<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนอย่าเชื่อข่าวปลอมตลาดหลักทรัพย์เปิดให้ลงทะเบียนรับเงิน 1,000 บาท ผ่าน SMS</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่มีการส่งต่อข้อความเกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ลงทะเบียนรับเงิน 1,000 บาท ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จกรณีชวนเชื่อระบุว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินฟรี 1,000 บาท ผ่าน SMS พร้อมทั้งได้ระบุลิงก์เพื่อให้กดรับสิทธิ ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่าเป็นข้อมูลเท็จและแอบอ้าง เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่เคยมีการส่ง SMS หรือเผยแพร่ข้อความใด ๆ ในลักษณะดังกล่าว อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่มีโครงการที่เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น โปรดอย่าหลงเชื่อ SMS หรือข้อความที่แอบอ้างชื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.set.or.th หรือโทร 02-009-9999&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114595</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, ตลาดหลักทรัพย์, ลงทะเบียนรับเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61271cfb40ca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2021 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสเตือนเปิดรับจองฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กที่อายุ 12 -18 ปี ผ่านไลน์หมอพร้อมเป็นข่าวปลอม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2564 นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า&amp;nbsp; ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลในประเด็นเรื่อง เปิดรับจองฉีดวัคซีนไฟเซอร์ สำหรับเด็กที่อายุ 12 -18 ปี ผ่านแอปพลิเคชันไลน์หมอพร้อม ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการส่งต่อเนื้อหาประชาสัมพันธ์โดยระบุว่าตอนนี้หมอพร้อมรับจองฉีดวัคซีนสำหรับเด็กที่อายุระหว่าง 12 ถึง 18 ปีแล้ว ลองเข้าไปจองสิทธิ์ใน LINE หมอพร้อมได้เลย ทางสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีการเปิดให้บริการจองคิวฉีดโควิด-19 ในหมอพร้อมขณะนี้ โดยการลงทะเบียนที่มีการแชร์กันเป็นเพียงการลงทะเบียนใช้งาน LINE OA หมอพร้อม ไม่ใช่การลงทะเบียนฉีดวัคซีนแต่อย่างใด กรณีเพิ่มบุคคลอื่นจะใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลการฉีดวัคซีนและบันทึกข้อมูลข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูล จนกว่าจะตรวจสอบความถูกต้องให้ชัดเจนเสียก่อน เพื่อมิให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในสังคม &amp;nbsp; ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากกระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ https://www.moph.go.th หรือสอบถาม โทร 02 5901000&amp;nbsp; การกระทำของผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com ,เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112341</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, จองฉีดวัคซีนไฟเซอร์, ดีอีเอส, เด็ก 12-18ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610bdb065258d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้นายกฯทบทวนการใช้อำนาจตาม ม. 9 ใช้กม.ปกติจัดการข่าวปลอมได้อยู่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊คสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการข่าวปลอมในช่วงโควิด โดยสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อย เฟกนิวส์รายใหญ่ ไม่เว้นคนดัง - สื่อมวลชน พร้อมให้ติดตามใกล้ชิดนั้น แต่ทว่ากลับใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 ออกข้อกำหนดฉบับที่ 27 ข้อ 11 ที่กำหนดมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอันทำให้เกิดความเข้าใจผิด ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิด ความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั่วราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจดังกล่าวทำให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 6 องค์กรออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการออกข้อกำหนดดังกล่าว หรือจัดทำแนวปฏิบัติจากข้อกำหนดพร้อมแถลงถึงเจตนารมณ์ในการบังคับใช้ให้เกิดความชัดเจน เพื่อมิให้มีนำข้อกำหนดดังกล่าว ไปเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน จนกระทบต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่านายกรัฐมนตรีกลับไม่แคร์โดยออกข้อกำหนด ฉบับที่ 29 ออกมาสำทับห้ามเสนอข่าวอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารอีก พร้อมสั่งให้ กสทช.แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตการให้บริการอินเทอร์เน็ตเข้มงวดกวดขันกับผู้ใช้บริการ หากกระทำผิดให้ส่งให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป ซึ่งอาจเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.35 วรรคสอง และม.36 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆแล้วกฎหมายที่ใช้จัดการพวกปล่อยข่าวปลอมหรือการบิดเบือนข่าวนั้น สามารถใช้กฎหมายปกติดำเนินการได้อยู่แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องออกเป็นข้อกำหนดมาให้เป็นที่ขุ่นเคืองของหลายๆฝ่าย อาทิ ใช้ ป.อ. เอาผิดฐานหมิ่นประมาทใน ม.326 โดยมีม.328 เป็นบทเพิ่มโทษที่ใช้กันบ่อยๆ หรือเอาผิดพวกบอกเล่าความเท็จ ให้เลื่องลือจนเป็นเหตุให้ประชาชนตื่นตกใจตาม ม.384 ก็ยังได้ อีกทั้งยังมี ป.อ.แพ่งฯ ในหมวดของการ &amp;quot;ละเมิด&amp;quot; กำหนดเรื่องการหมิ่นประมาทไว้แล้วใน ม.423 เพื่อเรียกค่าเสียหายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมี พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปี 2560 ม.14 ที่ใช้เอาผิดผู้ที่นำเข้าซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรือเป็นเท็จได้ ซึ่งก็มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับได้ อีกทั้ง กสทช. ก็มีกฎหมายของตนเองที่จะเอาผิดสื่อมวลชนที่เสนอข่าวบิดเบือนได้อยู่แล้ว ผ่านกลไกทางปกครองหรือศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นายกรัฐมนตรี หรือ ศบค. ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องใช้อำนาจตาม ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉินฯ มาปิดกั้นการทำหน้าที่เสนอข่าวสารของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชนเลย ทางออกที่เหมาะสมคือปรับปรุงข้อกำหนด ฉบับที่ 27 และ 29 เสียใหม่ โดยตัดทิ้ง ข้อ 11 และทบทวนหรือยกเลิกฉบับที่ 29 ออกไปเสีย ซึ่งไม่ทำให้กระบวนการเอาผิดผู้ที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสารของรัฐเสียไป เพราะมีกฎหมายอื่นดูแลอยู่แล้วนั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111600</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปิดกั้นเสรีภาพสื่อ, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_61035e22a599c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน!&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นไม่ใช่เวลายุบสภา-ลาออก ขอร้องการเมืองอย่าฉวยโอกาสซ้ำเติมปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30ก.ค.64-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมตอบคำถามสื่อมวลชนที่ส่งผ่านคณะทำงาน โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ในช่วงเวลา 17.00 น.วันที่29ก.ค.ที่ผ่านมา โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการสื่อสารช่วงวิกฤตโควิด-19 ว่า อยากย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ต่างๆ โดยมีการแถลงทุกวันทั้งในส่วนศบค. สำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี หรือข้อมูลจากแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ แต่มีบางคนที่บิดเบือนทำให้ทุกอย่างไขว้เขวไปทั้งหมด จึงต้องขอร้องเพียงแค่นั้น อะไรที่ได้รับข้อมูลหรือรู้มาแล้วคิดเองวิเคราะห์เอง พูดเองหรือวิจารณ์เอง สิ่งเหล่านี้อันตรายเพราะทำให้ระบบดูเหมือนไม่ดี ดังนั้นต้องฟังความทั้งสองข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีนักการเมืองโพสต์ข้อความว่าไทยติดเชื้ออันดับ 1 ของโลก ซึ่งเป็นข้อมูลเท็จไม่เป็นความจริง มองว่าเป็นการฉกฉวยช่วงวิกฤตให้เกิดความปั่นป่วนจะฝากเตือนอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็ได้แต่เตือนว่าต้องระมัดระวัง ซึ่งหากเราไม่ฟังก็ไม่ได้แต่ฟังแล้วเชื่อทุกอย่างก็ไม่ถูก ดังนั้นหากได้รับข้อมูลที่ถูกแชร์ต่อมาขอให้เช็คก่อน เพราะวันนี้ก็มีการรายงานทุกวันอยู่แล้ว สถิติการติดเชื้อทั้งโลกประเทศใดอยู่ในระดับต้นๆ ขณะที่เราเองเมื่อวันนี้อันดับเพิ่มขึ้นมาก็ต้องยอมรับ ซึ่งพูดถึงสถิติคนติดเชื้อคนตายต่างๆเราก็ไม่ได้มากไปกว่าหลายประเทศ สิ่งเหล่านี้เราต้องคิดวิเคราะห์มีข้อมูลรับฟังทางราชการแล้วคิดว่าใช่หรือไม่ใช่ ไม่เช่นนั้นฟังอีกทางที่ไม่ว่าจะหวังดีไม่หวังดี เจตนาหรือไม่เจตนาก็แล้วแต่ แล้วคิดเอง บางทีก็ทำให้การรับรู้ผิดไป กลายเป็นเหมือนระบบเราล้มเหลว ถ้าระบบเราล้มเหลวคงเป็นมากกว่านี้ สิ่งเหล่านี้ต้องฝากไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องนักการเมืองวันนี้ก็ขอร้องแล้วกัน ถือว่าท่านเป็นผู้แทนประชาชนมาจากประชาชน ท่านก็ต้องมีหลักการคิดหลักการวิเคราะห์ บางเรื่องมันก็ไม่ใช่ทางการเมืองที่จะมาสร้างความเกลียดชังกันโดยใช่เหตุ เพราะประเทศชาติกำลังมีปัญหา ต้องเข้าใจตรงกันตรงนี้ เรื่องของทางการเมืองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นอย่าใช้โอกาสตรงนี้มาทำให้ทุกอย่างมีปัญหาก็แล้วกัน&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สถานการณ์ต่างๆในขณะนี้คิดถอดใจลาออกหรือยุบสภาในช่วงเวลานี้หรือไม่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่เวลา วันนี้ทำงานหนักทุกวัน หลายคนก็บอกว่าทำงานหนักแล้วไม่เห็นได้งาน ก็ขอไปหาให้เจอว่ามีงานอะไรที่ออกมาแล้วบ้าง ซึ่งคิดว่าตนก็พยายามทำอย่างที่สุดแล้วด้วยการฟังเสียงประชาชน พร้อมติดตามสถานการณ์จากคณะแพทย์ และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของนายกฯถือเป็นวันแรกในรอบเกือบ 1 เดือน ซึ่งที่ผ่านมามีการส่งคำถามจากสื่อมวลชนไปถึงนายกฯ แต่ก็จะมอบหมายให้ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบแทน ในส่วนของนายกฯมีเพียงการโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวเป็นระยะเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111588</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, นายกฯไม่ลาออก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610342495e24d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาศบค.โต้ข่าวปลอม ยันไฟเซอร์1.5ล้านโดสจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์5แสนโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค.64-ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)&amp;nbsp; โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp; ระบุว่า
สธ.แถลง อย่างเป็นทางการแล้วครับ ก็ประมาณที่เราพูดกันไป สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส
1. ยืนยันว่า ข่าวที่ว่าวัคซีนไฟเซอร์สำหรับบุคลากรการแพทย์ เหลือแค่ 2 แสนโดส เป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot;
2. อย่างน้อย 5 แสนโดส จัดสรรให้กับบุคลากรทางการแพทย์ บวกด้วย จำนวนที่เกิน
3. เป็นความสมัครใจ ไม่มีการบังคับฉีดยี่ห้ออะไรทั้งสิ้น
4. ผลการทดสอบประสิทธิผล พบกว่า SV+SV+AZ สูงกว่าทุกแบบ รวมทั้ง PZ+PZ ด้วย
5. ไม่มีการเรียกเก็บเงินใดๆทั้งสิ้น
6. นอกจากบุคลากรทางการแพทย์ วัคซีนไฟเซอร์ล็อตนี้จะจัดสรรไปยังกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง (และกลุ่มอื่นๆ เช่นชาวต่างชาติ) ไม่มี VIP หรือ VVIP ใดๆ
7. ไม่มีวัคซีนหายใดๆทั้งสิ้น (ยังไม่มา จะหายได้ไง?!) อันนี้ก็ข่าวปลอมเช่นกัน
https://www.facebook.com/fanmoph/videos/828035578105236/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111062</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a6f213e2d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมการแพทย์&#039; แจงหนุ่มป่วยโรคลมชัก ไม่ได้ฉีดวัคซีนแพ้แล้วตายที่สถานีกลางบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand ชี้แจงกรณีข่าวปลอมพบผู้เสียชีวิตหลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ โดยระบุว่า&amp;nbsp;ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง พบผู้เสียชีวิต หลังจากฉีควัคชีนป้องกันโควิด-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วเสียชีวิตนั้น ทางสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ตรวจสอบและชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้ว และขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน ช่วงหลังฉีดและสังเกตอาการเป็นปกติ แต่เมื่อมีอาการชักเกร็งที่บริเวณรอรถกลับบ้านได้มีการปฐมพยาบาล และส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีตามลำดับ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ อาการโดยรวมปกติดี และตอนนี้ผู้ป่วยได้มีการอัดคลิปวิดีโอยืนยันว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน เพราะฉะนั้นข่าวที่ระบุว่าผู้ป่วยเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมการแพทย์ สามารถติดตามได้ที่ www.dms.go.th หรือโทร 02-590-6000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทสรุปของเรื่องนี้คือ : อาการชักของผู้ป่วยรายดังกล่าว ไม่ได้เกิดจากการฉีดวัคซีน และผู้ป่วยยังไม่เสียชีวิต จากประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้ว และขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยงานที่ตรวจสอบ : สถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก กรมการแพทย์ ระบุว่า แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังและผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอผู้ป่วยเกิดอาการชักเกร็ง หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเสียชีวิตนั้น &amp;quot;ไม่เป็นความจริง&amp;quot; ประวัติเดิมของผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักอยู่ก่อนแล้วและขาดยาติดต่อกันมา 5 เดือน &amp;nbsp;เมื่อมีอาการชักเกร็งที่บริเวณรอรถกลับบ้าน (ช่วงหลังฉีดและสังเกตอาการเป็นปกติ) ได้มีการปฐมพยาบาลและส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ อาการโดยรวมปกติดี บ่นอยากกลับบ้านแล้ว แต่แพทย์กำลังอยู่ระหว่างการปรับขนาดของยากันชักให้เหมาะสมอยู่ เพราะฉะนั้น ข่าวที่ว่าผู้ป่วยเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด&amp;nbsp;กรุณาอย่าเผยแพร่หรือแชร์ข่าวเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เฟซบุ๊กกลุ่ม Bangkokbusclub Cafe : รวมมิตรเรื่องรถเมล์ ระบุว่า ชายคนดังกล่าวเป็นพนักงาน สาย 62 ท่าน้ำสาธุประดิษฐ์-อนุสาวรีย์ชัยฯ เขตการเดินรถที่ 4 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีโรคประจำตัวเป็นลมชัก ขณะนี้อาการดีขึ้นแล้ว ไม่ได้เสียชีวิตตามที่โลกโซเชียลฯ ส่งต่อกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104597</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, กรมการแพทย์, ข่าวปลอม, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, สถานีกลางบางซื่อ, เฟกนิวส์, แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b22021d28a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;กรมควบคุมโรค&#039;ระบุประกาศพื้นที่จุดเสี่ยง25เขตในกทม.ข่าวปลอมงดแชร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.63-เพจกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความระบุว่า ศบค. - กรมควบคุมโรค ประกาศพื้นที่จุดเสี่ยง 25 เขต ใน กทม. !!! ข่าวปลอม !!! งดเเชร์ &amp;nbsp;พร้อม #ข่าวปลอม #Fakenews&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88124</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, จุดเสี่ยง 25 เขต ใน กทม., เพจกรมควบคุมโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201227/image_big_5fe860bd41444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
