<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลโพลวัยรุ่นพบส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างเล่นโซเชียลฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2564 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-11&amp;nbsp;
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง &amp;ldquo;Gen Z มีอะไรจะบอกต่อสังคมไทย&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทำการสำรวจในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 จากเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 12-24 ปี กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเสศ จำนวน 4,472 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการสำรวจ เมื่อถามเด็กและเยาวชนถึงเรื่องที่ได้ทำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ 61.29% ได้ทำในเรื่องการดูแลสุขภาพ (อาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน) รองลงมา 59.79% การพัฒนาตนเอง &amp;nbsp;56.64% การทำกิจกรรมร่วมกันกับบุคคลในครอบครัว 37.16% การออมหรือการลงทุน 36.09% การทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น การบำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ 15.88% มีการสังสรรค์ที่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ 2.33% มีการทะเลาะ วิวาท ทำร้ายร่างกาย หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการใช้เวลาว่าง พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 78.67% เล่นสื่อโซเชียลมีเดีย รองลงมา 69.48% นอนพักผ่อน 69.12% ดูหนัง/ฟังเพลง/อ่านหนังสือ 52.15% พบปะเพื่อนฝูง 49.78% เล่นเกม เช่น เกมออนไลน์ &amp;nbsp;46.18% ออกกำลังกาย/เล่นกีฬา 28.40% ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 25.81% ท่องเที่ยว/กิจกรรมสันทนาการ &amp;nbsp;14% เล่นดนตรี 11.23% ทำงานศิลปะ วาดภาพ ระบายสี/งานฝีมือ และ 0.51% ระบุอื่น ๆ เช่น ทำงานพิเศษ ขายของออนไลน์ ทำขนมและอาหาร ทำงานบ้าน ทำงานจิตอาสา ตกปลา และเลี้ยงสัตว์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 70.82% ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา รองลงมา 39.07% ร่วมกิจกรรมจิตอาสา/สาธารณประโยชน์ในชุมชน 37.90% ร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมกับชุมชนท้องถิ่น 21.44% ร่วมกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน 12.57% ร่วมกิจกรรมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. หรือ เทศบาล) 6.40% ร่วมกิจกรรมของ To Be Number One 5.34% ร่วมกิจกรรมทางการเมือง และ 0.89% ระบุอื่น ๆ เช่น ร่วมกิจกรรมในโบสถ์คริสต์ในวันเสาร์-อาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตาม พบว่า เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ 42.06% มีบุคคลในครอบครัวเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทั้งพ่อและแม่ 33.17% อันดับ 2 แม่ &amp;nbsp;30.62% และอันดับ 3 พ่อ 19.88%) รองลงมา 19.43% มีครู/อาจารย์เป็นบุคคลต้นแบบ 15.47% มีญาติหรือคนรู้จักเป็นบุคคลต้นแบบ 11.27% มีบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นต้นแบบ (โดยระบุ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 นักร้อง K-POP เช่น วง BTS, วง Blackpink, วง GOT 7 19.64% อันดับ 2 ดารานักแสดง เช่น หยิ่น อานันท์ หว่อง, ชมพู่ อารยา, ญาญ่า อุรัสยา 18.06% และอันดับ 3 เน็ตไอดอล เช่น พิมรี่พาย 9.13%) สำหรับ 9.17% มีเพื่อนเป็นบุคคลต้นแบบ และ 2.59% ไม่มีไอดอล (Idol) บุคคลต้นแบบที่ยึดถือและปฏิบัติตามเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าหากมีบุคคลต้นแบบอยากเลียนแบบในเรื่องใด พบว่า ส่วนใหญ่ 64.38% อยากเลียนแบบในเรื่องแนวคิด ทัศนคติ รองลงมา 60.73% ในเรื่องการใช้ชีวิต 31.24% ในเรื่องบุคลิกภาพ ท่าทาง 27.84% ในเรื่องการแต่งกาย และ 2.77% ระบุอื่น ๆ เช่น เรื่องความสามารถ ความขยัน ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความฉลาด และอุปนิสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคคลที่จะเลือกปรึกษาเมื่อมีปัญหามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 42.2% ระบุว่า พ่อแม่/ผู้ปกครอง อันดับ 2 31.03% ระบุว่า เพื่อน และอันดับ 3 19.57% ระบุว่า ครู/อาจารย์ &amp;nbsp;ส่วนทักษะที่อยากจะพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 37.12% อยากพัฒนาด้านภาษา อันดับ 2 22.78% อยากพัฒนาด้านเทคโนโลยี และอันดับ 3 17.04% อยากพัฒนาด้านอาชีพ ในด้านกิจกรรมที่อยากจะทำร่วมกับครอบครัวมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 35.22% รับประทานอาหารร่วมกัน อันดับ 2 30.77% ไปท่องเที่ยว/ชอปปิงร่วมกัน และอันดับ 3 17.98% ดูหนัง ฟังเพลงร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการถูกทำร้ายจิตใจด้วยวาจา (Bullying) ทั้งต่อหน้าหรือในสื่อออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่ 62.92% ระบุว่า เคยถูกทำร้าย 37.08% ระบุว่า ไม่เคย โดยมีที่ระบุว่าเคยถูกทำร้ายมีวิธีการรับมือ ได้แก่ นิ่งเฉย 60.77% รองลงมา ตอบโต้ เช่น ตอบโต้ด้วยวาจา การใช้กำลัง ถ่ายคลิป 22.99% แจ้งครู/ผู้ปกครอง/เพื่อน 14.39 %และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้กระทำ 1.85%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในชีวิตของเด็กและเยาวชน 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 38.29% ระบุว่า เรียนจบมีงานทำ อันดับ 2 18.74% ระบุว่า ประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และอันดับ 3 15.78% ระบุว่า มีครอบครัวที่สมบูรณ์ และเมื่อถามต่อว่ามีความกังวลต่อสังคมไทยในเรื่องใดมากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 31.02% ระบุว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศ อันดับ 2 18.92% ระบุว่า ปัญหาโรคระบาด และอันดับ 3 16.08% ระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องที่เด็กและเยาวชนอยากให้คนไทยพัฒนามากที่สุด 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 24.46% ระบุว่า ความมีระเบียบวินัย/เคารพกฎหมาย อันดับ 2 21.73% ระบุว่า ความซื่อสัตย์สุจริต และอันดับ 3 15.77% ระบุว่า ความมีจิตสำนึกต่อสาธารณะ/การรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อถามถึงสิ่งที่เด็กและเยาวชนอยากเห็นในประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า 3 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 26.82% อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น อันดับ 2 19.11% ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน และอันดับ 3 15.26% อยากให้ประเทศเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต พบว่า ส่วนใหญ่ 35.70% ควรพัฒนาระบบการศึกษาให้มีความเท่าเทียมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น รองลงมา 23.33% ควรส่งเสริมเรื่องสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้แก่เด็กและเยาวชน 7.5%ควรส่งเสริมเรื่องความสามัคคีให้แก่เด็กและเยาวชน 6.39% ควรปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและการรักษาประโยชน์ส่วนรวมให้แก่เด็กและเยาวชน และควรส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมและทักษะการประกอบอาชีพที่จำเป็นให้แก่เด็กและเยาวชน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ 5.69% ควรส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันในสังคม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108138</URL_LINK>
                <HASHTAG>Gen Z, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นิด้า, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นทางสังคม, ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dbf363b2e24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะตั้งรับวิกฤติเทคโนโลยี ระลอกสองอย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงคำเตือนว่า ความปั่นป่วนอันเกิดจากนวัตกรรมต่อทุกอาชีพกำลังรุนแรงขึ้นในปีใหม่นี้ โดยเฉพาะแวดวงด้านสื่อจะต้องตระหนักว่าในภาวะ &amp;quot;ปีก่อนๆ เผาหลอก ปีนี้เผาจริง&amp;quot; ให้จงหนัก &amp;nbsp;และเตรียมการปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณไปพูดให้บริษัทแห่งหนึ่งฟังเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าปีนี้วงการสื่อสารมวลชนจะเจอกับแรงกระแทกที่หนักที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็น disruption &amp;quot;ระลอกสอง&amp;quot; ที่จะมีผลกว้างไกลอย่างมาก จำเป็นที่ผู้คนในวงการนี้และแวดวงที่เกี่ยวข้องจะต้องปรับตัวขนานใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านแนะนำแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ ด้วยการทำงานในรูปแบบโฮมออฟฟิศและ co-working &amp;nbsp;space &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแปลว่าไม่ต้องเสียต้นทุนในการเช่าสำนักงานมากเหมือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถใช้ระบบสื่อสารความเร็วสูงด้วยการทำงานในอาชีพสื่อใหม่ในระบบโซเชียลมีเดีย, &amp;nbsp;โทรทัศน์สตรีมมิง และสื่อรูปแบบต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ที่ตลาดยังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีจำนวนมากกว่างานที่หายไปในอาชีพสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์แบบดั้งเดิมด้วยซ้ำไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เศรษฐพงค์เตือนว่าสื่อมวลชนที่อยู่ในช่วงอายุ Gen X ควรเปิดใจรับน้องๆ Gen Z เข้ามาร่วมงานในรูปแบบบริษัทสตาร์ทอัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเสนอความเห็นด้วยว่าคนมีอาชีพสื่อมวลชนที่อยู่ในช่วงอายุ Gen X ต้องปรับตัวหาความรู้ใหม่ๆ ที่เป็นหลักสูตรออนไลน์ที่มีให้เลือกมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแน่นอนว่าคนในวงการนี้หากจะอยู่รอดได้ ก็ต้องพยายามสร้างความคุ้นเคยกับเครื่องมือแอปพลิเคชันต่างๆ บนสมาร์ตโฟน เช่น การทำสื่อด้วยวิธีการ Live บนโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะนั่นคือแนวโน้มหรือ trend ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังต้องมุ่งไปตลาดเฉพาะกลุ่มที่ตนเองถนัดเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูรูด้านดิจิทัลบอกด้วยว่าควรที่จะมีทีมที่เป็นคนในรุ่น Gen Z เพื่อทำงานในด้านการปฏิบัติ เพราะจะเป็นกลุ่มคนที่เข้าใจและแนบแน่นกับวิถีแห่งดิจิทัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางเช่นนี้แหละจะทำให้คนที่ทำงานในสื่อรูปแบบเก่าที่ถูกออกจากงานสามารถปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ในรูปแบบ &amp;quot;สตาร์ทอัพ&amp;quot; ด้วยการลงทุนน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ดูเหมือนจะเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาการตกงานในภาพใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เศรษฐพงค์สรุปว่า การเกิด &amp;quot;ดิสรัปชันระลอกแรก&amp;quot; เกิดจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 4G, Big data และปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;quot;ดิสรัปชันระลอกที่สอง&amp;quot; คือการก้าวเข้าไปสู่ยุค 5G, data analytics และ machine learning &amp;nbsp;ซึ่งจะยิ่งทำให้เกิดการพลิกผัน หรือดิสรัปชันที่รุนแรงขยายวงไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการเงินการธนาคาร, ประกันภัย, ค้าปลีก, การผลิตในโรงงานอุตสากรรมที่ใช้ระบบหุ่นยนต์, ยานยนต์ ไฟฟ้า และระบบการศึกษา เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ว่าปีใหม่นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจภาคการเงินการธนาคาร โดยจะมีการลดสาขาจำนวนมาก และในที่สุดธนาคารจะกลายเป็นตู้อัตโนมัติที่ทำธุรกรรมได้เกือบทุกรูปแบบมาแทนที่สาขาเกือบทั้งหมดในระยะ 5-10 ปีที่จะถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถึงจุดนั้น ธนาคารก็จะกลายเป็นระบบคลาวด์ (cloud) โดยสมบูรณ์แบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมีคำกล่าวว่าในอนาคตอันใกล้นี้ Banking takes place everywhere except at the bank.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแปลว่ากิจกรรมเกี่ยวกับการเงินนั้นเกิดขึ้นทุกแห่งยกเว้น ณ ที่ธนาคารเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้นทุกแห่งยกเว้นที่มหาวิทยาลัย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25625</URL_LINK>
                <HASHTAG>data analytics, Gen X, Gen Z, machine learning, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
