<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถ้าธนาคารกลางทำเรื่องเงินดิจิทัล จุดอ่อนอันพึงระวังมีอะไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียนมาสองวันในคอลัมน์นี้ว่าด้วยความเห็นของคริสตีน ลาการ์ด ผู้อำนวยการ IMF ในเรื่องเงินสกุลดิจิทัลกับบทบาทของธนาคารกลาง ซึ่งมีความน่าสนใจมากเพราะกำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันในหลายวงการ รวมถึงในไทยเราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ ThaiPublica ได้แปลคำปราศรัยของเธอที่เปิดงาน Fintech Festival 2018 ของสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ผมจึงขออนุญาตนำบางตอนมาเล่าต่อให้ฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นหลักอีกข้อหนึ่งในบทวิเคราะห์ของเธอคือ &amp;quot;ข้อบกพร่องของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาการ์ดบอกว่าข้อบกพร่องที่ชัดเจนอย่างแรกคือ ความโปร่งใสทางการเงินและเสถียรภาพระบบการเงิน อีกประการคือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากนวัตกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องวินัยทางการเงินทำให้เราต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความโปร่งใสทางการเงิน และเราจะหาทางสายกลางได้หรือไม่?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารกลางอาจจะออกแบบสกุลเงินให้ตัวตนของผู้ใช้บริการได้รับการยืนยันจากตัวผู้ใช้บริการเองเท่านั้น ผ่านกระบวนการตรวจสอบและธุรกรรมที่เคยทำไปต่างๆ และตัวตนเหล่านี้จะต้องไม่ถูกเปิดเผยให้แก่บุคคลที่ 3 หรือรัฐบาล ยกเว้นแต่จะมีความจำเป็นทางกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นเมื่อพวกเราซื้อพิซซาหรือเบียร์ ร้านค้า ธนาคาร นักการตลาด จะต้องไม่รู้ว่าพวกเราคือใคร &amp;nbsp;และรัฐบาลก็ควรจะไม่รู้ด้วยอย่างน้อยในเบื้องต้น แต่เพื่อควบคุมการฟอกเงินและอาชญากรต่างๆ ระบบควรจะทำงานอยู่เบื้องหลัง และถ้ามีข้อสงสัยเกิดขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะสามารถเปิดเผยตัวตนเพื่อตรวจสอบ โดยอาศัยอำนาจทางกฎหมายเป็นหลัก&amp;quot; เธอบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่ 2 คือความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาการ์ดมีความเห็นว่าสกุลเงินดิจิทัลอาจจะสร้างแรงกดดันต่อเงินฝาก แต่ถ้าสกุลเงินดิจิทัลสามารถทำตัวเหมือนกับเงินฝากได้เพียงพอ เพราะพวกมันปลอดภัยมาก สามารถถือครองได้อย่างไม่จำกัด จ่ายได้ทุกจำนวน และอาจจะเสนอดอกเบี้ยให้ด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ทำไมต้องมีบัญชีเงินฝากต่อไป?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าแบบนี้ธนาคารคงไม่ยืนดูเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร พวกเขาย่อมแข่งขันด้วยการให้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและบริการที่ดีขึ้นด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วในกรณีของการแห่ถอนเงิน?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่า &amp;quot;มันยังคงอยู่ แต่ลองพิจารณาถึงว่าปัจจุบันผู้คนแห่ไปถอนเงินเพราะพวกเขาเชื่อว่า เงินสดจะให้บริการแบบมาก่อนได้ก่อน แต่สกุลเงินดิจิทัลกลับให้ความปลอดภัยได้มากกว่า เนื่องจากมันกระจายและจัดการได้ง่ายกว่าเงินสด ยิ่งไปกว่านั้นหากผู้ฝากเงินหันไปหาสินทรัพย์ต่างประเทศ พวกเขาก็น่าจะระมัดระวังสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า และในหลายประเทศก็มีทางเลือกที่จะให้เงินเหล่านี้หันไปหา เช่นกองทุนรวมที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นที่ยกมาว่าสกุลเงินดิจิทัลจะกระทบกับเสภียรภาพระบบการเงินก็อาจจะยังไม่มีมากนัก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นสุดท้ายในเรื่องความเสี่ยงของนวัตกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ระบุว่าถ้าสกุลเงินดิจิทัลกลายเป็นที่นิยมมากเกินไป มันอาจจะไปกีดกันนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ นั่นคือบทบาทของเอกชนจะเป็นอะไร หากธนาคารกลางให้บริการทุกอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่กระเป๋าเงินไปจนถึงเงินและการชำระเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเสริมว่า &amp;quot;แต่ถ้าหากธนาคารกลางหันมาหาความร่วมมือกับเอกชนแทน ทั้งธนาคารและสถาบันการเงินอื่นๆ และบอกว่าคุณทำหน้าที่ให้บริการลูกค้า เก็บรักษาความมั่งคั่งให้เขา เสนอดอกเบี้ยให้ ให้คำแนะนำ ให้สินเชื่อ แต่เมื่อเป็นเรื่องของการชำระธุรกรรม เราจะทำเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความร่วมมือแบบนี้มีหลายรูปแบบ ธนาคารอาจจะบริหารจัดการสกุลเงินดิจิทัล เหมือนกับที่ธนาคารปัจจุบันทำกับเงินสดอย่างเหรียญและธนบัตร หรือประชาชนอาจจะมีบัญชีเงินฝากที่ธนาคาร แต่เมื่อเป็นเรื่องของการชำระเงินระหว่างกันค่อยเป็นการชำระผ่านสกุลเงินดิจิทัล เหมือนกับที่กำลังเป็นอยู่ในระบบชำระเงินปัจจุบัน แต่แค่เร็วกว่าในแค่ช่วงเสี้ยววินาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแน่นอนทั้งหมดเกือบจะไม่มีค่าใช้จ่ายและทำได้ทุกเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาการ์ดเห็นว่าข้อได้เปรียบแบบนี้ชัดเจน การชำระเงินจะรวดเร็วทันที ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายน้อย และกึ่งๆ ไม่เปิดเผยตัวตน เหมือนกับที่พวกคุณต้องการ โดยธนาคารกลางจะทำหน้าที่การชำระเงินเอาไว้ พร้อมกับดูแลระบบการชำระเงินได้ ขณะเดียวกันธนาคารกลางจะสามารถเพิ่มระดับการแข่งขันในตลาดได้อีกด้วย โดยเอกชนจะต้องแข่งขันกันสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมองอีกมุม ธนาคารกลางควรจะเน้นบทบาทที่มีความได้เปรียบอยู่ในปัจจุบัน คือให้บริการระบบการชำระเงินหลังบ้าน (back-end settlement) ซึ่งจะทำให้ความร่วมมือของรัฐและเอกชนออกมาในรูปแบบที่ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยสรุปแล้ว วันนี้ดิฉันได้พยายามจะประเมินกรณีต่างๆ ที่เป็นไปได้ของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ทั้งในมุมของบทบาทใหม่ที่วิวัฒนาการมาของเงิน รวมไปถึงเป้าหมายสาธารณะต่างๆ ของเศรษฐกิจ สารที่อยากจะสื่อออกไปคือว่าถ้าหากประเด็นไหนยังไม่ชัดเจน เราควรจะศึกษามันมากขึ้น อย่างจริงจัง อย่างระมัดระวัง และอย่างสร้างสรรค์&amp;rdquo; ลาการ์ดสรุป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22929</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fintech Festival 2018, IMF, thaipublica.org, กาแฟดำ, สกุลดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
