<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2019 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039;โผล่อีก!โพสต์ปลุก&#039;เราทุกคนต้องอย่ายอมแพ้&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.62 - นายทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ &amp;nbsp;Thaksin Shinawatraระบุว่า &amp;quot;ความหวังคือสิ่งสำคัญในชีวิต เราทุกคนต้องอย่ายอมแพ้ ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่นั้นเราจะยอมแพ้ไม่ได้ เราจึงต้องมีความหวังเพื่อเอาชนะทุกอุปสรรคด้วยสติปัญญาและด้วยกติกา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32570</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, ทักษิณ ชินวัตร, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190326/image_big_5c9a161601710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอนมีอำนาจไม่ทำ!&#039;ทักษิณ&#039;เพ้อเจ้ออยากเปลี่ยนเกษตรจากวิถีชีวิต มาเป็นเกษตรเพื่อเป็นธุรกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62- นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีโกงหลายคดี &amp;nbsp;จัดรายการ Good Monday &amp;nbsp;ว่า สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยที่เคารพรักครับ วันจันทร์นี้ผมขอพูดเรื่องแนวทางการทำมาหากินอีกครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;แต่วันนี้จะเน้นเรื่องของการเกษตรและการอาหาร ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นการเกษตรเฉพาะเกษตรกรเท่านั้น ผมยังคิดว่ามันเป็นการประสานสินทรัพย์สมอง ปัญญา ระหว่างคนกรุงและคนชนบท การเอาที่ดินความชำนาญ ความอดทนของเกษตรกร กับการเอาความเป็นคนรุ่นใหม่การใช้เทคโนโลยีเป็น หรือการหาตลาดเป็น เป็นการประสานกันระหว่างคนเมืองกับคนชนบท ก็จะเป็นการแนะนำว่าเรายังมีช่องทางทำมาหากินของเราอีกทางหนึ่ง คือเรื่องเกษตรและเรื่องอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันประชากรโลกมีอยู่ราว 7.6 พันล้านคน แล้วเค้าประมาณว่าในปี 2050 หรือก็ประมาณอีก 31 ปีข้างหน้า ประชากรโลกอาจจะมีถึง 10,000 ล้านคนนะครับ องค์การอาหารและการเกษตรหรือ FAO บอกว่า จำนวนประชากรที่สูงขึ้นจะส่งผลทำให้โลกต้องการบริโภคสินค้าที่เป็นอาหารเพิ่มขึ้นถึง 70% &amp;nbsp;แล้ว 70% มันจะเพิ่มอย่างไร มันก็มีการชั่งใจกันระหว่างการจะขยายพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งมันคงทำไม่ได้แล้ว แต่การขยายพื้นที่เพาะปลูกนั้นก็จะเจอปัญหาว่า ถ้าการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น การใช้ป่ามาทำการเกษตรมากขึ้น การเกษตรที่เป็นลักษณะเป็นพืชอาหาร มันก็จะทำให้เกิดปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อน หรือ climate change ก็เลยต้องชั่งใจกันว่าจะเอายังไง จึงเกิดเทคโนโลยีขึ้นอย่างมากมายเกี่ยวกับเรื่องการเพาะปลูกอะไรทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันกลับมาในประเทศไทย บ้านเรามีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 108 ล้านไร่ หรือราว 80% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศ เรามีปัญหาหาดินเสียไปแล้วนะครับ 80 เปอร์เซ็นต์ของร้อยแปดล้านไร่เนี่ย มีปัญหาเรื่องดินเสีย เสียจากอะไร จากสารเคมี จากการเพาะปลูกที่มันไม่เหมาะสม เพราะว่าบางทีบางครั้งเราก็ไปปลูกในพื้นที่ที่พืชตัวนี้ต้องการดินที่มีปุ๋ยที่เป็นธรรมชาติ แต่ว่าเราต้องฝืนใส่ปุ๋ย ฝืนใส่อะไรเข้าไปเพื่อจะปลูกพืชตัวนี้ คือเราไม่ได้ปลูกพืชตามความเหมาะสมของดินฟ้าอากาศ แต่เราปลูกพืชตามความเคยชินมากกว่าที่เราจะไปคิดถึงหลายๆ อย่าง วันนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหาปัจจุบันนะครับ ก็ทำให้ดินมันเสื่อมโทรม ภาวะโลกร้อนก็ยิ่งรุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นในการเพาะปลูกต่อไปเนี่ยมันต้องคิดถึงว่า ทำไงจะให้ใช้น้ำน้อยลง ทำยังไงถึงจะให้เป็นมีความปลอดภัยในการบริโภคมากขึ้น หรือทำยังไงจะให้ได้ผลมากขึ้น ก็เลยมีการพูดกันถึงเรื่องเทคโนโลยีที่เรียกว่าเกษตรแม่นยำ หรือว่า Precision agriculture, Precision agriculture ถามว่าที่ไหนทำแล้วบ้าง ก็ที่ญี่ปุ่นครับ ญี่ปุ่นเนี่ยพัฒนาการเขาชัดเจนมาก จากการทำที่เรียกว่าเป็น Mechanized farming ใช้เครื่องจักรกลธรรมดาที่เป็นระบบที่เราเรียกว่า อนาล็อก ตอนนี้เขาก็เริ่มมาทำเป็น Digital ก็คือการใช้ระบบที่สามารถทำนายดินฟ้าอากาศ รู้ดินที่มันจะต้องเข้ากันว่า ช่วงฤดูนี้ควรปลูกอะไรยังไง น้ำจะมาตอนไหน มาตอนเก็บเกี่ยวหรือมาตอนเพราะปลูกอะไร คือเขาคำนวณได้หมด เขาก็จะเลือกพืชที่มันเหมาะสม แล้วนอกนั้นยังไม่พอ การหว่าน หรือการเก็บเกี่ยว เขาก็ใช้ GPS เชื่อมมากับรถแทรกเตอร์ หรือรถที่ใช้ในการพรวน ในการปลูกชำ มีความละเอียดเป็นตารางนิ้วเลย เพราะฉะนั้นเขาก็จะปลูกตรงนี้ๆๆ และเขาก็จะเก็บถูกต้องหมด ใช้เหมือนกับเป็นหุ่นยนต์ ถือเป็นเทคโนโลยีทั้งด้าน Artificial Intelligent หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์ บวกกับเรื่องของ GPS เข้าไป จริงๆ แล้วมันก็เป็นคอนเซ็ปต์ที่เป็นที่เรียกว่าเป็น IOT หรือ Internet of Things ด้วยเหมือนกัน นั้นก็คือสิ่งที่มือถือรุ่นใหม่ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่จะใช้ 5G ก็จะมีศักยภาพในการทำ Internet of Things มากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ 5G กำลังจะมา เราเนี่ยเป็นคนที่ใช้เทคโนโลยีและใช้ก็ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะเรายังเอาฟีเจอร์ของเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เป็นบางส่วนเท่านั้นเอง ไม่ต้องอะไรมากเอาแค่วิทยุในรถเรานี่แหละ มันมีลูกเล่นตั้งเยอะแยะแต่เราใช้ไม่กี่อย่าง เพราะเราขี้เกียจศึกษา จริงๆ แล้วแต่และเทคโนโลยีมันแข่งกันที่ฟิวเจอร์ต่างๆ มีเยอะมาก เพราะฉะนั้นเหมือนกับ 5G ที่กำลังจะมาเนี่ย เค้าเอาไปใช้กับรถที่ไม่มีคนขับ หรือ ICar เอามาใช้กับพวก Internet of Things ทั้งหลายที่สามารถที่จะเชื่อมโยงแบบไร้สายเข้ามาผ่านระบบโทรศัพท์มือถือด้วยความเร็วสูงขึ้นนะครับ ใช้กับ Virtual Reality มันกำลังมาหมดละ เพราะฉะนั้นการเกษตรก็ต้องเอามาใช้เป็นประโยชน์ เรื่องโดรน การควบคุมโดรน ก็สามารถใช้คลื่นของ 5G ได้ อันนี้ก็มันกำลังมา ก็เรื่องการเกษตรนี้ก็จึงเป็นสิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงทุนพวกนี้ก็เริ่มมีในหลายประเทศก็ลงทุนไปมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ วันนี้ที่เอาเรื่องนี้มาพูดก็เพื่อจะโน้มน้าวให้ฟังว่า ข้างหน้ามันผลิตอาหารเท่าไหร่ก็ไม่พอกิน แล้วเราเนี่ยเป็นประเทศที่อยู่ในประเทศที่เป็นความร้อนชื้น เราสามารถปลูกพืชได้เยอะแยะไปหมด พืชอาหาร เราสามารถเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอาหารได้อีกเยอะแยะมาก แต่ว่าวันนี้เกษตรกรของเรายังเป็นเกษตรกรแบบวิถีชีวิต ก็คือวันๆ หนึ่งก็เป็นวิถีชีวิตว่าจะต้องทำการเกษตรเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวไปวันๆ หนึ่ง ไม่ได้คิดว่าจะทำเศรษฐกิจเป็นเรื่องเป็นราวที่จะทำมาหากินเป็นล่ำเป็นสัน ร่ำรวยอะไรเนี่ย ยังไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น แล้วก็ค้าขายก็ไม่ได้เป็น ก็เลยทำให้ขาดทุนบ้าง รัฐบาลต้องเข้าอุ้มบ้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางบ้าง ปัญหาเหล่านี้มันเลยเป็นปัญหาที่ว่าเกษตรเราจริงๆแล้วเราก้าวหน้าเก่งกว่าใครในโลกเยอะแยะไปหมด ผมมาที่อินโดนีเซียเขาก็บอกว่าสินค้าเกษตรของเขาสู้เราไม่ได้ เขาส่งคนไปเรียนตั้งเยอะแยะ กลับมายังสู้ของไทยไม่ได้ คือเรายังมีของเราได้ก้าวหน้ากว่าคนอื่นเยอะ แต่เราทำให้มันเป็นสเกลเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เลยอยากจะชวน จะช่วยทั้งเกษตรกร แล้วก็ชวนคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ได้มองเรื่องนี้ว่าเราจะเอาเทคโนโลยีไปใช้กับการเกษตรได้อย่างไรบ้างนะครับ เรื่องนี้อาจจะยาวไม่รู้จะต้องแบ่งเป็น 2 ต่อหรือเปล่านะครับ เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมานั่งดูว่า วันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆ บางที่ชอบปลูกสับปะรดก็จะปลูกประจำ ปลูกจนดินมันจืดหมดแล้วเพราะมันกินดินเยอะ ปลูกอ้อยก็ปลูกประจำ แต่ว่าเราไม่รู้ว่ามันควรจะต้องลงเดือนไหน แล้วควรจะเก็บเกี่ยวเดือนไหนยังไงเนี่ย มันก็ยังไม่มีข้อมูล เราใช้ความเคยชินของการเป็นเกษตรกรตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ามา แต่ว่าโลกยุคใหม่มันสามารถที่จะเก็บข้อมูลขึ้นไปบน Cloud นะครับ เช่นว่า ข้อมูลดิน ว่าดิน ณ บริเวณนี้ จังหวัดนี้ เขตนี้ พิกัดเท่านี้ มันเป็นดินประเภทที่ว่าสภาพดินเป็นยังไง มันมีปุ๋ยประเภทไหน ขาดปุ๋ยประเภทไหน ต้องเติมปุ๋ยประเภทไหน ถ้าจะต้องปลูกพืชอะไร แล้วพืชอะไรควรเหมาะกับดินที่มีอยู่ที่จะต้องใช้ปุ๋ยน้อย แล้วก็แถบนั้นดินฟ้าอากาศเป็นยังไง สมมุติว่าฝนจะตกเดือนมิถุนาเป็นต้นไป ถ้าเราไปปลูกพืชที่มันออกดอกออกผลในช่วงฝนตกมันก็อาจจะเสียหาย ช่วงฝนตกมันก็อาจจะเป็นช่วงที่เราชำแล้ว แล้วก็มีฝนมาเลี้ยง ทำให้เราไม่ต้องรดน้ำมาก นี่ก็จะเป็นสิง่ที่เราจะเอาขึ้นไปใน Cloud &amp;nbsp;หรือในที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ เราก็จะสามารถใช้ Application ในมือถือเรียกถามดูได้ว่า ดินตรงนี้เป็นยังไง ฝนจะเป็นยังไง แล้วผมควรจะปลูกเพื่ออะไร ปลูกแล้วพืชตัวนี้ แล้วต้นทุนการผลิต ณ จุดนี้มันจะเท่าไหร่ เพราะมันใช้ปุ๋ยน้อย มันควรจะเป็นต้นทุนผลิตเท่าไหร่แล้วราคาตลาดวันนี้เป็นเท่าไหร่ เราควรจะทำไหม ถ้าควรทำเราก็จะปลูก ไม่ควรทำ ขาดทุนแน่ๆ ทำทำไม อะไรทำนองนี้ แล้วนอกนั้นยังไม่พอ เราจะมีเรื่องการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เดี๋ยวเราว่ากันทีหลังเรื่องการตลาด แต่เรื่องปลูกเนี่ยเราต้องทำให้การเพาะปลูกมันแม่นยำขึ้น สิ่งเหล่านี้มันทำได้เลยนะครับ และคนรุ่นใหม่สามารถเข้ามาช่วยกันทำเรื่องพวกนี้ ผมอยากเปลี่ยนเกษตรจากวิถีชีวิต มาเป็นเกษตรเพื่อเป็นธุรกิจ เมื่อเกษตรเป็นธุรกิจนั่นหมายความว่าท่านจะต้องทำกำไรจากการทำเกษตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมันสามารถทำได้ไม่ยากในประเทศไทยนะครับ เดี๋ยวเรามาพูดเรื่องการตลาดแล้วเราจะเห็นชัดว่าเราเสียเปรียบได้เปรียบยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็วันนี้เนี่ยเรายกตัวอย่างง่ายๆ อย่างป่าที่ขาดความอุดมสมบูรณ์บางส่วนก็ต้องมาทำเป็นพื้นที่เพาะปลูกการเกษตร บางส่วนก็สามารถปลูกไม้โตเร็ว บางส่วนอาจจะปลูกไผ่ พวกนี้มันเป็นธุรกิจหมด มันสามารถทำเงินได้ แต่ในขณะเดียวกันก็รักษาความชุ่มชื้นของดินของป่าได้ แต่ว่าต้องบริหารการจัดการอย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่นในประเทศฟินแลนด์ เขาปลูกต้นไม้เต็มเลย แต่เค้าให้ตัด เค้าไม่ได้ตัดแบบถางหญ้านะ ตัดพรวดยาวเนี่ย ตัดไม่มักง่ายแบบนั้น เค้าตัดเป็นต้นสลับ พอตัดเสร็จปุ๊บ ก็มีการปลูกใหม่ ปลูกแซม แล้วปีต่อไปที่ไม่ได้ตัดก็มาตัด ก็สลับกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ ก็ทำให้สภาพความเป็นป่าก็ยังอยู่ แล้วทำอุตสาหกรรมไม้ก็ยังทำได้อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องของการปลูกพืชที่เป็นอาหาร วันนี้เราจะต้องเปลี่ยนนอกจากเราใช้ดินที่มีอยู่เต็มที่แล้วเนี่ย อีกอย่างนึงเนี่ย อย่างจีนเนี่ยเริ่มแล้วครับ เริ่มเอาพืชมาเป็นอุตสาหกรรม เอาการเกษตรมาเป็นอุตสาหกรรม แต่ไม่ใช่อุตสาหกรรมการเกษตรนะ เอาเกษตรมาเป็นอุตสาหกรรม ก็คือเอามาปลูกในร่ม ในโกดังใหญ่ๆ มาปลูกในร่ม แล้วก็ใช้ระบบน้ำน้อย แบบไฮโดรโพนิกส์แบบนี้ก็มีนะครับ ปลูกแบบใช้น้ำน้อย ปลูกในโรง เยอะมากในจีน เวลาผมบินก่อนจะร่อนลงเนี่ยจะเห็นมีโรงกรีนเฮ้าส์พวกนี้เยอะมาก แล้วก็เขาปลูกเนี่ย เค้าใช้โรบอตเป็นตัวปลูกตัวเก็บ แล้วเป็นโรงงานใหญ่ ก็ทำเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมเลย แล้วก็ควบคุมอุณหภูมิ ควบคุมอะไรได้ แล้วก็สามารถขายออกไปในในตลาดใหญ่ๆ ได้ เพราะประเทศเขาระบบการตลาดของเขาดี แล้วก็มีระบบการซื้อขายล่วงหน้าผ่านระบบเทคโนโลยีจากบล็อกเชนบ้างอะไรบ้าง ผมคิดว่าวันนี้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทางเทคโนโลยีก็สามารถที่มาทำการเกษตร โดยที่อาศัยความชำนาญและความอดทนของเกษตรกรจากต่างจังหวัด อาศัยที่ดินที่มีอยู่ เพราะต่อไปข้างหน้าที่ดินที่มีอยู่ ที่ดินเพื่อการเกษตรเนี่ยจะมีราคา เพราะผลิตอาหารได้เยอะ และผลิตอาหารแบบได้รอบของการผลิตเร็วขึ้น มองไปเลยครับว่าอนาคตมันเป็นอย่างนี้ แม้กระทั่งการเลี้ยงสัตว์ เดี่ยวนี้บางทีบางครั้งในโลกข้างหน้าเนี่ยมันเริ่มมีการเพาะเนื้อสัตว์ขาย ไม่ใช่เป็นการฆ่าสัตว์จริงๆ ก็เทคโนโลยีนี้มาจากอิสราเอลตอนนี้จีนซื้อมาแล้วบางส่วน บางประเทศก็ซื้อไปเองบ้าง มีเทคโนโลยีตัวนี้เองบ้างสามารถผลิตไก่โดยที่ไม่ต้องมีไก่สักตัว สามารถผลิตเนื้อ โดยที่ใช้เทคโนโลยีตัวนี้เพาะพันธุ์ ซึ่งผมก็ยังไม่ค่อยได้เห็นของจริงเท่าไหร่ แต่ก็ไปอ่านหนังสือมาก็รู้ว่ามันมีแล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกนี้มันก็จะทำให้เราสามารถที่จะสร้างรายได้ใหม่นะครับ ถามว่าแล้วผมจะไปเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร ก็ต้องบอกให้ว่ามันมีงานนิทรรศการทั้งหลายที่เขาเรียกว่า AgriTech หรือ FoodTech ทั้งหลายเนี่ย มันจะมีนิทรรศการอยู่ประจำ ดูไบก็จัดบ่อยนะครับ ทั้งๆ ดูไบก็เป็นทะเลทรายก็จัด AgriTech จัดที่สิงคโปร์ประกาศว่าจะเป็นศูนย์ทาง AgriTech นะครับ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีที่เกษตรกรอะไร แต่ว่าเขาต้องการที่จะเอาเทคโนโลยีเนี่ย มาสามารถที่จะมาให้เป็นที่ปรึกษา แล้วก็ติดตั้งเทคโนโลยีต่างๆเพื่อมาใช้สำหรับให้เกษตรกรก็ดี หรือว่าให้คนที่ต้องการจะเอาการเกษตรมาทำเป็นธุรกิจเนี่ย ก็จะได้สามารถที่จะเข้าใจและทำได้ คนรุ่นใหม่ผมอยากแนะนำว่า ตอนสมัยผมหนุ่มๆ เนี่ย ผมไม่รู้เรื่อง Telecom เลย ผมก็อาศัยไปเรียนรู้จาก Exhibition หรือนิทรรศการต่างๆ เป็นประจำวัน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าคนหนุ่มๆ ทั้งหลายสนใจว่าเกษตรมันน่าจะเป็นแนวทางที่ทำมาหากินได้ในอนาคตข้างหน้า ก็ลองไปดู Exhibition เรื่อง AgriTech ที่มีอยู่ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สิงคโปร์ บราซิล เนเธอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งดูไบ มีจัดงานบ่อย ก็นั่งเข้าอินเตอร์เน็ตดูได้ว่า AgriTech จัดที่ไหน เมื่อไหร่ก็ไปดู ดูแล้วเริ่มศึกษาเข้าใจ แล้วก็ไปนั่งพูดคุยกับบริษัทที่ผลิตทั้งหลาย บริษัทที่ปรึกษาทั้งหลาย ผมก็เป็นคนแบบนี้ ไปนั่งคุยคนนั้นนั่งคุยคนนี้ ฟังจนเข้าใจหมด แล้วก็เลยมาเริ่มหัดทำธุรกิจ ก็เราก็เอามาหัดได้นะครับ หรือแม้กระทั่งคนที่จบมหาวิทยาลัย หรือจบวิทยาลัยเทคนิคทางด้านการเกษตร ก็แทนที่จะทำธุรกิจแบบเดิมๆ ก็มาทำแบบนี้ได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31010</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, GOOD MONDAY, ทักษิณ ชินวตร, เกษตรกรแม่นยำ, เกษตรเพื่อเป็นธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85c011a4576.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2019 10:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทักษิณ&#039;ย้อนอดีตต้มยำกุ้งเพราะไทยไม่เปลี่ยนค่าเงิน ยกคำสอน&#039;พุทธทาส&#039;ตัดสินเพราะโลภทำให้พลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.62-นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดีคอร์รัปชั่นหลายคดี จัดรายการ กู๊ด มันเดย์ (Good Monday) &amp;nbsp;ตอน &amp;nbsp;&amp;ldquo;คิดให้เป็น ตัดสินใจด้วยข้อมูล&amp;rdquo; โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดีครับพี่น้องที่เคารพรักครับ วันนี้พบกันอีกครั้งหนึ่ง วันนี้ผมอยากจะพูดเรื่อง &amp;nbsp; วิธีคิด เพราะวิธีคิดมันเป็นหัวใจสำคัญของเราที่จะทำให้เราก้าวหน้าหรือผิดพลาดแล้วมันไม่ได้เกิดเฉพาะตัวเรา มันจะมีผลต่อครอบครัวเราด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยอยากพูดเรื่องวิธีคิด แต่ก่อนพูดถึงวิธีคิดก็เริ่มต้นด้วยวัฒนธรรมองค์กร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัฒนธรรมองค์กรมันเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนองค์กรให้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ ถ้าวัฒนธรรมนั้นถูกต้องต่อยุคสมัย ต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้องค์กรนั้นขับเคลื่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไปได้ดี แต่ถ้าหากว่าวัฒนธรรมองค์กรนั้นมันไม่ตรงไม่ผิดมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง &amp;nbsp; กับยุคสมัยก็ต้องเปลี่ยนแปลง อย่างเช่น วัฒนธรรมขององค์กรที่ชอบเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัยให้ทันต่อเทคโนโลยีก็จะไม่ตกโลก ก็จะสามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา บางองค์กรมีวัฒนธรรมที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงก็จะทำให้ล้าหลัง ถดถอยนะครับ วัฒนธรรมองค์กรมักจะถ่ายทอดโดยคนเป็นผู้นำองค์กรเป็นหลัก ถ้าผู้นำองค์กรถ่ายทอดสิ่งที่ดีให้กับองค์กร สิ่งเหล่านั้นมันก็จะติดอยู่ อย่างสมัยผมตั้งตัวใหม่ๆ บริษัทผมชินคอร์ปตอนนั้น ตอนนี้ขายไปแล้ว แล้วก็เปลี่ยนชื่อเป็นอินทัชแล้วนะครับไม่เกี่ยวกับผมแล้ว แต่ว่าวัฒนธรรมที่ผมเคยทิ้งไว้เนี่ยยังอยู่ยกตัวอย่างเช่น ผมเนี่ยชอบพาผู้บริหารไปดูนิทรรศการเพื่อจะได้เพิ่มพูนความรู้และทันสมัยในวิชาชีพของเราเอง ในสิ่งที่เราทำมาหากินเองว่างั้นเถอะ ผมจะไปดูนิทรรศการเกี่ยวกับ Telecom ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเจนีวา สิงคโปร์ ฮ่องกง เยอรมันหรือบาร์เซโลน่า ผมไปหมด เพื่ออยากจะรู้ว่าอะไรไปถึงไหนแล้ว แนวโน้มมันจะเป็นยังไง เขาจะเอาของใหม่ๆ มาโชว์ ทำให้เรารู้ว่า Concept ใหม่ๆ กำลังจะเกิดขึ้นอะไรขึ้น แล้วเราจะไปตามเขาไหม หรือว่าเราคิดว่าเราไม่ไป เราจะไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทางนึง เราจะได้เห็นชัด อันนี้ก็เป็นวัฒนธรรมอันนึงที่เราพยายามทำไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอันนึงเวลาผมไปเดินทางไปเนี่ย ผมไปเมืองนอกกลับมาตอนเช้ามืด กลับจากยุโรปตีห้ากว่า 6 โมงเช้า ผมเข้าที่ทำงานอาบน้ำทำงานเลย ทำงานทั้งวันเลยตอนนี้ผู้บริหารทุกคนก็เป็นอย่างนั้นครับ เพราะว่าเมื่อผมเนี่ยเป็นทั้งเจ้าของ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นทั้งผู้บริหาร ยังขยันอย่างนั้นทุกคนก็เลยต้องขยันตาม ก็เป็นวัฒนธรรมที่ผมเชื่อว่าวันนี้ทุกคนก็ยังทำอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัฒนธรรมองค์กรเนี่ยถ้ามันไม่ดีเนี่ยต้องเปลี่ยนครับ ถ้าไม่เปลี่ยนมันตามไม่ทันเหมือนที่ Jack Welch ที่เคยเป็นประธานของบริษัท GE ซึ่งตอนนั้นรุ่งเรืองมาก แต่ตอนนี้ GE เจ๊งไปหลายตัวแล้วเหลือนิดหน่อย ตอนนั้น Jack Welch เนี่ยก็สอนตลอดเวลาว่า คุณต้องเปลี่ยนก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน ถ้าเราเปลี่ยนแปลงช้ามันก็หมายความว่าเหมือนกับคลื่นมันมาแล้วเนี่ย เรายังไม่เตรียมตัวที่จะว่ายไป &amp;nbsp; ตามคลื่นให้ได้เนี่ย คลื่นมันก็พัดเราตกทะเลจมน้ำไปนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าเราสามารถเปลี่ยนแปลง เราสามารถรู้ว่าจะเปลี่ยนยังไงเนี่ย เราวางแผนการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเราไม่ทันได้เปลี่ยน แต่เหตุการณ์มันบังคับให้เราเปลี่ยนยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นในปี 1997 ต้นต้มยำกุ้งเรานี่แหละ คือเราไม่ยอมปรับค่าเงิน &amp;nbsp;ให้มันเป็นความเป็นจริง เรายืนค่าเงินแข็งอยู่ ผลสุดท้ายถูกโจมตี พังเลยตอนนั้น เป็นหนี้เป็นสินต้องไปกู้หนี้ IMF มาเป็นหลายแสนล้านบาท นั่นคือสิ่งที่เขาเรียกว่าต้องเปลี่ยนก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน ถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนก็ถูกเขากระแทกต้องเปลี่ยนเนี่ยพังเลย นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกว่านักธุรกิจทุกคนที่ตั้งบริษัทใหม่ๆ ขึ้นมาเนี่ย ต้องเริ่มสร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง วัฒนธรรมที่ถูกต้องก็คือวัฒนธรรมของการใฝ่รู้นะครับขยันที่จะเรียนรู้ แล้วก็ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา แล้วก็ต้องให้ทุกคน &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความสามัคคีปรองดองกัน ช่วยกันทำงานเป็นทีมให้ได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องเริ่มตั้งแต่บริษัทยังเล็กๆ ถ้าบริษัทใหญ่แล้วเนี่ยมันแก้ยากแล้ว ต้องพยายามเริ่มสร้างโดยเฉพาะเถ้าแก่ใหม่ทั้งหลายเนี่ย ต้องเริ่มสร้างวัฒนธรรมที่ดีไว้ เพราะว่าลูกน้องจะได้เลียนแบบ ทำตาม แล้วก็จะกลายเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่ดีงามและพร้อมปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลานะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรทั้งหลายเนี่ย หรือการปรับเปลี่ยนวิธีคิดของคนเนี่ย ผมอยากจะย้ำว่าวิธีคิดที่สำคัญคือ ต้องคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ ต้องมีคำตอบทางวิทยาศาสตร์ นั่นก็คือจะต้องแสวงหาคำตอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ตลอดเวลา &amp;nbsp; &amp;nbsp;นะครับ เค้าเรียกว่าเรา need scientific answer การแสวงหาคำตอบที่เป็นวิทยาศาสตร์เนี่ยก็เกิดจากอะไรบ้าง 1.เกิดจากการที่เราอ่านตำราที่ถูกต้อง แล้วก็ดูผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เราทำ หรือทำวิจัยซะเองเลย อย่างตอนนั้น &amp;nbsp; ผมเนี่ยลงทุนทำธุรกิจมีคนมาเสนอผม ธุรกิจผมอันนี้ดีมากนะครับมาลงทุนเถอะครับ ผมสงสัยไม่แน่ใจว่ะ ผมยอมเสียตังค์นะล้านห้าแสนบาทเนี่ยไปจ้างทำ Research เลยว่าถ้าธุรกิจเป็นอย่างนี้ สินค้าเป็นอย่างนี้เนี่ย มีประชาชนสนใจจะ &amp;nbsp;ซื้อไหม แล้วกำลังซื้อในราคาขนาดนี้เป็นเท่าไหร่ๆ ก็จ้างบริษัทมืออาชีพทำ &amp;nbsp; &amp;nbsp; หมดไปล้าน 5 ล้าน 5 นี้ผมอาจจะทิ้งน้ำเลยก็ได้ถ้าผมไม่ลงทุน แต่ถ้าผมลงทุน &amp;nbsp;ผมมั่นใจได้เลยว่ามันไปได้ มันกำไร ไม่ขาดทุนแน่นอน เพราะฉะนั้นผมก็ยอมจ่ายล้าน 5 ไป แล้วผลสุดท้ายออกมา โอ้วมันดีเกินคาด ผมก็เลยลงทุน เนี่ยคือหลัก &amp;nbsp; วิธีคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ อย่าไปคิดว่าชอบหรือไม่ชอบไม่ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะปิดท้ายว่า ถ้าบอกชอบไม่ชอบ แล้วมันมีผลยังไงนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการพิสูจน์ความจริงเนี่ย มันมีตั้งแต่สมัยโบราณหลายร้อยปีพันปีแล้ว สมัยนักปราชญ์สมัยโบราณเขาก็บอกว่า อย่างสมมติแม้กระทั่งว่า เราจะกล่าวหาใครผิดไม่ผิดทางอาญาเนี่ย เขาใช้คำว่า Proof Beyond a Reasonable Doubt หมายถึงว่า ต้องพิสูจน์จนสิ้นกระแสความนั้น จนสิ้นสุด คือไม่มีความสงสัยแล้ว หมดความสงสัยแล้ว ถึงจะมาพิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิดนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่สามารถพิสูจน์ได้เนี่ย ก็ยังไม่ตัดสินใจ นั่นคือสิ่งที่หลักสมัยโบราณยังไม่มีวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้วิทยาศาสตร์ชัดเจน ทำวิจัยก็ดีอะไรก็ดี เขาก็บอกว่าขอให้พิสูจน์แบบชนิดที่สิ้นกระแสความ หรือว่าเราจะวิทยาศาสตร์มาตอบ ก็ตอบให้ชัดเจนว่ามันเป็นอย่างนี้ๆๆ ตอนสมัยผมทำการเมืองก็เหมือนกัน ผมทำโพลทุกรอบ เพราะฉะนั้นผมจะไม่เดาว่า เห้ย..ถ้าเราไปถึงเนี่ย คนก็จะเชียร์ๆๆ เราก็นึกว่าดีหรือเปล่า เราไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆ ก็ต้องทำโพลหรือทำวิจัยนะครับ อันนี้คือหลักที่ผมคิดมาตลอดว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกอย่างต้องคำตอบทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างแม้กระทั่ง Bill Gates เศรษฐีใหญ่เขายังชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าเขาเองเนี่ยเป็นต้นแบบอันหนึ่งที่ผมเองชอบในการเอาวิธีคิดของเขา &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขามีหนังสือเล่มหนึ่งที่เค้าเขียนเองนะครับ Business@the Speed of Thought &amp;nbsp;เป็นหนังสือเก่าล่ะ คือเขาบอกว่ามันต้องมีระบบเครือข่ายทางดิจิตัล เพื่อให้คน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในองค์กรได้ใส่ข้อมูล ในสมัยก่อนยังไม่มี Cloud Computing นะครับ เค้าก็ใช้วิธีการเก็บข้อมูลใน Server ก็ทุกบริษัทเขาก็แนะนำว่าต้องมีระบบเครือข่ายทาง Digital เพื่อให้ผู้ที่ทำงานสามารถที่จะสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ แล้วก็ล้วงข้อมูลกลางของบริษัทในการตัดสินใจได้ เพื่อจะทำให้เราตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว คือด้วยความเร็ว คือคิดได้ปุ๊บก็กดปั๊บ ตัดสินใจได้ปั๊บเลย เพราะว่ามันมีข้อมูลพร้อม เพราะฉะนั้นการตัดสินใจทุกอย่างเนี่ยก็ต้องอาศัยระบบข้อมูลที่มีจำนวนถูกต้องมากพอ และรวดเร็วนะครับ นี่คือวิธีที่เขาสอน แล้ว Bill Gates ก็แนะนำหนังสือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;30 กว่าเล่ม แต่มีเล่มนึงนะครับ เป็นเล่มที่เขียนโดย Daniel Kahneman เป็นคนที่ได้รับรางวัล Nobel Prize หนังสือเก่านะครับ 2011 แต่ว่า Nobel Prize สาขาเศรษฐศาสตร์ เขาก็พูดถึงเรื่อง Thinking fast and slow หนังสือชื่อ Thinking fast and slow คือเขาก็จะบอกวิธีคิดแนวคิดว่า เวลาคิดเร็วเป็นยังไง คิดช้าเป็นยังไง และคิดโดยไม่มีอคติ คิดโดยวิเคราะห์วิจัยเป็นยังไง ก็เพื่อจะให้จิตวิทยา &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการหัดคิดของคนนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกคนนึงที่เขียนหนังสือในเรื่องความคิดเนี่ย ก็มีคนแก่คนนึงนะครับเคยเจอผมตอนผมเป็นนายก Dr.Edward de Bono, Edward de Bono เนี่ยเขียนหนังสือเกี่ยวกับคิดทั้งนั้นเลย หนังสือเล่มแรกๆ ของเขาคือ Teach Yourself to Think คือสอนตัวเองให้หัดคิด คือบางทีเนี่ยเราไม่คิดไง เราอยู่กับเรื่องง่ายๆ เพราะฉะนั้นบางทีบางครั้งเนี่ย การเรียนรู้วิธีคิดเป็นเรื่องสำคัญ แม้กระทั่งอีกเล่มหนึ่งเค้าเขียนหนังสือเรื่อง Six Thinking Hats ก็คือว่า สมมุติว่าเราใส่หมวกสีฟ้าบ้าง สีขาวบ้างสีแดงบ้าง สีดำบ้าง สีเหลืองบ้าง สีเขียวบ้าง เพื่อเตือนให้ว่า direction เราคิดยังไง สมมุติว่าคิดเป็น creative ก็สมมติใส่สีเขียว บังคับให้เราคิดในเชิงสร้างสรรค์อย่างเดียว ใส่หมวกสีเหลือง ก็ลองคิดว่ามองโลกในแง่ดีอย่างเดียว ใส่หมวกนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้คิดในแง่ร้ายไว้ก่อน เราจะได้รู้ว่าคำตอบจริงๆ คืออะไร ถ้าคิดทุกอย่างออกมาในแง่ร้าย ในแง่ดี คิดในเชิงสร้างสรรค์ หรือว่าคิดในเชิงที่มีข้อมูล คิดในเชิงที่เป็นอารมณ์ อะไรพวกนี้ เขาก็จะสอนวิธีคิด พวกนี้มันเล็กๆ น้อยๆ มันทำให้เราได้พัฒนาวิธีคิดของเรานะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ตอนสมัยผมเป็นนายก ผมอ่านหนังสือเล่มนึง ชื่อ Blink ที่เขียนโดย Malcolm Gladwell นานแล้ว หนังสือเก่าแล้ว Blink เค้าบอกว่า คิดโดยไม่ต้องคิด Blink &amp;nbsp;แปลว่า กระพริบตาเนี่ย คิดโดยไม่ต้องคิด คือว่า มีอะไรเข้ามา ตัดสินใจได้ทันที แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ ข้อมูล ความผิดถูก ล้มเหลว ความสำเร็จมานาน จนสามารถที่จะคิดอย่างนั้นได้ เช่นว่า คนที่จัดงานแต่งงานพวก Wedding planner ทั้งหลายเนี่ย เขาเห็นคู่บ่าวสาวมาร่วมงานกับเขาเนี่ย เช่นว่า มาเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้งบ้าง ถ่ายรูปบ้าง มาเตรียม มาปรึกษาเรื่องงานตรงนั้นตรงนี้บ้าง เขาสามารถเดาได้เลยว่าคู่นี้จะไปรอดหรือไม่รอด เพราะประสบการณ์ที่เขาเห็นมาเยอะ เห็นมาแล้วว่าทะเลาะกัน มาถึงก็ทะเลาะกัน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าจะไปไม่รอด อะไรทำนองนี้ หรือไม่ก็นักเล่นของเก่า ไปเห็นของเก่าติดราคาหลายร้อยล้านบาท แต่เค้าเห็นปั๊บ เค้าบอกอันนี้ปลอม เขาบอกอย่างนั้นได้ยังไง &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็แสดงว่าต้องสั่งสมประสบการณ์และความรู้มาเยอะ เหมือนกับอดีตนายกของสิงคโปร์ชื่อท่านลีกวนยู ท่านอายุมากกว่าผม ท่านมาเยี่ยมผมตอนผมเป็นนายก ผมถามท่านว่า ทำไมท่านอายุเยอะแล้ว ท่านยังคมมาก ความรู้ยังแน่นอยู่เลย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านอ่านหนังสือเยอะเหรอ ท่านบอกว่า หนังสืออ่านไม่ไหวหรอกมันเยอะ ท่านก็อาศัยว่าพูดคุยกับคน แต่หนังสือเนี่ยอ่านอยู่ แต่พูดคุยกับคน คนแต่ละคนที่มาหาเราเนี่ย เขามีประสบการณ์ในชีวิต ลองผิดลองถูกกับชีวิตเขามาเป็นสิบๆ ปี เพราะฉะนั้นเวลาเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเราเนี่ย ทำให้เราเรียนรู้ได้ บางมุมเราอาจจะมองไม่เห็น เค้ามองเห็น เช่นว่าเรามองว่าสถานการณ์บ้านเมืองของโลกตอนนี้เป็นอย่างนี้ ท่านมองยังไง เขาก็วิเคราะห์ในมุมของเค้า เราก็จะได้เข้าใจว่า เอ้อ..บางมุมเราไม่มี นะครับ สิ่งเหล่านี้มันเกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไปดูสิ่งที่มันเป็นสารคดี มันเป็นเรื่องนิยายที่เป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งมันเอาอนาคตมาเล่าให้ฟัง และสิ่งเหล่านี้มันเป็นจริงในอีก 10 ปีต่อมาก็เป็นจริงไปเรื่อยๆอย่างนี้น่าจะได้ประโยชน์กว่า นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นก็ ผมคิดว่าวิธีคิดหรือการพัฒนาวิธีคิดของคนไทยเราเนี่ยสำคัญ เพราะไม่งั้นจะเสียเปรียบนะครับ ถ้าคนไทยเราคิดเป็น เพราะระบบการเรียนการสอนเราเนี่ยมันสอนให้ท่องจำมานานเกินไป สุดท้ายมันไม่สร้างวิธีคิดให้กับเรา เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าอยากจะให้ลูกหลานเก่งในอนาคตข้างหน้า หรือลูกหลานปัจจุบันเนี่ยมันไม่สายเกินไปหรอกครับ อ่านหนังสือ มีเหตุมีผลกับวิทยาศาสตร์แล้วเราจะได้เชื่อในสิ่งที่มันเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เชื่อเพราะเขาบอกมา เหมือนที่พระพุทธเจ้า ปิดท้ายพระพุทธเจ้าบอกว่า กาลามสูตร 10 นะครับ กาลามสูตร 10 ของพระพุทธเจ้าเนี่ย ท่านสอนไว้ว่า อย่าเชื่อเพราะว่าคนที่พูดเป็นครูบาอาจารย์ เรา คือฟังได้ทุกคน แต่ว่าอย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าเราได้คำตอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีเหตุมีผลถึงค่อยเชื่อ อย่างนั้นเราจะได้ฝึกวิธีคิดเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดท้ายด้วยคำสอนของท่านพระพุทธทาสท่านบอกว่า โลภ โกรธ หลง ทำให้เป็นม่านบังตา หรือทำให้โง่ ก็คือว่าถ้าเมื่อไหร่เราต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความโลภ ความโกรธ และความหลง มันจะทำให้เราเนี่ยตัดสินใจผิดพลาดได้ เพราะ &amp;nbsp; มันเป็นม่านบังตาให้เราขาดความคิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะฉะนั้นขอให้คิดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แล้วเราจะได้คำตอบที่ถูกต้อง เป็นทางเดินของชีวิตเรา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ถูกต้อง เราคิดถูกเราสำเร็จ แล้วคนรอบตัวเราก็จะมีความสุขและสำเร็จไปด้วย ถ้าเราคิดผิดคนรอบตัวเราก็จะทุกข์และก็ลำบากไปด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ แล้วพบกันใหม่ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29879</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, ต้มยำกุ้ง, ทักษิณ ชินวัตร, พุทธทาสภิกขุ, โลภโกรธหลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c7363bb571e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Good Monday&#039;ทักษิณ&#039;เล่าเรื่องสมัยเริ่มตั้งก๊วน&#039;ปากกัดตีนถีบ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62-นายทักษิณ ชินัวตร จัดรายการ Good Monday &amp;nbsp;EP6 &amp;quot;คู่แข่งคือคู่ค้า ในโลกยุคใหม่&amp;quot; ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เป็นห่วงก็คือว่า ยิ่งเจอนักธุรกิจจากจุดนั้นจุดนี้ มุมนั้นมุมนี้ของโลก ทุกคนกำลังบอกว่าปลายปี 2019 เนี่ยอันตรายนะจนถึงกลางปี 2020 ก็คือปี 2563 อาการเศรษฐกิจของโลกจะหนักเพราะว่ามันจะผันผวนมาก มันจะเกิดวิกฤต วิกฤติในตรงนั้นตรงนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยเราต้องแข็งแรงไว้นะ นี่คือสิ่งที่นักธุรกิจก็เจอกันเตือนกัน ผมก็เลยอยากจะมาเล่าเรื่องการทำมาหากินทั้งหลายเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราควรจะทำยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ทุกคนก็บอกแล้วจะทำอะไรกินดี ลงทุนในตลาดหุ้นจะว่าไง ผมก็อยากจะบอกว่า หุ้นจะผันผวนตั้งแต่กลางปี19 ไป การขึ้นลงจะหวือหวามาก ซึ่งภาษานักเล่นหุ้นก็บอกว่า ถ้ามันขึ้นลงแรงอย่างนี้ต้องไปหากินกับเดลต้า เดลต้าแปลว่าไง แปลว่าความแตกต่างระหว่างราคาที่มันขึ้นลงในระยะเวลาไม่ยาวนัก ก็คือว่าสมมุติว่าหุ้นตัวนึงเนี่ยเคยราคา 100 วันนี้ตกลงมาเหลือ 70 ก็ตกมาเยอะ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนี้ยังดีอยู่ Volume การซื้อขายแต่ละวันก็เยอะ การบริหารก็ดูยังดีอยู่ เราก็น่าจะเข้าไปซื้อที่ 70 แล้วพอถึงเวลาไม่ต้องรอให้กลับไปที่ 100 ใหม่ สัก 80 ก็ขายแล้วก็กลับมานั่งรอใหม่อย่างนี้เขาเรียกว่าหากินกับเดลต้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้ช่วงตลาดผันผวนนักเล่นหุ้นมืออาชีพก็จะไปนั่งหากินไปเดลต้าคือผลต่างระหว่างการขึ้นลงที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว แต่ต้องเลือกนะครับ เลือกบริษัทที่มันมีความมั่นคง บริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีนักลงทุนซื้อหุ้นวันหนึ่งจำนวนมาก แล้วปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนี้ยังดีอยู่นะครับ ถ้าอย่างนี้ไม่เสี่ยงแต่ก็ต้องเข้าไวออกไว้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคนก็ถามว่าแล้วจะทำมาหากินอะไรดีนอกจากเล่นหุ้น ช่วงนี้ก็ต้องคิดว่าเทคโนโลยีกำลังมาแรง เพราะฉะนั้นเนี่ยการทำมาหากินเลยต้องพยายามอิงเทคโนโลยีไว้ ถึงแม้ว่าเราไม่ใช่เป็นบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ความแม่นยำในการทำนายความแม่นยำในการมีข้อมูลของตัวเองในการศึกษาข้อมูลของคนอื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดวกมาถึงเรื่องนี้เนี่ยผมก็เลยอยากจะบอกว่า คนไทยเรามีจุดอ่อนอย่างหนึ่งเราคิดว่าการแข่งขันกันต้องเป็นศัตรูกัน จริงๆแล้วเนี่ยมันไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน อยากให้วิเคราะห์จากคำว่า Zero sum Game&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Zero sum Game ในวงการธุรกิจนี้คือว่าถ้าคุณแพ้ผมคือชนะ ถ้าคุณชนะคือผมแพ้ มันไม่มีอะไรในโลกแบบนี้ล่ะครับว่า ชนะ 100% แพ้ 100% ภาษาทุนนิยมเศรษฐกิจทุนนิยมคือเขาบอกว่า If you can&amp;rsquo;t beat them, better join them คือถ้าเอาชนะเขาไม่ได้เป็นพวกเขาดีกว่า นั่นคือการค้าขายในเศรษฐกิจทุนนิยม เค้าถึงบอกว่าการค้าการขายเศรษฐกิจทุนนิยมมันต้อง Compete ต้องแข่งขัน แล้วก็ต้อง collaborate ต้องร่วมมือด้วยมันไม่สามารถแข่งขันอย่างเดียวหรือร่วมมืออย่างเดียวนะครับ แข่งขันอย่างเดียวไม่ร่วมมือกับใครเลยเนี่ยมันก็จะกลายเป็นว่าเราก็จะมีความรู้สึกว่ามันทำการค้าแบบเครียดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างจีนกับไทยเนี่ย เราไม่สามารถที่จะบอกว่า จีนคือคู่แข่งขันเรา100%ก็ไม่ใช่ จีนเป็นตลาดของเรา 100%ก็ไม่ใช่ เพราะเราก็เป็นตลาดของเขาเขาก็เป็นตลาดของเราแต่ตลาดเขาใหญ่กว่า การแข่งขันสินค้าเขาเข้ามาของเราเยอะกว่า สินค้าของเราไปหาเขาน้อยกว่า เราจะปรับตัวอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องคิดว่าการแข่งขันการค้านั้นต้องมีแต่ต้องมีความร่วมมือไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คู่แข่งของเรากลายเป็นตลาดของเราก็ได้ เหมือนตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในปี 1994 ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศผมก็ไปเยือนประเทศสิงคโปร์ รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นคนสิงคโปร์ที่ต้อนรับผม พาไปพบนายกของเขาตาม protocol ระหว่างประเทศนะครับ ตอนนั้นนายกของเค้าก็คือ โก๊ะ จ๊กตง ไปถึงเห็นหน้าผมก็เข้ามาเช็คแฮนด์แล้วก็บอกว่า Thailand and Singapore are competitor but don&amp;rsquo;t worry the cake is getting bigger please sit down sit down&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือเป็นคำสนทนาที่ผมไม่คิดว่าผู้นำประเทศประเทศหนึ่งเนี่ยต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศหนึ่งแล้วคุยกันแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาทุกประเทศเนี่ยเขาเน้นเรื่องการบริหารเศรษฐกิจเพราะเศรษฐกิจนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เราจะแข็งแรงไม่แข็งแรงประชาชนจะแข็งแรงไม่แข็งแรง เขาก็เลยต้องมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจ เขาก็บอกว่าเขายอมรับว่าไทยกับสิงคโปร์เป็นคู่แข่งขันแต่เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกเพราะว่าโลกมันเชื่อมโยงกันตลาดมันใหญ่ขึ้น เหมือนเค้กมันก้อนใหญ่ขึ้น เราจะแข่งกันยังไงเราก็อิ่มทั้งคู่ เราไม่มีการอดตายทั้งคู่นั่นคือสิ่งที่เป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องคิดว่าเรามีเพื่อนธุรกิจที่อาจจะทำเหมือนกันบ้างคล้ายกันบ้างก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่า เราจะต้องคบกันแบบชนิดที่มันจำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน ไม่เป็นเพื่อนกันมันเป็นเพื่อนกันได้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งเนี่ยผมตอนผมทำธุรกิจอยู่ผมก็เชิญนักธุรกิจรุ่นหนุ่มหนุ่ม ซึ่งประสบความสำเร็จในวันนั้นมาประมาณ 10 คนมาตั้งเป็นก๊วนกันพบกันเดือนละครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็บางทีก็คนนั้นเลี้ยงคนนี้เลี้ยงตอนหลังมาแล้วบอกว่าเอางี้ดีกว่าเราลงขันเอาเงินไปใส่กันคนละไม่มากแล้วก็ไปให้เพื่อนคนหนึ่งในนั้นที่เก่งเรื่องหุ้นเก่งเรื่องการเงินไปเล่นหุ้น เรากำไรหุ้นนี่แหละมากินมาเที่ยวกันก็มีความสนิทสนมชิดเชื้อกันบางทีก็ร่วมมือกันทางธุรกิจบ้างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องเศรษฐกิจบ้างอะไรบ้าง ก็ได้ประโยชน์ครับ บางคนก็ทำธุรกิจคล้ายคลึงกันแข่งขันกันแต่ก็ไม่ได้เอาเป็นเอาตายอะไรกันเพราะว่าเนื่องจากว่าตลาดมันใหญ่ขึ้นจริงๆ ยิ่งแข่งยิ่งตลาดเยอะ เพราะว่าต่างคนต่างโฆษณาต่างคนขยายขยายฐานลูกค้านะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำธุรกิจเนี่ยต้องอย่าไปคิดว่าเราต้องเป็นศัตรูคนนั้นคนนี้สู้เราเป็นเพื่อนดีที่สุด อันนี้ก็อยากให้สังคมไทยคิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ผมเลยเล่าเรื่องการตั้งก๊วนของผมให้ฟังนะครับ เมื่อก่อนนี้ก่อนนะผมจะเริ่มตั้งก๊วน ผมเป็นนักธุรกิจ ตอนนั้นเป็นเรื่องที่&amp;hellip;ขอโทษ&amp;hellip;โทษนะครับ ปากกัดตีนถีบ ยังไม่มีตังค์กู้แบงค์ แบงค์ก็ไม่ให้กู้เพราะไม่มีไม่มีอะไรไปจำนองจำนำแบงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็ใช้วิธีการเล่นแชร์ซึ่งคนจีนสมัยนั้นนักธุรกิจสมัยนั้นจะรวมตัวตั้งแชร์ ตอนนี้เหลือน้อยก็มีบ้างแต่น้อย เพราะว่าแหล่งกู้เงินมันมีมากกว่าเดิม เดิมมันไม่มีแหล่งกู้ก็ใช้เพื่อนฝูงรวมกัน ใครเปียให้ดอกเบี้ยสูงกว่านั้น เอาไปใช้ทุกคนก็มาลงขันกันทุกรอบใครเปียได้คนนั้นไปใช้แล้วก็ผลัดกันไปผลัดกันไป มันก็ผลัดกันเอาเงินกองกลางมาวางไว้นะครับ สมมุติว่าเดือนละแสนก็ 10 คนก็ 1 ล้านมาวางไว้ ใครเปียดอกเบี้ยสูงก็ไปกินเอาไปบริหารทำมาหากิน เดือนต่อไปอีกคนนึงเปียได้ แล้วคนที่เอาไปล้านนึงต้องเอามาใช้แสนนึงเค้าเรียกว่าเล่นแชร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเล่นแชร์กันในหมู่คนจีนเยอะพ่อค้าจีนเพราะว่าจะได้เอาเงินมาให้เหมือนกับมาลงกองทุนเพื่อให้เพื่อนผลัดกันเอาไปทำมาหากินกันเองนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการเกิดเป็นพันธมิตรทางการค้ากันเป็นเพื่อนฝูงกันคุยกันรู้เรื่องกู้ยืมเงินกันได้นั่นคือในอดีตซึ่งผมก็คิดว่าสมัยนี้มันมีน้อยไปหน่อย เลยคิดว่าโดยเฉพาะคนที่ไปเรียนในโครงการต่างๆเช่นไปเรียน RE บ้าง ไปเรียน Next tycoon บ้างอะไรบ้าง ก็มีเพื่อนมีก๊วนเนี่ยถ้าหากว่าจะคบกันติดต่อกันเป็นก๊วนกันในเชิงของธุรกิจก็จะทำให้คนทุกคนมีโอกาสทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเรื่องโบราณโบราณเรื่อง 1 สมัยพ่อผมเนี่ย พ่อผมไปทำร้านกาแฟอยู่หัวมุมในตลาดที่จะเข้าตลาดสันกำแพงอยู่บ้านนอกเนี่ย ก็พ่อผมขายกาแฟตอนเช้าก็จะให้ร้านแขกขายโรตีมาทำโรตีขายอยู่หน้าบ้าน หน้าร้านกาแฟ อีกข้างนึงก็จะมีคนจีนทําปาท่องโก๋ขาย ปรากฎว่ากาแฟที่บ้านพ่อผมก็ขายดิบขายดีเพราะว่าคนอยากมากินปาท่องโก๋อยากมากินโรตีก็กิน ก็กินทั้งโรตีปาท่องโก๋ก็ขายกาแฟไป ช่วงนั้นเป็นร้านกาแฟร้านเดียวที่คนแน่นไปหมดนั่นก็คือว่ารู้จักทำ alliance หรือพันธมิตรทางธุรกิจ หรือเป็นการเสริมพลังกัน Synergy กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่มีปาท่องโก๋ขาย แต่ผมมีกาแฟขายก็มาเสริมพลังกันเป็นทั้ง Synergy เป็น Business alliance เป็นธุรกิจที่เป็นพันธมิตรกัน ตอนกลางวันพ่อผมก็ให้รถเข็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อมาขาย จนทำให้ผมเนี่ยทุกวันนี้ชอบกินแต่ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น เนื้อปาท่องโก๋ โรตีอยู่นั่นแหละเพราะมันกินตั้งแต่เด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือสิ่งที่เอาธุรกิจที่เก่าๆมาปรับประยุกต์กับธุรกิจที่วิธีคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีก็ดีตลาดที่มันกว้างไกลกว่าเดิมก็ดีมันจะทำให้นักธุรกิจเราเนี่ยแข็งแรงขึ้นที่พูดอย่างนี้ก็เลยอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ว่า เราทำธุรกิจเราต้องสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรูเราต้องคิดว่าในประเทศนี้เรามีเพื่อนเยอะๆรวมกันให้แข็งแรงแล้วตลาดมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตลาดต่างประเทศตลาดภูมิภาคมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นการที่เรามีเพื่อนมี Connection เป็นเรื่องที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วนี่นะครับ know how สำคัญมากแต่ know who ยิ่งสำคัญกว่าเพราะฉะนั้นถ้ามีเพื่อน มี Connection มีเครือข่ายมีการประสานงานติดต่อข้ามประเทศอะไรบ้างเนี่ยก็จะทำให้ธุรกิจและแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นก็วันนี้ก็เลยอยากจะมาแนะนำว่าการทำธุรกิจยุคนี้อย่าไปคิดว่าคู่แข่งขันคือศัตรู เราต้องคิดว่าคู่แข่งขันคือผู้ที่จะต้องร่วมมือกันในการไปแข่งในพื้นที่อื่นบ้างหรือในการที่จะค้าขายร่วมกันบ้างนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากแนะนำให้ท่านทั้งหลายว่าธุรกิจยุคนี้สร้างเพื่อนเถอะครับ สร้างเพื่อนเยอะๆแล้วเราจะแข็งแรงครับขอให้โชคดีในปี 1920 ความผันผวนทางเศรษฐกิจ สาธุอย่าให้มี แต่ถ้ามีแล้วก็ขอให้นักธุรกิจไทยอยู่รอดปลอดภัยทุกคนครับขอบคุณครับ สวัสดีครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29342</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, ทักษิณ ชินวตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a02a2e9b63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039; เปิดอีกช่องทางหาเสียง &#039;ลูกโอ๊ค&#039; ชวนไป &#039;สั่นกระดิ่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;โพสต์ลงบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ Oak Panthongtae Shinawatra ระบุว่า เรียน แฟนเพจและพี่น้องประชาชนทุกท่านครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากมีแฟนเพจหลายท่าน ที่อาจไม่คุ้นเคยกับการใช้ Podcasts ได้ถามเข้ามาว่า อยากจะฟังคุณพ่อผมพูดในรายการ Good Monday แต่ไม่รู้จะฟังจากช่องทางไหน ที่ผ่านมาจึงได้แต่อ่านจากรายงานข่าวตามสื่อต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้อง ที่สนใจติดตามข่าวสารทันโลกจากอดีตนายกทักษิณฯ คุณพ่อผมจึงให้เปิดช่อง Thaksin Official ขึ้นมาอีกหนึ่งช่องทาง คือทาง YouTube ท่านใดที่สนใจ เชิญเข้าไปสับตะไคร้(Subscribe) ได้เลย ตามนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.youtube.com/thaksinlive&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากอยากฟังสดๆก่อนใครทันทีที่คุณพ่อผมอัพโหลด เมื่อสับเข้าไปแล้ว ก็อย่าลืม &amp;ldquo;สั่นกระดิ่ง&amp;rdquo; (กดที่รูปกระดิ่ง เพื่อให้มีการแจ้งเตือน เมื่อมีตอนใหม่) กันด้วยนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนช่องทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ Thaksin Official, Podcast บน Apple Podcast หรือ บน Spotify ก็ยังสามารถติดตามกันได้เช่นเดิมครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลืออีก 48ชั่วโมง จะถึง 10โมงเช้าวันจันทร์ สับตะไคร้&amp;amp;สั่นกระดิ่งรอไว้รับรองไม่พลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ฟังเสียงนายกทักษิณฯก่อนใครๆแน่นอนครับ..!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ThaksinGoodMonday&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28127</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, ทักษิณ ชินวัตร, โอ๊ค พานทองแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190202/image_big_5c550a765bea8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นันทเดช&#039; เย้ยแม้ว Good Monday ไม่มีอะไรใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.62 - พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และ อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ(รอง.ผอ.ศป.ข.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กNuntdach Makswat โดยระบุว่า อุตส่าห์นั่งฟัง คุณทักษิณพูดในรายการ Good Monday แล้ว ขอบอกว่าที่คุณ ทักษิณพูด&amp;quot;ไม่มีอะไรใหม่&amp;quot;เลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องเศรษฐกิจ และ หุ้นยนต์ กลุ่มซีพี และรมต.เศรษกิจ เขาก็พูดกันมานานแล้วครับ &amp;nbsp;เรื่องทางการแพทย์ เรื่องแรก การมีสุขภาพดีเพื่อป้องกันเสียแต่ตอนหนุ่มสาว ก็เป็นเรื่องเก่าขนาดรัฐบาลหลายชุด ตั้งหน่วยงานส.ส.ส.มาดำเนินงานแล้ว ส่วนเรื่องการเปลี่ยนอวัยวะต่างๆได้ ยกเว้นหัวสมองนั้น ผมก็อ่านจากหนังสือแปลมาเกือบ 2 ปีแล้ว นำมาเขียน และ บรรยายไปหลายครั้งแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวหน้าขอเดาไว้ว่า คุณ ทักษิณ คงจะพูดถึงเรื่องรถไฟฟ้าที่ไม่มีคนขับ , การศึกษาที่มีนักเรียนเป็นศูนย์กลาง,ร้านค้าที่ไม่มีคนขาย,การค้าออนไลน์ ,การเปลี่ยนรูปแบบของโทรศัพย์มือถือ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผมขอชื่นชมคุณ ทักษิณฯ มากที่ไม่ได้ถือโอกาสพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ภายในประเทศเลยครับ แต่จะอดได้นานแค่ไหนก็ไม่ทราบได้ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27017</URL_LINK>
                <HASHTAG>Good Monday, ทักษิณ ชินวัตร, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, เฟซบุ๊กNuntdach Maksw</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181117/image_big_5bef59f7877bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสลง&#039;กูพูดไม่ได้&#039; เจ๊แดงฟ้องเป๊ปซี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หงุดหงิดโดนซัก &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; จัดรายการ &amp;quot;Good Monday&amp;quot; ลั่นไม่เป็นศัตรูกับใครทั้งในและนอกประเทศ &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ชี้จะไปฟังทำไมแค่คนหนีคดี &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; อวยพี่ชายแนวคิดสร้างแรงบันดาลใจ &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; ส่งทนายฟ้อง &amp;quot;เสริมสุข&amp;quot; หมิ่นประมาทหาโกงข้าว-หนีไปนอก &amp;quot;เป๊ปซี่&amp;quot; ไร้กังวลพร้อมสู้คดี ย้ำคำพูด &amp;quot;บุญทรง&amp;quot; เคยเปิดปากกูพูดไม่ได้ &amp;quot;ดอน&amp;quot; ฟุ้งกัมพูชาแคร์ไทยเลิกพาสปอร์ต &amp;quot;ปู&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงสีหน้าหงุดหงิดและสะบัดหน้าหนีทันที หลังผู้สื่อข่าวถามถึงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศนัดแนะกับประชาชนเจอทุกวันจันทร์ ในรายการ &amp;quot;Good Monday&amp;quot; รับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมตอบเสียงดังว่า &amp;ldquo;เฮ้ย ไม่พูด ขี้เกียจฟัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก่อนเดินออกจากกลุ่มสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า &amp;ldquo;ไม่พูดด้วยแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่มาเพื่อให้รู้ว่าเรามีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ท่านอย่างไร อย่ามองว่าตนเป็นศัตรู ไม่ได้ &amp;nbsp;ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใครเลยแม้แต่คนเดียวในประเทศไทย หรือแม้แต่นอกประเทศก็ตาม จะเรียกร้องอะไรก็เรียกไป ตนจะไม่กล่าวถึงใครทั้งสิ้น วันนี้โซเชียลมีเดียมันเร็ว ทำผิดคนเดียว ต่อให้ทำถูกร้อยคนยังไงก็โดน รัฐบาลก็โดน ใครๆ ก็โดน ฉะนั้นต้องแยกแยะคนเหล่านี้ให้ออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายทักษิณจัดรายการ Good Monday ว่าแล้วควรจะฟังเขาหรือไม่ เขาอยู่นอกประเทศจะไปทำอะไร จะมีคนฟังหรือไม่ตนจะไปรู้หรือ พวกคุณต้องไปถามคนฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วอยู่ต่างประเทศจะไปแก้อะไรล่ะ คนตั้ง 70 ล้านคนเขาพร้อมที่จะทำงาน ทำให้กับประชาชนด้วยกัน ไม่ใช่ของใครคนเดียวที่หนีคดีไปอย่างนี้หรอก&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เชื่อว่าการจัดรายการของนายทักษิณไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไร ซึ่งเขาก็ทำอยู่เรื่อยๆ ตาม Social Media&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า คสช.จะต้องติดตามหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า คิดว่าคงมีคนติดตามข่าวสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ว่า &amp;quot;ดิฉันนั่งฟังและอ่านแนวความคิดของพี่ชายผ่านเว็บไซต์ Thaksin Official คอลัมน์ &amp;ldquo;GOOD MONDAY รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร&amp;rdquo; ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวาน ได้แนวความคิดหลายมุมมองทีเดียวค่ะ ดิฉันเองเป็นน้องสาว แต่เวลาพี่เล่าเรื่องที่ไปพบคนนั้นคนนี้ เจอสิ่งใหม่ๆ ของประเทศนั้นประเทศนี้ยังชอบฟังและรู้สึกสนุกทุกครั้งอย่างไม่มีเบื่อ ทำให้มีแนวความคิดใหม่ๆ ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ตลอดจนวิธีการที่จะรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไปในทุกๆ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งดิฉันเชื่อว่าทุกท่านที่ได้ฟังจะรู้สึกเหมือนกันกับดิฉันว่ามีพลังเกิดแรงบันดาลใจ เกิดไอเดียใหม่ๆ ที่จะนำไปปรับใช้กับการทำงานอย่างมีประโยชน์ เราจะต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ให้ก้าวทันต่อโลกที่หมุนเร็วอยู่เสมอ จึงอยากชวนทุกท่านเข้ามาฟังหรืออ่านเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์และ Podcast ทุกเช้าวันจันทร์นะคะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) น้องสาวนายทักษิณ ได้มอบอำนาจให้นายธนากร แหวกวารี ทนายความ เป็นโจทก์ฟ้องนายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ หรือเป๊ปซี่ นักข่าวชื่อดัง เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ระบุคำฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2561 จำเลยได้บังอาจกระทำผิดหลายกรรมต่างกันโดยหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ ด้วยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของจำเลย ชื่อ Sermsuk Kasitipradit มีข้อความว่า &amp;quot;เจ๊แดงยังเคลียร์เสบียงที่ กพช.ไม่ลงตัว หายไปตั้งแต่เดือน พ.ย. ที่เสียงกระซิบมาว่า ลูกสาวเห็นผัวดีกว่าแม่ ที่บอกว่าหย่าแล้วน่าจะเป็นเรื่องมโน สนข.หัวเขียวออนไลน์รายงานก่อนหน้านี้เหมือนกับรับงานใครมา อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเจ๊บอกยังอยู่เชียงใหม่ แต่เจ๊ไม่ขอเปิดตัว อยากอยู่เงียบๆชิวๆ ยิ่งช่วยกระพือข่าวลือเตรียมหนีซุกอกพี่ชาย และไม่น่าเดินทางกลับไทย เพราะสายข่าวเจ๊นอนยันนายบุญทรง ที่เคยเป็นเด็กในคาถาเจ๊แดง หัวหน้าแก๊งวังบัวบาน ยอมเปิดปากเบื้องหลังการถ่ายทำจำนำข้าว ที่ &amp;quot;แดรก&amp;quot; กันวินาศสันตะโรรวยกันเละเทะ เวียนเทียนข้าวเพื่อนบ้านมาเข้าโครงการอิ่มท้องกันถ้วนหน้า คนคิดโครงการโคตรสุดยอด rayam ราคาทั่วโลกข้าวตันละ 8,000 หาเสียงรับจำนำ 15,000 ประกาศอย่างมั่นใจไทยเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ ต้องกำหนดราคาข้าวทั่วโลกได้ เสียหายกันทั่วประเทศ สำนวน ป.ป.ช.คดีจำนำข้างล็อต 2 จำนวน 14 ล้านตัน อาจมีชื่อเจ๊แดงเป็นจำเลยคนสำคัญเลยต้องรีบเคลียร์ทาง พท.ออกไปแล้วไม่กลับแล้ว ถ้ากลับคือโดนหลอกให้ตายใจ มันโง่&amp;quot; และข้อความอื่นๆ ล้วนเป็นเท็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำฟ้องระบุ การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ทำให้เข้าใจ และหลงเชื่อว่าโจทก์มีส่วนร่วมกระทำผิดกับผู้กระทำผิดในคดีรับจำนำข้าว และโจทก์ร่วมกันทุจริตโกงกิน โจทก์จึงขอให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาแก้ต่างคดี และพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของนางเยาวภากล่าวว่า นอกจากฟ้องนายเสริมสุขแล้ว นางเยาวภายังให้ตรวจสอบสื่อออนไลน์ต่างๆ ด้วยว่ามีใครกล่าวหา ใส่ร้ายอีกหรือไม่ หากพบก็ให้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sermsuk Kasitipradit &amp;nbsp;ตอนหนึ่งระบุว่า ออกไปหาแหล่งข่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ช่วงสายๆ ได้รับแจ้งใน inbox และโทรศัพท์จากเพื่อนในเฟซส่งข่าวแจ้งให้ทราบถูกนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เจ๊แดง น้องสาวนักโทษหนีคดี นายทักษิณ ชินวัตร ฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท ศาลนัดไต่สวนต้นมีนา 2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสริมสุขกล่าวว่า จากช่วงปลายเดือน พ.ย.ไม่มีข่าวคราวของเจ๊แดงอีกเลย ตามมาด้วยข่าวสะพัดเดินทางออกนอกประเทศ หลังมีข่าวนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ คนสนิทของเจ๊แดง ยอมเปิดปากให้ข้อมูล โยงใยบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทุจริตในโครงการจำนำข้าว หนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือนางเยาวภา ตามมาด้วยข่าวบุตรชายของนายบุญทรง เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ได้ย้ายพรรคจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงความไม่เป็นธรรมที่บิดาได้รับจากพรรคเพื่อไทย ทำให้ตัดสินใจมาช่วยงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ข่าวย้ายพรรคของนายเดชนัฐวิทย์ ถูกตั้งข้อสังเกตอาจเป็นจุดพลิกเปลี่ยนของคดีจำนำข้าวล็อตสองที่ทำให้นายบุญทรงยอมเปิดปากพูดในเรื่องที่เคยบอกว่า &amp;ldquo;กูพูดไม่ได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสริมสุขกล่าวว่า จากข่าวการหายตัวไปของนางเยาวภา มีข่าวเตรียมขายบ้านในหมู่บ้านเบอเวอร์ลีฮิลล์ ในราคา 300 ล้านบาท ซึ่งอดีตข้าราชการระดับสูงได้รับการติดต่อจากนายหน้า สนใจจะซื้อบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ หลังมีข่าว ป.ป.ช.อาจฟ้องนางเยาวภาเป็นจำเลยในคดีจำนำข้าว โดยการกันนายบุญทรงเป็นพยานในคดีจีทูจีล็อตสอง 14 ล้านตัน และอาจตามมาด้วยคำสั่งอายัดทรัพย์นางเยาวภา หากนายบุญทรงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นำไปสู่การฟ้องร้องในศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต่อข้อความทุกถ้อยคำในหน้าเฟซฯ พร้อมรับผิดชอบกับทุกข้อความที่เขียน รวมถึงข้อสังเกตที่เจ๊แดง ระบุว่าเป็นการกล่าวหาให้ร้าย หมิ่นประมาทและทำให้เสียชื่อเสียง การรายงานข่าวในหน้าเฟซฯ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นการทำหน้าที่ของคนทำสื่อ ตรวจสอบนักการเมืองที่ถูกตั้งข้อสังเกตอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการจำนำข้าว ขอขอบคุณในข้อความให้กำลังใจที่เพื่อนๆ ส่งมาให้ใน inbox ได้ปรึกษากับทนายความในเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีความกังวลใดๆ เคยต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมที่นักโทษหนีคดีกดดัน นสพ.บางกอกโพสต์ให้เลิกจ้างหลังเสนอข่าวรันเวย์ร้าว มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของศาลสถิตยุติธรรม&amp;quot; นายเสริมสุขระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลกัมพูชายกเลิกหนังสือเดินทางที่ออกให้ชาวต่างชาติบางคนที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า ไม่ใช่เพราะไทยจี้ขอให้ยกเลิกไป แต่มีการพูดคุยเรื่องนี้กันมานานแล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ 6-7 เดือน ขณะที่กัมพูชาเองก็รู้ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เหตุผลที่ยกเลิกคงเป็นเพราะเรื่องการถือพาสปอร์ตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แพร่ออกไปอย่างกว้างขวางเกินกว่าที่ควรจะเป็น เขาจึงยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการแสดงท่าทีที่ชัดเจนอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราแคร์ความรู้สึกซึ่งกันและกัน โดยกัมพูชาถือเป็นเพื่อนของเรา จะต้องทำงานร่วมกันในหลายเรื่อง ส่วนเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏตัวที่สาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น ทางการจีนก็รับรู้เรื่องนี้ และมีมาตรการของเขา โดยรับรู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีคดีความและไทยกำลังติดตามตัวอยู่&amp;quot; รมว.การต่างประเทศกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26676</URL_LINK>
                <HASHTAG>GOOD MONDAY, ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190115/image_big_5c3deef529abf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
