<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2018 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2018 00:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กุสินารา&#039; น้ำตาไหล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธมหาปรินิพพาน อายุกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ปี ภายในปรินิพพานวิหาร สาลวโนทยาน กุสินารา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงข้ามสถานีรถไฟชุมทางโกรัคปูร์&amp;nbsp;(Gorakhpur Junction)&amp;nbsp;คือบรรดาโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร บริษัททัวร์ และร้านค้าแผงลอยทั่วไป เวลาราวๆ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทุ่มแล้วก็ยังคึกคักอยู่ สถานีรถไฟแห่งนี้ถือว่าใหญ่ติดอันดับต้นๆ ในรัฐอุตรประเทศ กุนเธอร์-ชายชาวเยอรมันวัย&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ปี มีเงินสดเหลืออยู่ร้อยกว่ารูปีเดินไปหาข้าวกิน ขณะที่ผมไม่เหลือเลยจึงต้องหาตู้เอทีเอ็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในรั้วสถานีรถไฟมีตู้เอทีเอ็มของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ธนาคาร ได้แก่ของธนาคาร&amp;nbsp;State Bank of India&amp;nbsp;ตู้สีฟ้า และธนาคาร&amp;nbsp;Bank of Baroda&amp;nbsp;ตู้สีส้ม ผมเลือกตู้สีส้มเพราะคิวสั้นกว่า แต่พอจะได้กดตู้กลับเสีย จึงต้องย้ายไปต่อตู้สีฟ้า มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรุ่นคุณลุงเฝ้าอยู่หน้าประตู เปิดเข้าไปเจอ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้ แต่ใช้การได้เพียงตู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียบบัตรเอทีเอ็มเข้าไปรอตั้งหลายวินาทีก็ไม่เห็นว่าหน้าจอจะปรากฏข้อความอะไรจึงดึงบัตรออก ลุงเจ้าหน้าที่เฝ้าดูผ่านประตูกระจกอยู่ก็เปิดเข้ามาบอกให้ผมสอดบัตรเข้าไปใหม่แล้วดึงออกทันที จากนั้นข้อความให้กดรหัสก็โผล่ขึ้นบนจอ ผมกดรหัสเสร็จลุงแกก็กดที่คำสั่ง&amp;nbsp;Cash Withdrawal&amp;nbsp;จากนั้นกด&amp;nbsp;Currency Saving&amp;nbsp;แล้วเดินออกไป ผมกด&amp;nbsp;16,000&amp;nbsp;รูปี แต่เงินไม่ออก ลุงเดินเข้ามาใหม่บอกว่ากดได้ครั้งละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;รูปี ผมก็ทำตาม เงินไหลออกมา แกบอกให้กดใหม่อีกรอบเพื่อให้ได้เงินครบตามจำนวนที่ต้องการ ผมเกรงใจคนรอคิวและไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือเปล่าจึงพอแค่นั้น รอให้บัตรออกมาก็ไม่ออก นั่นก็เพราะดึงมันออกมาตั้งแต่ก่อนกดรหัสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธรูปและซุ้มประตูบริเวณหัวถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;กุสินารา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บเงินเข้ากระเป๋าอย่างพิถีพิถันโดยไม่ลืมที่จะหันซ้ายหันขวาระวังภัย ก่อนเดินข้ามถนนไปเจอกุนเธอร์นั่งกิน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ถาลี&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Thali)&amp;nbsp;หรืออาหารชุดใน &amp;ldquo;ถาด&amp;rdquo; แบบมังสวิรัติอยู่ตรงหน้าเกสต์เฮาส์แห่งหนึ่ง สภาพของร้านอาหารดูไม่โสภาหลายประการ มีโต๊ะอยู่แค่ตัวเดียวเท่านั้น เขาชวนว่า &amp;ldquo;กินสิ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;รูปีเอง&amp;rdquo; ชาวอินเดียที่นั่งตรงข้ามกับกุนเธอร์ซึ่งเป็นคนในร้านก็ชวนผมอีกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้ไปผมมีแผนการเดินทางที่กำหนดค่อนข้างตายตัวว่าวันไหนต้องไปถึงเมืองไหน ไม่อยากเสี่ยงท้องเสียอีกแล้ว จึงตอบไปว่าไม่ค่อยหิว ทั้งที่หิวมาก แล้วเดินกลับโรงแรม แม้ว่าจะมีร้านอาหารที่ดูสะอาดอีกหลายร้านในบริเวณนั้น แต่ขอสั่งรูมเซอร์วิสจะดีกว่าเพราะนึกขึ้นได้ว่ามีข้าวผัดที่ห่อมาจากร้านกรุงพาราณสีเมื่อตอนเที่ยงอยู่ด้วย จะได้ไม่ต้องทิ้งให้รู้สึกบาป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์เปิดประตูห้องเข้ามาเห็นผมกินซุปไก่อยู่กับข้าวผัดและมันฝรั่งทอดก็ถามเชิงจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการกินของผมว่า &amp;ldquo;รู้มั้ยไก่มาจากไหน ?&amp;rdquo; ผมตอบขุ่นๆ ไปว่า &amp;ldquo;จากโลกนี้นี่แหละ&amp;rdquo; &amp;nbsp;เขาอ่านน้ำเสียงของผมออกจึงไม่พูดอะไรต่อ ซึ่งถ้าผมไม่พูดอย่างนั้นเขาอาจจะพล่ามอะไรออกมาอีกยืดยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยอมให้กุนเธอร์นอนเตียงนอกเพื่อเขาจะลุกได้ง่ายๆ และปิดไฟเหลือแค่ดวงเดียวเพราะเขาไม่ชอบแสง ไม่ทราบว่าการไม่ชอบแสงของเขานี้มาจากความเคยชินที่ยุโรปตอนเหนือดวงอาทิตย์ส่องไม่ค่อยถึงหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Buddha Marg&amp;nbsp;ถนนสู่สังเวชนียสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากเป็นห้องพัดลมจึงจำเป็นต้องแง้มเปิดหน้าต่างออกรับอากาศ ทำให้เสียงแตรรถดังเข้าหูอยู่ทั้งคืน แต่ผมก็หลับลงได้ไม่ยากเย็นนักราวๆ เที่ยงคืน และตอนเช้าก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงเดียวกันนี้ กุนเธอร์ตื่นก่อนแล้ว เขามีเงินเหลืออยู่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;รูปี จ้าง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้อถีบให้พาไปหาร้านแลกเงิน แต่ยังไม่เปิดสักร้าน เพราะยังเช้าเกินไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสั่งไข่เจียวและขนมปังแยมสตรอว์เบอร์รีและเนยที่ตัดเสิร์ฟมาแบบแซนวิช&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชิ้น บอกให้กุนเธอร์หยิบไปกินตามสบาย ก่อนหยิบเขายังถามว่ามีเนื้อสัตว์ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นอันว่าข้อเสนอที่ผมบอกเขาเมื่อวาน &amp;ldquo;พรุ่งนี้เช้าเราแยกกันก็ได้&amp;rdquo; กุนเธอร์ไม่ตอบรับ แม้ว่าดูๆ แล้วเขาไม่ค่อยอยากจะไปกุสินาราเท่าไหร่ แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน และเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีเงินรูปีเหลืออยู่เลยผมก็ให้เขายืมไปก่อนจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเช็กเอาต์แล้วฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรม รีเซ็พชั่นบอกให้วางไว้บนโซฟาข้างๆ เคาน์เตอร์ กุนเธอร์รู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเพราะไม่มีห้องเก็บ รีเซ็พชั่นหนุ่มใหญ่หันมาบอกว่า &amp;ldquo;ปลอดภัย&amp;rdquo; ผมจึงสำทับดังๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่เป็นไรหรอก ของมีค่าเราไม่ได้อยู่ในนั้นเลยสักชิ้น&amp;rdquo; กุนเธอร์ยิ้มให้กับวิธีพูดของผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรินิพพานวิหารและปรินิพพานสถูป มองจากทางเข้าฝั่งวัดพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากโรงแรมเราเดินไปทางขวา ผ่านหน้าสถานีรถไฟแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนใหญ่อันจอแจ&amp;nbsp; บรรดารถบัสที่ผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบันรอผู้โดยสารเดินทางออกนอกเมืองโกรัคปูร์จอดอยู่เรียงราย ผมไล่ถามว่าคันไหนไปกุสินารา ซึ่งต้องพูดว่า &amp;ldquo;กุฉินาการ์&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Kushinagar)&amp;nbsp;ก็ได้รับคำตอบว่าให้เดินไปอีกเรื่อยๆ ซึ่งรถของเราอยู่เหมือนจะท้ายสุด รวมแล้วเกือบๆ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตรจากโรงแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนขึ้นผมก็ถามค่าโดยสารกับกระเป๋ารถ เขาตอบ&amp;nbsp;&amp;ldquo;Sixty One&amp;rdquo;&amp;nbsp;ผมนึกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;รูปีต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ตอนที่เขามาเก็บเงินปรากฏว่าราคา&amp;nbsp;61&amp;nbsp;รูปีจริงๆ รับเงินแล้วเขาก็กดจำนวนเงินลงในเครื่องปรินต์สลิปแบบพกพา ใบเสร็จค่อยๆ คืบออกมาอย่างว่าง่าย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์ต้องการนั่งข้างๆ ผม แต่ระยะทาง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง ผมไม่อยากฟังเขาบ่นเพ้อเรื่องการเปลี่ยนโลกไปตลอดทางจึงบอกให้เขาไปนั่งเบาะหลัง &amp;ldquo;เผื่อว่าคุณจะได้มีเพื่อนใหม่&amp;rdquo; เขาเห็นด้วย แต่หาคนคุยภาษาอังกฤษกับเขาได้ยากเต็มที กุนเธอร์คงยังหิวอยู่ ตอนที่มีคนขึ้นมาขายเนื้อมะพร้าวแก่ตัดเป็นชิ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เหลี่ยมซ้อนกันเป็นทรงเจดีย์ เขาซื้อมากินชิ้นหนึ่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสวิ่งไปบนถนน&amp;nbsp;Kasia &amp;ndash; Gorakhpur&amp;nbsp;ผมย้ำกับกระเป๋ารถ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รอบว่าให้ช่วยเตือนก่อนถึง&amp;nbsp;Buddha Site&amp;nbsp;เพราะเคยอ่านพบว่าหลายคนนั่งเลยไปยังตัวเมืองกุสินาราต้องหารถย้อนกลับมาใหม่ ชายหนุ่มที่นั่งเบาะหน้าถัดไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แถวพูดภาษาอังกฤษได้ หันมาบอกผมว่า &amp;ldquo;เหลืออีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;rdquo; ก่อนจะถึงเขาหันมาบอกอีกรอบ คนอื่นๆ ในรถก็ล้วนดูเป็นมิตร และคล้ายจะถือเป็นธุระของพวกเขาว่าเราจะนั่งเลยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพักตร์ของพระพุทธมหาปรินิพพาน เสมือนว่าพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์อย่างหมดกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถจอดตรง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แยก เราเดินข้ามถนนไปทางขวา พระพุทธรูปนั่งในศาลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เหลี่ยมประดิษฐานอยู่ตรงหัวถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;ถัดไปคือซุ้มประตูคอนกรีต มีคาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น ธรรมจักรอยู่บนปลายสุด ถนนที่นำไปสู่ปรินิพพานสถานเป็นถนนลาดยาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เลนสภาพดี ไม่มีฝุ่นควันคละคลุ้งอย่างพุทธคยา ร้านรวงแบบห้องแถวชั้นเดียวตั้งอยู่ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่ง มอเตอร์ไซค์และจักรยานจอดอยู่ริมบาทวิถีอย่างเป็นระเบียบ มีออโต้และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้อถีบให้บริการแต่ไม่มีใครมาคะยั้นคะยอ ไม่มีคนเรียก &amp;ldquo;เฮลโล่ มาย เฟรนด์&amp;rdquo; แต่ก็เป็นไปได้ว่าความสงบที่ประสบอยู่นี้เหตุเพราะยังไม่ถึงฤดูท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์แวะซื้อน้ำอ้อยที่รีดคั้นจากเครื่องมือหมุน ผมเข้าไปคุยกับหนุ่มน้อยรถเข็นขาย &amp;ldquo;เบล์ปุรี&amp;rdquo; ที่กำลังปรุงส่งกลิ่นหอมฉุย พอขอถ่ายรูปเขาก็เขินอายหลบไปข้างๆ รถ เด็กผู้หญิงชั้นมัธยม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนกำลังรอให้เบล์ปุรีสุกขยับเข้าเฟรมแทน พวกเธอพูดคุยคิกคักทักทายอย่างเป็นกันเอง โรงเรียนของพวกเธออยู่ห่างออกไปไม่ถึง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารใหญ่ๆ ของราชการ ธนาคาร และโรงแรมอยู่ด้านซ้ายมือของถนน เราเดินผ่านวัดเวียดนาม จากนั้นก็มาถึงวัดพม่า แผนที่กูเกิลจากโทรศัพท์มือถือบอกว่าสามารถเดินเข้าวัดพม่าแล้วไปทะลุเข้าทางด้านข้างของสาลวโนทยานได้ ผมจึงเดินเข้าไป มีวัยรุ่นชาวอินเดียหลายคนเข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปเซลฟี่ตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองหนุ่มนักศึกษาอาสาจะเดินไปส่ง ด้านหลังทางเข้ามีลุงเจ้าหน้าที่นั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งสำหรับให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนเข้าอุทยาน สองหนุ่มบอกให้ผมเดินผ่านไปเลย ผมหันไปบอกกุนเธอร์ว่าช่วยลงไว้หน่อย เขาก็ทำตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธมหาปรินิพพาน ฝีมือช่างเมืองมถุรา ออกทุนโดยหริพละสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินถึงหน้าวิหารปรินิพพานกุนเธอร์บอกว่าจะไม่เข้าไป เขาขอนั่งรอใต้ต้นสาละต้นหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะทนอากาศร้อนไม่ได้ และอยู่ข้างนอกนี่เขาก็จะได้หาคนคุยด้วย ส่วนนักศึกษาที่เดินมาส่งหายตัวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถอดรองเท้าไว้ตรงหน้าบันไดแล้วเดินขึ้นไปยังวิหาร ภายในประดิษฐานพุทธปฏิมาหินทรายปางปรินิพพาน อายุกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ปี ความยาว&amp;nbsp;6.1เมตร พระเศียรอยู่ทางทิศเหนือ พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันตก บนฐานด้านนี้สลักรูปผู้ศรัทธาเลื่อมใส&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รูป เว้นระยะห่างเท่าๆ กันในลักษณะโศกเศร้าอาลัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ภายในวิหารนี้ค่อนข้างเล็กแคบ จุคนได้ไม่น่าจะเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน รู้สึกถึงความปกติธรรมดาและคิดว่าดีแล้วที่เขาไม่สร้างให้ใหญ่โตอลังการซึ่งอาจจะทำให้พระพุทธองค์ดูห่างไกลและเกินเอื้อม ผมก้มลงกราบแล้วน้ำตาไหลออกมาด้วยความตื้นตันในพุทธคุณ คงเหมือนที่หลายท่านเคยเป็นเมื่อได้มาอยู่ตรงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงยหน้าขึ้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้อยู่ที่มุมฝั่งพระพักตร์ หันไปดูก็รู้ว่าเป็นคนไทย มากับสามีฝรั่งที่กำลังถ่ายรูปอยู่ เธอพูดออกมาไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำนัก ไม่แน่ใจว่าเป็นคนพูดไม่ชัดหรือเพราะกำลังร้องให้ ผมได้ยินถนัดแค่ประโยคที่ว่า &amp;ldquo;อาจจะเจอกันอีกที่ลุมพินีวันนะคะ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหาปรินิพพานสถูปและวิหาร รวมทั้งซากสถูปน้อยใหญ่ที่มีผู้ศรัทธาสร้างขึ้นภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยู่ในวิหารได้สักพักก็กลับออกมา โดยลืมเดินไปสักการะปรินิพพานสถูปความสูง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เมตรทางด้านหลังที่อยู่บนฐานเดียวกับวิหารนี้ สถูปเดิมพระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างไว้ครอบตำแหน่งที่พระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานระหว่างต้นสาละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต้น ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จารึก พระพุทธรูป และสิ่งของสำคัญต่างๆ ลักษณะของวิหารและสถูปที่เห็นในปัจจุบันได้รับการปฏิสังขรณ์เมื่อคราวฉลองพุทธชยันตีครบ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุนเธอร์กำลังนั่งคุยอยู่กับบรรดาเด็กหนุ่ม ผมเดินชมซากโบราณสถานที่ได้รับการขุดพบพร้อมๆ กับสถูปและวิหาร รวมถึงต้นสาละที่รายรอบ แล้วกลับมาบอกกุนเธอร์ว่าจะไปสถานที่ถวายพระเพลิงพุทธสรีระต่อ มีชายคนหนึ่งอาสาจะพาไปแต่สักพักเขาก็ไม่รู้หายไปไหน คงเพราะขี้เกียจรอเนื่องจากมีวัยรุ่นเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับผมคนแล้วคนเล่า และตอนจะออกจากอุทยานผมก็ขอแวะลงทะเบียนกับลุงคนเดิม พอถึงช่อง&amp;nbsp;Purpose of Visit -จุดประสงค์การมาเยือน ผมกำลังนึกคำอยู่ ลุงแกบอกให้เขียนว่า&amp;nbsp;Puja&amp;nbsp;ซึ่งก็คือ &amp;ldquo;บูชา&amp;rdquo; ลงไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่าจะผ่านวัดพม่าออกมาได้ผมต้องสวมวิญญาณดาราดังถ่ายรูปเซลฟี่กับชาวอินเดียอีกหลายนาที กุนเธอร์ไม่ขอตามไปยังมกุฏพันธนเจดีย์ ผมบอกให้เขากลับไปตรงหัวถนน หาอะไรเย็นๆ กินและหาที่แลกเงินรูปี รวมถึงแลกเงินเหรียญสหรัฐฯ เตรียมไว้ด้วย เพราะตอนจะข้ามไปเนปาลเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมคนละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ดอลลาร์ ส่วนผมเดินไปบนถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;ผ่านทางเข้าด้านหน้าของสาลวโนทยาน แวะซื้อไอศกรีมวอลล์จากมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่แล้วเดินกินไปตามทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูเข้าสาลวโนทยานด้านหน้า ฝั่งถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนที่กูเกิลระบุว่าเป้าหมายอยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตร ให้เลี้ยวขวาตรง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แยก แม้ว่าทางที่เลี้ยวซ้ายดูเหมือนจะเป็นถนนหลัก และคนบริเวณ&amp;nbsp;3แยกทำสีหน้าแปลกที่ผมเลี้ยวมาทางนี้ แต่ผมก็ยังเดินต่อไป ทางบังคับให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ทางเล็กลง ผมเดินไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานเล็กๆ มีคนนั่งๆ ยืนๆ อยู่กลุ่มหนึ่ง หนุ่มใส่เชิ้ตสีเขียวอ่อน อายุราว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต้นๆ บอกว่ามาผิดทางแล้ว ให้เดินกลับไปทางเดิม ผมพิจารณาแล้วก็น่าจะผิดทางจริงๆ คงมีคนมือบอนปักหมุดในแผนที่หลอกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันหลังกลับเดินออกมาได้ไม่เท่าไหร่ หนุ่มเชิ้ตเขียวก็ปั่นจักรยานมาเทียบ ส่งสัญญาณให้ขึ้นซ้อนท้าย ผมไม่เห็นว่าจะเสียหายอะไร และได้เตรียมงบไว้แล้ว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉบับหน้าหนุ่มเชิ้ตเขียวจะโชว์อะไรให้ดูครับ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;//////&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระพุทธมหาปรินิพพาน อายุกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ปี ภายในปรินิพพานวิหาร สาลวโนทยาน กุสินารา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระพุทธรูปและซุ้มประตูบริเวณหัวถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;กุสินารา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;ถนนสู่สังเวชนียสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรินิพพานวิหารและปรินิพพานสถูป มองจากทางเข้าฝั่งวัดพม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระพักตร์ของพระพุทธมหาปรินิพพาน เสมือนว่าพระพุทธองค์เสด็จดับขันธ์อย่างหมดกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระพุทธมหาปรินิพพาน ฝีมือช่างเมืองมถุรา ออกทุนโดยหริพละสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาปรินิพพานสถูปและวิหาร รวมทั้งซากสถูปน้อยใหญ่ที่มีผู้ศรัทธาสร้างขึ้นภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประตูเข้าสาลวโนทยานด้านหน้า ฝั่งถนน&amp;nbsp;Buddha Marg&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24822</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bank of Baroda, Gorakhpur Junction, ท่องเที่ยว, ประเทศเมียนมา, พม่า, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
