp;rdquo; สะท้อนความต้องการ เช่น ต้องการความเข้าใจ, ต้องการการยอมรับ, ต้องการความสุข, ต้องการความสุข 4.ให้ผู้ฝึกเดินตีกลองไปหยิบกระดาษสีแดงก่อน เพื่อให้ผู้ฝึกรู้ความต้องการหรือรู้อารมณ์ของตัวเอง และตามด้วยกระดาษสีเหลือง ซึ่งถือเป็นจุดไคลแม็กซ์ที่จะทำให้ผู้ฝึกตีกลองนั้นมองเห็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิต ว่าอันที่จริงแล้วเราต้องการอะไรกันแน่ เพื่อกลับไปแก้ไขสิ่งที่เป็นให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ปัญหาเกิดการคลี่คลายไปในทางที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประโยชน์ของการ &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; มีอยู่ค่อนข้างหลากหลาย เพราะเสียงดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ช่วยบำบัดความเครียดได้ เพราะในร่างกายของมนุษย์ล้วนเต็มไปด้วยจังหวะ ตั้งแต่การหายใจ การเต้นของหัวใจ หรือแม้แต่การทำงานของสมองที่ต้องทำอย่างเป็นจังหวะ ที่สำคัญยังมีการงานวิจัยในอังกฤษที่ออกมาระบุว่า การตีกลองสัปดาห์ละ 90 นาที รวม 10 สัปดาห์ จะช่วยลดความเศร้าลงได้ นอกจากนี้หากผู้ฝึกอยู่ในวัยทำงาน ก็จะช่วยลดอาการหมดไฟในการทำงานลงได้ ส่วนการฝึกในเด็กและวัยรุ่นนั้น ก็จะช่วยลดความโกรธและเครียดจากการเรียนการใช้ชีวิตได้ โดยสรุปแล้วหลักการของการตีกลอง หรือ &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; คือการค้นหาความรู้สึก และความต้องการของเรา ว่าแท้จริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์เรานั้นคืออะไร และจะแก้ไขอย่างไร โดยการอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษทั้ง 2 สีประกอบ เพื่อเป็นไกด์ไลน์ของการหาทางออกร่วมกันนั่นเอง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;--------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กและเยาวชนเรียนรู้ดรัมเซอร์เคิล...ได้อะไร??&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.นริศ บอกว่า &amp;ldquo;คำถามที่ว่าการตีกลองสามารถนำไปใช้กับเด็กได้อย่างไร สำหรับเด็กข้อดีคือว่ามันตอบโจทย์คือความสนุกสนาน ดังนั้นการตีกลองดรัมเซอร์เคิลก็เท่ากับเป็นการให้เด็กมีโอกาสเล่นกลอง ซึ่งเด็กก็จะทำให้สนุกสนานและเฮฮา แต่โดยรวมแล้วดรัมเซอร์เคิลตอบโจทย์เด็กและเยาวชนได้อย่างไรนั้น มันจะช่วยให้เขาลดความตึงเครียด เพราะเด็กยุคใหม่เรียนหนัก และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น ว่ายน้ำ ตีเทนนิส แตะฟุตบอล และต้องไปเรียนพิเศษอีก โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในเมือง ดังนั้นนอกจากการเล่นกีฬาแล้ว การตีกลองก็เป็นอีกการสร้างความผ่อนคลายให้กับเด็กได้อีกวิธีหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับตัวอย่างกิจกรรมในวันนี้ เราดีไซน์ขึ้นมาสำหรับผู้ใหญ่ แต่จากประสบการณ์ที่เคยเห็นนั้น มีการใช้ในเด็กและเยาวชน เช่น กรณีที่เด็กรู้สึกไม่สบายใจ อึดอัด และต้องการเวลาพักผ่อน แต่เราอาจจะต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเด็กให้มากขึ้น หรือดีไซน์ให้เหมาะสมกับเด็ก เช่น ทำการ์ดรูปภาพ เพื่อสื่อถึงอารมณ์และความต้องการของเด็ก เพื่อให้เด็กดูแล้วสื่อความหมาย เป็นต้น เพราะถ้าเด็กดูรูปภาพการ์ดที่ผู้ใหญ่ทำขึ้น เด็กก็จะเข้าใจและสื่อสารอารมณ์ของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเด็กบางคนจะสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด แต่จะสะท้อนผ่านการหยิบการ์ดรูปภาพขึ้นมา (เปลี่ยนจากตัวอักษรบนกระดาษ เป็นวาดภาพรูปการ์ตูน เพื่อสื่ออารมณ์และความต้องการของเด็ก) สำหรับประโยชน์ที่เด็กจะได้รับ คือการที่เขาจะรู้อารมณ์ และความรู้สึกของตัวเองได้ เพราะถ้าเขารู้ว่าถ้าเขารู้สึกแบบนี้ มันจะทำให้เด็กรู้ว่าคำพูดหรือความต้องการที่แท้จริงมันคืออะไร เขาก็จะดูแลอารมณ์และความต้องการของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น เวลาที่เด็กไปซื้อของกับพ่อแม่ ถ้าเด็กรู้ความต้องการของเขาเอง คือหมายความว่าเด็กชอบอะไรที่สวยๆ มีสีสัน ฉะนั้นการเลือกซื้อของก็จะตรงจุด หรือได้ของเล่นที่ถูกใจเด็ก ส่วนการเรียนก็เช่นกัน แต่อย่างน้อยที่สุด คือครอบครัวสามารถใช้กิจกรรม &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; เพื่อให้ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ผมคิดว่าพ่อแม่ควรให้ทางเลือกเด็ก และให้เด็กเลือกทำ แทนที่พ่อแม่จะเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับเขา เนื่องจากบางครั้งพ่อแม่สนใจเรื่องดรัมเซอร์เคิลก็จะบังคับให้ลูกทำ ประกอบกับเด็กมีกิจกรรมมากมาย มันจะกลายเป็นว่าทำให้เด็กไม่ได้มีทางเลือกด้วยตัวเขาเอง เพราะการให้เขามีทางเลือก ในการที่ผู้ใหญ่เสนอทางเลือกนี้ไป และลูกๆ ตอบรับ นั่นแปลว่าเขาอยากเรียนรู้เรื่องของ &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; ก็จะทำให้การฝึกฝนนั้นเป็นไปแบบมีความสุข แต่ถ้าเป็นการให้ที่เป็นคำสั่งของพ่อแม่ เด็กก็จะไม่มีความสุข ตรงกันข้ามถ้าเด็กได้เลือกทำอะไรที่เขาชอบ ก็จะทำให้เด็กมีความสุขทางใจมากกว่า พูดง่ายๆ ว่าถามลูกก่อนว่าชอบวิธีนี้หรือไม่ หรือให้เด็กลองดู ถ้าลูกไม่ชอบก็ไม่ต้องบังคับ แต่ถ้าชอบก็สนับสนุนเขาต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.นริศ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;สำหรับประโยชน์ที่เราเจอในผู้ใหญ่ คือทำให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเขาต้องการอะไร และจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างไร ส่วนในเด็กเล็กและเยาวชนนั้น ก็ทำให้เขารู้ว่าเขาต้องการอะไรเช่นกัน เพราะด้วยวัยที่ยังเด็กมากเกินไป จึงทำให้ไม่รู้ความต้องการของตัวเอง รวมถึงยังทำให้เด็กมองเห็นอาชีพที่อิสระ มั่นคง เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นถ้าเขาได้ฝึกจากความสนใจจริงๆ ก็จะทำให้เขาได้เรียนรู้คีย์เวิร์ดตรงนี้ และทำให้เขาสามารถไปค้นหาอาชีพที่เขารักได้เมื่อโตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับระยะเวลาในการฝึก กรณีที่ถ้าเด็กสนใจ ต้องบอกว่าเนื่องการเล่นดนตรีใช้เวลาเท่าไร มันก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของเด็ก พูดง่ายๆ ระยะเวลาการฝึกที่เห็นผลนั้นขึ้นอยู่กับตัวเด็กแต่ละคน เพราะสิ่งสำคัญคือเมื่อทำแล้ว เด็กรู้สึกแฮปปี้และสบายใจ อีกทั้งมีทัศนคติที่ดีกับเด็กอื่นๆ แต่ถ้าเขาสนใจจริงๆ เขาก็จะนำไปต่อยอดในเรื่องต่างๆ เอง หากว่าเขาเลือกแล้ว เด็กก็จะทำให้ด้วยความมุ่งมั่น และหันมาสนใจจริง ส่วนกิจกรรม &amp;ldquo;ดรัมเซอร์เคิล&amp;rdquo; นั้น ไม่จำเป็นเข้าคอร์สเรียน เพราะถ้าสนใจจริงๆ ในยูทูบก็จะมีการสอน หรือการโชว์ให้ดูในสื่อออนไลน์ ผู้ปกครองสามารถนำมาพลิกแพลงใช้ เพื่อให้เด็กรู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองได้เช่นกันครับ&amp;rdquo;.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52417</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitekids, excitethaipost, X-CITE, ดรัมเซอร์เคิล, “ดรัมเซอร์เคิล”...จังหวะตีกลอง  ตัวช่วยเด็กรับมือความเครียด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df3790f4b115.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
