<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Flagship ฝ่ายค้าน แก้ รธน. รอแนวร่วมนอกสภาฯ เสริมทีม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านที่จับมือกันแน่น เปิดยุทธการเดินสาย-ตั้งเวที จัดเสวนา ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดเพื่อเป็นเวทีวิพากษ์รัฐบาลในด้านต่างๆ ที่จัดมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดก็ไปยึดหัวหาดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการตั้งเวทีชำแหละรัฐบาลกันหลายเรื่อง แต่เรือธงที่เป็น flagship ใหญ่ ของกระบวนการเคลื่อนไหวดังกล่าวของฝ่ายค้านมาตลอดก็คือ การสร้างแนวร่วม-ความตื่นตัวให้คนเอาด้วยกับพรรคฝ่ายค้านในการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;โดยมีแนวทางที่จะเริ่มขยับหนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเดือน พ.ย. หลังเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1 พ.ย. ซึ่งถึงตอนนั้นจะเริ่มมีแนวร่วมนอกรัฐสภามาเป็นกองหนุน เครือข่ายด้วย เช่น กลุ่มคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ที่มีอนุสรณ์ อุณโณ นักวิชาการจากธรรมศาสตร์เป็นแกนนำ ซึ่งมีเครือข่ายเป็นแนวร่วมหลายกลุ่มอาทิ ปีกของพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่หลังออกจากประชาธิปัตย์ก็ออกมาเคลื่อนไหวการเมือง ในฐานะแกนนำเครือข่ายรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โดยทางกลุ่ม ครช.จะเริ่มทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการในวันเสาร์ที่ 5 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ในวันที่ 27 ต.ค. กลุ่มภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย (Associate for Democratic Constitution) ที่จะมีโคทม อารียา อดีต กกต. เป็นประธาน ก็จะเปิดตัวเป็นแนวร่วมนอกรัฐสภาเคลื่อนไหวแก้ รธน.ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;สาเหตุใหญ่ที่พรรคฝ่ายค้าน-แนวร่วมนอกรัฐสภาหนุนแก้ รธน.เริ่มเคลื่อนไหวเรื่องการแก้ไข รธน.ก็เพราะหลังเปิดสภา 1 พ.ย. เป็นที่แน่ชัดว่าสภาจะมีการพิจารณาญัตติขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่หลายพรรคการเมืองเสนอเข้าไปร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นในนาม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคชาติไทยพัฒนา ดังนั้น ดูแล้วยังไงที่ประชุมสภาฯ ก็จะต้องมีการตั้ง กมธ.ชุดดังกล่าวแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:5.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ด้วยเหตุนี้ พรรคการเมืองต่างๆ&amp;ndash;แนวร่วมหนุนแก้ไข รธน.นอกรัฐสภา จึงต้องใช้ช่วงเวลาต่อจากนี้ ในการสร้างแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ให้เอาด้วยกับการแก้ไข รธน. ที่ก็ต้องยอมรับว่า แม้โพลหลายสำนักจะบอกว่าประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไข รธน. แต่ก็ยังเป็นกระแสที่คนไม่ค่อยตื่นตัวเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลที่ว่า คงมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว-ใช้เวลานาน และที่สำคัญ ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างปัญหาปากท้อง-เศรษฐกิจ ก็หนักหน่วง เลยทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ค่อยตื่นตัว ให้น้ำหนักกับฝ่ายค้านมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กระแสประชาชนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไข รธน.ที่ฝ่ายค้านโหมโรงมานานดังกล่าว วงประชุมแกนนำฝ่ายค้านก็ไม่ใช่ว่าจะอ่านไม่ออก จึงทำให้พรรคฝ่ายค้าน ต้องปรับกลยุทธ์การเมืองใหม่ เพราะหากยังใช้วิธีการเดิมๆ คนก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก เลยจะหันไปใช้วิธีอื่นๆ เข้ามาเพื่อสร้างสีสันความสนใจให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากเวทีเสวนา มาเป็นการจัดเวทีปราศรัยแทน ที่จะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือน พ.ย. เป็นต้น ภายใต้กรอบปฏิทินการเคลื่อนไหว ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระยะที่ 1 สร้างการรับรู้ของประชาชนให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา, ระยะที่ 2 สร้างความเข้าใจแก่ปัญหาประชาชนว่าเมื่อรัฐธรรมนูญมีปัญหา แล้วปัญหานั้นสัมพันธ์กับปัญหาของประชาชน เช่นปัญหาปากท้องอย่างไร, ระยะที่ 3 การสร้างฉันทามติจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นำสิ่งที่ได้มาแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การทำให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและส.ว. ต้องเอาด้วยกับการแก้ไข รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ฝ่ายพรรครัฐบาลก็รู้ดีว่า แค่การแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศก็หนักหน่วงอยู่แล้ว ครั้นจะให้ลงไปเอาด้วย ทุ่มหนักกับเรื่องแก้ไข รธน. ก็คงไม่ใช่ เพราะจะยิ่งไปเข้าทางฝ่ายค้านและจะเป็นการผูกมัดตัวเองไป เลยเกาะเวทีแก้ไข รธน.อยู่ห่างๆ คือแสดงท่าทีเอาด้วย แต่ไม่ลงไปอยู่ในสนามเดียวกับฝ่ายค้าน แม้แต่กับพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่ชูธงแก้ไข รธน.มาตั้งแต่ตอนเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ก็จะเห็นได้ว่าระดับแกนนำพรรค ก็พยายามสงวนท่าทีเอาไว้อยู่ห่างๆ ขณะที่พลังประชารัฐก็ใช้กลยุทธ์ เดินสายต่างจังหวัดเช่นกัน แต่เป็นการเดินสายโดยเน้นเรื่องการชี้แจงผลงานรัฐบาล การแก้ปัญหาปากท้อง ที่มีโต้โผใหญ่คือ วทันยา วงษ์โอภาสี&amp;ndash;มาดามเดียร์ ส.ส.พลังประชารัฐ หนึ่งในทีมยุทธศาสตร์ของพรรค เป็นแม่งาน ซึ่งตอนนี้ไปทำมาแล้วหนึ่งเวทีคือที่นครราชสีมา ในชื่อโครงการ เวทีประชาธิปไตยไทยอิ่ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ ไม่ต้องแก้ กินได้เลย และสุดสัปดาห์นี้ ก็จะมีอีกที่จังหวัดพะเยา ที่จะมีธรรมมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ คอยบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งหมดคือความเคลื่อนไหวของขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้าน และแนวร่วมการเมืองนอกรัฐสภา ก่อนที่สภาฯจะเปิดเดือน พ.ย. โดยมีเรื่องของการแก้ไข รธน.เป็นตัวเร่งให้อุณหภูมิการเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาร้อนแรงไปตามจังหวะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47196</URL_LINK>
                <HASHTAG>Flagship ฝ่ายค้าน แก้ รธน. รอแนวร่วมนอกสภาฯ เสริมทีม, กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d94da01884df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
