<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 22:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จัดทดสอบ BMW F 900 R และ F 900 XR ใหม่ พร้อมพาชมสายการผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย พาสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เปิดประสบการณ์ความสนุกสนานและสมรรถนะทรงพลังในสไตล์ไดนามิก โรดสเตอร์และแอดเวนเจอร์ สปอร์ต จากมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์สองรุ่นใหม่ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บนระยะทางรวมกว่า 280 กิโลเมตร พร้อมเข้าชมสายการผลิตมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ณ โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง หนึ่งในโรงงานประกอบมอเตอร์ไซค์ที่สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมทดสอบรถครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;BMW Motorrad Discoveride&amp;rdquo; เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและปลอดภัย โดยสื่อมวลชนได้ทดสอบฟีเจอร์และสมรรถนะต่าง ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR อย่างเต็มที่ตลอดสองวัน เริ่มต้นด้วยการขับขี่บนเส้นทางจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ จังหวัดชลบุรี เพื่อเตรียมความพร้อมเรื่องอุปกรณ์การขับขี่และรับฟังคำแนะนำเกี่ยวกับรถมอเตอร์ไซค์สองรุ่นใหม่จากทีมมาร์แชล ก่อนมุ่งหน้าสู่โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ในจังหวัดระยองและเดินทางเข้าสู่ที่พักในวันแรกของกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางในวันแรกเมื่อออกจากสนามเอ็นดูโร่ พาร์ค ไทยแลนด์ เริ่มต้นด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำบางพระที่มีทางโค้งสนุก ๆ ให้ทำความคุ้นเคยกับรถด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก ต่อด้วยเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำหนองค้อที่เป็นถนนตัดผ่านพื้นที่เกษตรกรรมและมีทรายปกคลุมถนนในบางช่วง ซึ่งสื่อมวลชนได้ทดสอบระบบป้องกันการลื่นไถลของรถที่ตอบสนองได้ทุกสภาพพื้นผิวและเปลี่ยนค่าการทำงานในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในโค้ง รวมถึงระบบช่วงล่าง Dynamic ESA ช่วยให้ขับขี่ผ่านทุกอุปสรรคบนถนนโดยไม่ต้องกลัวว่ารถจะเสียการควบคุม อีกทั้งยังได้ทดลองแรงบิดของรถที่พรั่งพรูลงพื้นถนนได้อย่างฉับไวตั้งแต่รอบต้น ๆ ของเครื่องยนต์บนถนนก่อนถึงโรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เพื่อเยี่ยมชมขั้นตอนการประกอบบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ที่มีมาตรฐานระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการเริ่มต้นขับขี่ในช่วงบ่าย เป็นการเรียนรู้วิธีเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับระบบติดต่อสื่อสารของมอเตอร์ไซค์ เพื่อเก็บข้อมูลการขับขี่ผ่านแอปพลิเคชั่น BMW MOTORRAD CONNECTED และเปลี่ยนหน้าจอแสดงผล TFT บนตัวรถให้แสดงผลในโหมดสปอร์ต ซึ่งจะแสดงการวัดรอบเครื่องยนต์เหมือนการแสดงผลแบบเข็มวัด พร้อมฟังก์ชั่นแสดงผลองศาการเอียงของรถ การทำงานของระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระดับการใช้เบรคในระหว่างการขับขี่ รวมถึงเก็บทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวรถและผู้ขับขี่ในช่วงบ่าย เพื่อใช้ประเมินผลการขับขี่ของทุกคนในช่วงค่ำ โดยเส้นทางช่วงบ่ายจะเป็นทางโค้งต่อเนื่องริมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และทางตรงยาวก่อนถึงที่พัก หลังจากการขับขี่ในวันแรก ทีมครูฝึกยังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการขับขี่ของผู้ขับขี่ทุกคน จากข้อมูลที่เชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟนและตัวรถ รวมไปถึงข้อมูลจากหน้าจอบนตัวรถในระหว่างขับขี่ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของกิจกรรมในครั้งนี้ และยังนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ขับขี่ได้มีโอกาสสัมผัสระบบที่ทันสมัยที่สุดบนมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด&amp;nbsp; ซึ่งบันทึกข้อมูลการใช้งานรถและผลการขับขี่ได้อย่างละเอียดและครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่สองของกิจกรรม จะเป็นการผสมผสานทุกรูปแบบของเส้นทางที่พบได้ในประเทศไทย ทั้งเส้นทางในย่านชุมชนที่มีทางแยกร่วมค่อนข้างถี่ เส้นทางหลวงยาว ๆ ที่สามารถทำความเร็วได้ รวมไปถึงทางโค้งที่มีระยะทางระหว่างโค้งแบบสั้นและแบบกว้างที่สามารถใช้ความเร็วได้ต่อเนื่อง กิจกรรมทดสอบการขับขี่ในครั้งนี้จึงเป็นการมอบประสบการณ์ที่ครบรสทั้งในด้านข้อมูล การใช้งานจริงบนเส้นทาง และการเข้าชมโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมคำแนะนำอย่างละเอียดจากทีมมาร์แชลเพื่อพัฒนาทักษะการขับขี่ให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่ ราคาจำหน่าย: 495,000 บาท สำหรับสี Black Storm Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 520,000 บาท สำหรับสี Hockenheim Silver Metallic / Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 525,000 บาท สำหรับสี San Marino Blue Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดของ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่ ราคาจำหน่าย: 535,000 บาท สำหรับสี Light White (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 550,000 บาท สำหรับสี Racing Red (Sport Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 550,000 บาท สำหรับสี Galvanic Gold Metallic (Exclusive Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบอิสระในการขับขี่และตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายในไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จึงเหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าสำหรับนักบิดสายสปอร์ต มากประสบการณ์หรือนักบิดมือใหม่ ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ใหม่ นับเป็นที่สุดของมอเตอร์ไซค์ในตระกูลแอดเวนเจอร์ สปอร์ตอย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะโฉบเฉี่ยว ตำแหน่งการขับขี่แบบนั่งตรงสไตล์ GS ความสะดวกสบายในการขับขี่ระยะไกล ทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และรูปลักษณ์ที่สื่อถึงความทรงพลัง เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ความโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ยังอยู่ที่การสืบทอดดีไซน์และคอนเซปต์ของมอเตอร์ไซค์ในตระกูล XR ที่ผสานความสปอร์ตและสมรรถนะแบบทัวริ่งเข้าไว้ได้อย่างลงตัว และยังมาพร้อมระบบ Keyless Ride ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในมอเตอร์ไซค์ระดับกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีในการขับขี่ที่ล้ำสมัยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันการลื่นไถลของล้อหลัง (MSR) จากการชะลอตัวหรือลดเกียร์ โดยจะควบคุมและเปลี่ยนแปลงกำลังของเอนจิ้นเบรคตามสภาพการยึดเกาะของถนนและ Riding Mode ที่เลือกใช้งานอยู่ในขณะนั้น ระบบเบรก ABS Pro ที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดนำมาติดตั้งในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์เป็นครั้งแรก มีจุดเด่นอยู่ที่การใช้เบรกหน้าแบบฉับพลันในจังหวะที่รถเอียงอยู่ในการเลี้ยวโค้งโดยไม่เสียเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบ Dynamic Brake Control (DBC) ที่ช่วยตัดกำลังขับและแรงดึงแปรผันจากเครื่องยนต์ในจังหวะที่ผู้ขับขี่ใช้เบรกแบบฉับพลัน จึงชะลอความเร็วหรือหยุดรถได้เต็มประสิทธิภาพในเวลาน้อยที่สุด ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) ระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ป้องกันการลื่นไถลของล้อหลังและการยกตัวของล้อหน้าในจังหวะเปิดคันเร่งแบบฉับพลัน ป้องกันการยกตัวของล้อหลังในทุกสภาวะการขับขี่ ซึ่งจะเปลี่ยนค่าการทำงานตามโหมดการขับขี่และองศาการเอียงของรถใน Riding Modes Pro ที่ผู้ขับขี่ใช้ในขณะนั้น และระบบช่วงล่างไฟฟ้า Dynamic ESA ตรวจจับน้ำหนักบรรทุกในขณะขับขี่เพื่อปรับระดับของระบบช่วงล่างให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียงที่ทรงพลังยิ่งขึ้น หลังจากที่เปิดตัวไปพร้อมบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS ในปี 2561 มอบพละกำลัง 73 กิโลวัตต์ (99 แรงม้า) แรงบิด 88 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที โดดเด่นด้วยขนาดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 895 ซีซี จาก 853 ซีซี พร้อมองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศา และระบบเก็บเสียงแบบใหม่ มอบเสียงทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมระบบคลัทช์แบบ anti-hopping เพื่อมอบความปลอดภัยยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ขับขี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR ใหม่ สร้างความสนุกสนานในการขับขี่ด้วยโหมดการขับขี่ &amp;lsquo;Rain&amp;rsquo; และ &amp;lsquo;Road&amp;rsquo; รวมทั้ง Riding Modes Pro เพื่อยกระดับความสปอร์ตให้เร้าใจยิ่งขึ้น เสริมความปลอดภัยด้วยระบบเบรก ABS Pro และระบบ ASC (Automatic Stability Control) ซึ่งสามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ พร้อมระบบ Dynamic Traction Control (DTC) ระบบ Dynamic Brake Control (DBC) และระบบ Dynamic ESA เช่นเดียวกับมอเตอร์ไซค์ GS ในตระกูล F-Series รุ่นอื่น ๆ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R และ F 900 XR มาในโครงสร้างเฟรมเหล็กกล้าที่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่เครื่องยนต์และถังน้ำมันซึ่งติดตั้งอยู่ด้านหน้าคนขับ เช่นเคย การควบคุมล้อหน้าตอบสนองได้อย่างฉับไวด้วยโช้คแบบเทเลสโคปิก ส่วนล้อหลังควบคุมด้วยสวิงอาร์มคู่อะลูมิเนียมพร้อมระบบกันสะเทือนแบบ Central Suspension strut&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 15.5 ลิตร ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R มาพร้อมถังน้ำมันขนาด 13 ลิตร โดยถังน้ำมันของทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักเบาและผ่านกระบวนการเชื่อมด้วยพลาสติกที่นำมาใช้ในการผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นครั้งแรก ขณะที่โครงสร้างการยึดเหล็กกล้าส่วนท้ายรถก็ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเป็นครั้งแรกในมอเตอร์ไซค์ทั้งสองรุ่นนี้เช่นกัน จึงทำให้ส่วนท้ายรถมีรูปลักษณ์ที่เพรียวและสั้นยิ่งขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู F 900 R ซึ่งเป็นโรดสเตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ จะมีระยะสปริงที่สั้นกว่าบีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR ที่เน้นการขับขี่ที่นุ่มสบายและหลากหลายกว่าในสไตล์แบบทัวริ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบไฟหน้า LED ที่ปรับองศาตามการเลี้ยวโค้ง (Adaptive Cornering Light) พร้อมระบบ Headlight Pro นอกจากจะสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ยิ่งขึ้นแล้ว ยังนับว่าเป็นฟีเจอร์ที่โดดเด่นในมอเตอร์ไซค์ขนาดมิดไซส์ ทำให้การขับขี่เวลากลางคืนมีความอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าส่องสว่างตามการเลี้ยวโค้ง และหลอดไฟ LED ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ในตระกูล F-Series ทุกรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76995</URL_LINK>
                <HASHTAG>BMW, BMW F 900 R, F 900 XR, ทดลองขับ, บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58f844d74f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
