<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste” โครงการประกวดคลิปที่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การทิ้งอาหารที่เรียกว่า food waste&amp;nbsp; (ภาพจาก ft.com)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง เป็นของมีค่า&amp;rdquo; บทอาขยานที่เราเคยท่องกันมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารในโรงเรียน หรือแม้กระทั่งประโยคที่ผู้ใหญ่มักสอนเราว่า &amp;ldquo;กินข้าวให้หมดนะ นึกคนที่ไม่มีกิน&amp;rdquo; แล้วก็อีกหลายประโยคที่ล้วนแต่เป็นบทช่วยปลูกฝังให้ทุกคนรู้จักคุณค่าของอาหาร แต่ความจริงแล้วแม้จะท่องหรือเข้าใจกันมากแค่ไหน คนเราก็ยังคงกินอาหารทิ้งขว้างกันเป็นจำนวนมาก อาจเป็นเพราะไม่อร่อย อิ่ม เหลือเสีย ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น มีขนมอยู่หนึ่งชิ้น เรากัดกินไปหนึ่งครั้ง เหลือแล้ววางไว้ไม่กินต่อ กลายเป็นขยะอาหารที่เราเรียกกันว่า &amp;ldquo;Food Waste&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ซีพีแรม จำกัด ในฐานะผู้ผลิตอาหาร ได้ตระหนักถึงปัญหานี้จึงได้ร่วมกับ สาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดตัวโครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste&amp;rdquo; ปีที่ 2 เชิญชวนนักเรียน - นักศึกษาทั่วประเทศ แชร์ไอเดียสร้างพลังผ่านคลิปวีดีโอความยาว 3 นาที เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเภทอาหารที่ก่อให้เกิดปัญหา Food Waste&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เปิดเผยว่า ปัญหาความสูญเปล่าทางอาหาร หรือ Food Waste ส่งผลกระทบต่อทุกคนในวงกว้างทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง &amp;nbsp;เพื่อให้ตระหนักถึงผลเสียที่ก่อเกิดจากอาหารที่ถูกทิ้งอย่างสูญเปล่า ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต หากทุกคนสามารถลดปริมาณความสูญเปล่าทางอาหาร และบริโภคอาหารอย่างสมดุล นอกจากจะสามารถลดรายจ่ายค่าอาหารในครัวเรือนอย่างยิ่งยวดแล้ว ยังช่วยทำให้ระดับความมั่นคงทางอาหารของคนบนโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย ส่วนมิติสิ่งแวดล้อมนั้น การกำจัดความสูญเปล่าทางอาหารที่ถูกทิ้งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทำให้เกิดขยะ และเกิดก๊าซมีเทน (methane) ก๊าซเรือนกระจก ที่ส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกที่รุนแรงยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ส่งผลเสียต่อชั้นบรรยากาศของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเศษ กล่าวต่อว่า ในไทยยังไม่มีข้อมูลสถิติแน่ชัด แต่จากข้อมูลโครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลกในแต่ละปี หรือประมาณ 1.3 พันล้านตัน จะกลายเป็นความสูญเปล่าทางอาหาร และถูกปล่อยให้เน่าเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ &amp;nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 3.3 พันล้านตันต่อปี จำนวนอาหารที่ถูกทิ้งขว้างเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 31 ล้านล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งเพียงพอนำไปเลี้ยงดูผู้คนที่หิวโหยได้มากถึง 870 ล้านคน และจากสถานการณ์ขาดแคลนอาหารของประชากรโลก ผู้คนที่อดอยากหิวโหยจำนวน 870 ล้านคนนั้น จำนวนเกินกว่าครึ่งหรือราว 552 ล้านคน อาศัยอยู่ในภูมิเอเชียแปซิฟิค ซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤติความสูญเปล่าทางอาหารเกิดจาก ระบบการจำหน่ายมีกระบวนการควบคุมที่ไม่เหมาะสม การซื้อสินค้า และการเตรียมอาหารที่มากเกินจำเป็น ไปจนถึงความสูญเปล่าทางอาหารจากการบริโภค ทั้งในส่วนที่เหลือทาน และเลือกบริโภค รวมถึงสหประชาชาติ ยังตั้งเป้าลดความสูญเปล่าทางอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้บริโภค และลดการสูญเสียอาหารจากกระบวนการผลิต และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัญหาขยะอาหารไม่ใช่แค่เพียงสิ่งที่เรากินเหลือ แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของระบบ คือในฟาร์มและในครัว พืชผักจำนวนมากที่เก็บเกี่ยวมาแล้วถูกคัดทิ้งเพราะรูปร่างไม่สวย หรือการทิ้งบางส่วนของพืชที่เราไม่นิยมนำมาทำอาหาร ซึ่งเรียกว่า Food Loss &amp;nbsp;หรือ การสูญเสียทางอาหาร ประเด็นนี้อาจจะจัดการได้ในฐานะผู้ผลิต แต่สิ่งที่ควรตระหนักมันอยู่ที่ เมื่อมันกลายเป็นอาหารพร้อมบริโภคแล้ว ถ้ากินไม่หมด หรือเน่าเสียก็จะกลายเป็น Food Waste ตรงนี้ต้องช่วยกัน จริงๆ แล้ว อาหารถ้าไม่กินแล้ว สามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ถ้ามันเสียจนสัตว์กินไม่ได้ก็นำไปทำเป็นไบโอแก๊สได้ ตอนนี้เราไม่มีการรวบรวมเศษ ถ้าสมัยก่อนตามตลาดจะมีถังให้ทิ้ง แล้วก็จะนำไปทำให้แห้ง ทำเป็นเม็ดอาหารปลาดุก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมี เราก็ควรจะตระหนักด้วยตนเอง และการประกวดโครงการนี้ก็จะช่วยทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนัก ฯลฯ&amp;rdquo; นายวิเศษ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผศ.บุญเลี้ยง แก้วนาพันธ์ ประธานสาขาวิชามีเดียอาตส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความตระหนักในเรื่องลดความสูญเปล่าทางอาหารอย่างจริงจัง เพื่อลูกหลานของเราในอนาคต การสร้างสรรค์สื่อเพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งสะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ เป็นการบูรณาการศาสตร์ด้านการผลิตสื่อสร้างสรรค์ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราอาจจะไม่สามารถหยุดเหตุกาณ์อันเลวร้ายนี้ได้ แต่เราเป็นจุดเล็กๆ ที่ผสานรวมกันจนเกิดพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะทำให้เหตุกาณ์ดังกล่าวชะลอการเกิดขึ้นได้ และหวังว่าถ้าคนที่ได้เห็นผลงานสร้างสรรค์ดังกล่าวจะส่งผลให้มีความตระหนักและเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมในการลดความสูญเปล่าทางอาหาร จนสามารถสร้างความอิมแพคในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.บุญเลี้ยง &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ปีนี้ตนอยากให้เนื้อหาวิดิโอมีความเข้มข้นในสาระมากขึ้น แต่ต้องมีความสนุกผสมผสานกันไป เริ่มต้นจากการตั้งคำถามจากสิ่งที่เราเห็นจากอาหารในจานที่เราทานไม่หมด กองขยะตรงหน้าที่มีแต่เศษอาหาร เหลือจากการกิน &amp;nbsp; หรือแม้แต่ผักและผลไม้ที่เน่าเสียอยู่ในตู้เย็น ประกอบกับการพูดถึงคนทั้งโลก รวมถึงองค์กรยูนิเซฟถึงความยากจน การโหยหาอาหาร ความหิวโหยของเด็กน้อยในแอฟริกา หรือประเทศที่อยู่ในสภาวะสงคราม ที่ทำให้ขาดแคลนอาหาร &amp;nbsp; รวมทั้งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้แต่ในประเทศไทยเองที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นดินทอง เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ อยู่ที่ไหนไม่อดตาย แต่ก็ยังมีในหลายพื้นที่ห่างไกล ที่ยังขาดแคลนอาหาร อาหารไม่เพียงพอ เข้าถึงอาหารไม่ครบตามหลักโภชนาการ มีให้เห็นในข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความตระหนักในเรื่องความสูญเปล่าทางอาหารในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีส่วนสำคัญ ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง และลดความสูญเปล่าทางอาหาร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ เป็นอย่างมาก ส่งผลงานเข้าร่วมโครงการกว่า 259 ผลงาน ในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศกว่า &amp;nbsp;20 แห่ง และคาดว่าปีนี้จะมีมากถึง 500 ผลงานเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌาณัฐย์ สิทธิปรีดานันท์ ผู้เข้าร่วมโครงการปีที่1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายฌาณัฐย์ สิทธิปรีดานันท์ นักศึกษาชั้นปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนทีม ABSTRACT ที่เคยนำผลงาน ETT-EAT Time Trash รับประทาน กาลเวลา อนาคต คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการในปีที่ 1 มาแล้ว เขากล่าวว่า ตนเติบโตมาในครอบครัวที่คอยสั่งสอนเรื่อง Food Waste มาตลอด คุณย่ามักจะบอกเสมอว่าเวลากินข้าว อย่าให้ข้าวเหลือ โดยสอนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 5-6 ขวบ พ่อให้เข้าค่ายในป่าฝึกปฎิบัติ จนเรื่องนี้ซึมซับอยู่ข้างใน จนวันหนึ่งเดือนผ่านห้องไอซีที ก็เลยเจอโครงการนี้ ตอนนั้นเรียนชั้นม.6 สาธิต มศว. ปทุมวัน เลยชักชวนรุ่นน้องประกวด ชวนกันทำเรื่อง Food waste เพราะเห็นว่าเราอยู่ในยุคที่กินอาหารได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะสั่ง food panda แม่แต่พี่วินยังไปซื้อข้าวมันไก่ให้เราได้ เลยคิดว่าเป็นหัวข้อที่น่าสนใจสำหรับเรา เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การณรงค์ไม่ให้ทิ้งอาหารอย่างสูญเปล่า ในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ซึ่งหลังจากที่ประกวดเราได้รับอะไรมากมาย แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ อย่างแรกคือเทคนิคในด้านการทำหนัง ทีมเราไม่ค่อยอยู่กับการทำหนัง ตอนแรกคิดว่า การทำคลิปวิดิโอเพียง 3 นาทีเป็นอะไรที่ง่ายมาก เหมือนกับโฆษณาสั้นๆ แต่ความสั้นค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเรามีสิ่งที่อยากจะพูดเยอะ แต่เวลาให้พูดมันน้อย ตอนนี้เราก็เลยได้ทักษะการแก้ปัญหาร่วมกับการทำงานเป็นทีม ถ้าเราได้เจอการแก้ปัญหาเยอะ เราก็ยิ่งได้สกิลในการแก้ปัญหาเยอะเช่นกัน ต่อมาคือเรื่อง Food waste มันกลายเป็นเรื่องสนุกในทีม เช่น เวลาที่ไปกินข้าวเราก็มักจะคุยกันว่า เราเคยไปทำอะไรด้วยกันมานะ ก็เป็นเหมือนกับการแทงใจดำว่าคุณเคยไปชนะประกวดเรื่อง Food waste มาแล้วนะ ถ้าทานเหลือมันก็ขัดแย้งกัน ฉะนั้นเราจะกินข้าวกันโดยที่ห้ามเหลือแม้แต่อะตอมเดียว โมเลกุลเดียว&amp;rdquo; นายฌาณัฐย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการ การประกวดคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste&amp;rdquo; เปิดรับสมัครตั้งแต่ 1 ส.ค. -31 ต.ค. 2562 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 360,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ผู้สนใจเข้าร่วมส่งผลงานและติดตามรายละเอียดการสมัครได้ที่ เฟซบุ๊ค foodwasteclipcontest.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซีพีแรม ร่วมกับ มจธ.ชวนคนรุ่นใหม่ประกวดคลิปวิดิโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44337</URL_LINK>
                <HASHTAG>Food Waste, คนรุ่นใหม่ไร้ Food Waste”, บริษัท ซีพีแรม จำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63d224514ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2026 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  &#039;สามพราน ริเวอร์ไซด์&#039; ต้นแบบจัดการFood Waste ธุรกิจโรงแรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจโรงแรม เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทั้งจากการใช้พลังงานและทรัพยากรมหาศาล &amp;nbsp;เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีอาหารและวัตถุดิบที่เหลือทิ้งปริมาณมาก &amp;nbsp; แต่ปัจจุบันหลายโรงแรมเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอาหารหรือวัตถุดิบที่เหลือทิ้ง และเริ่มลงมือในการจัดระบบการจัดการขยะที่เกิดจากอาหารและการบริหารจัดการกับวัตถุดิบที่นำมาใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรม สามพราน ริเวอร์ไซด์ เป็นหนึ่งในโรงแรม ที่หันมาดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน คำนึงถึงความสมดุลของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และการมุ่งสู่การเป็นโรงแรมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง จึงได้เข้าร่วมโครงการลดของเสียจากการให้บริการอาหาร (Food Waste prevention) กับบริษัท LightBlue Environmental Consulting &amp;nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดจากการให้บิการอาหารของโรงแรม และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม จนได้รับการรับรองมาตรฐานการลดของเสียจากการให้บริการอาหาร หรือมาตรฐานฟู้ดเวสท์ (Food Waste Prevention)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช ผู้บริหารสามพราน ริเวอร์ไซด์ เดินหน้าลดคาร์บอนฟุตพรินท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ สามพราน ริเวอร์ไซด์ เผยว่า ได้เริ่มทำโครงการโรงแรมคาร์บอนด์ต่ำมาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ปี 2559 &amp;nbsp;หนึ่งปีที่ผ่านมาได้ปรับดำเนินงานภายใน รณรงค์ให้ความรู้ สร้างจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงาน &amp;nbsp;เพื่อร่วมกันปฏิบัติตามแนวทางโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินการทำทั้งระบบนิเวศน์ &amp;nbsp;อีกทั้งเชื่อมโยงกับการ&amp;quot;ดำเนินงานสามพรานโมเดล &amp;quot;ซึ่งสนับสนุนเกษตรกร ที่เป็นเครือข่าย ปลูกพืชผักที่เป็นเกษตรอินทรีย์ &amp;nbsp;และทางโรงแรมยังรับซื้อโดยรับซื้อข้าว ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ จากเกษตรกรในเครือข่าย &amp;nbsp;คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70 % ของอาหารที่ปรุงให้กับแขกผู้มาใช้บริการและพนักงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแรมรับซื้่อข้าว ผักผลไม้่อินทรีย์จากเกษตรกร ช่วยตรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้บริหารสามพรานริเวอร์ไซด์ กล่าวต่อว่า ซึ่งโครงการ Food waste หรือการลดขยะจากอาหาร &amp;nbsp;ได้สอดรับและเสริมจุดแข็งให้กับโครงการสามพรานโมเดลได้อย่างดี &amp;nbsp;อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการใช้วัตถุดิบอินทรีย์อย่างคุ้มค่า เพราะการทำเกษตรแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้ง การรับซื้อวัตถุดิบตรงจากเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ ก็มีต้นทุนสูงกว่าสินค้าทั่้วไป &amp;nbsp;ขณะเดียวกันโรงแรมไม่มีเศษอาหารเหลือขายออกไปข้างนอก ทำให้ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในระบบขนส่ง &amp;nbsp;ช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินท์ อย่างไรก็ตาม หัวใจหลักของดำเนินงานโครงการไปสู่ความสำเร็จก็คือ การจดบันทึก ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นตัวให้กับผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและที่สำคัญก็คือการมีส่วนร่วมของพนักงานในการรับรู้ถึงปริมาณขยะที่ถูกนำไปทิ้งในแต่ละวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการเก็บข้อมูลทำให้เรารู้ว่า&amp;nbsp;


fifa356 ขยะจากอาหารเหล่านั้นเกิดจาก 4 สาเหตุใหญ่ คือ 1. เศษอาหารเน่าเสียจากการเก็บรักษา เนื่องจากหมดอายุ หรือซื้อมาไว้มากเกินไป &amp;nbsp;2. เศษอาหาร ที่ต้องทิ้งจากการเตรียมทำอาหาร เช่นการหั่น การเด็ด การตัด &amp;nbsp;พืชผัก ผลไม้ ซึ่งทั้ง ทั้ง 2 ข้อรวมกับเท่ากับ 10 % &amp;nbsp; 3. เศษอาหารที่เหลือจากจานลูกค้า มีมากถึง 60% เพราะตักปริมาณเยอะไป และกินไม่หมด และ 4. เศษอาหารที่เหลือจากบุฟเฟต์ไลน์ มีปริมาณถึง 30 % &amp;nbsp;เนื่องจากทำอาหารมากเกินไป &amp;nbsp;โดยเฉลี่ยมีขยะอาหารของโรงแรมถูกทิ้งไปมากถึง 140 กิโลกรัมต่อวัน&amp;rdquo; อรุษ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสาเหตุการเกิดขยะที่มาจากอาหารเหลือทิ้ง ทำให้โรงแรมสามพราน ริเวอร์ไซด์ ได้ดำเนินการจัดการทั้งหมด 4 ขั้นตอนคือ 1. การเก็บรักษาของในห้องเย็น ซึ่งทำให้ของเสียน้อยลง เช่นผัก หมู &amp;nbsp;2.การนำวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำไปปรุงอาหาร แปรรูปให้เป็นอย่างอื่นเช่น มะเขือเทศก็นำมาทำซอสมะเขือเทศแทน 3. อาหารเหลือจากลูกค้า ซึ่งยอมรับว่ามีความยากและท้าทาย ในการสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคว่าไม่ควรกินเหลือจนเป็นขยะอาหาร &amp;nbsp; ที่ผ่านมา โรงแรมได้ทำการ์ดวางตามโต๊ะอาหาร สื่อสารคุณค่าของอาหาร และเพื่อลดปริมาณขยะ และการสื่อไปสารอีกว่าปริมาณอาหารที่เหลือ &amp;nbsp;สามามรถนำ ไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ได้มากกว่า 140 คนต่อวัน และยังได้จำแนกขยะออกเป็น 8 ประเภท เช่น โปรตีน เศษผัก ผลไม้เปรี้ยว หวาน เนื้อ เพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักแทนการซื้อ &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 4. ของเหลือจากบุฟเฟต์ไลน์ คือทำให้พอดีกับลูกค้า&amp;nbsp;


bnk789 &amp;nbsp;หากขาดก็สามารถทำให้ลูกค้าทานใหม่ได้ เพื่อไม่ให้มีอาหารทิ้งในปริมาณมาก เพราะตามกฎของโรงแรมคือห้ามพนักงานนำอาหารกลับไปกินเอง ดังนั้น เวลาอาหารเหลือจึงต้องถูกทิ้งทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบจัดการอาหารในโรงแรม ลดขยะให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลของการดำเนินการ 4 ข้อ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้สามพราน ริเวอร์ไซด์ ประสบความสำเร็จสามารถประหยัดต้นทุนจัดซื้ออาหารราว 2 ล้านบาท &amp;nbsp;และสามารถการนำเข้าวัตถุดิบจากเกษตรกร 80 % นอกจากนี้ยังสามารถจัดการขยะที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมได้หมด 100 % &amp;nbsp;และนำไปเพิ่มมูลค่าในการเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงหมูเลี้ยงเป็ด ทำปุ๋ยหมักใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์ และผลิตน้ำมันไบโอดีเซลให้กับพาหนะของโรงแรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปีที่ 2 ของการดำเนินโครงการฯ ทางสามพรานก็มุ่งหวังที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งล้อม เพราะลูกค้าคือผู้ที่มาใช้บริการ แต่อีกสถานะหนึ่งลูกค้าก็คือผู้บริโภค ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการร่วมมือ และยังสามารถเรียนรู้แนวทางในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปกับเราได้&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี อีกทั้งยังคาดหวังว่าจะเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนระบบการจัดการอาหารภายในโรงแรม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งเกษตร ผู้บริโภค เป็นแหล่งเรียนรู้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยแบบ Organic Tourism ได้อีกด้วย&amp;rdquo; อรุษ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;nbsp;Mr.Benjamin Lephilibert กรรมการผู้จัดการ บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมไลท์บลู กล่าวว่า จากความสำเร็จของสามพราน ริเวอร์ไซด์ ที่สามารถปฏิบัติตามแนวทางการจัดการของเสียจากกระบวนการให้บริการอาหาร จนเกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่เฉพาะต่อสิ่งแวดล้อม และเห็นตัวเลขต้นทุนที่ปรากฎชัดเจน แต่ยังเกิดผลดีต่อพนักงานในองค์กร มีจิตสำนึก มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนจนเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี &amp;nbsp;ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ภาคธุรกิจและโรงแรมอื่นๆ มีความมั่นใจในมาตรฐาน &amp;nbsp;และได้รับการยอมรับจากองค์กรสำคัญของโลกรวมถึงองค์การสหประชาชาติมากขึ้น และมีต้นแบบในการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถลดปริมาณขยะอาหารจากการบริการอาหารได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปุ๋ยหมักจากเศษอาหารในสามพราน ริเวอร์ไซด์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สามพราน ริเวอร์ไซด์ ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นต้นแบบถ่ายทอดโมเดลการทำ ฟู้ดเวสท์ &amp;nbsp;เพื่อให้โรงแรมต่างๆได้เข้าสู่การรับรองมาตรฐานในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมหรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าศึกษาดูงานได้โดยสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ โทร (034) 322 588 - 93.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1117</URL_LINK>
                <HASHTAG>Food Waste, คาร์บอนฟุตพรินท์, เกษตรอินทรีย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c98dd14a0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
