<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Fanaticism ลัทธิคลั่งไคล้ หลงใหลสุดโต่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาษาไทยอาจใช้คำว่า ความคลั่งไคล้ ความหลงใหลในบุคคล ลัทธิหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างไม่ลืมหูลืมตา แสดงออกอย่างไร้เหตุผล สุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รากศัพท์ Fanaticism :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Fanaticism มาจากรากศัพท์ภาษาละติน &amp;ldquo;Fanaticus&amp;rdquo; มีความหมายแง่บวกเกี่ยวข้องกับศาสนา เป็นผู้รับใช้ (servant) ผู้อุปถัมภ์วัด (benefactor of a temple)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;Fanaticus&amp;rdquo; มาจากคำว่า &amp;ldquo;fanum&amp;rdquo; คำหลังนี้หมายถึงวัดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมศาสนาโบราณ เช่น การตีตัวเองด้วยของมีคมเพื่อให้เลือดออก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในศตวรรษที่ 17 พวกคาทอลิกเริ่มใช้ในความหมายเชิงลบต่อคำสอนบิดเบือนศาสนาซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงในสมัยนั้น หลายคนรับโทษรุนแรง เป็นความขัดแย้งระหว่างคาทอลิกกับกลุ่มหรือนิกายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จอห์น ล็อก (John Locke, 1632-1704) ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพเห็นว่าใครจะปฏิบัติศาสนาอย่างไรก็ได้ การตีตราว่าใครเป็นพวกคลั่งไคล้พวกบิดเบือนศาสนาเป็นเรื่องการเมืองหรือเป็นปัญหาชาวบ้านมากกว่า (civic issue) กลายเป็นประเด็นถกเถียงว่าควรกล่าวโทษผู้นับถือศาสนาผิดจากตนหรือควรยับยั้งชั่งใจอดทนต่อความเชื่อที่แตกต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Fanaticism ในปัจจุบันใช้ในความหมายแง่ลบ มักเกี่ยวข้องกับศาสนา การเมืองและมีใช้ในกรณีอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ลักษณะพื้นฐาน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการศึกษาพบว่ามีลักษณะดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางทัศนคติ มุมมอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลักษณะพื้นฐานที่โดดเด่นที่สุดคือเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางทัศนคติ มุมมอง หลักการ โดยเฉพาะศาสนา (religious fanaticism) การเมือง การคลั่งชาติ (nationalistic fanaticism) การปฏิวัติปฏิรูปสังคมการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางครั้งเป็นความเห็นต่างระหว่างด้าน เช่น ศาสนากับการเมือง เสรีประชาธิปไตยกับ religious fanaticism ความเชื่อแบบคริสต์ถูกฝ่ายเสรีนิยมตีตราว่าเป็นพวกคลั่งไคล้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 มักใช้ในความหมายเชิงลบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง (Khmer Rouge) เหตุก่อการร้ายปัจจุบันที่เชื่อมโยงกับลัทธิสุดโต่ง มาตรการต่อต้านคอมมิวนิสต์สุดโต่งของ Joseph McCarthy จากพรรครีพับลิกันที่ถูกวิพากษ์ว่าทำเกินกว่าเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 มากเกินไป ไร้เหตุผล สุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางครั้งผู้นำประเทศผู้นำความคิดเห็นว่าการปลุกเร้าเป็นเรื่องจำเป็น ก่อให้เกิดความฮึกเหิม ชัยชนะไม่อยู่ที่จำนวนแต่อยู่ที่พลังใจ เรื่องทำนองนี้อาจถูกฝ่ายตรงข้ามตีความว่าเป็นพวกสุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นักวิชาการตะวันตกบางคนตีความว่าทหารญี่ปุ่นสู้อย่างบ้าคลั่งเพราะหลงใหลลัทธิทหาร (Japanese military fanaticism) ดังนั้นในขณะที่บางคนตีความว่าทหารญี่ปุ่นรบอย่างห้าวหาญ แต่อีกคนอาจตีความว่าคือความบ้าคลั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางกรณีเป็นแนวคิดที่รุนแรง นิยมความรุนแรง ใช้คำพูดรุนแรงจงเกลียดจงชัง สัมพันธ์กับลัทธิสุดโต่งหรือความสุดโต่ง (Extremism) บางกรณีสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory) ไร้เหตุผล เช่น ลัทธิฟาสซิสม์ (Fascism) พวกระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (totalitarian regimes) และอาจหมายถึงตัวบุคคล เช่น ฮิตเลอร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น กลุ่มเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอาจเรียกว่าเป็นฝ่ายก้าวหน้า (progressive) หรือเป็นพวกสุดโต่งก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 ใช้โจมตีให้ร้ายอีกฝ่ายหรือป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจาก Fanaticism มักใช้ในความหมายเชิงลบ ชี้ว่าเป็นพฤติกรรมสุดโต่งไม่ดีงาม คำนี้จึงมักใช้เพื่อโจมตีให้ร้ายอีกฝ่าย สิ่งใดที่ถูกชี้ว่าเป็น Fanaticism เท่ากับได้รับคำพิพากษาว่าทำผิดมีโทษ ไม่เป็นที่ต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บ่อยครั้งเป็นการกล่าวโทษแบบเหมารวม เช่น มุสลิมทุกคนเป็นพวกศรัทธาศาสนาสุดโต่ง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมุสลิมไม่ต่างจากคนนับถือศาสนาอื่นที่มีผู้ศรัทธาหลายระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักวิชาการบางคนคิดว่าหลังสงครามเย็นรัฐบาลสหรัฐหยิบยกประเด็นอิสลามสุดโต่ง (Islamic fanaticism) ขึ้นมาเป็นศัตรูแทนสหภาพโซเวียต สัมพันธ์กับเหตุก่อวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 เพื่อชี้ให้คนอเมริกันคิดว่าประเทศยังเผชิญภัยคุกคาม ตามมาด้วยการทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความจริงแล้วมุสลิมปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นพวกสายกลาง แม้หลายคนไม่ชอบรัฐบาลตะวันตก ไม่ชอบค่านิยมตะวันตกที่ขัดอิสลาม แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต่อต้านด้วยการฆ่าฟันทำลายล้าง หลักคำสอนของคัมภีร์อัลกุรอานเป็นแนวทางสายกลาง ตลอดชีวิตของศาสดามุฮัมมัดเมื่อพบปัญหาความสุดโต่ง 2 ด้านจะเลือกทางสายกลางเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันอาจตีความว่าคือการป้องกันตัวเอง การชี้ว่าผู้อื่นเป็น Fanaticism เป็นวิธีป้องกันหลักคิดปรัชญาที่ตนเองยึดถือ เป็นสมรภูมิด้านความคิดหลักปรัชญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรณีวิพากษ์ ยึดบัญญัติครบถ้วนคือพวกสุดโต่งหรือปฏิบัติครบถ้วน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมมติว่าศาสนาความเชื่อหนึ่งมีบัญญัติ 100 ข้อ คนที่ตั้งใจปฏิบัติครบถ้วนทั้ง 100 ข้อควรเรียกว่าเป็นศาสนิกชนผู้ศรัทธาหรือพวกคลั่งศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรปฏิบัติเพียง 50 ข้อหรือไม่เพื่อเรียกว่าเป็นพวกที่ปฏิบัติพอเหมาะ ไม่สุดโต่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรเลือกปฏิบัติบางข้อที่ตนหรือสังคมขณะนั้นเห็นชอบ ทิ้งบางข้อที่คิดว่าไม่เหมาะสมหรือไม่ โดยไม่ถือว่าการทำเช่นนี้คือการบิดเบือนศาสนา (หรือตั้งศาสนาใหม่ที่เหลือบัญญัติบางประการ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยึดมั่นศาสนาตามบัญญัติตรงไปตรงมาถูกอีกฝ่ายตีตราว่าเป็นพวกคลั่งศาสนา แต่การเป็นสายกลาง (moderate) หมายถึงไม่ดีที่สุด-ไม่ชั่วเต็มที่หรืออย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างลึกซึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรณีวิพากษ์ &amp;ldquo;พลีชีพเพื่อชาติ&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;ระเบิดพลีชีพ&amp;rdquo; :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับการยกย่องว่าสู้แบบถวายหัว หลายคนยอมตายไม่ยอมแพ้ มีกลุ่มหนึ่งที่พูดถึงบ่อยคือ &amp;ldquo;คะมิกะเซะ&amp;rdquo; (Kamikaze) นักบินเครื่องบินรบที่เตรียมพุ่งชนข้าศึก เป็นกลุ่มทหารหลักพันรับภารกิจพลีชีพและสัมพันธ์กับความเชื่อศาสนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงแล้ว &amp;ldquo;คะมิกะเซะ&amp;rdquo; เป็นเพียงทหารกลุ่มหนึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความจริงแล้วตลอดประวัติศาสตร์มีทหารประเภทนี้อีกมากทั่วโลก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อพูดถึงทหารหาญผู้รับภารกิจพลีชีพชวนให้นึกถึงภารกิจ &amp;ldquo;ระเบิดพลีชีพ&amp;rdquo; ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง เป็นผู้ที่ยินดีรับภารกิจระเบิดพลีชีพด้วยเหตุผลศาสนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในหลายกรณีระเบิดพลีชีพถูกฝ่ายตรงข้ามตีตราว่าเป็นพวกหัวรุนแรงสุดโต่ง ผู้สั่งการเป็นคนโหดร้าย ในขณะที่พวกยึดแนวทางระเบิดพลีชีพบอกว่าเป็นหนทางถูกต้องยอดเยี่ยมตามหลักศาสนา เรื่องนี้ชวนให้คิดเปรียบเทียบกับคะมิกะเซะ อย่างไรที่เรียกว่าวีรกรรมหรือบ้าคลั่งสุดโต่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวคิดหรือลัทธิที่ครั้งหนึ่งถูกตีตราว่าเป็น Fanaticism อาจกลายเป็นหลักพื้นฐานที่สังคมยอมรับในเวลาต่อมา และจากนั้นเกิดแนวคิดหรือลัทธิใหม่กว่า อันหลังนี้ถูกตีตราว่าเป็น Fanaticism&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตีความว่าใครหรือสิ่งใดเป็น Fanaticism จึงไม่มีมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไป ขึ้นกับว่าใครจะยึดถืออย่างไร เช่น ในสงครามระหว่าง 2 ศาสนา ฝ่ายหนึ่งชี้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกคลั่งไคล้ ในขณะที่ฝ่ายที่ 3 บอกว่านี่คือสงครามระหว่างผู้คลั่งไคล้ศาสนาด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันที่จริงแล้วการต่อสู้เชิงความคิดปรัชญาเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย ต่างกันที่ประเด็นถกเถียงที่เกิดขึ้นและดับไปตามยุคสมัย เราไม่อาจห้ามการปะทะทางความคิดเหล่านี้ แต่สามารถให้ข้อมูลความคิดเห็นของเรา คำว่า Fanaticism จึงดำรงอยู่ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.danchurchaid.org/articles/cambodia-40th-anniversary-of-the-khmer-rouge&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;-----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำโปรย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Oxford Advanced Learner&amp;#39;s Dictionary ให้ความหมาย Fanaticism คือความเชื่อหรือพฤติกรรมสุดโต่ง มักเกี่ยวข้องกับศาสนา การเมือง มีความหมายคล้าย Extremism&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107724</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fanaticism ลัทธิคลั่งไคล้ หลงใหลสุดโต่ง, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
