<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก &#039;กึ่งล็อกดาวน์&#039; สู่มาตรการ &#039;สร้างเสถียรภาพ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหมอคณะหนึ่งทั้งที่ทำงานอยู่ในปัจจุบันและอดีตผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ได้ระดมความคิดหาสูตร Exit Strategy เพื่อแหวกวงล้อมของโควิด-19 และสรุปเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเรียกข้อเสนอนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากมาตรการ &amp;ldquo;กึ่งล็อกดาวน์&amp;rdquo; สู่การ &amp;ldquo;สร้างเสถียรภาพ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางออกที่หลายคนอยากเห็นคือ &amp;ldquo;เจ็บแล้วจบ&amp;rdquo; แต่เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉากทัศน์ที่หนึ่งนี้มีเป้าหมายคือทำให้ประเทศปลอดจากเชื้อโควิด-19 ด้วยการปิดเมืองหรือ Lockdown ระยะยาวเช่น 2-3 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีนี้จะทำการค้นหาผู้ติดเชื้อทั้งที่มีอาการและไม่มีอาการแบบเคาะประตูบ้านมาแยกรักษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีนี้ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล และต้องใช้บริบททางสังคมการเมืองที่สามารถบังคับใช้กฎระเบียบอย่างเข้มแข็งได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีต้นทุนทางสังคมและเศรษฐกิจสูงมาก ไม่เหมาะจะทำทั้งประเทศ แต่อาจนำมาใช้ในพื้นที่หรือชุมชนเล็กๆ ที่มีการติดเชื้อสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่ดูจะมีความเป็นไปได้มากกว่า คือข้อเสนอ &amp;ldquo;ฉากทัศน์ที่สอง&amp;rdquo; คือการยอมรับว่าเราไม่สามารถหยุดการแพร่เชื้อได้ แต่สามารถควบคุมให้มีการแพร่ในระดับที่ต่ำหรือ low transmission มีการสูญเสียชีวิตน้อย เพราะโรงพยาบาลรองรับได้ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามสูตรนี้รัฐบาลเริ่มเปิดให้ผู้คนทำมาหาเลี้ยงชีพ ทำธุรกิจ ทำการผลิต นักเรียนได้เรียนหนังสือ คนได้ทำงาน และสังคมไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาที่สมดุลทั้งการควบคุมและการประกอบกิจการและกิจกรรมต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการกลับสู่ชีวิตปกติแต่ถ้วยวิถีแบบใหม่ที่เรียกว่า New Normal
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉากทัศน์นี้ทำให้เกิดเป็นจริงได้ อาศัยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการทางสาธารณสุขและการแพทย์ ประกอบด้วยการขยายการตรวจให้ครอบคลุมทุกจังหวัด มีการตรวจวินิจฉัยที่รวดเร็ว แยกรักษา เฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในบางกลุ่มประชากรที่เสี่ยงต่อการระบาด เช่น กลุ่มที่อยู่กันแออัด เรือนจำ บ้านพักคนชรา ชุมชนแรงงานข้ามชาติ เป็นต้น มีการติดตามผู้สัมผัสอย่างรวดเร็ว มีสถานที่รองรับการแยกกัก และหอพักผู้ป่วยโควิดที่เพียงพอ สะดวก ได้มาตรฐานในทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.ทำให้ทุกคน ทุกสังคม และทุกพื้นที่เข้าใจและปฏิบัติตามมาตรการสุขลักษณะ ล้างมือ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้าน การมีระยะห่างทางกาย งดการชุมนุม งดงานสังคมที่จัดใหญ่โตมีคนมาก ๆ เปลี่ยนเป็นงานขนาดเล็กภายในหมู่ญาติสนิทและครอบครัว เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.เปิดให้ธุรกิจเริ่มเดินหน้า โดยมีการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินการโดยองค์กรธุรกิจ อุตสาหกรรม หากมีความเสี่ยง ต้องปรับให้เข้ามาสู่ความเสี่ยงต่ำที่จัดการได้ เช่น ใช้มาตรการตรวจวัดไข้ เว้นระยะห่างทางกาย ลดการใช้เสียง เพิ่มการระบายอากาศ การลดจำนวนผู้คนที่มาติดต่อใช้บริการ และการใช้เทคโนโลยีที่ให้ทำงาน ประชุม ติดต่อบริการโดยไม่ต้องมีการพบปะกันมากๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.ปิดแหล่งแพร่โรคที่สำคัญ บริการหรือกิจการที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งถูกสอบสวนพบว่าเป็นแหล่งแพร่ระบาดให้เกิดผู้ติดเชื้อมากๆ ได้แก่ สถานบันเทิง, ผับ, บาร์, คาราโอเกะ, สถานบริการทางเพศทั้งตรงและแฝง สนามการพนันในรูปแบบต่างๆ ต้องปิดระยะยาว สำหรับการปิดกิจการอื่นๆ ในอนาคต ควรใช้วิธีปิดแบบจำเพาะหรือ selective measures แทนการปิดครอบจักรวาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.มีระบบเฝ้าระวังตรวจจับและคาดการณ์ความรวดเร็วของการแพร่ระบาดในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อจัดระดับสถานการณ์ เป็นการเตือนและเพิ่มมาตรการหรือผ่อนคลายตามบริบทของแต่ละจังหวัดหรือหากเป็นไปได้ย่อยลงไประดับอำเภอ และมีการเฝ้าระวังโดยภาคประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนผ่านจากมาตรการ &amp;ldquo;กึ่งล็อกดาวน์&amp;rdquo; สู่มาตรการ &amp;ldquo;สร้างเสถียรภาพ&amp;rdquo; ควรต้องเตรียมตัวและให้มั่นใจว่ามาตรการที่สำคัญยังคงอยู่ ไม่เปลี่ยนผ่านแบบรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการนี้ควรดำเนินการโดยเริ่มจากจังหวัดกลุ่มแรกที่ไม่พบผู้ป่วยในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา (ประมาณ 32 จังหวัด) สามารถเริ่มได้ในต้นเดือนพฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรืออาจนำร่องทดลองปลายเดือนเมษายนสัก 3 หรือ 4 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นจึงเริ่มในกลุ่มที่ 2 คือจังหวัดที่พบผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ประเภทประปราย (ประมาณ 38 จังหวัด) ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่ 3 คือจังหวัดที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องเป็นกลุ่มก้อน (ประมาณ 7 จังหวัด) หากสามารถลดการระบาดลงมาได้ในระดับต่ำตามเกณฑ์ และไม่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ ก็ควรจะให้เริ่มเปลี่ยนผ่านได้ในต้นเดือนมิถุนายน หรืออาจเริ่มก่อนหน้านั้นได้หากควบคุมสถานการณ์ได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หาก ศบค. และรัฐบาลเห็นชอบก็สามารถให้นโยบายไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกจังหวัดเพื่อเตรียมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดแผนการเปลี่ยนผ่านในภาคธุรกิจและภาคสังคม ควรให้แต่ละภาคมีส่วนร่วมปรึกษาหารือทำรายละเอียดเพื่อดำเนินการได้ความปลอดภัยเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัยในแต่ละภูมิภาคหรือจังหวัดสามารถให้การสนับสนุนด้านเทคนิค วิชาการ เป็นการร่วมมือของคนทั้งสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ก่อนจะถึงเวลาที่มีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประเทศไทยจะสามารถควบคุมให้มีการติดเชื้อในระดับต่ำ มีคนเสียชีวิตไม่มาก และประชาชนสามารถเริ่มทำงาน ประกอบอาชีพได้ ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม และประชาชนเกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการทำข้อเสนอ: นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, นพ.ทวี โชติพิทยาสุนนท์, นพ.ครรชิต ลิมปกาญนารัตน์, นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ อดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข: นพ.หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์, นพ.ศุภชัย คุณรัตนพฤกษ์, นพ.ไพจิตร์ วราชิต, นพ.โสภณ เมฆธน, นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข, นพ.ธวัช สุนทราจารย์, นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์, นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอ่านแล้วเห็นว่าเป็นโครงร่างข้อเสนอที่น่าสนใจ ควรที่ภาคส่วนอื่นๆ ของสังคมจะต้องร่วมกันถกแถลงลงรายละเอียดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบในเร็ววัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63750</URL_LINK>
                <HASHTAG>Exit Strategy, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
