<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ววันนี้ ! &#039;เป๋าตัง&#039;  เชื่อม &#039;LINE MAN - Grab&#039; กระตุ้นใช้จ่ายคนละครึ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชันเป๋าตังให้เป็น Thailand &amp;nbsp;Open Digital &amp;nbsp;Platform ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร พร้อมเปิดกว้างจับมือกับพันธมิตรทุกกลุ่ม ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาบริการต่างๆ ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมในชีวิตของลูกค้าประชาชน &amp;nbsp;ทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน &amp;nbsp;ด้านสุขภาพ &amp;nbsp;การศึกษา การออมและการลงทุน &amp;nbsp;รวมถึงการบริการต่างๆ ของภาครัฐ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 33 ล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลัง ในการขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่งธนาคารได้ขยายศักยภาพของแอปฯ เป๋าตัง ให้สามารถรองรับการใช้จ่ายในการสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ 2 รายใหญ่ คือ แกร็บ (Grab) และ ไลน์แมน( LINE MAN) โดยการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป เพิ่มความความสะดวกในการใช้งานให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ ลดค่าใช้จ่ายในการครองชีพ &amp;nbsp;และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วง Work From Home ที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้บริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่มากขึ้น &amp;nbsp;เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเชื่อมแอปฯเป๋าตัง กับแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ เป็นมิติใหม่ของการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มพันธมิตรระดับชั้นนำของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าประชาชนผู้ใช้งาน พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือร้านค้าขนาดเล็ก ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp; สร้างโอกาสเพิ่มช่องทางการขายและโปรโมตให้กับร้านค้าต่างๆ ทำให้ลูกค้าเข้าถึงร้านค้าได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น โดยที่เม็ดเงินในโครงการยังคงไปที่ร้านค้าต่างๆ เพราะเป็นเงินช่วยในส่วนค่าอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่ร่วมค่าส่ง จึงช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ให้ผูัประกอบการร้านอาหารรายเล็กรายน้อยโดยตรง สามารถประคับประคองกิจการให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอปฯเป๋าตัง ได้รับการพัฒนาโดย อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) ซึ่งเป็นเรือเร็ว (Speed Boat) ของธนาคารที่ดำเนินงานอยู่บน 3 เสาหลัก คือ 1.การพัฒนาระบบโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานแบบเปิด (Open Banking Platform) 2.เป็นการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคนิวนอร์มอล ( Innovative Digital Business Platform) &amp;nbsp;และ3.สร้างเป็นระบบเปิดที่รองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนไทย ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างตรงจุด ด้วยการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่กำลังเข้าสู่ยุค Digital Economy ให้ทั่วถึงและสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai เปิดเผยว่า หลังจากที่ LINE MAN ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลัง ทีมงานได้ดำเนินการยกเครื่องเชื่อมระบบหลังบ้านระหว่างแอปฯ LINE MAN และแอปฯเป๋าตังอย่างไร้รอยต่อ ให้ผู้ใช้สั่งอาหารได้ง่ายและจ่ายง่ายกว่าเดิม โดยสามารถกดจ่ายผ่านแอปฯเป๋าตังได้เลยทันทีเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นที่สุดในการสั่งอาหาร นอกจากนี้ยังได้เตรียมแคมเปญกระตุ้นตลาดครั้งใหญ่ &amp;nbsp;&amp;ldquo;คุ้มคนละชั้น สั่งคนละครึ่ง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทั้งส่วนลดค่าอาหารเพิ่มเติม โค้ดฟรีค่าส่ง และอีกมากมาย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยทั้งหมดนี้ LINE MAN ได้ทุ่มเทกำลังเพื่อตอกย้ำภาพความเป็นเบอร์ 1 ในการใช้จ่ายคนละครึ่งผ่านเดลิเวอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. เก่งการ เหล่าวิโรจนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า &amp;nbsp;Grab รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในครั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ จึงได้มีการจัดแคมเปญล่าสุด &amp;ldquo;แกร็บฟู้ด สั่งเถิดชาวไทย&amp;rdquo; ที่มอบส่วนลดสูงสุด 60% จากร้านค้าทั่วไทยที่เข้าร่วมแคมเปญรวมทั้งสิ้นกว่า 20,000 ดีล ตั้งแต่วันนี้จนถึง 24 ตุลาคม 2564 เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับคนไทย พร้อมยังได้มีมาตรการสนับสนุนร้านค้า ด้วยการปรับค่าคอมมิชชันในอัตราพิเศษสูงสุดไม่เกิน 20% ให้กับร้านค้าที่ร่วมโครงการคนละครึ่ง ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอย และส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูขั้นตอนการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118695</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;คนละครึ่ง&quot;เข็นเศรษฐกิจ, Grab, LINE MAN, เป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a6e827a9b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2564 : นอกจากโควิด ยังมีเรื่องต้องลุ้นอีกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีใหม่ 2564 เป็นปีที่มีคำถามมากมายว่าปีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดของโควิด เพราะมีวัคซีนหรือจะเป็นเพียงปีที่สองของการระบาดของโคโรนาไวรัส?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่น่าจะเป็นคำถามอันดับหนึ่งของผู้คนทั่วโลกเมื่อย่างเข้าสู่ปีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะถ้าโควิดไม่สงบในปีนี้ก็จะเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายอนาคตของสุขภาพ, เศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเพียงสองสัปดาห์เศษๆ สหรัฐจะมีประธานาธิบดีคนใหม่ที่ชื่อโจ ไบเดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาจะสามารถระงับการระบาดของโควิดได้ดีกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แน่ๆ คืองานข้างหน้าไม่ง่ายสำหรับเขาเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสัปดาห์ก่อนสิ้นปี ไบเดนออกมาบ่นเสียงดังว่าการส่งงานต่อจากทีมของทรัมป์ให้กับทีมของเขามีอุปสรรคมากมายที่ทำให้ไม่มีความราบรื่นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการแจกจ่ายวัคซีนให้กระจายไปทั่วอเมริกาโดยเร็วที่สุด...ก็ยังไม่สามารถทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนจึงส่งเสียงเตือนอย่างน่ากลัวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในสองสามสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เราจะเผชิญกับความยากลำบากกว่าที่ผ่านมามาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรงกับคำเตือนของผู้ว่าฯ โตเกียวว่า &amp;ldquo;เรากำลังจะเจอกับการระเบิดของการระบาดของโควิดในระดับที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้มีเรื่องราวมากมายที่ต้องเกาะติด เพราะจะมีผลต่อการเมืองระหว่างประเทศที่จะกระทบประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้จะครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นโอกาสที่สี จิ้นผิง จะต้องแสดงความยิ่งใหญ่ของจีนในจังหวะที่สำคัญเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะเมื่อตรงกับปีที่สหรัฐมีผู้นำใหม่ในช่วงเวลาที่ดูเหมือนว่าประเทศทรงอิทธิพลอันดับ 1 ของโลกกำลังเพลี่ยงพล้ำต่อโควิด และจีนสามารถบริหารวิกฤติครั้งนี้ได้ดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญกว่านั้นคือ สี จิ้นผิง จะฉวยจังหวะนี้กระชับฐานอำนาจการปกครองจีนให้เหนียวแน่นขึ้นอีก โดยอ้างความเป็นแกนนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นเสาหลักของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมเกาะติดปีนี้มีอีกหลายเรื่องใหญ่ๆ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จีนกับอเมริกาจะตกลงเลิกสงครามการค้าได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ญี่ปุ่นจะสามารถจัดงานโอลิมปิกในปีนี้ได้หรือไม่ หลังจากที่เลื่อนมาจากปีที่ผ่านมาเพราะโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.แจ็ก หม่า จะหลุดรอดจากการ &amp;ldquo;ลงโทษ&amp;rdquo; โดยรัฐบาล เพราะความระแวงของผู้นำจีนว่าบรรดาเจ้าสัว Big Techs กำลังจะสยายปีกกว้างไกลเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.Ant Group ของอาลีบาบาจะสามารถทำ IPO ที่ถูกทางการจีนระงับเอาไว้ในปีที่ผ่านมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.&amp;ldquo;รถอัจฉริยะ&amp;rdquo; หรือ Smart Cars จะแสดงความฉลาดมากขึ้นและจะกลายเป็นวิถีชีวิตปกติของคนทั้งโลกมากขึ้นมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.รถไฟฟ้าจะแซงหน้าทดแทนรถใช้น้ำมันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.Tesla ของอีลอน มัสก์ จะรุกตลาดจีนได้อย่างกว้างขวางมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.ในแวดวง Startup และการลงทุนระดับภูมิภาคจะมีการลุ้นว่า Grab กับ Gojek จะควบรวมกันกลายเป็นอภิมหาอำนาจธุรกิจยุคใหม่ในปีนี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.หัวเว่ยของจีนผงาดขึ้นมาในระดับโลกต่ออย่างไร...ภายใต้ไบเดน อเมริกาจะปฏิบัติต่อหัวเว่ยและผู้บริหารที่ถูกข้อหาของสหรัฐแตกต่างไปจากยุคของทรัมป์อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;10.Bitcoin จะเพิ่มบทบาทคึกคักขึ้นหลังจากที่ราคาพุ่งพรวดพราดทำสถิติใหม่ทุกสัปดาห์ก่อนสิ้นปีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;11.อเมริกาจะกลับมา CPTPP หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.RCEP จะออกเดินได้เร็วเพียงใดในปีนี้ หลังจากที่ 15 (รวมถึงไทย) ได้ลงนามรับรองให้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.สภาพอากาศและมลพิษทางอากาศจะกลายเป็นวิกฤติซ้อนวิกฤติโควิดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นเพียงบางเรื่องบางราวในระดับโลกที่ผมจับตาเพื่อจะได้วิเคราะห์ความท้าทายสำหรับประเทศไทย ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปัจจัยที่พอจะคาดการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ &amp;ldquo;คิดไม่ถึง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คาดล่วงหน้าไม่ได้&amp;rdquo; จะมีอะไรบ้าง ไม่มีใครสามารถจะบอกได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่โควิด-19 ระเบิดขึ้นมาเมื่อต้นปีก่อน โดยที่ทั้งโลกช็อกและตั้งรับกันอย่างทุลักทุเลอย่างที่เห็นกันวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88697</URL_LINK>
                <HASHTAG>Gojek, Grab, กาแฟดำ, อีลอน มัสก์, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่ขอขึ้นราคา ต้าน&#039;แกร็บ&#039;ถูกกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แท็กซี่บุกขนส่งฯ ขอขึ้นราคาหากดัน Grab ถูกกฎหมาย ยื่นเงื่อนไข 4 ข้อแลกเปลี่ยน ต้องเยียวยาเป็นรูปธรรม ปราบปรามรถผิดกฎหมาย ทบทวนนโยบายแท็กซี่โอเค เพราะไม่ประสบผลสำเร็จ และปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบกและรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องรถแท็กซี่แกร็บ (Grab) ที่ผิดกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น กลุ่มเครือข่ายผู้ขับขี่แท็กซี่มากกว่า 8 หมื่นคัน ได้รับผลกระทบต่อการประกอบการเเละการประกอบอาชีพอย่างรุนแรง ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 24 มิ.ย.นี้ ได้นัดเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ เข้าหารือถึงเรื่องดังกล่าว โดยกลุ่มเครือข่ายแท็กซี่เดินทางไปบุกกรมการขนส่งทางบกประมาณ 50-60 คัน จากนั้นตนและสมาชิกเครือข่ายฯ เดินทางไปยังพรรคภูมิใจไทยด้วย เพื่อยื่นแถลงการณ์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวว่า ต้องการยื่นเงื่อนไข 4 ข้อเป็นการแลกเปลี่ยนกับนโยบายผลักดันเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย 1.หากดำเนินการในเรื่องนี้เเล้วมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ จะต้องมีการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม 2.จะต้องมีการปราบปรามรถผิดกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ให้เป็นที่ประจักษ์ 3.ให้ทบทวนนโยบาย TAXI OK เนื่องจากไม่ประสบผลสำเร็จตามที่ได้ประกาศไว้ และ 4.จะต้องมีการปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นที่จะหารือกับกรมการขนส่งทางบกนั้นจะเสนอให้ยกเลิกกฎหมายบังคับใช้กับแท็กซี่ไปเลย เพราะที่ผ่านมากลุ่มแท็กซี่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตลอด แต่ไม่มีการปรับขึ้นราคาให้และไม่มีความจริงจังในการแก้ปัญหาบริการแท็กซี่ผิดกฎหมาย(Grab) แต่พอมาวันนึงจะแก้กฎหมายให้บริษัทต่างชาติเข้ามา ทุกวันนี้ขาดทุนอยู่แล้ว เครือข่ายฯ พร้อมเลิกขับแท็กซี่หากใช้วิธีแก้ปัญหาแบบนี้ ที่ผ่านมาต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน TAXI OK กว่าคันละ 3 หมื่นบาท แต่กลับพบว่าระบบใช้ไม่ได้จริง จึงต้องหาวิธีเยียวยา ส่วนด้านการเข้าพบกับพรรคภูมิใจนั้น จะเข้าไปสอบถามถึงแนวทางการเยียวยาและนโยบายการทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ (Grab และแท็กซี่ทั่วไป) ตามที่หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศออกสื่อไปแล้วว่าจะทำให้ทุกคนพอใจแบบ &amp;quot;เจ๊กอยู่ได้ ไทยอยู่ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันผู้ขับขี่แท็กซี่เดือดร้อนอย่างมาก ไม่มีการปรับขึ้นราคามามากกว่า 5 ปีแล้ว ต้องคิดค่าโดยสารแบบไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ราคาต้นทุนก๊าซปรับเพิ่มขึ้นมาถึง 40% ทุกวันนี้ผู้ขับขี่ต้องทำงาน 12-14 ชั่วโมงเพื่อรายได้ 300-400 บาทต่อวัน เช่นเดียวกับค่าแรกเข้า 35 บาทที่ไม่ได้ปรับเพิ่มมานานกว่า 20 ปีแล้ว ไม่มีที่ไหนในโลกตรึงราคาไว้แบบนี้ ประกอบกับโดนบริการ Grab แย่งรายได้ไปไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบสัดส่วนแท็กซี่ทั่วไป 80,000 คัน และ รถ Grab Car 20,000 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องโครงการ TAXI OK และแอปพลิเคชัน TAXI OK นั้นต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ล้มเหลว เพราะแอปพลิเคชันใช้ไม่ได้จริง ผู้ขับขี่มองไม่เห็นออเดอร์ผู้โดยสาร ส่วนผู้โดยสารก็กดเรียกไปแล้วไม่มีรถมารับ แสดงให้เห็นว่าระบบไม่บันทึกการแสดงผล จึงเป็นเพียงแอปพลิเคชันในมือถือทีใช้ไม่ได้จริง แตกต่างจาก Grab ที่กดเรียกแล้วมารับได้เลย เพราะบริษัทต่างชาติใช้ระบบมาตรฐานที่ดี ทำให้อุปกรณ์ส่วนควบตามมาตรฐานที่ลงทุนติดตั้งไปสูญเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียรุมต่อว่าและวิพากษ์วิจารณ์ผู้ขับขี่แท็กซี่ในวงกว้าง หลังจากที่เครือข่ายแท็กซี่คัดค้าน Grab ถูกกฎหมายนั้น นายวิฑูรย์กล่าวว่า การปฏิเสธผู้โดยสารเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำหากในเส้นทางนั้นขาดทุน เช่น รถติด หรือผู้โดยสารขอลงหลายจุด เป็นต้น เพราะทุกวันนี้คนขับมีรายได้น้อยจึงต้องวางแผนการขับขี่ ส่วน Grab ก็มีการปฏิเสธผู้โดยสารเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาปฏิเสธผู้โดยสารจะแก้ไม่ได้แม้ Grab ถูกกฎหมาย เพราะคนขับแท็กซี่ปัจจุบันก็จะไปขับ Grab ในอนาคตอยู่ดี ปัญหานี้ต้องย้อนถามกลับไปกรมการขนส่งทางบกว่า หากกฎหมายบังคับใช้เข้มงวดจริง ทำไมถึงยังมีผู้โดยสารเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ตนอยากไปยังกลุ่มผู้มีอายุน้อยในโลกโซเชียลว่า โปรดขอความเห็นใจผู้ประกอบการแท็กซี่ เพราะไม่ได้ขึ้นราคามานานแล้ว ยังจำได้หรือไม่ตอนเป็นเด็กน้อยนั่งแท็กซี่ก็ใช้ราคานี้ พวกคุณเติบโตขึ้นมาเรียนจบแล้ว บางคนเพิ่งเริ่มวัยทำงาน ผ่านมา 20 ปี ราคาแท็กซี่ก็ยังเท่าเดิม ไม่มีที่ไหนในโลกเป็นแบบนี้ ส่วนเรื่องจะยกเลิกแท็กซี่ไปเลยก็ทำได้ แต่ถามว่าแล้วคนที่ใช้เทคโนโลยีไม่เป็น จะใช้บริการได้อย่างไร คนเฒ่าคนแก่จะใช้แอปพลิเคชันได้สะดวกหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39359</URL_LINK>
                <HASHTAG>grab, TAXI OK, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10d3e9d401b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพล เผยคนไทยยังนิยมใช้วินมอเตอร์ไซค์ มากกว่า  Grab Bike </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชา ในการใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ชี้ 65% เลือกใช้บริการวิน &amp;nbsp;เพราะสะดวก คุ้นเคย ไม่ยุ่งยาก ขณะที่ 34% ใช้ &amp;nbsp;Grab Bike &amp;nbsp;เพราะชอบคิดราคาตามจริง ตามระยะทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย. 61 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 &amp;ndash; 31 พฤษภาคม 2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงปัญหา ที่พบมากที่สุดในการใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 43.69% ระบุว่า ความปลอดภัย (เช่น การขับรถเร็ว การขับขี่บนทางเท้า การขับรถย้อนศร และการข่มขู่ผู้โดยสาร) รองลงมา &amp;nbsp;32.67% &amp;nbsp;ระบุว่า การคิดราคาเกินจริง &amp;nbsp;11.50% ระบุว่า ไม่เคยพบเจอปัญหาเลย 5.51% ระบุว่า การปฏิเสธผู้โดยสารหรือการปล่อยผู้โดยสารลงกลางทาง &amp;nbsp;4.79% ระบุว่า ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ เข้าข่ายอนาจารด้วยวาจาและการกระทำ &amp;nbsp;0.48% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ จำนวน วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการ และ 1.36% ไม่ระบุ / ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความพึงพอใจต่อการเลือกใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะ ระหว่าง &amp;ldquo;Grab Bike&amp;rdquo; กับ &amp;ldquo;วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ &amp;nbsp;65.58% ระบุว่า เลือกใช้บริการ &amp;ldquo;วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;rdquo; รองลงมา 34.03% ระบุว่า เลือกใช้บริการ &amp;ldquo;Grab Bike&amp;rdquo; และ 0.40% &amp;nbsp;ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ โดยในจำนวนของผู้ที่เลือกใช้บริการ &amp;ldquo;วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;rdquo; ได้ให้เหตุผล พบว่า ส่วนใหญ่ &amp;nbsp;72.96% ระบุว่า สะดวกในการใช้บริการ (มีอยู่ทั่วไปในทุกชุมชน) ไม่จำเป็นต้องมี &amp;nbsp;App Grab Bike รองลงมา &amp;nbsp;24.60% ระบุว่า เป็นผู้ให้บริการหลักในพื้นที่นั้น ๆ (ผู้ให้บริการมีวินประจำ) &amp;nbsp;17.78% &amp;nbsp;ระบุว่า มีความรู้จัก คุ้นเคย กับผู้ให้บริการ (ในกรณีคนในชุมชนเป็นผู้ให้บริการ) และ0.61% ไม่ระบุ/ ไม่แน่ใจ และในจำนวนของผู้ที่เลือกใช้บริการ &amp;ldquo;Grab Bike&amp;rdquo; ได้ให้เหตุผล พบว่า ส่วนใหญ่ 65.09% ระบุว่า สะดวกในการเรียกใช้บริการ (ผ่านแอปพลิเคชัน) รองลงมา 40.80% ระบุว่า ราคาตามระยะทางจริงที่คำนวณให้ทราบก่อนใช้บริการ และ 33.49% ระบุว่า มีมารยาทในการขับขี่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงว่า หาก Grab Bike ไม่สามารถขึ้นทะเบียนในการเป็นรถสาธารณะได้อย่างถูกต้อง จะใช้บริการหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 52.40% ระบุว่า ไม่ใช้บริการ เพราะ ชื่นชอบการใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากกว่า เนื่องจากสะดวก เรียกใช้ง่าย และไม่จำเป็นต้องเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน รองลงมา &amp;nbsp;43.77% ระบุว่า ใช้บริการ เพราะ สะดวกในการเรียกใช้บริการ มีมาตรฐาน ในการให้บริการ ทำให้เรียกใช้บริการด้วยความมั่นใจ และมีการกำหนดค่าโดยสารที่แน่นอนซึ่งถูกกว่าค่าโดยสารวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และ3.83% &amp;nbsp;ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแนวทางที่จะทำให้ใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะให้ปลอดภัย และได้ประโยชน์สูงสุด พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ 46.65% ระบุว่า มีการอบรมเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ ให้กับมอเตอร์ไซค์สาธารณะที่ให้บริการประชาชนทุกชนิด รองลงมา 41.77% &amp;nbsp;ระบุว่า มีการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษที่เคร่งครัดกับมอเตอร์ไซค์สาธารณะที่กระทำความผิดทุกรูปแบบ &amp;nbsp;36.10% ระบุว่า มีการกำหนดมาตรฐานราคาในการใช้บริการที่แน่นอน (ราคาตามระยะทางจริง) &amp;nbsp;30.11% ระบุว่า อนุญาตให้ Grab Bike จดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง 28.51%&amp;nbsp;ระบุว่า ควรจัดตั้งให้มีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนรถมอเตอร์ไซค์สาธารณะอย่างชัดเจน &amp;nbsp;25.24%ระบุว่า ควรมีหน่วยงานสุ่มตรวจคุณภาพการให้บริการมอเตอร์ไซค์สาธารณะอย่างสม่ำเสมอ และ 2.80% ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10559</URL_LINK>
                <HASHTAG>grab, grab bike, นิด้าโพล, ผลสำรวจความคิดเห็น, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b134c27b939f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซันเดย์และแกร็บ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซันเดย์ อินส์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำอินชัวร์เทคและผู้ให้บริการประกันสำหรับบริการเรียกรถโดยสารเป็นรายแรกในประเทศไทย ได้ประกาศความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับแกร็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซันเดย์ และแกร็บร่วมกันสร้างสิทธิประโยชน์สำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับถึง&amp;nbsp; 3 แบบ ได้แก่ ความคุ้มครองให้กับรถระหว่าง&amp;nbsp; &amp;nbsp; รับ-ส่ง ผู้โดยสาร ประกันสุขภาพสำหรับพาร์ทเนอร์ผู้ขับ และประกันภัยรถยนต์ในราคาพิเศษสำหรับ แกร็บโกลด์ (บริการรถเช่าเพื่อพาร์ทเนอร์ผู้ขับแกร็บ) พาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บจะได้รับความคุ้มครองทั้งในขณะรับ-ส่งผู้โดยสาร และขณะใช้ขับส่วนตัว เมื่อซื้อประกันรถยนต์กับซันเดย์ในราคาพิเศษ ทำให้สามารถลดรายจ่ายในการขับลงและมีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้พาร์ทเนอร์ผู้ขับที่ได้รับเลือกยังได้รับประกันสุขภาพซึ่งทำให้สามารถรับการรักษาจากโรงพยาบาลชั้นนำได้โดยไม่มีค่าบริการ และสุดท้ายซันเดย์ยังให้ประกันภัยรถยนต์ในราคาพิเศษสำหรับรถเช่าเพื่อขับกับแกร็บ หรือ แกร็บโกลด์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้อัตราค่าเช่ารถมีราคาถูกลง และให้พาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บมีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างซันเดย์และแกร็บ เพื่อที่จะเข้าใจและเข้าถึงพาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บ และให้สิทธิพิเศษที่เหนือกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซินดี้ กัว ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซันเดย์ อินส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะที่เราเป็นอินชัวร์เทคในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราต้องการที่จะปฏิรูปการให้บริการของประกันภัย เราใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยให้เราเข้าใจลูกค้ามากขึ้น และสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าแต่ละคนในราคาที่เหมาะสม เพราะเราเชื่อว่าลูกค้าทุกคนมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้เรายังพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะหาคู่ค้าทางธุรกิจที่สามารถใช้ประกันในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าเช่นเดียวกับที่เราร่วมมือกับแกร็บ เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าซันเดย์นั้นสามารถที่จะช่วยบรรเทาปัญหาต่างๆที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขในยุคดิจิตอลได้เป็นอย่างดี เรารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ทำงานร่วมกับแกร็บในการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ผู้ขับแกร็บ และวิสัยทัศน์ของทั้งสองบริษัทนั้นสอดคล้องกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับของแกร็บ เพราะพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ทุกคนนั้นทำงานหนัก และบางคนก็ยังเป็นเสาหลักของครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่เป็นหัวใจหลักของแกร็บในการพัฒนาการเดินทางของผู้คนรวมถึงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างผู้คนกับสิ่งที่มีคุณค่าต่อพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นคนที่พวกเขารัก เพื่อนฝูง สถานที่ที่ชอบไป สถานที่ทำงาน และอื่นๆ&amp;nbsp; ทั้งนี้แกร็บมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาชีวิตของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ตั้งแต่วันแรกที่ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพราะเราเชื่อว่าจะส่งผลถึงคุณภาพในการให้บริการแก่ผู้โดยสาร การเป็นพันธมิตรกับซันเดย์ในครั้งนี้จะตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการมอบความครอบคลุมด้านประกันที่หลากหลายแก่ผู้ขับขี่ รวมถึงยานพาหนะและครอบครัว นอกเหนือไปจากการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่คุ้มครองทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ทั้งนี้แกร็บมีความยินดีที่จะต้อนรับผู้ขับขี่ใหม่ๆ ที่จะมาร่วมกับเราในอนาคตรวมถึงขยายบริการเพื่อที่จะตอบสนองต่อความต้องการในชีวิตประจำวันแก่ผู้บริโภค โดยเป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของแกร็บในการเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับทุกวันสำหรับผู้บริโภคชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10452</URL_LINK>
                <HASHTAG>grab, thaipost, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, แกร็บ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b10be96b4476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
