<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113930</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสเผยสหรัฐยังไม่ยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ให้กับประเทศไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง สหรัฐยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ ให้กับประเทศไทย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ
กรณีการเผยแพร่ข้อมูลว่าสหรัฐยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์ ให้กับประเทศไทย เพราะไม่มีความกระตือรือร้นนั้น ทางกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า ขณะนี้ไม่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าเป็นข้อเท็จจริง โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวเรื่อง ผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของผู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทนถาวรสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ยืนยันการบริจาควัคซีนจากสหรัฐฯ ดังรายละเอียดปรากฏตามข้อ 3 ของข่าวสารนิเทศ ในเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ https://bit.ly/3D1quc4
และเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยได้เผยแพร่ถ้อยแถลงจากการประชุมระหว่างเอกอัครราชทูตลินดา โทมัส-กรีนฟิลด์ กับรองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ กับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย บนเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ ยืนยันการบริจาควัคซีนเพิ่มเติมให้ประเทศไทยดังรายละเอียดปรากฏในเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ https://bit.ly/37V9xlp&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม &amp;nbsp;ประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000 ซึ่งการกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113930</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส), ข่าวปลอม, สหรัฐยกเลิกการบริจาควัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b2631db83d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;ลั่น!ทำหน้าที่วางกลยุทธ์สื่อสารศบค. สุดความสามารถ ถูกก่นด่าด้อยค่าก็ไม่เป็นไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- &amp;nbsp;ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งเป็ฯ บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. &amp;nbsp;เผยว่าเมื่อได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ จะตั้งใจทำสุดความสามารถ แต่ลำพังคนเดียว ไม่อาจจะทำงานให้สำเร็จได้ จะต้องได้รับการยอมรับและความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแต่งตั้งครั้งนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องไม่พอใจแน่นอน จะต้องมีคนก่นด่า ด้อยค่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย ไร้สัมมาคารวะ ไม่เห็นความสำคัญของความเป็นผู้อาวุโส ก็ไม่เป็นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจนี้เปิดเป็น private อยู่แล้ว คนที่อยากจะด่าเข้ามาได้ยาก นอกจากพ่วงเพื่อนๆเข้ามา ดังนั้นอยากจะบอกเพื่อนๆว่าถ้าหากเจอใครด่า อย่าเล่า อย่า cap มาให้ดูนะคะ เพราะไม่เคยให้ค่ากับคนพวกที่เขาไม่ชอบเราค่ะ เขามีสิทธิ์ที่จะพูด เราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่รับรู้ไม่สนใจค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่อยากจะขอเพื่อนๆก็คือ ช่วยกัน share ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องที่ออกมาจากศูนย์ที่นายกฯตั้งขึ้น ให้เป็น viral เข้าถึงคนได้มากๆ ด้วยความถี่สูงๆที่จะเกิดผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อใดที่สับสน และไม่แน่ใจขอให้เชื่อสิ่งที่ออกมาจากศูนย์ของเรา เพราะเราจะเน้นการให้ความจริงแก่ประชาชน ให้ข้อมูลข่าวสารที่ก่อให้เกิดปัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะไม่ทะเลาะ ไม่ขัดแย้งกับคนที่คิดต่าง หรือปล่อย fake news &amp;nbsp;เราจะเน้นการให้ความจริง ไม่ใช่มุ่งเน้นสร้างความขัดแย้งด้วย hate speech หรือต่อว่าต่อขานใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนทำผิดนั้น เราก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้รักษากฎหมาย เพราะเราไม่มีอำนาจไปทำอะไรกับคนผิด และเราหวังว่าจะมีคนที่ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วยความรวดเร็จตามความคาดหวังของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามีหน้าที่ให้ข้อเท็จจริง ดังนั้นอย่าคาดหวังให้เราจัดการกับคนที่ให้ข่าวที่ไม่จริงนะคะ ถ้าจะเร่งรัดการจัดการกับคนทำผิดกฎหมาย ต้องไปหาหน่วยงานที่ทำหน้าที่และมีอำนาจที่จะจัดการนะคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113550</URL_LINK>
                <HASHTAG>fake news, เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c62d5962fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กูรูมาเอง!&#039;ดร.เสรี&#039;แนะ 8 ข้อปราบ fake news </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13ส.ค.64-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าการกำจัด fake news ต้องทำให้ครบวงจร ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Social listening คือการติดตามการ post ข้อความ การสนทนา การเขียน comments การ share ข้อความใน social media ทุก platform&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รีบชี้แจงข้อเท็จจริงโดยทันที่ แบบ real time โดยจะต้องมีความสามารถในการสร้างข้อความ (content creation) ว่าจะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการชี้แจง ไม่ใช่ออกเป็นเอกสาร A 4 ที่มีตัวอักษรตัวเล็กๆด้วยข้อความที่ยาวเหยียดไม่น่าสนใจที่จะอ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. จะต้องทำ clip บ้าง text ผสมกับรูปภาพนิ่งบ้าง animation บ้าง infographic บ้าง QA เหมือนการถูกสัมภาษณ์บ้างตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ต้องใช้ทั้ง on air, on print, on site, online เป็นการบูรณาการช่องทางการสื่อสารหลากหลายช่องทาง เพื่อเพิ่มทั้งการเข้าถึง (reach) และความถี่ (frequency) ในการชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ต้องหาตัวคนปล่อยให้ได้ หลายกรณี ไม่ต้องหาเลย เพราะ ข้อความนั้นปรากฏอยู่ใน page ที่มีเจ้าของอย่างชัดเจน ดังนั้นไม่ต้องไปหาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ต้องมีการฟ้อง จะเป็นการฟ้องกับ ปอท. ศาล หรือแจ้งความกับตำรวจ ต้องดำเนินการเพื่อให้เป็นเบี่ยงอย่าง ให้คนโพสท์ต้องได้รับผลกรรมของการกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ต้องมีการลงโทษคนที่ทำผิดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในระดับสูงสุด อย่าหย่อนยานเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ไม่เช่นนั้น ไม่มีทางที่จะลดจำนวน Fake news ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ที่จะต้องทำงานร่วมมือกันแบบบูรณาการ ที่จะต้องจริงใจ และจริงจังกันทุกหน่วยงาน อย่าให้มีไส้ศึกที่ทำตัวเกียร์ว่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีใครที่นายกฯ ตั้งตั้งมาเป็นคนประสานทุกฝ่าย ที่มีอำนาจในการสั่งการทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าให้กระบวนการสะดุด และเกิดคอขวด จัดการคนทำผิดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ขาตั้ง conductor ผู้มีอำนาจเต็มในการประสานงานการบูรณาการของทุกฝ่าย และฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่าเกียร์ว่าง อย่าทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลองให้เกิดคอขวดนะคะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113136</URL_LINK>
                <HASHTAG>fake news, ดร.เสรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52dd897bdd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.เปิดเวทีเด็ก-เยาวชนทั่วประเทศประกวดสื่อดี-รู้วิธีต้านข่าวปลอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลด้านการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะนโยบายและมาตรการทางด้านวัฒนธรรม ปัจจุบันกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มียุทธศาสตร์การดำเนินงานเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมอย่างมีเป้าหมาย มุ่งเน้นการป้องกันและการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมมากกว่าการแก้ไขพฤติกรรม หรือความเบี่ยงเบนทางวัฒนธรรมต่าง ๆ &amp;nbsp;ยิ่งในยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน สถานการณ์ของสังคมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากเด็กและเยาวชนไม่มีภูมิคุ้มกันในการเลือกรับกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารอาจเกิดผลในทางไม่เหมาะสม อาทิ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้เกิดชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ทั้งเรื่องวิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือ การเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ตได้สะดวก ซึ่งอาจได้รับข้อมูลทั้งดีและ&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; ไม่เหมาะสม การกลั่นแกล้งหรือรังแกกันในโลกออนไลน์ (Cyber Bullying) หรือการเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และต่อภาพลักษณ์ประเทศ  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ล่าสุด &amp;nbsp;วธ. ได้เปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการสร้างและขยายเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้โครงการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ : การขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศกว่า 1,150 คน ได้เรียนรู้ข้อมูลด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ประกอบด้วย ๑) การสร้างและขยายเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม 2) การประกวดคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;Young เป็นไทย วัฒนธรรมวิถีใหม่ของวัยรุ่น&amp;rdquo; และ 3) การนำผลงานของเด็กและเยาวชนมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อโทรทัศน์ ถือเป็นการเปิดพื้นที่แสดงออกทางความคิดในมุมมองของคนรุ่นใหม่ สะท้อนถึงปัญหาสังคม วิธีการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข รวมไปถึงการสืบสานงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง สังคมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศ ที่สำคัญเด็กและเยาวชนได้ทำกิจกรรมรู้เท่าทันสื่อ สร้างภูมิคุ้มกันของสังคมในมิติทางวัฒนธรรม เกิดการขยายเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อันจะนำไปสู่การแจ้งเตือนภัยสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การขับเคลื่อนกิจกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบออนไลน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากสื่อไม่สร้างสรรค์ครั้งนี้ วธ.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กและเยาวชน จะมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อ การใช้สื่อดิจิทัลอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ รู้เท่าทันประเด็น ปัญหาเชิงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นจากสื่อ ฝึกกระบวนการคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์ ทดลอง เปรียบเทียบการใช้สื่ออย่างรู้เท่าทันและมีวิจารณญาณ ร่วมกันทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในการใช้สื่อดิจิทัลและเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของสังคม ที่สำคัญรู้จักใช้สื่อดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในแต่ละภูมิภาค ในมิติทางวัฒนธรรมให้กับเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถการขยายเครือข่าย เฝ้าระวังทางวัฒนธรรมในพื้นที่ให้มากขึ้น ก่อให้เกิดสังคมรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล และการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง&amp;nbsp; มั่งคั่ง และยั่งยืน&amp;rdquo; ปลัด วธ. กล่าว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108159</URL_LINK>
                <HASHTAG>Cyber Bullying, Fake News, New Normal, Young เป็นไทย วัฒนธรรมวิถีใหม่ของวัยรุ่น, กระทรวงวัฒนธรรม, การประกวดคลิปวิดีโอ, การเผยแพร่ข่าวปลอม, ชีวิตวิถีใหม่, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร, ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, รังแกกันในโลกออนไลน์, วธ., หลักสูตรการสร้างและขยายเครือข่ายเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc0e5d2e2dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงว่า! 77 ประเทศทั่วโลก &#039;เด็กไทย&#039; รองบ๊วยรับมือ &#039;เฟคนิวส์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;ดร.นิว&amp;quot; นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Suphanat Aphinyan มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็กไทยรองบ๊วยรับมือ Fake News&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;OECD (The Organisation for Economic Co-operation and Development) เผยความสามารถในการรับมือกับ Fake News และข้อมูลข่าวสารอันเป็จเท็จของเด็กอายุ 15 ปี จากทั่วโลก พบว่าเด็กไทยมีศักยภาพต่ำมาก อยู่ในลำดับที่ 76 จาก 77 ประเทศทั่วโลกที่ OECD ประเมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงไม่แปลกว่าทำไมเด็กไทยทุกวันนี้กำลังตกเป็นเหยื่อของเครือข่าย นักการเมือง นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเคลื่อนไหว และสื่อ ซึ่งสมคบคิดกับต่างชาติในการแทรกแซงประเทศไทย โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นอาวุธ ปั่นกระแสบิดเบือนมอมเมาคนรุ่นใหม่ แล้วหลอกใช้ทางความคิดเป็นเครื่องมือในการต่อสู้ ให้ทำผิดติดคุกติดตะรางแทนพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างไร ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากอนาคตของชาติยังขาดทักษะในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน ขาดวิจารณญาณในการแยกแยะข้อมูลข่าวสาร และขาดความสามารถในการประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ตลอดจนขาดทักษะในการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104411</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News, ศุภณัฐ อภิญญาณ, เด็กไทย, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af98bd64918.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจสื่อศาลย้ำโกหกวันเอฟริลฟูลเจอกฎหมายหลายฉบับเล่นงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 &amp;ndash; วันที่ 1 เม.ย.ของทุกปีตรงกับวันที่สากลบางประเทศถือให้เป็นวันโกหก หรือ April Fool&amp;#39;s Day (เอพริลฟูลเดย์) ซึ่งผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกต่อกัน แล้วอาจจะเฉลยในวันต่อมา &amp;nbsp;แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่ทุกคนช่วยกันควบคุมการระบาดของเชื้อภายใต้ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่รัฐบาลประกาศออกมาซึ่งมีทั้งข้อห้ามและแนวปฏิบัติ และด้วยความห่วงใย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพจเฟซบุ๊กสื่อศาล โดยกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้ยกข้อกฎหมาย เตือนผู้ไม่หวังดี อย่าอาศัยวัน April Fool&amp;#39;s Day ถือโอกาสปล่อยข่าวเท็จ Fake News ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยหวังทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น มีโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2)(5) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9,18 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61667</URL_LINK>
                <HASHTAG>April Fool&#039;s Day, Fake News, กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์, สำนักงานศาลยุติธรรม, เพจเฟซบุ๊กสื่อศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e840d864514e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โบว์&#039; ห่วงสังคมเกลื่อนไปด้วย&#039;เฟคนิวส์&#039; ปีนี้เจอคนบ้าเยอะมีจินตนาการเป็นของตัวเองแต่สร้างปัญหาให้คนอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.62 - นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;quot;โบว์&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;quot;ปีนี้เป็นปีที่เจอคนบ้าเยอะมาก พวกเขามักมีจินตนาการเป็นของตัวเองแต่สร้างปัญหาให้คนอื่น มีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่งคือปฏิเสธความจริง เชื่อเรื่องเล่าได้ทันทีเหมือนเด็กวัยก่อนอนุบาล นัยว่าโลกในจินตนาการสามารถหล่อเลี้ยงความรู้สึกดีกับตัวเองไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมที่มีคนแบบนี้มากพอจะกลายเป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วย fake news&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้นในที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43601</URL_LINK>
                <HASHTAG>fake news, ณัฏฐา มหัทธนา, เฟคนิวส์, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda1b13a02db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
