<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 19:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะกั๊ตบา: เบียร์สด หาดทราย และชายสูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กั๊ตบาอยู่ในอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay) แต่หากจะพูดให้ตรงต้องบอกว่าเกาะกั๊ตบาอยู่ในอ่าวลานฮา (Lan Ha Bay) ส่วนต่อขยายของอ่าวฮาลอง เกาะกั๊ตบามีขนาดถึง 285 ตารางกิโลเมตร ขณะที่อ่าวฮาลองในเขตชั้นใน (Core Zone) มีเกาะเล็กเกาะน้อยรวม 775 เกาะ กินพื้นที่ 334 ตารางกิโลเมตร พูดได้ว่ากั๊ตบาเกาะเดียวใหญ่เกือบเท่ากับอ่าวฮาลองในเขตชั้นใน ทว่าสองส่วนนี้อยู่กันคนละสังกัด อ่าวฮาลองขึ้นกับจังหวัดกว่างนิงห์ ด้านเกาะกั๊ตบาขึ้นกับเมืองไฮฟอง ซึ่งไฮฟองเป็น 1 ใน 5 เมืองของเวียดนามที่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลกลาง อีก 4 เมืองที่เหลือได้แก่ ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง และเกิ่นเทอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
ทางเดินเลียบอ่าวใกล้ท่าเรือกั๊ตบา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อ 6 ปีก่อน ผมเคยซื้อทัวร์เดินทางจากฮานอยไปอ่าวฮาลอง แพ็กเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือ 2 วัน 1 คืน และ 3 วัน 2 คืน ผมซื้อแบบแรก ได้นอนค้างคืนในห้องพักของเรือ หากซื้อแบบหลัง คืนที่ 2 ก็จะได้นอนที่เกาะกั๊ตบาแห่งนี้ เพราะเกาะกั๊ตบาเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เกาะในอ่าวฮาลองที่มีผู้คนอยู่อาศัยและมีโรงแรมที่พัก โดยโรงแรมที่พักส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ไม่ห่างจากท่าเรือกั๊ตบา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วผมได้เล่าถึงการได้พบเจอกับพ่อลูกจากนครโฮจิมินห์ซิตีคู่หนึ่งระหว่างรอขึ้นเรือมาด้วยกันจากเมืองไฮฟอง ฝ่ายคุณพ่อคงจะอายุประมาณ 70 ปี แกชื่อ &amp;ldquo;ซุง&amp;rdquo; เขียนว่า Dung ทำให้ผมนึกถึงชื่อของอดีตประธานาธิบดีเวียดนามใต้ที่ฝรั่งและคนไทยส่วนใหญ่ออกเสียงเป็น &amp;ldquo;โง ดิน เดียม&amp;rdquo; เพราะเขียน Ng&amp;ocirc; Đ&amp;igrave;nh Diệm แต่ชาวเวียดนามออกเสียงว่า &amp;ldquo;โม ดิง เซียม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาษาเวียดนามนั้นแค่พยัญชนะต้น เช่นในกรณีนี้คือตัว D เขียนต่างกันก็จะออกเสียงต่างกัน แล้วพอมาดูสระก็พบว่ามีเครื่องหมายต่างๆ ขีดล่างขีดบนเอียงซ้ายเอียงขวาเพิ่มเติมเข้ามามากมาย เรียกว่า Diacritic (เครื่องหมายกำกับการอ่านออกเสียง) ทำให้เดาทางการอ่านภาษาเวียดนามไม่ออกเลย อย่างเมืองใกล้ทะเลทางใต้ของประเทศที่ชื่อ Nha Trang พิธีกรรายการทีวีของไทยหัวทิ่มไปหลายคนแล้ว เพราะไปอ่านว่า &amp;ldquo;นา ตรัง&amp;rdquo; แต่ที่จริงออกเสียงว่า &amp;ldquo;ยา จาง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หาดกั๊ตกอ 1 มองจากทางเดินลงหาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตนั้นเวียดนามเคยถูกยึดครองโดยจีนอยู่นับพันปี คำศัพท์ในภาษาเวียดนามส่วนมากเป็นคำยืมจากภาษาจีน เช่นเดียวกับภาษาเขียนที่คล้ายคลึง เมื่อได้รับอิสรภาพเด็ดขาดจากจีนก็ไม่ค่อยอยากใช้ภาษาจีนเพราะแค้นเคืองไม่หาย ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 มีมิชชันนารีจากโปรตุเกสและอิตาลีเข้ามาในเวียดนาม พวกหมอสอนศาสนาแปลและถ่ายทอดภาษาของทั้งสองฝ่ายไปมา จนสุดท้ายเวียดนามได้ใช้ภาษาละตินในรูปแบบเฉพาะที่ปรับจากภาษาโปรตุเกสในการเขียนการอ่านมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิสเตอร์ซุงและลูกสาววัยกลางคนที่จนบัดนี้ผมก็ไม่เคยทราบว่าเธอชื่ออะไร มีน้ำใจกับผมมากตลอดที่นั่งรอเรือและโดยสารเรือมาด้วยกัน เมื่อเรือจอดแล้วทั้งสองก็หาที่นั่งแถวลานกว้างหน้าท่าเรือเพื่อรอคนมารับเข้าที่พัก ผมลาทั้งคู่เดินไปยังโรงแรมที่ได้จองไว้ ระหว่างนั่งมาในเรือ มิสเตอร์ซุงกล่าวอย่างมั่นใจว่า &amp;ldquo;พบกันใหม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หาดกั๊ตกอ 1 ยามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมขออธิบายลักษณะตัวเมืองเล็กๆ นี้สักหน่อย ท่าเรือกั๊ตบาตั้งอยู่ในอ่าวฝั่งตะวันตก ใกล้ๆ กับปลายแหลมหรือติ่งด้านใต้สุดของเกาะ เมื่อขึ้นจากท่าเรือแล้วเดินลอดซุ้มประตูโค้งออกไปเราจะพบกับลานกว้าง มีบ่อน้ำพุตรงกลาง ในภาษาอังกฤษอาจเรียกว่า &amp;ldquo;สแควร์&amp;rdquo; แปลว่า &amp;ldquo;จัตุรัส&amp;rdquo; แม้ว่าจะไม่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมก็ตาม หลังลานกว้างนี้ก็เป็นถนนเส้นหลัก 6 เลนทอดผ่านย่านหน้าท่าเรือ ชื่อถนน Mot Thang Tu ด้านหลังถนนมีโรงแรมที่พักราคาประหยัด ความสูงเฉลี่ยประมาณ 5 ชั้นเรียงกันไปทั้งทางซ้ายและทางขวา ระหว่างโรงแรมก็มีร้านอาหาร ผับ บาร์ แซมอยู่เป็นระยะ ด้านหลังของกลุ่มอาคารพวกนี้คือแนวของภูเขาหินปูน เหมือนกับว่าโรงแรมสร้างประจันหน้าทะเลและหลังพิงอยู่กับภูเขา เวลาจองห้องพักแบบออนไลน์มักจะมีให้เลือก &amp;ldquo;วิวทะเล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;วิวภูเขา&amp;rdquo; ท่านอย่าได้เลือก &amp;ldquo;วิวภูเขา&amp;rdquo; เป็นอันขาด เพราะจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากหินผาในระยะประชิด นอกจากว่าท่านชอบมันจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเดินตรงจากท่าเรือผ่านลานกว้าง ข้ามถนนไปจะมีถนนชื่อ Nui Ngoc ตัดไปจากถนน Mot Thang Tu ขึ้นเนินไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ มีซอยย่อยเล็กๆ มากมายตัดไปจากถนน Nui Ngoc อีกที แล้วยังมีถนนที่ตัดจากถนน Nui Ngoc นี้ไปเชื่อมกับถนน Cai Beo ที่นำไปสู่เมืองชั้นในของเกาะกั๊ตบา รวมถึงอีกฝั่งของเกาะ ส่วนถนน Nui Ngoc สุดท้ายก็วาดเส้นโค้งไปทางด้านขวาแล้วดิ่งตรงกลับลงใต้เป็นรูปคล้ายตัว U กลับหัวมาบรรจบกับถนน Mot Thang Tu ทำให้เห็นเหมือนว่ามีถนน Nui Ngoc 2 เส้น และระหว่างถนน Nui Ngoc&amp;nbsp; 2 เส้นนี้มีทางเชื่อมกันอยู่ด้วยเส้นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รถชัตเทิลไฟฟ้าวิ่งให้บริการผ่านย่านท่าเรือกั๊ตบา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่พักของผมอยู่ในซอยหนึ่งบนถนน Nui Ngoc ห่างจากท่าเรือประมาณ 800 เมตร เจ้าของหนุ่มชื่อ &amp;ldquo;เทียน&amp;rdquo; พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เสนอแพ็กเกจทัวร์ต่างๆ เป็นชุด มีทั้งทัวร์อ่าวฮาลอง ทัวร์พาเรือคายัคดูแพลงก์ตอนเรืองแสงตอนกลางคืน ทัวร์อุทยานแห่งชาติกั๊ตบา ทัวร์เกาะลิง ฯลฯ เขาย้ำให้คอนเฟิร์มภายใน 4 โมงเย็นเพื่อจะได้สำรองที่ได้ทันเวลาสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ เผอิญผมจำเป็นต้องเขียนคอลัมน์เบื้องหน้าที่ปรากฏในวันพรุ่งนี้พอดี จึงไม่ได้เลือกทัวร์สักรายการเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าที่พักตกเป็นเงินไทยคืนละ 320 บาทเท่านั้น คงเป็นเพราะช่วงนี้ (กลางพฤศจิกายน) เป็นตอนปลายของฤดูกาลท่องเที่ยวคาบเกี่ยวกับมรสุมที่ใกล้จะมาเยือน ผมจะจ่ายเงินทันทีแต่เทียนยังไม่เก็บ ผิดกับโรงแรมขนาดเล็กส่วนใหญ่ที่มักจะเก็บเงินก่อนเข้าพัก ผมมองว่าวิธีของเทียนส่งผลดีกับธุรกิจมากกว่า เพราะอย่างน้อยก็ได้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเล็กๆ ให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนอะไร อีกเหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะเขาหวังจะขายทัวร์และขายตั๋วต่างๆ แล้วค่อยเก็บตอนเช็กเอาต์ทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ช่วยของเทียนซึ่งเป็นอีกคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก นำผมขึ้นลิฟต์ไปยังห้องพัก ผมถามถึงบริการซักผ้า เขาก็บอกให้นำเสื้อผ้าลงไปที่ล็อบบี้ พรุ่งนี้เช้ารับผ้าคืนได้เลย ราคากิโลกรัมละ 40,000 ดอง ผมทราบทีหลังว่าทางโรงแรมเอาไปส่งร้านซักรีดอีกต่อ น่าจะกินส่วนต่างนิดๆ หน่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องพักที่ได้เป็นแบบเตียงแฝด มีโต๊ะทำงานตามที่ผมขอไปตอนกดจอง แต่ได้วิวเป็นตึกข้างๆ ที่น่าจะเป็นโรงแรมเหมือนกัน ไม่ตรงตามที่ระบุ ห้องน้ำสะอาดดีแต่ฝักบัวน้ำไหลเบาเอื่อยและปรับระดับไม่ได้ เมื่อคิดถึงราคาแสนถูกก็เลยไม่รู้สึกขุ่นใจใดๆ หยิบเสื้อผ้าใส่ถุงเดินลงไปให้ผู้ช่วยของเทียนแล้วเดินไปหามื้อเที่ยงบนถนนริมทะเล ได้กินข้าวผัดทะเลจานยักษ์ราคาประมาณ 100 บาท ข้าวผัดแห้ง แข็งและเคี้ยวยาก ผมลืมไปว่าสั่งข้าวผัดเวียดนามทีไรได้แบบนี้ตลอด จากนั้นเดินหาร้านกาแฟแต่ไม่ถูกใจสักร้าน กะจะเดินไปป้อมปืนใหญ่ (Cannon Fort) ความสูง 177 เมตร ที่โด่งดังด้วยวิวงามแต่ดันมาปิดเอาช่วงนี้พอดี สุดท้ายเดินผ่านท่าเรือลงไปทางใต้ ก่อนจะถึงปลายแหลมของเกาะก็เลี้ยวซ้ายไปตามถนนออกสู่อีกฝั่งเกาะ ถึงหาดกั๊ตกอ 1 (Cat Co 1)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​บางส่วนของแพร้านอาหารในอ่าวใกล้ท่าเรือกั๊ตบา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หาดกั๊ตกอมีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง เป็นเวิ้งอ่าวเล็กๆ เรียงกันคล้ายรูปตัว U กลับหัว 3 ตัว เรียกกั๊ตกอ 3, กั๊ตกอ 1 และกั๊ตกอ 2 ตามลำดับจากใต้ขึ้นเหนือ เหมือนอ่าวทั้งสามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แต่ 3 อ่าวของกั๊ตบานี้มีขนาดเล็กกว่ามาก อีกทั้งมีทรายสวยเนียนสะอาดและชายหาดกว้าง สามารถจัดทีมเตะฟุตบอลชายหาดได้สบาย น่าเสียดายอยู่อย่างเดียว หาดกั๊ตกอคล้ายจะมีเจ้าของที่ชื่อ Cat Ba Sunrise Resort &amp;amp; Spa ที่อยู่ด้านบนของหาดฝั่งขวา ใครจะจอดมอเตอร์ไซค์ก็ต้องจ่ายเงิน เข้าใจว่าเป็นเจ้าของทางลงหาด รวมถึงบาร์เครื่องดื่มหลังหาดด้วย ผมนั่งมองน้ำมองฟ้าและผู้คนบนชายหาด เพลิดเพลินอยู่ได้แค่หมดเบียร์ 1 ขวดก็เดินขึ้นด้านบนหวังจะเดินต่อไปหาดกั๊ตกอ 2 ทางขวามือ แต่กำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ตชื่อ Flamingo อยู่ ทำให้ทางถูกปิดก็เลยต้องเดินกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอ่าวใกล้ท่าเรือมีร้านอาหารเรือนแพลอยให้บริการอยู่หลายเจ้า นอกจากอาหารแล้วก็ยังสำราญกันต่อด้วยคาราโอเกะหากว่าถนัดทางนี้ ถัดออกไปเป็นเรือเล็กเรือน้อยของชาวประมงจำนวนนับไม่ถ้วน ล้วนลอยอยู่บนแผ่นน้ำสีทองที่ฉาบลงมาโดยพระอาทิตย์ยามกำลังลาลับฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะเข้าที่พักผมแวะที่ร้าน The Big Man ตรงหัวถนน Nui Ngoc สั่งเบียร์สดที่ร้านผลิตเองชื่อ Big Man Beer นั่งดื่มบนโต๊ะที่วางบนบาทวิถี ต้องยอมรับว่าเบียร์รสชาติดีมาก ออกไปทางสไตล์เบียร์ Pilsner ของยุโรป จนต้องสั่งแก้วที่ 2 ตอนเช็กบิลบริกรหนุ่มคิดแค่ 1 แก้ว บอกว่าซื้อ 1 แถม 1 ราคาแก้วละ 10,000 ดองเท่านั้น หรือตกเป็นเงินไทยราวๆ 15 บาท เป็นเหตุให้เมื่อกลับไปอาบน้ำที่โรงแรมแล้วต้องกลับมาใช้บริการใหม่ โดยก่อนเข้าร้านได้แวะซื้อกล้วยแขกสไตล์เวียดนาม แม่ค้านั่งทอดริมถนน กล้วยติดกันเป็นแพทำให้กินยาก ส่วนรสชาตินั้นก็เทียบกล้วยแขกบ้านเราไม่ติด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอบที่ 2 ในร้าน The Big Man ผมขึ้นไปชั้นบน พบว่ามีลักษณะกึ่งๆ สปอร์ตบาร์ ที่นั่งบริเวณบาร์เคาน์เตอร์และโต๊ะนั่งธรรมดาฝรั่งนักท่องเที่ยวนั่งอยู่กันเต็มทุกตัว ผมต้องนั่งบนโต๊ะกลมขายาวเก้าอี้สูง สั่งชุดสตูเห็ด-ข้าวเปล่าแต่ไม่ขอรับข้าวเปล่าเพราะมีเบียร์อยู่แล้ว หนุ่มบริกรเสนอให้เปลี่ยนข้าวเป็นมันฝรั่งทอดผมก็เชื่อฟังตามนั้น มีดีเจฝรั่งเล่นเพลง EDM สลับกับดีเจเวียดนาม ปกติผมมักจะหันหลังให้เพลงแนวนี้แต่บางช่วงของคืนนี้ก็พอฟังไหว กระทั่งเกินทานจะฟังได้นั่นเองจึงขอเช็กบิล เบียร์สด Big Man ยังคงซื้อ 1 แถม 1 เหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมมาหาข้อมูลในภายหลังด้วยสงสัยในรสชาติเบียร์ที่ดีเกินคาด พบว่า Big Man เป็นเบียร์ของ Vinaken Brewery เริ่มตั้งโรงเบียร์ขึ้นมาเมื่อ 15 ปีก่อนนี้เอง เครื่องมือและมาตรฐานการผลิตสูง วัตถุดิบสั่งมาจากเยอรมนี เช็ก เบลเยียม และเดนมาร์ก ทำให้เบียร์มีคุณภาพระดับเดียวกับเบียร์จากยุโรป นอกจากเจ้า Big Man แล้วก็ยังมีเบียร์อื่นๆ อีกสี่-ห้าแบรนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​พระอาทิตย์ใกล้ตกระหว่างเดินไปหาดกั๊ตกอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนร้านอาหาร The Big Man นั้นเปิดไว้เพื่อเป็นสถานที่ให้คอเบียร์ได้ทดลองดื่มเบียร์สดของพวกเขาในเมืองต่างๆ ทั่วเวียดนาม ขณะนี้ Vinaken Brewery ทำการตลาดแล้วในหลายประเทศ รวมทั้งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ เรา อย่างสิงคโปร์, มาเลเซีย, กัมพูชา และจีน ส่วนเมืองไทยหากเข้ามาเมื่อไหร่ก็มั่นใจได้ว่าแพงหูฉี่เพราะกำแพงภาษีสูงลิบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันต่อมาผมกินมื้อเช้าที่โรงแรมจัดให้ โดยรวมอยู่ในค่าที่พักเรียบร้อยแล้ว ผมเลือกชาร้อนเป็นเครื่องดื่มเพราะเก็บกาแฟไว้กินที่ร้านของมืออาชีพชื่อ Start Up บริเวณหน้าปากซอย ผมดื่มเอสเปรสโซ่แล้วแปลกใจ มีรสหวานทิ้งค้างบนเพดานปากแม้ไม่ได้ใส่น้ำตาล บาริสต้าสาวให้ข้อมูลว่าเป็นกาแฟโรบัสต้าจากพื้นที่สูงในเมืองดาลัต เอสเปรสโซ่ถ้วยนี้ราคา 35,000 ดอง ถือว่าราคาสูงสำหรับกาแฟในเวียดนาม แต่คุณภาพก็สูงตามไปด้วยนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดื่มเสร็จไม่ทันไรกาแฟออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว ผมกลับไปเขียนคอลัมน์ในห้องพักจนเที่ยง ออกไปกินข้าวในร้านอาหารริมถนน Nui Ngoc แล้วกลับไปเขียนต่อจน 4 โมงเย็นแล้วออกเดินหมายจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่คาเฟ่ชื่อ Le Pont Club ใกล้ๆ ปลายแหลมของเกาะ แต่แสงแดดจ้าแทงตาจนต้องเดินเลี้ยวซ้ายตัดไปยังหาดกั๊ตกอ 3 ตามมุมมองของผมกั๊ตกอ 3 สวยกว่ากั๊ตกอ 1 แต่ไม่ว่าจะกั๊ตกอไหนก็มี Cat Ba Sunrise Resort เป็นเจ้าของอยู่บนหาดเหมือนๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระหว่างเดินเล่นอยู่บนชายหาดก็มีคนร้องทักมาแต่ไกลว่า &amp;ldquo;เฮลโล&amp;rdquo; เป็นเสียงจากพี่ผู้หญิง ลูกสาวมิสเตอร์ซุง เธอเดินบนระเบียงทางเดินเลียบทะเลอยู่กับเพื่อนผู้หญิงอีกคน ทั้งคู่คงเดินมาจากหาดกั๊ตกอ 1 พี่ผู้หญิงลงมายังหาดกั๊ตกอ 3 เดินมาบอกผมให้ไปหามิสเตอร์ซุงที่อยู่ในบาร์ริมหาด แล้วเธอก็พูดขึ้นว่า &amp;ldquo;มิสเตอร์ซุงเป็นพ่อฉันนะ&amp;rdquo; คงคิดว่าผมอาจเข้าใจไปเป็นอย่างอื่นเพราะทั้งคู่ไม่เคยบอกว่าเป็นพ่อลูกกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​เวิ้งอ่าวเล็กๆ ชื่อกั๊ตกอ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิสเตอร์ซุงกำลังนั่งดื่มน้ำมะพร้าวอยู่ แกยิ้มร่าที่เจอผม ตอนนี้เองที่ทราบว่าอายุของแกตั้ง 80 ปีแล้ว แต่ยังดูหนุ่มกว่าอายุอยู่มาก ฝ่ายพี่ผู้หญิงอัธยาศัยดีเหมือนพ่อ เธอเล่าให้ฟังว่ามีลูกสาว 1 คน อายุ 23 ปี พ่อของลูกสาวเป็นชาวรัสเซียและตอนนี้ลูกสาวก็อยู่ที่รัสเซีย ผมไม่ได้ถามอายุของเธอ เช่นเดียวกับที่ไม่ได้ถามว่าเลิกกับสามีหรือยัง มิสเตอร์ซุงรอให้ผมดื่มเบียร์หมดขวดแกก็ชวนไปกินมื้อเย็น โดยทั้งหมดเดินเท้ากันไป มิสเตอร์ซุงยังเดินได้คล่องแคล่วแข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนแรกแกคงกะจะกินในร้านอาหารเรือนแพแต่ผิดพลาดอย่างไรไม่ทราบก็เดินกันต่อไปจนเข้าสู่ถนน Nui Ngoc ตรงที่มีทางเชื่อมกัน เพื่อนของพี่ผู้หญิงน่าจะเป็นคนแนะนำ ชื่อร้าน Yummy มาทราบตอนหลังว่าเป็นร้านดังของเกาะกั๊ตบา มี 2 สาขา โดยสาขาที่เรานั่งเป็นสาขาแรก ดูแล้วเป็นร้านธรรมดาๆ ขนาดก็ไม่ใหญ่ แต่ลูกค้าทั้งชาวเวียดนามและต่างชาตินั่งกันเต็มร้าน ฝ่ายผู้หญิงทั้งสองคนเป็นผู้สั่งอาหารมาสี่-ห้าอย่าง ผัดไทยเป็นหนึ่งในนั้น ก่อนจะลงมือกินมิสเตอร์ซุงนำชุดถุงยาออกมาแล้วจัดการปักเข็มลงที่หน้าท้องของตัวเอง หันมาบอกผมว่าฉีดยาโรคเบาหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
​​​​​​​อีกมุมของหาดกั๊ตกอ 3&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาหารร้านนี้โดยรวมแล้วอร่อยดี ยกเว้นผัดไทยที่คงเป็นแบบฉบับเวียดนาม มิสเตอร์ซุงจ่ายเงินแล้วชวนผมเดินต่อไปโรงแรมของแกอีกราว 500 เมตร สั่งให้คนในโรงแรมยกชุดน้ำชาออกมา พวกเรานั่งดื่มนั่งคุยในล็อบบี้จนได้เวลาเหมาะสมผมก็ขอตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มิสเตอร์ซุงขอเป็นเพื่อนกับผมในเฟซบุ๊ก กำชับกำชาให้ผมส่งข่าวหากมีโอกาสได้เดินทางไปนครโฮจิมินห์ บ้านของแก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมจะขับรถพาคุณเที่ยว&amp;rdquo; แกพูดพลางทำท่าทางมือถือพวงมาลัย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65480</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ha Long Bay, ท่องเที่ยวเวียดนาม, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อ่าวฮาลอง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
