<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ประกอบการต้องรู้! SEO คืออะไร จำเป็นหรือไม่สำหรับธุรกิจในปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;สมัยนี้ ใครๆ ก็พูดถึงการทำ SEO และกล่าวว่าเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนต้องกลับมาศึกษาและทำความเข้าใจว่า SEO คืออะไร และจำเป็นหรือไม่สำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;SEO คืออะไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; SEO หรือ Search Engine Optimization คือ กระบวนการทางการตลาดแบบออนไลน์ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นการทำการตลาดผ่าน Search Engine อย่าง Google, Yahoo, Bing เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาเราผ่านการค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้น กล่าวคือ เมื่อลูกค้าต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ แล้ว Search คำว่า &amp;ldquo;Digital Marketing&amp;rdquo; เว็บไซต์ Search Engine จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา หรือความสัมพันธ์กับ Keyword ดังกล่าว จากนั้นแสดงผล โดยการจัดลำดับของเว็บไซต์ โดยเรียงจากเว็บไซต์ที่ Search Engine ให้คะแนนแล้วว่ามีคุณภาพและ Related กับ Keyword มากที่สุด ซึ่งยิ่งเว็บไซต์อยู่อันดับสูงเท่าไร ก็ยิ่งทำให้ถูกมองเห็นหรือถูกคลิกมากตามไปด้วย ซึ่งทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ความจำเป็นของการทำ SEO &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เคยมีคนเปรียบเทียบเอาไว้ว่า การทำ SEO คือการทำการตลาดแบบยั่งยืน และเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เพราะยิ่งมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ และดึงดูดให้คนเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้นไปด้วย ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาให้กับ Search Engine &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;วิธีการที่ทำให้ SEO ติดอันดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่อง SEO อย่างลึกซึ่้ง อาจจะรู้จักเพียงแค่ว่า SEO คือการใส่ Keyword เข้าไปในเว็บไซต์ นี่คือคำตอบที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่กระบวนการทำ SEO ทั้งหมด เพราะการทำ SEO ได้จะต้องอาศัยกระบวนการและทรัพยากรมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการหลายคนจึงได้ตัดสินใจจ้างดิจิทัลเอเจนซี่ในการทำ SEO เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเพื่อความรวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงแล้วการทำ SEO ให้ติดอันดับมีหลักการที่เหมือนจะง่ายแต่ทำยาก คือการเขียนบทความที่เป็นธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน ทั้งในเรื่องของการเขียน การจัดวางรูปแบบของเว็บไซต์ แต่ในกระบวนการทำนั้น SEO คือการทำงานที่ประสานกันระหว่างนักเขียน นักออกแบบ Developer และ SEO Specialist &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จ้างคนทำ SEO ต้องเตรียมตัวอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากว่าเราเป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่อยากจะให้เว็บไซต์ของเราขึ้นหน้าแรกของ Search Engine ก่อนที่จะจ้างบริษัทมาทำ SEO ควรจะเตรียมแผนการตลาดให้พร้อม หา Keyword ที่ Optimise และ Search Volume สูงอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็เตรียมตัวไปคุยกับ SEO Specialist ได้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย และ Search Engine มีอิทธิพลต่อธุรกิจของเรา คนในปัจจุบันค้นหาสินค้าและบริการผ่านทาง Search Engine มากขึ้น และอ่านรีวิวจากการค้นหาเพิ่มมากขึ้น เราจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117568</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bing, Developer, Digital Marketing, Google, Search Engine, Search Engine Optimization, SEO, SEO Specialist, Yahoo, กระบวนการทางการตลาดแบบออนไลน์ชนิดหนึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614b3470af6bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Google เผยคำค้นหายอดนิยมปี 63 นโยบายรัฐสุดฮิตถูกเสิร์ชมากที่สุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 Google ประกาศคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2563 โดยแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ที่ผ่านสายตาและการค้นหาของผู้คนในประเทศไทย รวมถึงการใช้ข้อมูลจาก Google Trends พร้อมนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการค้นหาของผู้คนตลอดทั้งปีที่มาจากเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนถึงเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทยประจำปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีนี้เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการดำเนินธุรกิจของประชาชนทั้งประเทศ ส่งผลให้คนไทยตอบรับกับโครงการที่รัฐบาลมีนโยบายออกมาช่วยเยียวยาประชาชนทั้งเพื่อลดรายจ่ายและช่วยฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ 5 ใน 10 ของคำค้นหายอดนิยมปีนี้มาจากโครงการของรัฐบาล ได้แก่ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; &amp;ldquo;เยียวยาเกษตรกร&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดปีนี้ผู้คนยังคงให้ความสนใจค้นหาข้อมูลการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดย &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ติดอันดับ 3 และนับเป็นครั้งแรกที่การค้นหาด้านการศึกษาติดอันดับ 2 ใน 10 ได้แก่ &amp;ldquo;DLTV&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สมัครสอบ ก.พ.&amp;rdquo; ส่วนการค้นหาข่าวการเมืองที่ทั่วโลกต่างจับตามอง โดย &amp;ldquo;US Election 2020&amp;rdquo; ก็ติดอยู่ในโผคำค้นหายอดนิยมด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความสนใจค้นหาของผู้คนในการทำกิจกรรมผ่านออนไลน์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างชัดเจน โดย &amp;ldquo;เรียนออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ลอยกระทงออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ยื่นภาษีออนไลน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;เวียนเทียนออนไลน์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อบรมใบขับขี่ออนไลน์&amp;rdquo; ติดโผอันดับ &amp;nbsp;1 -5 ตามลำดับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านข่าวเด่นในปีนี้ ผู้คนให้ความสนใจต่อเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นค่อนข้างหลากหลาย โดยการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดและสุขภาพติดอันดับ 1 คือ &amp;ldquo;โควิค-19&amp;rdquo; ด้าน &amp;ldquo;ไวรัส RSV&amp;rdquo; ติดอันดับที่ 4 ส่วนข่าวด้านการเมืองระดับโลกติดอันดับที่ 2 คือ &amp;ldquo;US Election 2020&amp;rdquo; ด้านข่าวคดีสะเทือนขวัญและอุบัติเหตุที่คนไทยทั้งประเทศให้ความสนใจติดตามค้นหาติดอันดับ 4 ใน 10 ได้แก่ &amp;ldquo;ข่าวน้องชมพู่&amp;rdquo; &amp;ldquo;กราดยิงโคราช&amp;rdquo; &amp;ldquo;โจรปล้นทอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;รถไฟชนรถบัส&amp;rdquo; รวมทั้ง ข่าวปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ได้แก่ &amp;ldquo;สุริยุปราคา 2563&amp;rdquo; และข่าวภัยธรรมชาติ &amp;ldquo;พายุเข้าไทย&amp;rdquo; ก็ติดอันดับในปีนี้ด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหมวดสถานที่ท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้คนต้องระงับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปีนี้ ส่งผลให้คนไทยหันมาสนใจค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่มีบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติเป็นภูเขาและมีอากาศที่เย็นสบายแทน ได้แก่ &amp;ldquo;เชียงใหม่&amp;rdquo; &amp;ldquo;เชียงราย&amp;rdquo; &amp;ldquo;เขาค้อ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;กาญจนบุรี&amp;rdquo; ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศแบบทะเลและชายหาดที่สวยงามที่ติดโผในปีนี้ ได้แก่ &amp;ldquo;สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; &amp;ldquo;พัทยา&amp;rdquo; &amp;ldquo;หัวหิน&amp;rdquo; &amp;ldquo;ประจวบคีรีขันธ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ระนอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ระยอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ส่วนในหมวด &amp;ldquo;วิธี&amp;rdquo; ปีนี้ คนไทยให้ความสนใจค้นหาวิธีต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตในยุคนิวนอร์มอล และเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมี &amp;ldquo;วิธีใช้คนละครึ่ง&amp;rdquo; ติดโผอันดับ 1 ส่วน &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนค่าไฟ&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีทำหน้ากากอนามัย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;วิธีทำเจลล้างมือ&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนรับเงิน 5,000&amp;rdquo; &amp;ldquo;วิธีลงทะเบียนเยียวยาเกษตรกร&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วิธีแก้เครียด&amp;rdquo; ก็ติดโผอันดับที่ 2-7 เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Searches
คำค้นหาประจำปี 2563
1. เราไม่ทิ้งกัน
2. คนละครึ่ง
3. โควิด-19
4. DLTV
5. เยียวยาเกษตรกร
6. เราเที่ยวด้วยกัน
7. US Election 2020
8. ร้อยเล่ห์มารยา
9. ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ
10. สมัครสอบ ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending News
ข่าว
1. โควิด-19
2. US Election 2020
3. ข่าวน้องชมพู่
4. ไวรัส RSV
5. กราดยิงโคราช
6. เคอร์ฟิว
7. สุริยุปราคา 2563
8. พายุเข้าไทย
9. โจรปล้นทอง
10. รถไฟชนรถบัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Movies&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ภาพยนตร์
1. 365 DNI
2. มู่หลาน
3. สุขสันต์วันโสด
4. Parasite
5. พี่นาค 2
6. จอมขมังเวทย์ 2020
7. ขุนแผน ฟ้าฟื้น
8. Tenet
9. Frozen 2
10. 1917&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending TV Shows&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ละคร&amp;nbsp;
1. ร้อยเล่ห์มารยา
2. เนื้อใน
3. เกมรักเอาคืน
4. ซ่อนเงารัก
5. เริงริตา
6. อกเกือบหักหลงรักคุณสามี
7. รักแลกภพ
8. ทุ่งเสน่หา
9. ไฟสิ้นเชื้อ
10. ขอเกิดใหม่ใกล้ๆ เธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Songs
เพลง
1. วิบวับ
2. วาฬเกยตื้น
3. ใส่ใจได้แค่มอง
4. พักก่อน
5. มะล่องก่องแก่ง
6. ฝนเทลงมา
7. ถ้าเขาจะรัก
8. กอดเสาเถียง
9. ขอโทษ
10. หมอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending Learnings&amp;nbsp;
เรียน
1. เรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษ
2. เรียนพยาบาล
3. เรียน ก.พ. ออนไลน์
4. เรียนบัญชี
5. เรียนวิศวะ
6. เรียนตัดผมชาย
7. เรียนภาษาเกาหลีออนไลน์
8. เรียนจิตวิทยา
9. เรียนผู้ช่วยพยาบาล
10. เรียนทําอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Trending How to
วิธี
1. วิธีใช้คนละครึ่ง
2. วิธีลงทะเบียนค่าไฟ
3. วิธีทําหน้ากากอนามัย
4. วิธีทําเจลล้างมือ
5. วิธีลงทะเบียนรับเงิน 5000
6. วิธีลงทะเบียนเยียวยาเกษตรกร
7. วิธีแก้เครียด
8. วิธีใส่แมสก์
9. วิธีลงทะเบียนออมสิน
10. วิธีป้องกันไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86405</URL_LINK>
                <HASHTAG>Google, กูเกิล, คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd08d6177ad6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ท่านผู้หญิงสิริกิติยา”ดึงGoogleเผยแพร่ข้อมูลประวัติศาสตร์”วังหน้า” บนแพลตฟอร์มออนไลน์   Google Arts &amp; Culture </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.62-ที่ศาลาสำราญมุขมาต์ยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมภายใต้การสนับสนุนจากท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนพระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมกับ Google Arts &amp;amp; Culture เปิดตัวนิทรรศการ&amp;ldquo;วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา&amp;rdquo;ในรูปแบบดิจิทัลบนเว็บไซต์ &amp;nbsp;Google Arts &amp;amp; Culture หรือแอปพลิเคชัน Google Arts &amp;amp; Culture ทั้งบนระบบ iOS และAndroid โดยรวบรวมผลงานสร้างสรรค์จำนวน138 รายการถ่ายทอดเรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;วังหน้า&amp;rdquo; และแสดงสภาพแวดล้อมเสมือน( Street View) สำหรับการสำรวจพื้นที่วังหน้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ &amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ในฐานะผู้อำนวยการโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า Google Arts &amp;amp; Culture เป็นแพลตฟอร์มที่จะช่วยแบ่งปันอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยออกสู่สายตาชาวโลกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอเรื่องราวของวังหน้าผ่านGoogle Arts &amp;amp; Culture เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สำรวจเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การเรียนรู้และชื่นชมอนุสรณ์สถานอันล้ำค่าของไทยในหลากหลายมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าวว่าโครงการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคล(วังหน้า) และสื่อความหมายด้วยเทคโนโลยีเกิดขึ้นครั้งแรกเพื่อสร้างความรู้จักประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า &amp;nbsp;เราเติบโตเมืองนอกก็พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับวังหน้าโชคดีได้ทำงานที่กรมศิลปากรเต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญนักประวัติศาสตร์จำนวนมากได้ความรู้จากการแลกเปลี่ยนและพูดคุยถึงอดีตและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่วังหน้าร่องรอยวังหน้าอยู่ตรงไหนประวัติศาสตร์ไทยอ่านได้แต่อยากนำข้อมูลในพื้นที่ให้คนเข้าถึงประวัติศาสตร์ได้ง่ายขึ้นและเข้าใจได้ทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่ห่างไกลจากประวัติศาสตร์ของไทย &amp;nbsp;เราเข้าไปค้นหาข้อมูลวังหน้าที่จดหมายเหตุและหาหนังสือภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องในร้านเอเชียบุ๊คสร้านคิโนะคุนิยะ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ข้อมูลยังไม่เพียงพอเกิดความคิดจะขยายข้อมูลต่างๆเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงสิริกิติยา กล่าวว่า จากการศึกษาโครงการฯดังกล่าวกรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการ&amp;rdquo;วังน่านิมิต&amp;rdquo; ครั้งแรกที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานครปีที่แล้วเน้นเทคโนโลยีกระจายข้อมูลวังหน้ามีผลงานสร้างสรรค์จำนวน11 ชิ้นเป็นหอจมหมายเหตุอีกรูปแบบหนึ่งมีพันธมิตรเผยแพร่ในสื่อออนไลน์แม้นิทรรศการจบไปแล้วแต่ก็ยังเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหนของโลก &amp;nbsp;ถัดมาเป็นนิทรรศการ&amp;rdquo;วังหน้านฤมิตในมิติแห่งกาลเวลา&amp;ldquo; ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ &amp;nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครเชิญคนเข้าไปในพื้นที่วังหน้าเพื่อสัมผัสกับข้อมูลผ่านการเห็นได้ยิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; สำหรับนิทรรศการวังหน้าในรูปแบบดิจิทัลผ่านGoogle Arts&amp;amp;Culture &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นผลจากการติดตามผลงานของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;Google Arts&amp;amp;Culture ซึ่งรวบรวมข้อมูลและผลงานศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญต่างๆทั่วโลกไว้บนโลกออนไลน์​ สนใจประวัติศาสตร์ได้ดูพิพิธภัณฑ์เบอร์ลินและชมตัวอย่างผลงานสำคัญแม้ไม่ได้ไปสถานที่จริงแต่ก็ยังได้เห็นสิ่งของจัดแสดงคิดในใจอยากให้คนทั่วโลกเห็นศิลปวัฒนธรรมไทยในรูปแบบนี้เพราะเมืองไทยมีของดีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครมีโบราณวัตถุและสิ่งของล้ำค่าจัดแสดงอยากให้คนได้เห็นและเข้าถึงความเก่งกาจของคนในอดีตจึงชวน &amp;nbsp;Google Arts&amp;amp;Culture &amp;nbsp; มาทำงานร่วมกันเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมและเสนอข้อมูลจากนิทรรศการวังหน้านฤมิตในรูปแบบดิจิตอลและอินเทอร์แอคทีฟถือเป็นจดหมายเหตุอีกรูปแบบหนึ่งที่มีมิติทุกคนสามารถเข้าไปจับต้องเล่นกับมันโดยไม่ต้องเข้ามาที่วังหน้าประเทศไทยเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนเข้าถึงได้ตลอดเวลาโปรเจ็กต์ต่อไปจะเกิดขึ้นใน2 เดือนข้างหน้าเตรียมใช้เทคโนโลยีต่างประเทศเปิดข้อมูลวังหน้าในรูปแบบทันสมัยและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น&amp;ldquo; ท่านผู้หญิงสิริกิติยากล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ผ่านมากรมศิลปากรพยายามนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยเผยแพร่งานของกรมศิลปากร &amp;nbsp;ซึ่งประสบผลสำเร็จหลายด้านอาทิระบบคิวอาร์โค้ดและระบบเออาร์โค้ดนำชมพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุศิลปวัตถุ &amp;nbsp;ทำให้ผู้ชมเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็วรวมถึงโครงการสมาร์ทมิวเซียมเป็นระบบนำชมพิพิธภัณฑ์แบบเสมือนจริงนอกจากนี้สำนักหอสมุดแห่งชาติและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีการพัฒนาระบบหนังสืออิเล็กทรอนิก(E book) และระบบสืบค้นเอกสารโบราณผ่านระบบD-Library &amp;nbsp;ตนได้รับรายงานจากฝ่ายเทคโนโลยีว่าข้อมูลออนไลน์เหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมาก &amp;nbsp;แต่ละเดือนมีผู้เข้าชมล้านกว่าคนก็เป็นความภาคภูมิใจสำหรับการดำเนินโครงการการศึกษาสันนิษฐานรูปแบบพระราชวังบวรสถานมงคลฯก่อนหน้านี้เคยจัดเป็นนิทรรศการที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครและนิทรรศการพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยสำหรับครั้งนี้เป็นการนำเสนอในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรมชาติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว หัวหน้าฝ่ายนโยบายและความสัมพันธ์ภาครัฐบริษัทกูเกิ้ล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หัวข้อนิทรรศการในรูปแแบบดิจิตัลแบ่งเนื้อหาเป็น4 ตอนมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้แก่ตอนที่1 รู้จักวังหน้าเป็นการกกล่าวถึงประวัติความเป็นมาและประวัติศาสตร์วังหน้าความคิดดั้งเดิมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดีย &amp;nbsp;ตอนที่2 กว่าจะเป็นนัยระนาบนอกอินซิทูณพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยเป็นการรวบรวมผลงานของศิลปินแต่ละท่านที่ได้รังสรรค์ไว้ในช่วงนิทรรศการเมื่อต้นปีที่ผ่านมาตอนที่3 ชุบชีวิตทางมรดกทางประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้อินซิทูเป็นการกล่าวถึงสิ่งปลูกสร้างที่เป็นร่องรอยของวังหน้าไม่ว่าจะเป็นพระที่นั่งคชกรรมประเวศพลับพลาสูงและสิ่งอื่นๆที่ได้จัดแสดงไปแล้ว &amp;nbsp;ตอนที่4 ผัสสะของสิ่งที่จับต้องไม่ได้อินซิทูกล่าวถึงส่วนที่จับต้องไม่ได้เช่นเพลงพระปรมาภิไธยรวมถึงภาพวาดเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นิทรรศการทั้ง4 เรื่องนำเสนอผ่านภาพถ่ายที่มีความละเอียดสูงการซูมและวิดีโอเล่าเรื่องนิทรรศการเช่นประวัติของวังหน้าเพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นพื้นฐานในแง่มุมทางประวัติศาสตร์ภูมิศาสตร์การจัดพื้นที่เชื่อมโยงแนวคิดการจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามการนำเสนอเรื่องราวของสิ่งที่จับต้องไม่ได้ให้ผู้ชมได้สัมผัสและมีประสบการณ์ร่วมกันราวกับได้เดินชมวังหน้าด้วยตนเอง&amp;ldquo; นายจิระวัฒน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45985</URL_LINK>
                <HASHTAG>google, Google Arts &amp; Culture, กระทรวงวัฒนธรรม, ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, วังน่านิมิต, วังหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190917/image_big_5d80c1ae7f3d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปุจฉา-วิสัชนากับ เจ้าของโนเบลที่ไฮฟา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างที่ผมไปเยือนอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสปุจฉา วิสัชนากับเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี 2011 ที่เมืองไฮฟา ซึ่งตั้งอยู่เหนือสุดของอิสราเอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Prof Dan Shechtman แห่งมหาวิทยาลัย Technion หรือ MIT ของอิสราเอล...ท่านคือผู้เริ่มวิชา Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยโด่งดังแห่งนี้ก่อนจะมีคำว่า startup ด้วยซ้ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ ศาสตราจารย์แดนอายุกว่า 80 แล้ว แต่ยังมีความกระตือรือร้นที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของอิสราเอลที่จะนำไปสู่การเป็นประเทศชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกบอกว่าแม้จะเป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เห็นความสำคัญของการสร้าง &amp;ldquo;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่มีความสามารถในการนำเอางานวิจัยมาสู่ตลาดเพื่อให้กลายเป็นของมีคุณค่ามากกว่าเป็นเพียงผลงานวิชาการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนแรกที่ผมเปิดสอนวิชา Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีคนตั้งคำถามเยอะว่ามันจะเหมาะจะควรหรือในเมื่อเราเป็นมหาวิทยาลัยที่หนักไปทางวิชาการ แต่ผมยืนยันว่าอนาคตของประเทศอิสราเอลจะเฟื่องฟูได้จะต้องสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่นำเอางานวิจัยสุดยอดไปทำให้เกิดเป็นธุรกิจให้ได้...พอเปิดคอร์สนี้ครั้งแรกก็มีนักศึกษามาลงทะเบียน 600 คน ต่อมาก็ขยายเป็นหลายพันจนกลายเป็นวิชาที่คนเรียนมากที่สุดวิชาหนึ่ง...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์แดนเป็นนักเคมี ไม่มีพื้นทางด้านงานบริหารธุรกิจหรือการตลาด แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคิดริเริ่มใหม่ๆ สำหรับนักคิดนักปฏิบัติของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็เชิญคนเก่งๆ ด้านธุรกิจและการบริหารมาสอนซิครับ การที่ผมไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจไม่ได้แปลว่าผมจะไม่กล้าคิดไม่กล้าฝันที่จะเอาคนเก่งๆ ในวงการต่างๆ มาเป็นครู บทบาทของผมคือการประสานและสร้างความตระหนักในแวดวงคนรุ่นใหม่ให้สนใจการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเป็นผู้ประกอบการ แทนที่จะเป็นแค่นักวิชาการหรือทำงานรัฐบาล...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์แดนเป็นที่เคารพนับถือของวงการทั้งวิชาการและ startups ของอิสราเอลวันนี้ เพราะยังมีความกระตือรือร้น ทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เราจึงเห็นบริษัทยักษ์ๆ ระดับโลกแห่กันมาตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาที่อิสราเอล โดยเฉพาะที่เมืองไฮฟาแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น IBM, Yahoo, Intel, Apple, Microsoft, HP, Amazon, Philips, Google, CISCO เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามว่าทำไมบริษัทยักษ์เหล่านี้จึงต้องมาตั้งหน่วยงานที่ไฮฟา ถ้าอิสราเอลมีคนเก่งๆ ด้านต่างๆ มาก ไฉนธุรกิจระดับโลกเหล่านี้จึงไม่ซื้อตัวไปทำงานที่อเมริกาหรือยุโรป?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบก็คือว่า คนเก่งๆ อิสราเอลบอกกับเจ้านายฝรั่งว่า พวกเขาต้องการจะกลับไปทำงานที่บ้าน เพราะมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และนวัตกรรม อีกทั้งยังมีนักวิจัยที่อยู่กับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อิสราเอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขั้นที่คนระดับบริหารสัญชาติอิสราเอลที่ทำงานให้กับบริษัทเหล่านี้ในอเมริกาตั้งเงื่อนไขกับหัวหน้าได้ว่า ถ้าไม่ไปตั้งหน่วยวิจัยที่อิสราเอล พวกเขาจะออกจากบริษัทเพื่อกลับบ้านไปสร้างธุรกิจใหม่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้นแหละ ผู้บริหารของธุรกิจไฮเทคใหญ่ๆ ระดับโลกจึงเห็นโอกาสที่จะระดมมันสมองสุดยอดของอิสราเอลด้วยการไปตั้งสาขาหรือศูนย์วิจัยที่ไฮฟา เพราะได้ทั้งความคิดใหม่ๆ และคนเก่งๆ ในที่เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งไฮฟายังมีท่าเรือใหญ่ที่สุดของอิสราเอลริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นศูนย์ logistics ที่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ การเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย, ธุรกิจเอกชน, ผู้ประกอบการใหม่, startups และหน่วยงานรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดการบูรณาการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมเป็นความจริงทางปฏิบัติ มิใช่เพียงแค่นโยบายสวยหรูบนกระดาษเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่มี &amp;ldquo;โซน startup&amp;rdquo; ที่รัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันให้มีความสะดวกทั้งด้านพื้นที่และการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้คนมีความคิดใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนพบปะกันเอง...และที่สำคัญคือ มีกลไกที่ให้นักลงทุนมาเจอกับคนทำ startups ใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่รัฐบาลพร้อมจะเป็นหัวหอกในการลงทุนก้อนแรกให้กับโครงการ startups ที่พิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีศักยภาพที่จะสร้างเป็นธุรกิจได้อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทุกฝ่ายกระโดดลงมาทำกันอย่างจริงจัง ทุกอย่างวัดกันด้วยผลงานที่เป็นของจริงจัง ประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและศัตรูก็กลายเป็นชาตินวัตกรรมระดับโลกได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25161</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazon, Apple, CISCO, Google, HP, IBM, Intel, Microsoft, Philips, Yahoo, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธีมGoogleวันนี้!เว็บไซด์กูเกิ้ลร่วมรำลึกวันคล้ายวันเกิด ดร.ระวี ภาวิไล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61- &amp;nbsp;สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page โพสต์ข้อความระบุว่า
&amp;nbsp;
#ธีมGoogleวันนี้ 18 ตุลาคม 2561 วันคล้ายวันเกิดศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ระวี ภาวิไล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ระวี ภาวิไล นักดาราศาสตร์อาวุโสของไทย อดีตอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้มีผลงานทางดาราศาสตร์เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ โดยเฉพาะความพยายามสื่อสารดาราศาสตร์ให้กับเยาวชนในยุคแรก ๆ ของไทย มีส่วนทำให้สังคมไทยให้ความสนใจเรียนรู้ดาราศาสตร์มากขึ้น ศ.ดร.ระวี เป็นที่รู้จักจากการมาเยือนของดาวหางฮัลเลย์ เมื่อปี 2529 นอกจากนี้ยังศึกษาค้นคว้าเรื่องการกำเนิดของจักรวาล การวิจัยเรื่องอุกกาบาตที่ตกในประเทศไทย มีผลงานแปลและงานเขียนบรรยายด้านดาราศาสตร์ ศาสนา และปรัชญา กระทั่งได้รับคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.ระวี ภาวิไล ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่ออายุ 92 ปี วันที่ 17 มีนาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพและระลึกถึง.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20200</URL_LINK>
                <HASHTAG>18 ตุลาคม, google, กูเกิ้ล, ดร.ระวี ภาวิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc8208a25e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติแห่งปริญญา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับทราบข่าวที่สะท้อนถึง &amp;ldquo;วิกฤติอุดมศึกษา&amp;rdquo; ต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความสำคัญของการที่สังคมไทยทั้งมวลจะต้องลุกขึ้นมา &amp;ldquo;ตระหนก&amp;rdquo; (ที่มากกว่าแค่ &amp;ldquo;ตระหนัก&amp;rdquo;) กับสถานภาพของการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแรกมาจาก เว็บไซต์ &amp;ldquo;แบไต๋&amp;rdquo; ที่พาดหัวว่า &amp;ldquo;โลกหมุนไว Apple, Google และหลายบริษัทระดับโลกรับสมัครงานไม่ต้องมีปริญญา!!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของข่าวแสดงความตกใจกับข่าวล่าสุดหลายบริษัทชั้นนำทั่วโลกเริ่มรับสมัครพนักงานโดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบปริญญาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวชิ้นนี้บอกว่าเว็บไซต์ค้นหางาน Glassdoor เผยว่า ปัจจุบันมี 15 บริษัทที่เริ่มรับสมัครงาน โดยผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีวุฒิปริญญาอีกต่อไป เช่น Google, Apple, IBM และ Starbucks เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปี 2017 ที่ผ่านมา รองประธานฝ่ายความสามารถของ IBM, Joanna Daley, กล่าวกับ CNBC ว่า 15% ของพนักงาน IBM ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย หรือไม่มีวุฒิปริญญา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่าแทนที่บริษัทจะมองหาบุคคลจบปริญญา IBM เลือกที่จะรับคนที่ผ่านประสบการณ์จริง ผ่านค่ายที่เกี่ยวกับการโค้ดหรือที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโดยตรง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างตำแหน่งที่ไม่ต้องมีใบปริญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;bull; Google : product manager, recruiter, software engineer, product marketing manager
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull;Apple : design verification engineer, engineering project manager, iPhone buyer
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; Starbucks : barista, shift supervisor, store manager
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; IBM : financial blockchain engineer, lead recruiter, contract and negotiations professional
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; Bank of America : client service representative, client associate, analyst, executive assistant
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากรายชื่อบริษัทข้างต้นนี้แล้วก็ยังมีอีกถึง 10 บริษัทที่รับสมัครงานได้โดยไม่ต้องมีใบปริญญาเลยล่ะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านข่าวยังไม่ทันหายตกใจ (หรือแปลกใจหรือเศร้าใจ?) ก็เจอบทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science) สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ใน Manager Online&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์คงตั้งใจให้คนในวงการอุดมศึกษาตกใจจริง ผมเห็นด้วย เพราะไม่เพียงแต่คนในวงการศึกษาที่ควรจะตื่นจากภวังค์เท่านั้น แต่คนทั้งประเทศจะต้องลงมือแก้วิกฤติครั้งนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์อานนท์เริ่มด้วยประโยคปลุกให้ตื่นว่า&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมต้องออกมายอมรับว่าตัวเองพยากรณ์พลาดไปมาก เพราะได้เขียนบทความว่า เมื่อมหาวิทยาลัยไทยต้อง lay off อาจารย์และเจ้าหน้าที่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2561 แต่สิ่งที่ผมคาดไว้กลับเกิดขึ้นไวกว่าที่ผมพยากรณ์ไว้มาก...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์บอกว่าวันก่อนลูกศิษย์ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเธอเองต้องรับหน้าที่ไปบอกเพื่อนอาจารย์ว่าต้อง lay off แล้ว เพราะไม่มีภาระงานสอน มหาวิทยาลัยต้องเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางตอนของบทวิพากษ์ของอาจารย์อานนท์บอกว่า&amp;nbsp;


respin88
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมหาวิทยาลัยเอกชนหนึ่งแห่ง ได้ขายให้กลุ่มทุนจีนแล้ว เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ และเริ่ม lay off อาจารย์ที่สอนได้แต่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษออกไป และเริ่มหาอาจารย์ชาวจีนที่สอนเป็นภาษาจีนได้เข้ามาทำงานแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีนักเรียนไทยเพียงพอแล้ว เด็กไทยมีอัตราการเกิดต่ำมาก เราเป็นสังคมสูงอายุรุนแรงมาก ถ้าไม่มีนักศึกษาจีนเลยไม่มีทางไปรอดสำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน และที่ผ่านมาก็เอาเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเครื่องจูงใจให้เด็กมากู้เงินแล้วเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนกันมาก แต่ก็ไม่ยั่งยืนและไปไม่รอด&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนจีนเยอะ เด็กนักเรียนไทยหายไปมากกว่าสองในสาม กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาให้ได้ข้อตกลงเพื่อจะซื้อขายกัน แน่นอนว่าทุนจีนจะเป็นคนซื้ออีกเช่นกัน ยังไม่ได้ราคาที่ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้ยินข่าวมาว่ากลุ่มทุนจีนที่ทำธุรกิจพานักเรียนจีนเข้ามาเรียนในประเทศไทยจะลงทุนซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนเอง และบริหารเอง หาอาจารย์จีนมาสอนเอง และหานักเรียนจีนมาเรียนด้วยตัวเอง ครบวงจรอย่างยิ่งครับ เข้าใจว่าจะทำหอพักและร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป เรื่องนี้น่าจะมีเค้าความจริง ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด ที่น่ากังวลกว่าคือนักเรียนมาแล้วไม่เรียน กลับมาสนใจแต่ค้าขายรอบมหาวิทยาลัยหรือมาทำธุรกิจอย่างอื่น เรื่องนี้ต่างหากที่ไทยเราโดยเฉพาะตรวจคนเข้าเมืองต้องดำเนินการจริงจังได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับตัวเป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยเฉพาะการปรับตัวหลังถูก lay off จะไปทำอะไร อายุก็มากแล้ว และอยู่ใน comfort zone ในมหาวิทยาลัยมีอำนาจเหนือนักศึกษา และหลายคนไม่ได้ทำงานจริงๆ มานานมาก สอนหนังสืออย่างเดียว จนทำอะไรไม่เป็นแล้วก็มีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกมหาวิทยาลัยราชภัฏในต่างจังหวัด ที่นักศึกษาลดลงมากก็มีการเลิกจ้างและเลย์ออฟอาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยกันมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยังอยู่กันไล่ไม่ได้คืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่มากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกพนักงานมีสัญญากันไม่กี่ปีตอนนี้จะเริ่มถูกเลย์ออฟครับ ถ้าไม่มีภาระงานสอน และไม่มีภาระงานอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยของรัฐก็อย่าชะล่าใจ ใครจะขึ้นมาเป็นคณบดี อธิการบดี รองอธิการบดี โปรดเตรียมตัวมาทำหน้าที่นี้เพื่อความอยู่รอดของหน่วยงานของตัวเอง โปรดเตรียมตัวไปศาลปกครองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาฬิกาปลุกดังลั่นทั่วหมู่บ้านที่ชื่อ &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนเราบอกว่า &amp;ldquo;ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาวันนี้ต้องเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;เห็นโลงศพ ไม่ต้องหลั่งน้ำตา เพราะช้าไปแล้ว ต้องเผาแล้ว&amp;rdquo;!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17245</URL_LINK>
                <HASHTAG>Apple, Google, IBM, Starbucks, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;พลเมืองดิจิทัล&quot;อีกรูปแบบ&quot;การเรียนรู้ตลอดชีวิต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพูดถึงไทยแลนด์ 4.0 คงจะเชย ถ้าบอกว่าไม่รู้จัก เพราะภาครัฐมีการโหมประชาสัมพันธ์กันมาหลายปี แต่ในความเป็นจริงแล้ว &amp;nbsp;ความป็นไทยแลนด์ 4.0จะไม่สมบูรณ์แบบ หรือประสบความสำเร็จเพียงแค่ส่วนยอดถ้าพลเมืองในประเทศ ยังไม่มีความรู้ความสามารถ ในการใช้ประโยชน์จากดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa )ได้จับมือร่วมกับ Googleประเทศไทย ได้ร่วมกันเปิดอบรมหลักสูตร &amp;quot;การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน เพื่อนำไปสู่การขยายตัวการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;quot;หรือ Digital Cititzenship &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐศาสตร์ กรสูตร รองผอ.ดีป้า กล่าวว่า &amp;nbsp;ทางดีป้า ได้ร่วมกับกูเกิล ใช้เวลาในการพัฒนาหลักสูตร การอบรมพลเมืองดิจิทัลถึง 8เดือน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้คนไทยสามารถพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ถ้าพลเมืองเป็นพลเมืองดิจิทัลแล้ว ก็จะมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดความมั่งคั่ง ได้อย่างยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีจะช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น และเชื่อว่าคนไทยจะสามารถเป็นพลเมืองดิจิทัลได้ ถ้าดูจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของคนไทย ที่เข้าสู่ระบบออนไลน์มากถึง 80% จากประชากรทั้งหมด 69.11ล้านคน เถ้าถึงอินเตอร์เน็ต 57ล้านคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 50.56 ล้านคน &amp;nbsp;และการที่รัฐบาลได้ทำโครงสร้างเพื่อความสะดวกจากเน็ตประชารัฐ ก็เชื่อว่าจะทำให้คนเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ปัญหาคือ เมื่อคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว จะสามารถใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้มากขึ้นหรือไม่ &amp;nbsp;ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญของการนำไปสู่การต้องอบรม&amp;quot;พลเมืองดิจิทัล&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถใช้อินเตอร์เน็ต ในลักษณะที่เข้าถึง เข้าใจ ใช้เป็น รู้หน้าที่ เข้าถึงโอกาส และมีความสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ &amp;nbsp;เช่นในปัจจุบันมีเงินสกุลดิจิทัล เกิดขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าสู่โลกไซเบอร์ ควรมีความรู้ ภูมิต้านทานในเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;คุณสมบัติ ของการเป็นพลเมืองดิจิทัล จะรวบรวมไว้ในหลักสูตรอบรม ที่มี 6 โมดูลด้วยกัน ผู้นำชุมชนที่เคยเป็นผู้นำออฟไลน์ ต่อไปก็จะต้องเป็นผู้นำออนไลน์ และสามารถหยิบเลือกเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับตัวเอง หรือเหมาะกับการพัฒนาธุรกิจในชุมชนที่เขาอยู่อาศัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ทุคนคงเคยได้ยินเรื่องยุทธศาสตร์ 20ปีของรัฐบาล ซึ่งถ้าหากคนในประเทศไม่รู้จักดิจิทัล คงไปต่อไม่ได้ &amp;nbsp; นอกจากนี้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังตั้งเป้าที่จะให้พลเมืองของประเทศอย่างน้อย &amp;nbsp;30 ล้านคน หรือครึงหนึ่งของพลเมืองทั้งประเทศกลายเป็นพลเมืองดิจิทัล &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ลงทุนในโครงการ เน็ตประชารัฐ &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกแห่งหนเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต &amp;nbsp; และเพื่อส่งเสริมการเป็นพลเมืองดิจิทัล &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วยการขับเคลื่อน &amp;nbsp; ที่ผ่านมารัฐบาลได้ลงทุนเน็ตประชารัฐได้เข้าถึง 25,000 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 75,000 หมู่บ้าน &amp;nbsp;และคาดว่าสิ้นปีนี้เน็ตไวไฟความเร็วสูงจะเข้าถึงครบทุกหมู่บ้าน แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่ถนนดิจิทัลแล้ว &amp;nbsp;แต่สำหรับภาคประชาชนการมีถนนดิจิทัล &amp;nbsp;จำเป็นต้องมีทักษะ 2-3อย่าง อย่างแรกคือความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับดิจิทัล หรือที่เรียกว่า Digital Literacy &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ต้องรู้ด้านมืดของโลกดิจิทัล เพื่อป้องกันดูแลตัวเอง เนื่องจาก &amp;nbsp;ในโลกอินเตอร์เน็ต ยังมีสิ่งที่จริงและไม่จริงปนเปกัน &amp;nbsp;เราจึงจำเป็นต้องมีการสังเคราะห์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ &amp;nbsp;รวมทั้ง ยังทำให้เราเป็นผู้ใช้ที่มีจริยธรรมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่อยากเห็นคนใช้ไวไฟ ถนนดิจิทัลที่รัฐบาลลงทุนทำไว้ให้แค่การแชทคุยกันเจ๊าะแจ๊ะ &amp;nbsp;แต่อยากเห็นการใช้ที่เกิดประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ เป็นการสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ ส่วนหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) &amp;nbsp;จะทำให้พลเมืองดิจิทัลที่รู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์ &amp;nbsp;รู้เท่าทัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และยังช่วยสร้างโอกาสเสริมศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจสร้างรายได้ การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การค้าขายออนไลน์ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั่วถึงเท่าเทียมกัน&amp;quot;ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรมต.ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกเปิดอบรมผู้นำชุมชนด้านเป็นพลเมืองดิจิทัล ที่ชลบุรีเป็นแห่งแรก &amp;nbsp;ก็เพื่อเป็นการนำร่อง และเตรียมความพร้อมของพลเมืองภาคตะวันออกให้มีความพร้อม และความรู้ด้านดิจิทัล รองรับกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี และเชื่อว่าต่อไปผู้นำชุมชนที่อยู่ในระบบออฟไลน์ กับออนไลน์ต้องไปด้วยกัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ การอบรมก็จะทำให้ครบตามหัวเมืองใหญ่อีก 3 ภูมิภาคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ.ดีป้า &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;ldquo;ในยุคดิจิทัลผู้ที่มีความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลได้มากกว่าย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เนื่องจากว่าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มศักยภาพ ในการใช้ชีวิต และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดีป้าจึงพยายามส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชน เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างคนในชุมชนเมืองและชุมชนห่างไกล &amp;nbsp; โดยดีป้าจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง Google &amp;nbsp; จัดการอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)&amp;rdquo; ซึ่งในปีแรกเรามุ่งเน้นไปที่ผู้นำชุมชนดิจิทัล &amp;nbsp;(Digital Community Leader) เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมระดับฐานราก ให้กับชุมชนที่มีความพร้อม จำนวน 4 ครั้ง ทั่วประเทศในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบไปด้วย พื้นที่อีอีซี &amp;nbsp;พื้นที่สมาร์ทซิตี้ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต &amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่เหล่าผู้นำชุมชนมีทักษะพลเมืองดิจิทัลจากการอบรมแล้ว สามารถถ่ายทอดให้กับคนในชุมชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อทำหน้าที่ขยายผลต่อไปยังประชาชนทุกคนในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่สำคัญยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น โดยขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากดีป้าในเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อโครงการ โดยปัจจุบันดีป้าได้นำร่องจำนวน 22 ชุมชน &amp;nbsp;ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;depa Digitized Community Boot Camp 2018&amp;rdquo; เดินสายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ชุมชนนำปัญหา และจุดอ่อนมาแชร์ให้กับสตาร์ทอัพแล้วร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้คือแนวทางเพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนพัฒนาสังคมเศรษฐกิจในชุมชน ผลักดันธุรกิจนวัตกรรมในเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;ผอ.ดีป้ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. เอเดรียน แวนเซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. เอเดรียน แวนเซิล &amp;nbsp;Country Head for GMS &amp;nbsp;Thailand, Google Asia Pacific, Singapore &amp;nbsp;กล่าวว่า Google รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับดีป้า &amp;nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อริเริ่มโครงการฝึกอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;rdquo; ให้กับผู้นำชุมชน จำนวน 3,000 แห่งในโครงการเน็ตประชารัฐ Google เชื่อว่าเทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างมหาศาล ดังนั้น เราจึงไม่เพียงแต่จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างความสำเร็จจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น &amp;nbsp; แต่เรายังจะมุ่งมั่นในการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน โดยในโครงการนี้ Google ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน ด้วยการจัดวิทยากรฝึกอบรม จัดโปรแกรมฝึกอบรมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประโยชน์ต่อชุมชน สร้างความรู้และความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของพลเมืองดิจิทัลที่ดี สร้างเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาและการใช้วีดิโอส่งเสริมการขายเพื่อใช้สร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยความรู้เหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเป็นผู้นำชุมชนที่มีคุณภาพ &amp;nbsp;ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงสร้างรายได้ให้กับชุมชนของพวกเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;rdquo; (Digital Citizenship) ถูกบรรจุอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารจากทั่วทุกที่ให้กับชุมชนและประชาชนทั่วประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่า โครงการฯ นี้จะช่วยเพิ่มทักษะดิจิทัลให้แก่ประชาชนในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล อีกทั้งพัฒนาเครือข่ายของชุมชนให้ช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยอย่างสร้างสรรค์ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องพลเมืองดิจิทัลให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12449</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน, Digital Cititzenship, google, Googleประเทศไทย, www.thaidigizen.com, ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์, ดร. เอเดรียน แวนเซิล, ดีป้า, พลเมืองดิจิทัล, รัฐศาสตร์ กรสูตร, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa )</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b37973247198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
