<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เผยยอดใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าทั้ง FTA และ GSP เพิ่มขึ้น 36%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย. 2564 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) และภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ในช่วง 7 เดือนของปี 2564 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 46,394.36 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.23% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 77.30% ของการได้รับสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งสอดคล้องกับการส่งออกที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 44,178.04 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.30% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 78.17% และการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP มูลค่า 2,216.32 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 34.98% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 63.30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA พบว่า ตลาดที่ไทยส่งออกโดยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาเซียน มูลค่า 15,409.35 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.จีน มูลค่า 14,773.87 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ออสเตรเลีย มูลค่า 4,893.99 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.ญี่ปุ่น มูลค่า 4,072.09 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.อินเดีย มูลค่า 2,645.32 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกรอบความตกลง FTA ที่มีอัตราการใช้สิทธิ์สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไทย-เปรู 100% 2.อาเซียน-จีน 93.84% 3.ไทย-ญี่ปุ่น 79.12% 4.อาเซียน-เกาหลี 72.51% และ 5.ไทย-ชิลี 70.67%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยการใช้สิทธิ์ FTA สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยไทย-เปรู เพิ่ม 132.51% อาเซียน-อินเดีย เพิ่ม 55.72% อาเซียน เพิ่มขึ้น 42.70% อาเซียน-จีน เพิ่ม 32.47% เป็นต้น และหลายตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัวหลังจากหดตัวต่อเนื่อง ได้แก่ ไทย-อินเดีย เพิ่ม 4.91% และอาเซียน-ญี่ปุ่น เพิ่ม 3.89%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิ์สูง ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม อาหาร เครื่องดื่ม และเกษตร เช่น แผ่นและแถบทำด้วยอะลูมิเนียม (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณ ทำหรือชุบด้วยเงิน (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เครื่องปรับอากาศ (อาเซียน) ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะม่วง มังคุด (อาเซียน-จีน) โพลิไวนิลคลอไรด์ (อาเซียน-อินเดีย) ปลาซาร์ดีนปรุงแต่ง (อาเซียน-ญี่ปุ่น) เครื่องซักผ้าเกิน 10 ก.ก. (อาเซียน-เกาหลี) ถุงมือยาง (ไทย-ชิลี) เครื่องแต่งกายและของที่ใช้ประกอบกับเครื่องแต่งกาย (ไทย-เปรู) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติกล่าวว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP ทั้ง 4 ระบบ ได้แก่ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซีย และเครือรัฐเอกราชและนอร์เวย์ พบว่า ตลาดส่งออกที่ไทยมีมูลค่าการใช้สิทธิ์มากที่สุด คือ สหรัฐฯ มีการใช้สิทธิ์มูลค่า 1,973.21 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 43.16% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 66.30% รองลงมา คือ สวิตเซอร์แลนด์ มูลค่า 153.91 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 9.56% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 38.78% รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มูลค่า 79.83 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 5.68% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 70.88% และนอร์เวย์ มูลค่า 9.37 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 6.40% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ์ 59.97%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสินค้าส่งออกที่มีการใช้สิทธิ์สูง เช่น มะพร้าวปรุงแต่ง ซอสปรุงรส น้ำ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารปรุงแต่ง สับปะรดกระป๋อง กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เนื้อปลาแบบฟิลเล สด แช่เย็น แช่แข็ง ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด ของผสมของสารที่มีกลิ่นหอมชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหารหรือเครื่องดื่ม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116944</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA, GSP, การส่งออกภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA), กีรติ รัชโน, ภาษีศุลกากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fc96e5b373.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดฉุดยอดใช้ส่งออกผ่าน FTA -  GSP  ลดวูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) และภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในช่วง 5 เดือนของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) มีมูลค่า 26,068.51 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15% มีสัดส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ฯ 77.53% ของการใช้สิทธิทั้งหมด แบ่งเป็นการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ FTA มูลค่า 23,980.51 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 15.87% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 77.75% และการใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้ GSP มูลค่า 2,088 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.52% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 75.02% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุที่ทำให้การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าลดลง เพราะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้การส่งออกของไทยในภาพรวมชะลอตัวลง จึงส่งผลกระทบทำให้มีการขอใช้สิทธิประโยชน์ฯ ลดลงตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ลดลง แต่สินค้าเครื่องดื่ม อาหาร เกษตรและเกษตรแปรรูป กลับมายอดการขอใช้สิทธิเพิ่มขึ้น จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสินค้าที่ขยายตัวสูง เช่น อาหารปรุงแต่ง (สหรัฐฯ อาเซียน) สับปะรดกระป๋อง (รัสเซียและเครือรัฐเอกราช) เนื้อปลาแบบฟิลเล สด แช่เย็น แช่แข็ง (รัสเซียและเครือรัฐเอกราช) สับปะรดปรุงแต่ง (ไทย-ชิลี) ข้าวโพดหวาน (อาเซียน-เกาหลี) กุ้ง (ไทย-ชิลีและอาเซียน-เกาหลี) ชิ้นเนื้อและเครื่องในไก่แช่แข็ง (อาเซียน-จีน) ทุเรียนสด (อาเซียน-จีน) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ก และปลาโบนิโต (ไทย-เปรู) ปลาทูน่า-ปรุงแต่ง (ไทย-ออสเตรเลีย) เต้าหู้ปรุงแต่ง (ไทย-ออสเตรเลีย) น้ำผลไม้ (อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ FTA พบว่า ตลาดที่มีการใช้สิทธิสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาเซียน มูลค่า 8,051.04 ล้านเหรียญสหรัฐ 2.จีน มูลค่า 7,816.94 ล้านเหรียญสหรัฐ 3.ญี่ปุ่น มูลค่า 2,888.72 ล้านเหรียญสหรัฐ 4.ออสเตรเลีย มูลค่า 2,446.84 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 5.อินเดีย มูลค่า 1,445.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วน FTA ที่มีอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไทย-ชิลี ร้อยละ 100 2.อาเซียน-จีน ร้อยละ 89.84 3.ไทย-เปรู ร้อยละ 89.54 4.ไทย-ญี่ปุ่น ร้อยละ 84.30 และ 5.อาเซียน-เกาหลี ร้อยละ 81.92&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ GSP ทั้ง 4 ระบบ คือ สหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ รัสเซียและเครือรัฐเอกราช และนอร์เวย์ พบว่า สหรัฐฯ มีการใช้สิทธิสูงสุด มูลค่า 1,905.12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 4.16% มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 77.40% รองลงมา คือ สวิตเซอร์แลนด์ มูลค่า 106.36 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 2.68% มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 46.18% รัสเซียและเครือรัฐเอกราช มูลค่า 66.45 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.66% มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 85.06% และนอร์เวย์ มูลค่า 10.07 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.01% มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 75.71%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในเดือนก.ย.2563 กรมฯ มีแผนงานที่จะจัดสัมมนาในกรุงเทพฯ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA และ GSP ให้กับผู้ประกอบการและผู้ส่งออกที่สนใจจะสร้างแต้มต่อและโอกาสในการส่งออกสินค้าด้วยสิทธิประโยชน์ดังกล่าว โดยจะจัดแบบคู่ขนาน คือ จัดงานจริงแบบไม่แออัด และถ่ายทอดสดผ่านสัมมนาออนไลน์ และเฟซบุ๊ก ไลฟ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74884</URL_LINK>
                <HASHTAG>FTA, GSP, กรมการค้าต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์, กีรติ รัชโน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32b8de49352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งทูตพาณิชย์ดีซี ต่อรองGSPสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันตัดจีเอสพีเป็นเรื่องธรรมดา เราโตแล้วอย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เตือนสหรัฐ ก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง การให้น้ำใจกัน ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวทำไม่ได้ ขณะที่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เผยสำนักงานพาณิชย์ที่ ดี.ซี. เตรียมหารือยูเอสทีอาร์ 1 พ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) 573 รายการ โดยจะมีผลในวันที่ 25 เมษายน 2563 ว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รัฐบาลดิจิทัล และต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ อุปสรรคหลายอย่างจะแทรกเข้ามา อย่างจีเอสพีหรืออะไร ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เขาให้และเขาก็เอาคืนมันก็ได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็ง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด ก็จะไม่ไปเจออุปสรรคความท้าทายอื่นๆ ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทั้งสงครามการค้า มาตรการกีดกัน พหุภาคี การค้าเสรีมีปัญหาหมด เพราะทุกประเทศเริ่มนึกถึงตัวเอง ทำให้กติกามีมากขึ้น จากการเรียกร้องของประชาชน ทุกประเทศเจอเหมือนกันหมด ประชาชนต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องทำขึ้นมา ซึ่งเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ยึดโยงระหว่างกัน เราจึงต้องใช้มาตรการละมุนละม่อม การเจรจา พูดคุยต่อรอง สิ่งเหล่านี้เป็นการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การค้าการลงทุนวันนี้เขาใช้วิธีต่างตอบแทน ถ้าขายเรา เราก็ต้องซื้อเขา หรือเราจะขายเขาแล้วเขาก็ต้องซื้อเรา เพราะถ้าเราจะขายให้เขาโดยไม่ซื้อเขาก็ไม่ได้อีก นี้เป็นการวิธีปฏิบัติการค้าเสรีที่เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่วันนี้โลกรวมกลุ่มกันมากขึ้น มีหลายกลุ่มอำนาจ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทันทีที่สหรัฐประกาศตัดจีเอสพี หลายฝ่ายก็ตกอกตกใจ แต่ถามว่าจีเอสพีคืออะไร มันคือการช่วยเหลือจากประเทศที่พัฒนาแล้วให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนา แต่วันนี้ไทยก้าวมาไกลมากแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะแสดงว่าประเทศไทยมาได้ไกลแล้ว จึงอยากให้ทุกคนภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมคิดระบุว่า รายการสินค้าบางส่วนของไทยที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพียังเป็นเรื่องของน้ำใจ เพื่อนฝูง ฉะนั้นต้องพูดคุยกัน อย่าให้บรรยากาศเสีย โดยยืนยันว่าไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสิทธิ์จีเอสพี อยากให้สหรัฐคิดให้ดีๆ มันก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง เป็นเรื่องของการให้น้ำใจกัน สหรัฐก็เป็นเหมือนมหามิตรของเรา และเรื่องนี้เราคงไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น โดยกฎหมายเวลานี้มันทำไม่ได้ รมว.แรงงานได้ออกมาพูดแล้วว่าทำไม่ได้ หลายประเทศไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำ และเข้าใจว่าในสหรัฐก็ยังไม่ได้ทำ จึงยากหากจะต้องทำ แม้แก้กฎหมายก็ต้องใช้เวลานาน เกินกว่ากรอบเวลาที่สหรัฐให้ไว้ 6 เดือน ดังนั้นคงต้องใช้วิธีการเจรจา เพราะมีช่องทางที่จะเจรจากันหลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้คำว่าปิดประตูเรื่องตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวไปเลยใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่อยากพูดเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้ไปพิจารณา เขายกเรื่องแรงงานเป็นเรื่องแรก แต่การเจรจาเราอาจยกเรื่องอื่นขึ้นมาเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนกันก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประสานงานร่วมกับทูตแรงงาน ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ สำหรับหมวดสินค้าที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้ 573 รายการ จะทำให้นำสินค้าเข้าสหรัฐบางรายการเสียภาษีเพิ่มประมาณร้อยละ 4-5 และบางรายการเสียภาษีสูงถึงร้อยละ 20 ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เชิญภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมาประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดนั้น ภาพรวมจะเร่งรัดตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลกสำคัญ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ตุรกี เยอรมนี ศรีลังกา บังกลาเทศ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ อังกฤษ ยุโรป โดยจะเจาะลึกการส่งออกรายตลาดมากขึ้น และได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศศึกษารายละเอียดก่อนจะนำทัพภาคเอกชนเข้าไปขยายตลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีสหรัฐเรียกร้องให้ไทยมีการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น นายจุรินทร์ระบุไม่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดจีเอสพี ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานจะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะระหว่างการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวกับการเสียภาษี อะไรจะส่งผลดีต่อประเทศมากกว่ากัน ส่วนกรณีที่สหรัฐจะให้ไทยนำเข้าหมูสารเร่งเนื้อแดงนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การหารือกับยูเอสทีอาร์จะเป็นการสอบถามถึงสาเหตุที่ไทยถูกตัดสิทธิ์ และสิ่งที่ไทยและสหรัฐจะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติ การประกาศตัดสิทธิ์ไทยของยูเอสทีอาร์ถือว่าขั้นตอนการทบทวนการให้จีเอสพีรายประเทศ (Country Review) จบแล้ว ดังนั้นหากในการเจรจาครั้งนี้สหรัฐยอมคืนสิทธิให้ไทย ก็ไม่น่าจะคืนได้ทันภายในปีนี้ คงต้องเห็นผลในปีถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สหรัฐตัดสิทธิ์ไทย แต่ยังมีโอกาสเจรจาขอคืนสิทธิได้ เพราะในการประกาศสหรัฐใช้คำว่า แขวน (suspend) ซึ่งต่างจากอินเดียและตุรกีที่ใช้คำว่า ยุติการให้สิทธิ (terminate) และถอนออกจากการเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิ แต่ภายหลังการเจรจาแล้วสหรัฐจะคืนสิทธิให้หรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของเขา แต่ที่ผ่านมา กรมเตือนผู้ส่งออกมาตลอดว่าวันหนึ่งสหรัฐอาจตัดจีเอสพีไทย ดังนั้นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้แข่งขันได้มากขึ้น จะมารอแต่จีเอสพีตลอดไปไม่ได้ ซึ่งผู้ส่งออกได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากสถิติการใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกสินค้าไปสหรัฐ ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประมาณ 70% ของมูลการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ ส่วนอีก 30% ไม่ใช้สิทธิ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าไทยมีศักยภาพการแข่งขันที่ดีในตลาดสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิจีเอสพี และผู้นำเข้ายอมเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49219</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหภาพแรงงานต่างด้าว, สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9982c85c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นไทยโตขึ้นมาก ต้องใช้วิธีต่างตอบแทนต่อรองGSP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลในงานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลและสัมมนา &amp;ldquo;หน่วยงานภาครัฐกับความพร้อมไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล&amp;rdquo; Digital Government Award 2019 ว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รัฐบาลดิจิทัล และต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ อุปสรรคหลายอย่างจะแทรกเข้ามา อย่าง จีเอสพี (สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า) หรืออะไร ซึ่งจริงแล้วเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เขาให้และเขาก็เอาคืนมันก็ได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็ง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด ก็จะไม่ไปเจออุปสรรคความท้าทายอื่นๆขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทั้งสงครามการค้า มาตรการกีดกัน พหุภาคี การค้าเสรีมีปัญหาหมด เพราะทุกประเทศเริ่มนึกถึงตัวเอง ทำให้กติกามีมากขึ้น จากการเรียกร้องของประชาชน ทุกประเทศเจอเหมือนกันหมด ประชาชนต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องทำขึ้นมา ซึ่งเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ยึดโยงระหว่างกัน เราจึงต้องใช้มาตรการละมุนละม่อม การเจรจา พูดคุยต่อรอง สิ่งเหล่านี้เป็นการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ การค้าการลงทุนวันนี้เขาใช้วิธีต่างตอบแทน ถ้าขายเรา เราก็ต้องซื้อเขา หรือเราจะขายเขาแล้วเขาก็ต้องซื้อเรา เพราะถ้าเราจะขายให้เขาโดยไม่ซื้อเขา ก็ไม่ได้อีก นี้เป็นการวิธีปฏิบัติการค้าเสรีที่เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่วันนี้โลกรวมกลุ่มกันมากขึ้น มีหลายกลุ่มอำนาจ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49184</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, นายกฯ, บิ๊กตู่, สงครามการค้า, สหรัฐ, เจรจาละมุมละม่อม, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db92bc1b65ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;รับตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวยาก แย้มใช้เรื่องอื่นต่อรองGSPแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย ว่า เรื่องต้องไปถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพราะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ อีกทั้งอุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังมาพบนายสมคิดด้วยตัวเอง ซึ่งนายสมคิดได้รายงานตรงกับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอที่ให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น โดยกฎหมายเวลานี้ทำไม่ได้ รมว.แรงงานได้ออกมาพูดแล้วว่าทำไม่ได้ หลายประเทศไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำ และเข้าใจว่าในสหรัฐก็ยังไม่ได้ทำ จึงยากหากจะต้องทำ แม้แก้กฎหมายต้องใช้เวลานาน เกินกว่ากรอบเวลาที่สหรัฐให้ไว้ 6 เดือน ดังนั้น คงต้องใช้วิธีการเจรจา เพราะมีช่องทางที่จะเจรจากันหลายเรื่อง และเรื่องนี้น่าจะไม่เกี่ยวโดยตรงกับการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิด เพราะมีการศึกษาเรื่องนี้มาเป็นระยะแล้ว รวมถึงไม่ทราบว่าจะมีการตัดสิทธิจีเอสพีอีก แต่มีประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของเราหลายเรื่อง อยู่ที่ว่าเขาจะหยิบอะไรขึ้นมา ถ้าไม่หยิบเรื่องแรงงาน อาจจะหยิบเรื่องอื่นด้วยซ้ำไป เราต้องแก้เรื่องอื่นที่ไม่ยากเท่ากับสหภาพแรงงานต่างด้าวแล้วนำไปเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ใช้คำว่าปิดประตูเรื่องตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวไปเลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่อยากพูดเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้ไปพิจารณา เขายกเรื่องแรงงานเป็นเรื่องแรก แต่การเจรจาเราอาจยกเรื่องอื่นขึ้นมาเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนกันก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49177</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, รัฐบาล, วิษณุ เครืองาม, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db919108da5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังพลิกวิกฤติGSP นายกฯให้3กระทรวงเจรจาอุปทูตอเมริการุดพบสมคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียกประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจถกด่วนเรื่องสหรัฐตัดจีเอสพี หวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ตั้งคณะทำงาน 3 กระทรวง ทั้งพาณิชย์-แรงงาน-ต่างประเทศ รีบเจรจากับมะกัน ย้ำอย่าวิตกเกินเหตุ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; ลั่นไม่ให้ต่างด้าวตั้งสหภาพ-ด่านายจ้างแน่ อุปทูตอเมริการุดพบ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; แจงสัมพันธ์อยู่ช่วงขาขึ้น GSP ยังไม่สะเด็ดน้ำต้องคุยกันอีก เผยหากถูกลงดาบจริงไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดในโลก &amp;ldquo;เฮียกวง&amp;rdquo; ดีดปากหญิงหน่อย อย่าโยงการเมืองระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงผลพวงประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย 573 รายการชั่วคราว ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมด่วนคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในช่วงเช้า&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 09.45 น. ภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวสั้นๆ ว่าก็ต้องหาวิธีการเจรจาพูดคุย เดี๋ยวเขาทำกันเอง อย่าเพิ่งไปตื่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังประชุม ครม.ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์แถลงเรื่องนี้อีกครั้ง ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้มีการทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงานและกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มีการเจรจากันทุกปี แต่ครั้งนี้เมื่อเขาประกาศออกมา เราก็ต้องไปดูสิ่งที่เป็นปัญหามันอยู่ตรงไหน เพื่อหาทางเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งเราเคยเจรจาขอคืนสิทธิในเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยปีก่อนได้คืนมา 7 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีผลเฉพาะกับไทย ประเทศในอาเซียนก็โดนไปด้วย ซึ่งถ้าเรามองวิกฤติเป็นโอกาส ก็ต้องพยายามเจรจา ในระยะสั้นขอคืนสิทธิให้ได้โดยเร็ว จะยกขึ้นเจรจาภายใต้กรอบการตกลงทางการค้าการลงทุนไทย-สหรัฐต่อไป ส่วนในระยะยาวสิ่งที่เราต้องทำคือหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ต่างๆ ขยายการลงทุนไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีสหรัฐ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการขยายตลาด ขยายการลงทุน รวมทั้งยังต้องปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พวกเราอย่าวิตกกังวลเรื่องนี้ให้มากนัก อันนี้จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนของเราด้วย ว่ามีมาตรการช่วยเหลืออะไรกันอย่างไร เป็นธรรมดาเมื่อมีการให้ ก็มีสิทธิเรียกคืน ส่วนเรื่องแรงงานก็มีกฎหมายหรือบางมาตรการที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องภายในของเรา ซึ่งต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์เรื่องสหภาพของแรงงานต่างด้าว หลายประเทศก็ไม่ได้ทำเหมือนกับเรา เดี๋ยวไปดูอีกที อย่าเอาไปยึดโยงกับเรื่องนู้นเรื่องนี้เลย มันไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ก็ขอให้ลดผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ ฝากไปถึงประชาชน สังคม ให้ลดในเรื่องนี้ลงไป มันจะไม่มีผลดีต่อการพูดคุยในอนาคต&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวกับการแบน 3 สารพิษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไรในเมื่อสินค้าของสหรัฐมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถส่งมาไทยได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ก็เดี๋ยวมีการเจรจา&amp;quot;&amp;nbsp;
ตั้งทีมงานเจรจามะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันหาแนวทางในการขอให้สหรัฐทบทวนเรื่องนี้ เพราะผลที่จะเกิดขึ้นจากการยกเลิกจีเอสพีในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะทำให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าไปไปสหรัฐประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท จากเดิมเป็นศูนย์ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ประสานกับทูตไทย วอชิงตัน หารือกับตัวแทนผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งคงจะมีคำตอบกลับมาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ปัญหาในระยะยาวนั้น ก่อนหน้านี้ พณ.เตรียมบุกตลาดทั่วโลกเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยจะร่วมมือกับเอกชนเปิด 10 กลุ่มตลาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น แอฟริกา เยอรมนี และตุรกี รวมไปถึงสหรัฐ ซึ่งในส่วนของสหรัฐจะเจาะลึกรายมลรัฐ เพราะพบว่ามีศักยภาพซื้อสินค้าไทย แม้ถูกตัดจีเอสพีก็ตาม ขณะที่กระทรวงแรงงานที่ดูแลในเรื่องของแรงงานที่ต้องการให้แรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพนั้น กระทรวงแรงงานจะเตรียมทำความเข้าใจกับสหรัฐในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องกังวล และอย่าเอาเรื่องจีเอสพีไปผูกโยงกับเรื่องสารพิษ เพราะเป็นคนละเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวเช่นกันว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ไทยกับสหรัฐต้องหารือกัน ถ้าไม่พูดคุยกันคงไม่เกิดประโยชน์อะไร โดยนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐจะเดินทางมายังไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม Indo-Pacific Business Forum ในระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง รมว.พาณิชย์ของไทยคงถือโอกาสนี้นัดหมายการหารือกับนายวิลเบอร์ในเรื่องของจีเอสพี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องไปพูดคุยกับยูเอสทีอาร์ด้วยหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ปกติสถานเอกอัครราชทูตไทยสามารถขอนัดพบเขาได้อยู่แล้ว และเมื่อเกิดข่าวออกมาก็อยู่ในวิสัยที่เราต้องไปหารือกับยูเอสทีอาร์ในเร็วๆนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่ไปคุยกันจะถือเป็นเรื่องแปลก แต่คิดว่าอย่าห่วงกังวลต่อกรณีดังกล่าวมากเกินไป เพราะเรื่องจีเอสพีเป็นสิ่งที่ไทยกับสหรัฐได้เจรจากันมานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไม่เคยมีการพูดมาก่อน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดประเด็นสำคัญ ฝ่ายไทยกับสหรัฐก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกคนไม่ต้องกังวล ข่าวที่ออกมาตอนนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเกี่ยวโยงกับเรื่องต่างๆ จนดูว่ามีความซับซ้อน ทั้งที่จริง ฝ่ายสหรัฐมีกำหนดประกาศเรื่องจีเอสพีในช่วงปลายเดือน ต.ค.หรือต้นเดือน พ.ย.อยู่แล้ว ทุกอย่างมีเรื่องความประจวบเหมาะ ซึ่งหลายเรื่องที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันก็เกิดขึ้น&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าได้หารือเรื่องจีเอสพีซึ่งมีความสำคัญมากกว่าเรื่องของแรงงาน โดย พณ.มีหน้าที่ไปเจรจาเรื่องจีเอสพี ขณะที่เรื่องแรงงานไม่ค่อยมีอะไร โดยเรื่องที่สหรัฐต้องการให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น เวลานี้เราให้คนต่างด้าวด้อยกว่าคนไทย เพราะหากให้คนไทยเท่ากับต่างด้าวอย่างนี้ก็จะยุ่ง กระบวนการของไทยไม่ได้มาอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นประเทศที่เสรีภาพมากมาย กฎหมายของเราไม่ได้เป็นสากล และคิดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสากล
ไม่ยอมต่างด้าวตั้งสหภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศใครประเทศมัน ถ้าให้ตั้งแรงงานต่างด้าวเป็นสหภาพแรงงาน เราก็เหนื่อย คนต่างด้าวพูดภาษาไทยไม่ได้แล้วแบบนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร แม้กระทั่งกรณีสหภาพแรงงานที่เป็นคนไทยก็ยังทะเลาะกันเอง และอยู่ดีๆ จะมีต่างชาติล้านคนมาเป็นสหภาพกลุ่มใหญ่ ซึ่งเราผลักดันให้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไร จึงได้ตอบยาก ต้องดูก่อนว่ากระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสหรัฐจะเจรจาตกลงเรื่องจีเอสพีได้หรือไม่ ถ้าตกลงได้ แต่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานแล้วมาถามเราว่าทำอะไรได้บ้าง เราจึงจะได้ลงแรงคิดต่อไป&amp;rdquo; ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องแรงงานเป็นข้ออ้างในการใช้ตัดจีเอสพีหรือไม่ ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เขามีเงื่อนไขเช่นนี้ 11 ข้อ ซึ่งสหรัฐยังไม่รับเรื่องการให้สิทธิ์แก่แรงงานต่างด้าว เพราะให้สิทธิคนต่างด้าวดีกว่านั้นอยู่แล้วก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยไปเป็นคนต่างด้าวที่นั่น และ 2 ข้อที่เขาจะให้เรารับ เราก็รับไม่ค่อยได้ เพราะมันมากกว่าสิทธิ์ของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่อยากพูดว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นกระบวนการ ความเป็นมาของสังคม และกฎเกณฑ์ประเทศ ต่อไปเป็นอย่างไรไม่รู้ วันนี้กฎหมายเราไม่ใช่กฎหมายสากล และความเจริญของประเทศมีระดับหนึ่ง การทะเลาะไม่ค่อยมี เขาต้องการให้คนงานต่างด้าวด่านายได้ เราก็ไม่เห็นว่าจะมีใครให้คนงานด่านายเลย ต่อให้แก้กฎหมายแรงงาน ก็ยังติดกฎหมายอาญา หากจะแก้กฎหมายอาญาเพื่อให้สิทธิ์แรงงานที่เป็นคนของประเทศกลุ่มหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเรียน ครม. ว่าถ้ามีอะไรช่วยได้นิดๆ หน่อยๆ จะช่วยพยายาม ตอนนี้ก็นั่งคิดอะไรอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ครม. นายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไมเคิลกล่าวหลังเข้าพบว่า ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้น จากการที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการจีเอสพีเป็นเรื่องที่มีการตัดสินใจมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารพิษของไทย นี่คือหัวใจที่สหรัฐได้คุยกับนายสมคิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดจีเอสพีไทยนั้นพูดคุยกันมานานแล้ว และจีเอสพีเป็นสิทธิพิเศษที่ไทยได้รับมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว แต่ไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้นจะหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่างๆ ในเรื่องของแรงงานว่าจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้ การตัดสิทธิ์จีเอสพีมีผลกระทบไม่มาก ตัวเลขไม่เยอะ และกระบวนการนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด&amp;rdquo; นายไมเคิลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิดกล่าวว่า คณะของสหรัฐจะมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย. จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างให้สมบูรณ์ เพราะต้องการมาลงทุนในไทย และจะลงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ยังจะหารือถึงเรื่องจีเอสพี ซึ่งนายไมเคิลระบุว่า การตัดสิทธิ์จีเอสพียังไม่ถึงที่สุด และมีมูลค่าไม่มากนักหรอก แต่ว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะพูดคุยกันและสื่อสารกัน โดยนายไมเคิลย้ำว่าการตัดจีเอสพีเกิดขึ้นในช่วงที่คณะของสหรัฐกำลังเดินทางมาไทย เป็นช่วงเวลาบังเอิญ และเมื่อยังไม่ถึงที่สุดอยู่ที่การพูดจากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในเรื่องแรงงานสหรัฐได้ขอความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายสมคิดกล่าวว่า เขาไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เราบอกว่าใน 7 ข้อ ให้ไปตั้ง 4 ข้อแล้ว อีก 3 ข้อค่อยคุยกัน เขาก็เข้าใจ ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดแต่ว่าอนาคตจะร่วมมือกันอย่างไร ส่วนเรื่องจีเอสพี กระทรวงพาณิชย์ต้องหารือกับตัวแทนยูเอสทีอาร์ ซึ่งอยู่ที่การสื่อความให้เขาทราบ และบอกว่าเราเป็นมิตรที่ดีมีกลุ่มต่างๆ จำนวนมากตั้งใจไปลงทุนประเทศเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรวม อย่าพิจารณาเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม นายไมเคิลมีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพสูง ซึ่งจริงๆ แล้วไทยเลยเวลาที่จะเป็นจีเอสพีมานานแล้ว จีเอสพีมีไว้สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา เป็นความช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนไทยนั้นพัฒนาแล้ว เพียงแต่เราเป็นเพื่อนกัน ก็เก็บไว้ก่อนสิ จะรีบร้อนไปทำไม
เฮียกวงอบรมหญิงหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องการให้เจรจาแบบคู่ค้าที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลูกไล่ นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องมิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญ ต้องไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประเด็นการเมือง อย่าลืมว่า ทั้งสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศใหญ่ การที่เราสร้างสัมพันธ์ได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนอะไรที่ไม่เป็นธรรม เราต้องเจรจากับเขาว่าเราทำเต็มที่แล้ว ต้องเกื้อกูลกัน ต้องเป็นเหตุเป็นผล และการที่นายไมเคิลมาเข้าพบ เขาก็ให้เกียรติทุกอย่าง รวมถึงหวังอย่างยิ่งว่าคณะที่มาจากสหรัฐจะได้เข้าพบนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี โดย ครม.เศรษฐกิจได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ตั้งคณะทำงาน และหาช่องทางยื่นเรื่องให้สหรัฐทบทวนการเรื่องดังกล่าวและทำการคืนสิทธิ์ให้กับไทย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหาช่องทางในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเร่งหาตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออก ซึ่งกำหนดตลาดใหม่ที่สำคัญไว้ใน 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และควรหาทางเจรจากับสหรัฐเพื่อขอคืนสิทธิจีเอสพี เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายประเทศก็เคยเจรจาจนได้รับสิทธิคืนมาแล้ว ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่พี่น้องประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ควรปัดความรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศราวุธ เพชรพนมพร รองเลขาธิการพรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในส่วน กมธ.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสัปดาห์หน้า โดยเราต้องการทราบว่าการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี มีอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพราะจากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่าถูกตัดสิทธิ์ เพราะเราเติบโตและพัฒนาเร็วเกินไปนั้น เห็นว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 6 เดือน ก่อนถูกตัดสิทธิ์ รัฐบาลต้องหาทางเจรจากับสหรัฐ เพราะหลายประเทศที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีก็เดินหน้าเจรจาสำเร็จมาหลายประเทศแล้ว ที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบ โดย กมธ.จะเชิญกรมการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศมาหารือเพื่อหามาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการด้วย&amp;rdquo; นายศราวุธกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49147</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดจีเอสพี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาอุปทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a34c1551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หน่อย&#039; วอนสหรัฐ &#039;อย่าให้ผู้คนที่เป็นมิตรต่อท่านจำนวนมากต้องเจ็บตัวจากความผิดพลาดของคณะรัฐบาลคณะเดียว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค 62 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;ข่าวการตัดสิทธิ์พิเศษทางภาษี GSP ของไทยจากสหรัฐ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะมาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย ที่ปัจจุบันอยู่ในสภาพย่ำแย่ สำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวได้ดับหมดแล้ว ทั้งภาคส่งออกที่ติดลบ เพราะต้องประสบปัญหาค่าเงินบาทแข็งและสงครามการค้า ภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงอย่างมาก ภาคการลงทุนที่ไม่มีโครงการลงทุนใหม่ๆ เพราะนักลงทุนมองไม่เห็นอนาคตของประเทศไทย จนนายกต้องออกมาวิงวอนให้นักลงทุน ช่วยกันลงทุนหน่อยและเครื่องจักรสำคัญคือการบริโภคภายในประเทศที่ตายสนิท เพราะคนไทยหมดกำลังซื้อ รายได้ลดลงมากว่า 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมเหตุผลที่ถูกระบุไว้ในการตัดสิทธิ์พิเศษ GSP ในครั้งนี้คือ การอ้างเรื่องการจัดการแรงงานของไทยที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่พลเอกประยุทธ์ได้อวดอ้างมาตลอดว่ารัฐบาลของตน ได้แก้ไขปัญหาแรงงานได้สำเร็จ จนถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของรัฐบาล โดยใช้มาตรการที่รุนแรง ไม่ผ่อนหนักเบา จนทำให้ธุรกิจประมงไทย ที่เคยเป็นตัวทำรายได้ให้กับประเทศนับแสนล้านต้องพังพินาศไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเหตุใดสหรัฐอเมริกาจึงยังอ้างเรื่องแรงงานมาตัดสิทธิ์ GSP ของไทยได้อีก ตกลงการแก้ไขปัญหาแรงงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จะถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงหรือโบว์ดำกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะนอกจากได้ทำให้ธุรกิจประมงทั้งรายเล็ก รายใหญ่เจ๋งทั้งประเทศแล้ว วันนี้ยังมาโดนการตัดสิทธิพิเศษ GSP
เพราะการแก้ไขปัญหาแรงงานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตัดสิทธิ์พิเศษ GSP ครั้งนี้มีมูลราคาถึงกว่าสี่หมื่นล้าน ย่อมส่งผลกระทบซ้ำเติมปัญหาของการส่งออกของไทย รวมทั้งปัญหาเดิม คือเรื่องค่าเงินบาทแข็งที่ยังคงแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ โรงงานอีกหลายแห่งต้องลดกำลังการผลิต หลายแห่งกำลังต้องปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลให้การว่างงานปีหน้าสูงขึ้นถึง 500,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องรีบทำอะไรสักอย่างโดยเร็ว เพื่อยุติวิกฤตนี้ก่อนมันจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจาหาสาเหตุของการถูกตัดสิทธิครั้งนี้โดยเร็ว ต้องเจรจาเพื่อให้มิตรประเทศเปลี่ยนใจให้ได้ก่อน 6 เดือนนี้ ไม่ต้องรอเวทีการประชุมอาเซียนซัมมิท ดิฉันหวังว่าในเร็วๆนี้ จะได้เห็นการเคลื่อนไหวของรัฐบาลอย่างจริงจังในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และการเจรจาต้องเป็นการเจรจาในฐานะคู่ค้า อย่างมีศักดิ์ศรี ทัดเทียมกัน เป็นมิตร ไม่ใช่เป็นลูกไล่ของมหาอำนาจฝ่ายใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ดิฉันขอเรียกร้องไปยังสหรัฐอเมริกา ในฐานะมิตรประเทศ และคู่ค้าทางเศรษฐกิจมานานว่าควรพิจารณาบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นธรรมต่อไทย อย่าให้ผู้คนที่เป็นมิตรต่อท่านจำนวนมากต้องเจ็บตัวจากความผิดพลาดของคณะรัฐบาลคณะเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49037</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba650db1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
