<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2020 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาสด้า เปิดโชว์รูมใหม่ 10 แห่ง พร้อมเปิด FAST TRACK เช็คระยะเพียง 60 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;มาสด้าเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่เพิ่มอีก 10 แห่ง พร้อมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยบริการเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK ตรวจเช็คระยะรถแบบเร่งด่วนเพียง 60 นาที เปิดให้บริการแล้ว 8 แห่ง เร่งขยายศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันพร้อมให้บริการแล้ว 41 แห่ง ตั้งเป้าเปิดเพิ่มอีก 11 แห่งภายในปีงบประมาณนี้ ด้วยมาตรฐานงานซ่อมเทียบเท่าโรงงานผลิต เพื่อส่งมอบรถคืนให้ลูกค้าเสมือนได้รถคันใหม่ เร่งยกระดับความพึงพอใจบริการหลังการขายหลังวิกฤต COVID-19 เริ่มคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า วันนี้ประเทศไทยได้ผ่านจุดที่ยากลำบากที่สุดของวิกฤตไวรัส COVID-19 มาแล้ว นับเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของธุรกิจว่าจะสามารถประคับประคองให้ผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกลยุทธ์ใด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามาสด้ายังคงขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไม่มีวันหยุด มีนักลงทุนทั้งปัจจุบันและนักธุรกิจรายใหม่ที่เชื่อมั่นและมองเห็นโอกาสในการเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์มาสด้าตกลงร่วมเป็นพันธมิตรในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเพิ่มงบประมาณในการลงทุน แต่ทุกคนก็ร่วมมือช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ด้วยการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่จนเสร็จสมบูรณ์พร้อมให้บริการมากถึง 9 โชว์รูม และในเร็วๆ นี้ กลุ่มพิจิตรเพชร ที่เข้าไปลงทุนในจังหวัดบึงกาฬ เตรียมเปิดให้บริการช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;นอกจากนี้มาสด้ายังยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง ดร.ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย งานอะไหล่ และบริการภูมิภาค กล่าวว่า ด้วยปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้การบริการไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า วันนี้มาสด้าได้เปิดบริการแบบเร่งด่วน หรือ MAZDA FAST TRACK ที่ให้บริการตรวจเช็คระยะและทำความสะอาดรถเพียง 60 นาทีเท่านั้น* ด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญพิเศษ 2 คน พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีความแม่นยำสูง เพียงลูกค้าโทรนัดหมายวันและเวลาที่ต้องการนำรถเข้าเช็คระยะ จากนั้นนำรถส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย และรอรับรถที่ศูนย์บริการ ใช้เวลาไม่เกิน 60 นาที ในกรณีที่ไม่มีงานซ่อมบำรุงเพิ่มเติม สำหรับนโยบายการเปิดช่องซ่อมเร่งด่วนถือเป็นหนึ่งในแผนการยกระดับด้านบริการหลังการขาย ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดระยะเวลาการรอคิวของลูกค้าได้อย่างเห็นผล ในปัจจุบันมีผู้จำหน่ายที่นำร่องเปิดเลนด่วนพิเศษ FAST TRACK เปิดให้บริการแล้ว 8 แห่ง และเตรียมเพิ่มจำนวนต่อเนื่อง ตั้งเป้าภายในปีงบประมาณ 2563 นี้ (เดือนมีนาคม 2564) จะพร้อมเปิดให้บริการทั้งสิ้น 23 แห่ง ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0cm; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0cm; text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งบริการหลังการขายที่มาสด้าเร่งมือพัฒนาเช่นกัน เพื่อให้สอดรับกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแปรผันตามยอดขาย โดยมาสด้าจะให้สิทธิ์ในการเปิดศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่มีอยู่อย่างจำกัดให้กับผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนร่วมกันระหว่างมาสด้าและผู้จำหน่ายอีกหนึ่งช่องทาง โดยปักหมุดจากพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการค่อนแออัดจนเกิด WAITING LIST และกระจายไปสู่พื้นที่อื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมาใช้บริการของลูกค้า โดยเป้าหมายของการพัฒนานั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนศูนย์บริการที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องการงานซ่อมที่มีคุณภาพเทียบเท่ามาตรฐานโรงงานผลิต เราจึงให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนการซ่อม เลือกใช้เฉพาะเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำ และประสิทธิภาพสูง อาทิ แท่นดึงตัวถังแรงดึงสูงที่สามารถวัดและดึงตัวถังรถยนต์ได้ 3 มิติ โดยยังคงความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังให้กลับสู่มาตรฐานได้เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;margin-top:12.0pt; text-align:left&quot;&gt;ระบบตรวจวัดตัวถังด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำสามารถวัดตัวถังและระบุจุดที่เกิดความเสียหายได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การซ่อมตัวถังได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะมีผลต่อสมรรถนะการขับขี่ การควบคุมรถและความปลอดภัยในการขับขี่ และก่อนที่รถทุกคันจะถูกส่งมอบคืนให้กับลูกค้าจะต้องผ่าน &amp;ldquo;อุโมงค์ไฟ&amp;rdquo; เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยรอบคัน ขั้นตอนนี้เป็นหนึ่งในขั้นตอนของโรงงานผลิตรถยนต์ที่ถูกยกมาใช้ที่ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังของมาสด้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานงานซ่อมให้เทียบเท่ากับโรงงานผลิตรถยนต์ อีกทั้งมีการตรวจสอบมาตรฐานเป็นประจำทุกปีเพื่อควบคุมคุณภาพงานซ่อม โดยถือความปลอดภัยในการขับขี่ของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ปัจจุบันมาสด้ามีศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังที่พร้อมให้บริการแล้วกว่า 41 แห่ง ตั้งเป้าเตรียมเปิดเพิ่มอีก 11 ภายในปีงบประมาณ 2563 (เดือนมีนาคม 2564) เพื่อซ่อมรถยนต์ให้มีมาตรฐานและส่งมอบรถคืนให้กับลูกค้าได้รวดเร็วขึ้นในสภาพเสมือนได้รถคันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot; style=&quot;text-align:left&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68938</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fast Track Hip Surgery, มาสด้า, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee99c595ac37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯเปิดFast Track Hip Surgery ช่องทางฉุกเฉินเพิ่มคุณภาพชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 16 มากเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มอาเซียน รองจากสิงคโปร์ และคาดว่าประเทศไทยจะเป็น &amp;quot;สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์&amp;quot; ในปี ค.ศ.2564 จากการที่มีผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่มักเกิดจากการลื่นล้มส่งผลให้กระดูกข้อสะโพกที่เปราะบางอยู่แล้วหักได้ง่าย ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ หากผู้ป่วยสูงอายุได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนก็จะช่วยให้สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วและบรรเทาอาการเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ดร.นพ.ศรัณย์ ตันติ์ทวิสุทธิ์ หัวหน้าหน่วยออร์โธปิดิกส์อุบัติเหตุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงที่มาของโครงการพัฒนาคุณภาพการรักษาภาวะกระดูกข้อสะโพกหัก (Fast Track Hip Surgery) ว่า โครงการนี้เป็นช่องทางฉุกเฉินพิเศษสำหรับผ่าตัดรักษาภาวะกระดูกข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2561 โดยได้รับความร่วมมือจากทีมแพทย์และพยาบาลจากชุดผ่าตัดกระดูกข้อสะโพกหักปกติที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ป่วยในทันที ซึ่งการผ่าตัดฉุกเฉินในกรณีที่พบผู้ป่วยสูงอายุที่เข้าเกณฑ์การผ่าตัดในโครงการมีดังนี้ เป็นผู้ป่วยสูงวัย อายุ 65 ปีขึ้นไป มีอาการภาวะกระดูกข้อสะโพกหัก และไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่จะส่งผลต่อการผ่าตัด เช่น หัวใจวาย ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน โรคติดเชื้อและโรคมะเร็งที่แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการผ่าตัดนั้น ทีมแพทย์ออร์โธปิดิกส์ วิสัญญีแพทย์ อายุรแพทย์และจิตแพทย์ จะเป็นผู้พิจารณาร่วมกันโดยจะเลือกผู้ป่วยสูงอายุที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยที่ผ่านเกณ์การประเมินคุณสมบัติจากทีมแพทย์จะต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลน้อยกว่าปกติ ทำให้ผู้ป่วยสูงวัยที่มีภาวะร่างกายอ่อนแอไม่ต้องเผชิญกับการติดเชื้อ หรือเกิดแผลกดทับจากการนอนพักรักษาตัวเป็นเวลานาน อีกทั้งยังส่งผลดีต่อโรงพยาบาลด้วยเพราะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยติดเตียง ช่วยให้โรงพยาบาลสามารถรับผู้ป่วยรายอื่นๆ เข้ามารักษาได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ Fast Track Hip Surgery เป็นการดูแลผู้ป่วยสูงวัยด้วยทีมแพทย์สหสาขาวิชา โดยเริ่มจากแพทย์ประจำแผนกอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินเข้ามาดูแลผู้ป่วยในระยะแรก รศ.นพ.ครองวงศ์ &amp;nbsp;มุสิกถาวร หัวหน้าฝ่ายเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวถึงการวินิจฉัยอาการผู้ป่วยสูงอายุเมื่อถึงห้องฉุกเฉินว่า เมื่อผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุใดๆ มาก็ตาม แพทย์จะคัดกรองเบื้องต้นก่อนว่าผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ตามโครงการหรือไม่ หากเป็นผู้ป่วยสูงอายุเกิดอุบัติเหตุเจ็บบริเวณสะโพก ไม่มีการบาดเจ็บที่อวัยวะอื่นๆ เมื่อทำการเอกซเรย์พบว่ากระดูกข้อสะโพกหัก ก็แจ้งไปยังทีมโครงการ เพื่อส่งต่อให้ทีมแพทย์ออร์โธปิดิกส์ วิสัญญีแพทย์และจิตแพทย์ ตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียดอีกครั้งและเตรียมความพร้อมเพื่อทำการผ่าตัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขั้นตอนการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นผู้ป่วยสูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการให้ยาระงับความรู้สึกมากกว่าผู้ป่วยช่วงวัยอื่น และยาระงับความรู้สึกที่เหมาะสมกับผู้ป่วยสูงวัยแต่ละรายก็แตกต่างกัน อ.พญ.วิรินารี คำพิทักษ์ วิสัญญีแพทย์ ฝ่ายวิสัญญีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า วิสัญญีแพทย์ต้องคอยสังเกตผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไรบ้าง ทั้งก่อนหน้าและหลังผ่าตัด หากผู้ป่วยมีอาการปวดก็จะให้ยาระงับปวดในปริมาณที่เหมาะสม หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดแล้วก็จะมีสหวิชาชีพสาขาต่างๆ เข้ามาดูแลผู้ป่วยสูงอายุในทุกมิติเพื่อช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น เช่น นักกายภาพบำบัดที่ดูแลเรื่องการเดิน การออกกำลังกายอย่างถูกต้อง นักโภชนาการที่ดูแลเรื่องอาหารให้เหมาะกับสุขภาพ จักษุแพทย์ที่ตรวจวัดสายตา เนื่องจากผู้สูงอายุอาจเกิดอุบัติเหตุจากสายตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.พญ.วิรินารี คำพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คนในครอบครัวและญาติก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยดูแลผู้ป่วยสูงอายุ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หรือปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เช่น หมั่นพามาตรวจสุขภาพอยู่เสมอ และหากเกิดการหกล้มใดๆ ควรรีบพามาพบแพทย์เพื่อทำการเอกซเรย์ เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีภาวะกระดูกพรุนทำให้กระดูกหักได้ง่าย ยิ่งตรวจพบเร็วและรักษาเร็วก็จะช่วยให้ผู้ป่วยสูงอายุสามารถฟื้นตัวได้เร็วและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างมีความสุข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53181</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fast Track Hip Surgery, คุณภาพชีวิต, รศ.นพ.ครองวงศ์  มุสิกถาวร, อ.ดร.นพ.ศรัณย์ ตันติ์ทวิสุทธิ์, อ.พญ.วิรินารี คำพิทักษ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191224/image_big_5e01fad5a8c6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
