<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GGC เร่งสรุปกรณีวัตถุดิบหาย มูลค่า 2,400 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GGC เร่งหาข้อเท็จจริงกรณีวัตถุดิบหาย ขณะนี้อยู่ระหว่าตรวจสอบข้อมูล ยังไม่ฟันธงสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนผลประกอบการไตรมาส3มั่นใจมีแนวโน้มดีกว่าปีก่อนเล็งเจาะตลาด CLMV บอร์ดเตรียมอนุมัติลงทุนไบโอคอมเพล็กซ์เฟส1มูล7.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสรร อาตมางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมีคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GGC. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีวัตถุดิบหายนั้นขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบส่วนหาข้อเท็จจริง ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งความเสียหายยังคงเป็นไปตามที่ได้แจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์ จำนวน2,400ล้านบาท ส่วนกรอบระยะเวลาในการสรุปเรื่องดังกล่าวนั้นตอนนี้ยังตอบไม่ได้ แต่คาดว่าภายในปลายนี้น่าจะได้ข้อสรุปบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วยผลประกอบการไตรมาส3/61 จะกลับสู่ภาวะปกติหลังได้บันทึกขาดทุนจากกรณีวัตถุดิบหายมูลค่า 2,400พันล้านบาทในช่วงไตรมาส2/61 แล้ว โดยผลประกอบการไตรมาส3นี้มีแนวโน้มดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และดีกว่าไตรมาส2/61 ขณะปัจจุบันมีกำลังการผลิตเมทิล เอสเทอร์ (ไบโอดีเซล) ในระดับ 3.6 แสนตันต่อปี และคาดว่าสิ้นปีนี้จะสามารถผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนตันต่อปีจากปีก่อนผลิตที่ 3.2 แสนตันต่อปี เนื่องจากเตรียมเดินเครื่องเฟส2 ปลายเดือน ส.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โรงงานผลิตเมทิล เอสเทอร์เฟส2 นั้นมีกำลังการผลิต 2 แสนตันต่อปีและคาดว่าภายหลังเดินเครื่องผลิตได้ 2 เดือนจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังได้ 100% และมีประสิทธิภาพการผลิตดีกว่าเฟสแรกซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ปีนี้เติบโตดีขึ้นกว่าปีก่อน อย่างไรก็ตาม GGC ยังได้เตรียมหาตลาดส่งออกไบดีเซลเพื่อรองรับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเดินเครื่องเฟส2 โดยอยู่ระหว่างศึกษาตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV จากปัจจุบันขายให้กลุ่มปตท. กลุ่มบริษัทเชลล์ และเอสโซ่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนความคืบหน้าการลงทุนโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ระยะแรกที่ร่วมลงทุนกับ บมจ.เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น หรือ KTIS มูลค่าการลงทุน 7.6 พันล้านบาทคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เตรียมอนุมัติการลงทุนขั้นสุดท้ายภายในเดือน ก.ย.61 โดยในระยะแรกเป็นการลงทุนโรงงานเอทานอล ขนาดกำลังการผลิต 6 แสนลิตรต่อวัน โรงงานหีบอ้อย 2.4 ล้านตันอ้อยต่อปี โรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 85 เมกะวัตต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากได้รับอนุมัติจากบอร์ดแล้วจะสามารถเริ่มลงทุนก่อสร้างได้ทันทีพร้อมเดินเครื่องปลายปี 63 หลังจากนั้นขยายลงทุนในระยะที่2 ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกที่ผลิตจากช่ยอ้อยและกากน้ำตาล โดยในระยะที่2 เบื้องต้น KTIS สนใจร่วมลงทุนด้วย อย่างไรก็ตามต้องหาพันธมิตรเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไบโอพล่สติกมาร่วมลงทุนด้วย โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดได้ลงนามความเข้าใจกับ Chempolis &amp;nbsp;ฟินแลนด์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Cellulosic Technology มาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากชานอ้อย &amp;nbsp;เพื่อต่อยอดโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ในระยะที่ 2&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15989</URL_LINK>
                <HASHTAG>GGC, วัตถุดิบหาย, เสกสรร อาตมางกูร, โกลบอลกรีนเคมีคอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e12359be1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
