<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิทรรศการ &#039;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&#039; บนโลกไซเบอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลิน ที. เดวีส์ และเบน คิง ชมนิทรรศการแบบเสมือนจริงผ่านแอป Google Arts &amp;amp; Culture&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Google Arts &amp;amp; Culture เว็บไซต์รวบรวบพิพิธภัณฑ์กว่า 1,500 แห่งใน 71 ประเทศให้สำรวจ ซึ่งมีภาพถ่าย วิดีโอ เอกสารต้นฉบับ และเอกสารสำคัญๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์กว่า 6 ล้านชิ้นให้ดื่มด่ำ เพราะภาพถ่ายดิจิทัลมีความละเอียดสูง ซึ่งในแต่ละเดือนมีคนค้นหาศิลปะบน Google มากกว่า 500 ล้านครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าตื่นเต้น ในโอกาสฉลองความสัมพันธ์อันดี 200 ปี ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา Google นำนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; (Great and Good Friends) มาไว้บนโลกออนไลน์ Google Arts &amp;amp; Culture ก่อนหน้านี้ นิทรรศการดังกล่าวจัดแสดง 90 วัน ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจัดแสดงของขวัญที่แลกเปลี่ยนกันระหว่างสองมิตรประเทศตลอดระยะเวลา 200 ปีที่ผ่านมา ฉายให้เห็นมิตรภาพที่ยาวนาน ประกอบด้วยพระราชสาส์นและของขวัญของที่ระลึกล้ำค่าที่ทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนกัน ตลอดจนงานศิลปะและวัตถุโบราณชิ้นสำคัญถึง 70 ชิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพื่อสร้างประสบการณ์เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชสาส์นพระราชทานจัดแสดงบนโลกไซเบอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า Google ได้นำนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; มาจัดแสดงบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โชคดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นว่า เทคโนโลยีสามารถสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่และช่วยนำเสนอเรื่องราวอันยอดเยี่ยมของมิตรภาพระหว่างไทยและสหรัฐออกสู่สายตาคนทั่วโลกได้แม้นิทรรศการสิ้นสุดแล้ว ที่สำคัญเปิดโอกาสให้ครูทั่วโลกสามารถพานักเรียนไปทัศนศึกษายังพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ &amp;nbsp;เพื่อชมของขวัญแห่งมิตรภาพในรูปแบบดิจิทัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาง Google ยังได้นำภาพถ่ายภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ แบบ 360 องศา จาก Google Street View ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถชมนิทรรศการ &amp;ldquo;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;rdquo; ได้เสมือนจริง นอกจากนี้ยังได้เก็บภาพเบื้องหลังเกี่ยวกับการรวบรวมและเก็บรักษาวัตถุแต่ละชิ้นได้ทางเว็บไซต์ Google Arts &amp;amp; Culture อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เบน คิง Country Director Google ประเทศไทย กล่าวว่า เทคโนโลยีของ Google มีบทบาทสำคัญฉลองความสัมพันธ์อันดีสองประเทศ ผู้ที่สนใจสามารถสำรวจงานฝีมือและประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังของขวัญอันล้ำค่าที่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแลกเปลี่ยนกันในช่วง 200 ปี เพียงคลิกไปเว็บไซต์ Google Arts &amp;amp; Culture และแอปพลิเคชัน Google Arts &amp;amp; Culture ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีทั้งระบบ Android และ iOS&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันธมิตรด้านวัฒนธรรมแสดงนิทรรศการ &amp;#39;ของขวัญแห่งมิตรภาพ&amp;#39; บนโลกออนไลน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธมิตรด้านวัฒนธรรม ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เก็บรวบรวม อนุรักษ์ และให้ความรู้ผ้าชนิดต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากท้องถิ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้และเอเชียตะวันออก เน้นสิ่งทอทรงคุณค่าของราชสำนักและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ Google นำนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ออนไลน์สวยงาม เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา โดยเฉพาะคนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงชาวต่างชาติได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยและความงามของสิ่งทอดั้งเดิมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กษัตริย์สยามพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนสหรัฐ พ.ศ.2474&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ซูแฮร์ คาน Program Manager Google ในฐานะผู้ดูแลแผนงาน กล่าวว่า Google Arts &amp;amp; Culture รวมสถาบันทางวัฒนธรรมทั่วโลกไว้บนออนไลน์ ภัณฑารักษ์สามารถโหลดข้อมูลและนิทรรศการต่างๆ ให้ผู้คนเข้าเยี่ยมชม เริ่มแรกเกี่ยวข้องกับงานศิลปะอย่างเดียว จากนั้นขยายขอบเขตสู่งานหัตถกรรม ศิลปะการแสดง สตรีทอาร์ต ประวัติศาสตร์ ห้องสมุด ในปี 2560 ร่วมมือกับอินเดียทำเรื่องศิลปะผู้หญิง ส่วนจีนทำเรื่องงานฝีมือ ครั้งนี้ร่วมกับสถานทูตสหรัฐประจำไทย รัฐบาลไทย นำทุกองค์ประกอบนิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพไว้บนออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมเบื้องหลังการดูแลรักษาของขวัญล้ำค่าสำหรับแสดงนิทรรศการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; จุดเด่นของขวัญหลายชิ้นอยู่ในสถาบันหลักสหรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันสมิธโซเนียน องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ และหอสมุดรัฐสภาสหรัฐ แต่นำมารวมให้ชมได้ง่ายๆ ในที่เดียวกัน มี 2 ภาษา ไทย-อังกฤษ นอกจากนี้ แสดงภาพเบื้องหลังการดูแลรักษาศิลปวัตถุเพื่อให้สภาพสมบูรณ์พร้อมจัดนิทรรศการ ทีมงานออกแบบให้เยี่ยมชมผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์เหมือนชมสถานที่จริง&amp;quot; ผู้ดูแลแผนงาน Google กล่าว พร้อมย้ำเป้าหมายช่วยให้ทุกคนเข้าถึงศิลปะได้ทุกที่ผ่านเนื้อหาที่สนุกสนาน ทั้งยังมีการทดลองทำโครงการใหม่ๆ ดึงดูดกลุ่มผู้เข้าชมที่มีอายุน้อยด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12575</URL_LINK>
                <HASHTAG>Google Arts &amp; Culture, Googleประเทศไทย, Great and Good Friends, กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, ฉลองความสัมพันธ์200ปีไทย-สหรัฐ, นิทรรศการของขวัญแห่งมิตรภาพ, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a1e4d99b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 21:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;พลเมืองดิจิทัล&quot;อีกรูปแบบ&quot;การเรียนรู้ตลอดชีวิต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
การอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าพูดถึงไทยแลนด์ 4.0 คงจะเชย ถ้าบอกว่าไม่รู้จัก เพราะภาครัฐมีการโหมประชาสัมพันธ์กันมาหลายปี แต่ในความเป็นจริงแล้ว &amp;nbsp;ความป็นไทยแลนด์ 4.0จะไม่สมบูรณ์แบบ หรือประสบความสำเร็จเพียงแค่ส่วนยอดถ้าพลเมืองในประเทศ ยังไม่มีความรู้ความสามารถ ในการใช้ประโยชน์จากดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa )ได้จับมือร่วมกับ Googleประเทศไทย ได้ร่วมกันเปิดอบรมหลักสูตร &amp;quot;การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน เพื่อนำไปสู่การขยายตัวการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;quot;หรือ Digital Cititzenship &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐศาสตร์ กรสูตร รองผอ.ดีป้า กล่าวว่า &amp;nbsp;ทางดีป้า ได้ร่วมกับกูเกิล ใช้เวลาในการพัฒนาหลักสูตร การอบรมพลเมืองดิจิทัลถึง 8เดือน ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้คนไทยสามารถพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว &amp;nbsp; ถ้าพลเมืองเป็นพลเมืองดิจิทัลแล้ว ก็จะมีส่วนช่วยให้สังคมเกิดความมั่งคั่ง ได้อย่างยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีจะช่วยให้เข้าถึงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น และเชื่อว่าคนไทยจะสามารถเป็นพลเมืองดิจิทัลได้ ถ้าดูจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของคนไทย ที่เข้าสู่ระบบออนไลน์มากถึง 80% จากประชากรทั้งหมด 69.11ล้านคน เถ้าถึงอินเตอร์เน็ต 57ล้านคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 50.56 ล้านคน &amp;nbsp;และการที่รัฐบาลได้ทำโครงสร้างเพื่อความสะดวกจากเน็ตประชารัฐ ก็เชื่อว่าจะทำให้คนเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ตได้มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ปัญหาคือ เมื่อคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว จะสามารถใช้ประโยชน์ สร้างรายได้ให้กับตัวเองได้มากขึ้นหรือไม่ &amp;nbsp;ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญของการนำไปสู่การต้องอบรม&amp;quot;พลเมืองดิจิทัล&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถใช้อินเตอร์เน็ต ในลักษณะที่เข้าถึง เข้าใจ ใช้เป็น รู้หน้าที่ เข้าถึงโอกาส และมีความสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ &amp;nbsp;เช่นในปัจจุบันมีเงินสกุลดิจิทัล เกิดขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งผู้เข้าสู่โลกไซเบอร์ ควรมีความรู้ ภูมิต้านทานในเรื่องเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;คุณสมบัติ ของการเป็นพลเมืองดิจิทัล จะรวบรวมไว้ในหลักสูตรอบรม ที่มี 6 โมดูลด้วยกัน ผู้นำชุมชนที่เคยเป็นผู้นำออฟไลน์ ต่อไปก็จะต้องเป็นผู้นำออนไลน์ และสามารถหยิบเลือกเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับตัวเอง หรือเหมาะกับการพัฒนาธุรกิจในชุมชนที่เขาอยู่อาศัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ทุคนคงเคยได้ยินเรื่องยุทธศาสตร์ 20ปีของรัฐบาล ซึ่งถ้าหากคนในประเทศไม่รู้จักดิจิทัล คงไปต่อไม่ได้ &amp;nbsp; นอกจากนี้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังตั้งเป้าที่จะให้พลเมืองของประเทศอย่างน้อย &amp;nbsp;30 ล้านคน หรือครึงหนึ่งของพลเมืองทั้งประเทศกลายเป็นพลเมืองดิจิทัล &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้ลงทุนในโครงการ เน็ตประชารัฐ &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนทุกแห่งหนเข้าถึงระบบอินเตอร์เน็ต &amp;nbsp; และเพื่อส่งเสริมการเป็นพลเมืองดิจิทัล &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวช่วยการขับเคลื่อน &amp;nbsp; ที่ผ่านมารัฐบาลได้ลงทุนเน็ตประชารัฐได้เข้าถึง 25,000 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 75,000 หมู่บ้าน &amp;nbsp;และคาดว่าสิ้นปีนี้เน็ตไวไฟความเร็วสูงจะเข้าถึงครบทุกหมู่บ้าน แสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่ถนนดิจิทัลแล้ว &amp;nbsp;แต่สำหรับภาคประชาชนการมีถนนดิจิทัล &amp;nbsp;จำเป็นต้องมีทักษะ 2-3อย่าง อย่างแรกคือความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับดิจิทัล หรือที่เรียกว่า Digital Literacy &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ต้องรู้ด้านมืดของโลกดิจิทัล เพื่อป้องกันดูแลตัวเอง เนื่องจาก &amp;nbsp;ในโลกอินเตอร์เน็ต ยังมีสิ่งที่จริงและไม่จริงปนเปกัน &amp;nbsp;เราจึงจำเป็นต้องมีการสังเคราะห์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ &amp;nbsp;รวมทั้ง ยังทำให้เราเป็นผู้ใช้ที่มีจริยธรรมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่อยากเห็นคนใช้ไวไฟ ถนนดิจิทัลที่รัฐบาลลงทุนทำไว้ให้แค่การแชทคุยกันเจ๊าะแจ๊ะ &amp;nbsp;แต่อยากเห็นการใช้ที่เกิดประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ เป็นการสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ ส่วนหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) &amp;nbsp;จะทำให้พลเมืองดิจิทัลที่รู้จักใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์ &amp;nbsp;รู้เท่าทัน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม อีกทั้งยังเป็นการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และยังช่วยสร้างโอกาสเสริมศักยภาพในการสร้างเศรษฐกิจสร้างรายได้ การศึกษา การสาธารณสุข การเกษตร การค้าขายออนไลน์ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั่วถึงเท่าเทียมกัน&amp;quot;ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรมต.ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการเลือกเปิดอบรมผู้นำชุมชนด้านเป็นพลเมืองดิจิทัล ที่ชลบุรีเป็นแห่งแรก &amp;nbsp;ก็เพื่อเป็นการนำร่อง และเตรียมความพร้อมของพลเมืองภาคตะวันออกให้มีความพร้อม และความรู้ด้านดิจิทัล รองรับกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี และเชื่อว่าต่อไปผู้นำชุมชนที่อยู่ในระบบออฟไลน์ กับออนไลน์ต้องไปด้วยกัน &amp;nbsp;นอกจากนี้ การอบรมก็จะทำให้ครบตามหัวเมืองใหญ่อีก 3 ภูมิภาคต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ.ดีป้า &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;ldquo;ในยุคดิจิทัลผู้ที่มีความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลได้มากกว่าย่อมเป็นผู้ที่ได้เปรียบ เนื่องจากว่าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเพิ่มศักยภาพ ในการใช้ชีวิต และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดีป้าจึงพยายามส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถทางด้านการใช้ดิจิทัลให้กับประชาชน เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างคนในชุมชนเมืองและชุมชนห่างไกล &amp;nbsp; โดยดีป้าจับมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญอย่าง Google &amp;nbsp; จัดการอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)&amp;rdquo; ซึ่งในปีแรกเรามุ่งเน้นไปที่ผู้นำชุมชนดิจิทัล &amp;nbsp;(Digital Community Leader) เพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจและสังคมระดับฐานราก ให้กับชุมชนที่มีความพร้อม จำนวน 4 ครั้ง ทั่วประเทศในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบไปด้วย พื้นที่อีอีซี &amp;nbsp;พื้นที่สมาร์ทซิตี้ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต &amp;nbsp; ซึ่งหลังจากที่เหล่าผู้นำชุมชนมีทักษะพลเมืองดิจิทัลจากการอบรมแล้ว สามารถถ่ายทอดให้กับคนในชุมชนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อทำหน้าที่ขยายผลต่อไปยังประชาชนทุกคนในชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่สำคัญยังสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่น โดยขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนจากดีป้าในเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) เพื่อนำไปพัฒนาชุมชน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อโครงการ โดยปัจจุบันดีป้าได้นำร่องจำนวน 22 ชุมชน &amp;nbsp;ผ่านกิจกรรม &amp;ldquo;depa Digitized Community Boot Camp 2018&amp;rdquo; เดินสายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ให้ชุมชนนำปัญหา และจุดอ่อนมาแชร์ให้กับสตาร์ทอัพแล้วร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้คือแนวทางเพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไปขับเคลื่อนพัฒนาสังคมเศรษฐกิจในชุมชน ผลักดันธุรกิจนวัตกรรมในเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;ผอ.ดีป้ากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. เอเดรียน แวนเซิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. เอเดรียน แวนเซิล &amp;nbsp;Country Head for GMS &amp;nbsp;Thailand, Google Asia Pacific, Singapore &amp;nbsp;กล่าวว่า Google รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมมือกับดีป้า &amp;nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อริเริ่มโครงการฝึกอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;rdquo; ให้กับผู้นำชุมชน จำนวน 3,000 แห่งในโครงการเน็ตประชารัฐ Google เชื่อว่าเทคโนโลยีจะสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างมหาศาล ดังนั้น เราจึงไม่เพียงแต่จะมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างความสำเร็จจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น &amp;nbsp; แต่เรายังจะมุ่งมั่นในการให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้งาน โดยในโครงการนี้ Google ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรในการพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน ด้วยการจัดวิทยากรฝึกอบรม จัดโปรแกรมฝึกอบรมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิธีใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีประโยชน์ต่อชุมชน สร้างความรู้และความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของพลเมืองดิจิทัลที่ดี สร้างเว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาและการใช้วีดิโอส่งเสริมการขายเพื่อใช้สร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยความรู้เหล่านี้นับเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการเป็นผู้นำชุมชนที่มีคุณภาพ &amp;nbsp;ที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ในการเปลี่ยนแปลงสร้างรายได้ให้กับชุมชนของพวกเขาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักสูตร &amp;ldquo;การพัฒนาทักษะและการเป็นพลเมืองดิจิทัล&amp;rdquo; (Digital Citizenship) ถูกบรรจุอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ www.thaidigizen.com เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้และเพิ่มช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารจากทั่วทุกที่ให้กับชุมชนและประชาชนทั่วประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่า โครงการฯ นี้จะช่วยเพิ่มทักษะดิจิทัลให้แก่ประชาชนในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล อีกทั้งพัฒนาเครือข่ายของชุมชนให้ช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยอย่างสร้างสรรค์ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเรื่องพลเมืองดิจิทัลให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12449</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้นำชุมชน, Digital Cititzenship, google, Googleประเทศไทย, www.thaidigizen.com, ดร. พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์, ดร. เอเดรียน แวนเซิล, ดีป้า, พลเมืองดิจิทัล, รัฐศาสตร์ กรสูตร, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa )</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b37973247198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
