<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คนไม่มีผม&#039;สวน&#039;สมคิด&#039;หากยังเป็นนายกฯหน้าเดิมยิ่งทำลายเชื่อมั่นนักลงทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2พ.ย.61-นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ออกมาประกาศต่อหน้า ซีอีโอ บริษัทต่างประเทศกว่า 400 คน ในงาน Forbes Global CEO conference ว่านายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งหน้าตาคล้ายคนเดิม เพราะอาจจะยิ่งทำลายความมั่นใจของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่ำอยู่แล้วให้ยิ่งต่ำลงไปอีก เพราะตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่านักลงทุนต่างประเทศไม่มีความมั่นใจในรัฐบาลนี้ จากยอดการลงทุนจากต่างประเทศที่หดหายไปมาก ยิ่งบอกเหมือนว่ารัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะไม่เปลี่ยนจากเดิมก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจหดหายไปอีก และการที่นายสมคิดประกาศว่าประเทศไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชียอีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นประกาศที่เร็วเกินไป เพราะ 4 ปีกว่าที่ผ่านมาไทยโตได้ต่ำมากเฉลี่ยเพียง 2% กว่าเท่านั้น เพิ่งจะมาฟื้นได้ปีนี้ที่ 4% กว่า ซึ่งก็ยังโตต่ำที่สุดในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกทั้งมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยจะทรุดลงต่ออีกแล้ว จากการส่งออกที่ติดลบในเดือนกันยายนที่ 5.2 % และมีแนวโน้มที่การส่งออกจะติดลบต่อถึงสิ้นปีจนถึงต้นปีหน้า ประกอบกับการที่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่ลดลงถึง - 80.61% ในเดือน ตุลาคม และ ก่อนหน้านี้ก็ติดลบมา 3 เดือนติดกันแล้วที่ -22.17%, -36.49% และ - 39.20% ซึ่งเป็นผลจากคลิปที่นักท่องเที่ยวจีนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ตบหน้าข้อหาที่ไม่ยอมทิป ได้ถูกกระจายไปทั่วประเทศจีน ซ้ำเติมกับการสื่อสารที่ผิดพลาดและการจัดการเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ตอย่างไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจของจีนที่เริ่มถดถอยจากสงครามการค้ากับสหรัฐดังนั้น จีดีพี ของไทยในครึ่งปีหลังของปีนี้น่าจะออกมาต่ำลง ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงจีดีพีในปีหน้าด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า หากรัฐบาลยังเป็นรัฐบาลเดิมที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการฟื้นเพียงชั่วคราวที่เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นเท่านั้น และโตจากฐานเดิมที่ต่ำมากติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว และเริ่มที่จะปักหัวลงอีก ไม่ได้มาจากการฝีมือของรัฐบาลแต่อย่างไร เพราะขนาดอันดับความสะดวกในการทำธุรกิจที่ปีที่แล้วที่รัฐบาลโม้ว่าดีขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 หรือดีขึ้นมา 20 อันดับจากอันดับ 46 แต่ยังต่ำกว่าก่อนปฏิวัติที่อันดับที่ 18 มาก โดยอันดับได้ตกหนักหลังการปฏิวัติ&amp;nbsp; และรัฐบาลได้ประกาศว่าปีนี้จะต้องดีขึ้นเท่าก่อนปฏิวัติ แต่กลับทรุดตกลงไปอยู่ที่อันดับที่ 27 ยิ่งตอกย้ำความไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐบาลนี้ และแสดงให้เห็นว่าหลังการปฏิวัติการทำธุรกิจในประเทศไทยยากลำบากขึ้นมาก
&amp;nbsp;
&amp;quot;ดังนั้นจึงอยากขอให้ประชาชนได้ช่วยพิจารณาว่า รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลนี้สร้างไว้หลายด้านทั้ง การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว ที่ลดลงหนัก การกระจายรายได้ที่รวยกระจุก จนกระจาย&amp;nbsp; อีกทั้งการบริหารจัดการที่มีปัญหามาโดยตลอด หากเป็นรัฐบาลชุดเดิมคงไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้และเศรษฐกิจอาจทรุดหนักลงอีก&amp;quot;นายพิชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21209</URL_LINK>
                <HASHTAG>Forbes Global CEO conference, คนป่วยของเอเซีย, นักท่องเที่ยวจีน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์, เศรษฐกิจทรุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
