<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคสร้างสมดุลร่างกาย ป้องกันผู้สูงวัยเดินเซหกล้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาวะเสียความสมดุลอันเกิดจากความเสื่อมในร่างกายมักเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ ซึ่งนั่นทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างการเดินเซหกล้ม กระดูกหักได้ง่าย ที่น่าสนใจ ภาวะความเสื่อมดังกล่าวมักเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อคุณอายุ 20 ปี ที่กล่าวต่อไปนี้คือเทคนิคป้องกันการเดินเซและหกล้มในผู้สูงอายุ ที่สามารถฝึกได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำงานเพื่อกระตุ้นไลฟ์สไตล์ และการเข้าสังคมของคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากรายงานของมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับการแพทย์อย่าง &amp;ldquo;Feinberg School of Medicine&amp;rdquo; ที่ตั้งอยู่ในเมืองชิคาโก ชี้ให้เห็นว่า &amp;ldquo;เมื่อเข้าสู่วัยชรามักจะทำให้ร่างกายของผู้สูงวัยเสียสมดุลได้ค่อนข้างง่าย ซึ่งนั่นเสี่ยงต่อการหกล้ม อีกทั้งภาวะดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ เช่น จะทำให้ผู้สูงวัยออกกำลักงายน้อยลง หรือไม่อยากที่จะออกไปทำงาน ซึ่งตัวเองคอยชอบและถนัด นั่นอาจทำให้ไร้เพื่อนหรือไม่มีสังคม&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาปัญหาสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาวะเสียสมดุลของผู้สูงอายุยังนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อที่หู, อาการวิงเวียน และอาจต้องรับประทานยาแก้โรคซึมเศร้า, กินยาแก้แพ้เพื่อลดอาการปวดตามร่างกาย และการเสียสมดุลยังทำให้เกิดปัญหาเส้นประสาทการทรงตัวในหูอักเสบ เนื่องจากบริเวณหูชั้นในจะทำให้หน้าที่ในการปรับสมดุลการทรงตัว หรือควบคุมการทรงตัว ดังนั้นหากเริ่มสังเกตว่ามีอาการเดินหรือยืนไม่ได้ หรือผิดปกติไปจากเดิม คุณควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากความรุนแรงของอาการเพิ่มมากขึ้นอาจส่งผลต่อการได้ยินของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การฝึกยืดเส้นยืดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าการสร้างสมดุลให้กับร่างกายเพื่อป้องกันความเสื่อมที่เกิดขึ้นได้ตั้งแค่คุณอายุ 20 ปี ดังนั้นการสร้างความแข็งแรงด้วยการหมั่นยืดเส้นยืดสาย เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ ซึ่งจากการศึกษาในปี 2013 ที่ได้วิเคราะห์ผลจากการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายด้วยการเอกเซอร์ไซส์ เพื่อทำให้เกิดความสมดุลในร่างกาย โดยมีข้อสรุปคือ การไม่ขยับเขยื้อนร่างกาย โดยเฉพาะแขนและขา อาจนำไปสู่ภาวะขาดสมดุล หรือทำให้การทรงตัวไม่ดี ซึ่งจะส่งผลระบบประสาทส่วนต่างๆ ในผู้สูงอายุนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำตัวให้เป็นนกฟลามิงโก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกกำลังกายที่สร้างสมดุลให้กับร่างกายอย่างง่ายๆ ซึ่งสามารถทำได้ที่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ เพียงแค่คุณลองยืนข้างเดียว และงอขาอีกข้างหนึ่ง โดยที่มือจับโต๊ะหรือเก้าอี้เพื่อป้องกันการหกล้ม จากนั้นให้คุณเพ่งมองไปข้างหน้า เพราะการงอเข่าเพียงเล็กน้อย จะช่วยป้องกันอาการเดินโซเซได้ ทั้งนี้ หากคุณยืนขาข้างเดียวและงอเข่า พร้อมกับปิดตาก็จะทำให้ท่าเอ็กซ์เซอร์ไซส์มีความยาก หรือท้าทายมากขึ้น ซึ่งคนออกกำลังกายส่วนใหญ่มักจะเทคะแนนให้กับการออกกำลังกายขาเดียว ซึ่งการออกกำลังกายขาเดียวสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับบริเวณด้านข้างลำตัวได้อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดินก้าวทำให้เป็นสเต็ป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนะนำให้คุณเอกเซอร์ไซส์ในลักษณะท่าก้าวขึ้นบันได โดยเริ่มจากการก้าวเท้าขวาขึ้นไปก่อน ตามด้วยการก้าวเท้าซ้ายตามขึ้นไปประกบขาขวา จากนั้นให้ก้าวลงมายังจุดเริ่มต้น และสลับข้างกัน โดยการก้าวเท้าซ้ายขึ้นไปก่อน ตามด้วยขาขวา หรือหากต้องการเพิ่มกำลังขาให้มากขึ้น สามารถหากล่องไม้สำหรับออกกำลังกายมาวางไว้ในยิม หรือบริเวณบ้านของคุณ และออกกำลังด้วยท่าดังกล่าว ซึ่งท่ากายบริหารดังกล่าวจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับสะโพกและหัวเข่า เพื่อป้องกันการเดินสะดุดหกล้มเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝึกการทรงตัวด้วยท่านั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกกำลังกายด้วยการนั่งบนลูกบอลจะช่วยให้แกนกระดูกสันหลังของคุณทำงานได้ดีขึ้น และทำให้การทรงตัวของคุณดีขึ้นเช่นกัน โดยจากการนั่งบนอุปกรณ์ดังกล่าว และค่อยๆ ยกขาข้างขวาของคุณขึ้น โดยยื่นขาและเท้าออกไปด้าน พร้อมกับการยื่นแขนซ้ายวางราบระดับไหล่ไปด้านหน้า (เป็นท่าออกกำลังที่ฝึกการทรงตัวด้วยการนั่ง) จากนั้นให้กลับไปสู่ท่าเตรียม และทำสลับข้างกัน พร้อมกับนับรวมกันให้ได้ 10 ครั้ง สำหรับท่ากายบริหารดังกล่าวนั้น จากผลการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ในประเทศแคนาดา ระบุว่า &amp;ldquo;หากต้องการให้ได้ประโยชน์สูงสุด ขณะอยู่ที่ทำงาน คุณสามารถเอกเซอร์ไซส์ด้วยวิธีดังกล่าว โดยเปลี่ยนจากการนั่งลูกบอลมาเป็นเก้าอี้แทนก็ได้เช่นกัน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกกำลังกายแบบบอดี้เวต (ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรูปแบบของการออกกำลังกายดังกล่าว ได้แก่ การทำท่าสควอต หรือการลุกนั่ง รวมถึงการท่าวิดพื้น จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรงขึ้น และเพื่อให้กายบริหารดังกล่าวได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำให้เพิ่มความเร็วของการเคลื่อนไหวให้มากยิ่งขึ้น เพราะเป็นท่าเอกเซอร์ไซส์ที่ได้รับการออกแบบมาแล้วว่าดี เช่น การทำท่าสควอตด้วยการนั่งยองๆ กึ่งการยืน และกางเท้าทั้งสองข้างให้ห่างกัน (ทั้งนี้ ให้ผู้ฝึกลองจินตนาการว่ามีเก้าอี้วางอยู่ที่บั้นท้ายของคุณ และท่ากายบริหารนี้จะช่วยออกกำลังหน้าท้องของคุณไปพร้อมๆ กัน) โดยขณะที่ทำท่าดังกล่าวจะต้องไม่ก้มต่ำจนเกินไป ทั้งนี้ ให้นั่งกึ่งยืนในท่าดังกล่าวค้างไว้ 2-3 วินาที จากให้สลับกับไปยังท่ายืนปกติ ซึ่งเป็นท่าเริ่มต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28848</URL_LINK>
                <HASHTAG>Feinberg School of Medicine, คุณภาพชีวิต, นกฟลามิงโก, บอดี้เวต, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c61678c7947b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
