<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 14:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูแนวคิด Happy Workplace สานพลังสร้าง รพ.สนามสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สสส.-ส.อ.ท. ชูนวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace กระตุ้นคนทำงานมีความสุขช่วงวิกฤต สานพลังสร้าง รพ.สนาม จ.สมุทรสาคร-ตู้เก็บวัคซีน 80 ตู้ มอบ รพ.รัฐทั่วประเทศ มุ่งขยายองค์กรสุขภาวะเพิ่มอีกเท่าตัว ในกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่ม สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 3 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;Happy Workplace โครงการพัฒนาภาคีขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ&amp;rdquo; ในการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4/2564 ว่า สสส. ริเริ่มนวัตกรรมแนวคิดองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) มาตั้งแต่ปี 2547 มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรสุขภาวะบนพื้นฐานความสุข 8 ประการ (Happy 8) ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมสานพลังนำนวัตกรรมไปแนวคิด Happy Workplace ไปใช้เป็นนโยบายขององค์กร หรือจัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร กว่า 10,000 แห่ง ที่ผ่านมา สสส. ร่วมกับ ส.อ.ท. พัฒนาต้นแบบองค์กรแห่งความสุขในกลุ่มอุตสาหกรรม 6 กลุ่ม ในบริษัทกว่า 600 แห่ง และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 9 พื้นที่ ครอบคลุม 33 จังหวัด ซึ่งถือเป็นภาคีเครือข่ายที่มีความเข้มแข็ง ทำให้คนวัยทำงานมีความสุขในการทำงาน และตระหนักถึงความสำคัญเรื่องสุขภาวะ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ สสส. ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลเนลสันแมนเดลา ประจำปี 2564 ขององค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สสส. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace ผ่านทางผู้บริหาร ส.อ.ท. ที่จะเป็นแรงสนับสนุนเพิ่มตัวคูณขยายในวงกว้าง เพื่อให้บุคลากรภาคแรงงานไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้มีสุขภาวะที่ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายให้เกิดการขยายต้นแบบการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะในกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มจากเดิมอีก 6 กลุ่ม รวมเป็น 12 กลุ่ม และอุตสาหกรรมจังหวัดเพิ่มจากเดิมอีก 3 แห่ง รวมเป็น 12 แห่ง&amp;rdquo; ดร.ประกาศิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท. ถือเป็นองค์กรตัวแทนภาคเอกชนและภาคการผลิต แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม 45 กลุ่ม และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด 75 แห่ง ครอบคลุมภาคการผลิต อุตสาหกรรม และภาคแรงงานวัยทำงานทั่วประเทศ ถือเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้กระบวนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเกิดการชะลอตัว ทำให้แรงงานเกิดความเครียดส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ส.อ.ท. ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะของคนในองค์กร จึงใช้นวัตกรรมแนวคิด Happy Workplace ของ สสส. สร้างต้นแบบองค์กรสุขภาวะ กระตุ้นแรงงานไทยให้ทำงานอย่างมีความสุข &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส.อ.ท. ใช้แนวคิด Happy 8 สานพลังแห่งการเป็นผู้ให้ ดึงกลุ่มแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญมากฝีมือมาร่วมช่วยกู้วิกฤตโควิด-19 โดยสนับสนุนการสร้างโรงพยาบาลสนามที่จังหวัดสมุทรสาคร และตู้เก็บวัคซีนที่ได้มาตรฐานอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส 80 ตู้ มอบให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐใน 77 จังหวัด ทั้งนี้ ตู้เก็บวัคซีนได้ส่งมอบแล้วใน 21 จังหวัด จังหวัดละ 1 ตู้ และจะดำเนินการส่งมอบส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยและกลับมามีจำนวนผู้ป่วยน้อยลง และโรงพยาบาลมีศักยภาพให้บริการฉีดวัคซีนที่ได้คุณภาพในเวลาอันรวดเร็วยิ่งขึ้น จากผลการดำเนินงานพบว่า แรงงานมีความสุขในการทำงานในภาวะวิกฤต ที่สำคัญยังพบว่า การพัฒนาองค์กรสุขภาวะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานในองค์กร และต่างองค์กร เกิดความร่วมมือเป็นเครือข่ายที่เราเรียกว่า Happy Network&amp;rdquo; นายสุพันธุ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101058</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy 8, Happy Workplace, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์, นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, รพ.สนาม, รางวัลเนลสันแมนเดลา ประจำปี 2564, ส.อ.ท., สภาอุตสาหกรรม, สสส., สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร, องค์กรสุขภาวะ, องค์กรแห่งความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089122fa3a24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2019 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2019 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมอ.องค์กรแห่งความสุข บุคลากรคือพลังสู่ความสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่า เวลานี้มีความกังวลเรื่องของสุขภาพของข้าราชการและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากป่วยโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง &amp;nbsp;มีน้ำหนักเกิน &amp;nbsp;และเครียด เมื่อมีการตรวจสุขภาพ ซึ่งมาจากภาระงานที่มากเกินบุคคลากร จริงๆ แล้ว การสร้างคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีและมีความสุข &amp;nbsp;ช่วยให้ข้าราชการท็อปฟอร์มในการทำงานและเป็นพลังนำองค์กรสู่ความสำเร็จได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานรัฐที่กำลังเผชิญปัญหาข้างต้น หากไม่ทำอะไรเลย แนวโน้มสุขภาพทางกายของชาว สมอ. จะยิ่งอ่อนแอ เหตุนี้ สมอ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยสังคม จุฬางกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลังสร้างความพร้อมทุกคนในหน่วยงานเปิดโครงการ &amp;ldquo;สมอ.องค์กรแห่งความสุข&amp;rdquo; และมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตามโครงการ/แผนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานขององค์กรภาครัฐ 3 หน่วยงาน เมื่อวันก่อน ที่อาคารสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีนายธนะ อัลภาชน์ ผู้อำนวยการกองตรวจมาตรฐาน 2 สมอ. เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า ในการที่ สมอ. ร่วมกับ สสส. สถาบันวิจัยจุฬาฯ ลงนาม MOU สมอ.องค์กรแห่งความสุข จะเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในการรักษาสุขภาพทางกายและจิตใจ เพราะการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาจากการติดเชื้อ ทานยาแล้วหาย แต่เป็นโรคคนเมือง โรคทางพฤติกรรม โรคทางสังคมและการใช้ชีวิต ซึ่งมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมทั้งที่ทำงานและที่บ้าน &amp;nbsp; ซึ่งบุคลากรในภาครัฐที่มีความรู้&amp;nbsp;ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จะตั้งรับและปรับตัวได้ รวมถึงปรับมุมมองต่อการดูแลสุขภาพ เช่น การใช้โซเชียลมีเดียหลังเลิกงานมากเกินไป 4-6 ชั่วโมง ทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน การสร้าง สมอ.องค์กรแห่งความสุข &amp;nbsp;ได้ระดมนักสร้างสุ ผู้เชี่ยวชาญ มาทำงานกับชาว สมอ. อนาคตหวังว่า ความรู้ชุดใหม่นี้จะเป็นมาตรฐานสร้างสุขภาวะบุคลากรในภาครัฐให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; สสส.มีแผนงานสร้างสุขภาวะในองค์กร ชูแนวคิด Happy Workplace มีหน่วยงานรัฐและเอกชนนำไปเป็นนโยบายองค์กร ช่วยสร้างความตระหนักและลดปัญหาโรคจากการทำงาน ลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ เน้นวิธีคิดปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความพร้อมจัดการคุณภาพชีวิตตนเองและครอบครัว การทำโครงการกับ สมอ. ไม่เพียงให้ ชาว สมอ.มีความสุข แต่หวังสร้างต้นแบบองค์กรแห่งความสุข ซึ่งหน่วยงานรัฐมีเป็นร้อยองค์กร &amp;ldquo; นายแพทย์ชาญวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดโครงการ &amp;ldquo;สมอ.องค์กรแห่งความสุข&amp;rdquo; และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 3 หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การขับเคลื่อนโมเดล Happy Workplace &amp;nbsp;ที่ สมอ. &amp;nbsp;มีหัวเรือใหญ่ นงลักษณ์ โรจน์วีระ เลขานุการกรม สมอ. กล่าวว่า ปี 62 นี้ สมอ.จะย่างก้าวสู่ปีที่ 50 องค์กรเติบโตตามลำดับ บุคลากรเพิ่มขึ้น ภาระงานมากขึ้น &amp;nbsp;บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ เป็นที่มาของ สมอ.องค์กรแห่งความสุข เพราะจากผลสำรวจคุณภาพชีวิตการทำงานของบุคลากร สมอ. เดือน ก.ย.2561 พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60 มีดัชนีมวลกายอยู่ในช่วงภาวะน้ำหนักเกิน อ้วนหรืออ้วนมาก บุคลากร สมอ.มีโรคประจำตัว 1 ใน 3 ส่วนใหญ่ คือ ความดันโลหิต-ไขมันในเลือดสูง &amp;nbsp;ถัดมาเบาหวาน หัวใจ และภูมิแพ้ เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูง รวมทั้งไม่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย &amp;nbsp;ขณะที่สวัสดิการ และการดูแลคุณภาพชีวิตยังทำน้อยไป &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบทำงานเกินสัปดาห์ละ 40 ชม. บ่อยครั้ง ผู้บริหารต้องตระหนักและหาวิธีบริหารจัดการเพื่อลดความเครียด &amp;nbsp;อีกทั้งร้อยละ 50 มีเงินเดือนและค่าตอบแทนไม่เพียงพอ 2ใน3 มีภาระหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ชาว สมอ. แนวโน้วเกิดโรคเพิ่มขึ้น น้ำหนักเกิน เครียด จากภาระงานเยอะ บุคลากรน้อย ผลตรวจสุขภาพบุคลากรมีภาวะโภชนาการผิดปกติ &amp;nbsp;แล้วยังพบความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในองค์กรไม่ดีนัก หน่วยงานของเราจึงมีนโยบายเสริมสร้างสุขภาวะ และผลักดันองค์กรสร้างสุข ได้รับทุนสนับสนุนจาก สสส. โดยมีสถาบันวิจัยจุฬาฯ เป็นที่ปรึกษา โครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ระหว่าง มี.ค.2561 &amp;ndash;มี.ค.2563 รวม 24 เดือน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ในระยะแรก เช่น งดเหล้าเข้าพรรษา &amp;nbsp;BigCleaning Day การตรวจสุขภาวะ ส่งเสริมการออกกำลังกายในพื้นที่ทำงาน เสริมด้วยการมีชมรมกีฬาที่จัดตั้งขึ้น ทั้งแอโรบิค โยคะ แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส สมาชิกกว่า 200 คน ก็จะขยายชมรมเพิ่มเติม จ้างครูสอน แล้วยังมีการดูแลอาหารว่างสุขภาพในการจัดประชุม ลดเกิดโรค ก็เป็นการสร้างความพร้อมรองรับการปฏิรูปประเทศไทยขับเคลื่อนเป็นระบบราชการ 4.0 ซึ่งความสุขของบุคลากรในองค์กรสำคัญ &amp;ldquo; นงลักษณ์ กล่าว และว่า พร้อมเปิดรับทุกไอเดียจากชาว สมอ. เพื่อขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุขให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยอดขวัญ รจนกนกนาฏ นักบริหารแผนชำนาญการพิเศษ สสส. ร่วมเสนอแนะแนวทางแก่ สมอ. เพื่อพิชิตองค์กรแห่งความสุขว่า ในหน่วยงาน สมอ. บุคลากรไม่ได้มีเพียงข้าราชการ ยังมีพนักงานลูกจ้างประจำ &amp;nbsp;ฉะนั้น การสำรวจสุขภาวะประจำปีขององค์กรต้องขยายให้ครอบคลุมทุกคนในหน่วยงาน เพื่อมอนิเตอร์และป้องกันปัญหาให้ถูกต้อง รวมถึงเน้นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพดีด้วยโภชนาการ เพราะพบปัญหาโรคอ้วน &amp;nbsp;บริโภคอาหารรสจัด ไขมันสูง &amp;nbsp;เสี่ยงต่อสุขภาพ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นโยบายรัฐไม่เพิ่มคน ฉะนั้น องค์กรรัฐต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตคนทำงานและชีวิตหลังเกษียณ เพราะผลสำรวจชัดเจน คนไทยอายุเฉลี่ย 75 ปี เดิม 58 ปี ฉะนั้น สุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเป็นต้นทุนสำคัญ &amp;nbsp;ปัจจุบันโมเดลองค์กรแห่งความสุข สสส.เป็นที่น่ายินดี มีเครือขายหน่วยงานรัฐสนใจมากขึ้น เพราะหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โมเดล Happy Workplace เป็นอีกแนวทางสำคัญช่วยถมช่องว่างปัญหาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตคนทำงาน ต้องติดตามการทำงานขับเคลื่อนของ 3 หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการสร้างสุขบุคลากร 4.0 อย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25754</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy Workplace, นงลักษณ์ โรจน์วีระ, นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์, สมอ.องค์กรแห่งความสุข, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2ef96d564d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดหลักครอบครัวอบอุ่น องค์กรมั่นคง-ชีวิตมั่งคั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป ครอบครัวมีรูปแบบหลากหลายและซับซ้อนขึ้น ขณะที่ดัชนีครอบครัวอบอุ่นอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับปรุง &amp;ldquo;คนวัยทำงาน&amp;rdquo; เป็นกลุ่มที่ต้องรับภาระดูแลสมาชิกภายในบ้าน ทั้งพ่อแม่ที่เริ่มสูงอายุ และลูกๆ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้น องค์กรหรือที่ทำงานจึงมีส่วนสำคัญในการสร้างความสุขส่งต่อไปถึงครอบครัว ภายใต้แนวความคิด &amp;ldquo;Happy Family&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานสัมมนาและมอบรางวัลองค์กรต้นแบบครอบครัวมีสุข ประจำปี 2561 (Happy Family Award 2018) &amp;ldquo;ครอบครัวอบอุ่น องค์กรมั่นคง ชีวิตมั่งคั่ง&amp;rdquo; โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ และเอสเอ็มอีเข้าร่วมงานกว่า 20 องค์กร ซึ่งผลการตัดสินแบ่งรางวัลออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ รัฐบาล เอกชน รัฐวิสาหกิจ วิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอี ประกอบด้วย รางวัลองค์กรดีเด่น ดีมาก และดี การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นเพื่อส่งเสริมการสร้างครอบครัวอบอุ่นของคนทำงานในองค์กร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การให้ความสำคัญกับพนักงานในองค์กรเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาลึกเข้าไปจะเห็นว่า พนักงานในสถานประกอบการหลายแห่งขาดความสุขในการทำงาน เนื่องจากส่วนใหญ่มีภาระหน้าที่ครอบครัวต้องรับผิดชอบ มีค่าใช้จ่ายสูง เกิดภาวะเครียด ทำงานไม่มีความสุข เกิดการทะเลาะวิวาทกันเองในครอบครัว ยิ่งครอบครัวที่มีลูก การมีเวลาดูแลเอาใจใส่เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เด็กโตมาอย่างมีสุขภาวะที่ดี ดังนั้นการดูแลสุขภาพกาย ใจของพนักงานจึงมีความสำคัญ และจำเป็นต้องอาศัยการร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าของสถานประกอบการ เป็นหัวใจสำคัญของการสนับสนุนผลักดันให้เกิดองค์กรแห่งความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้จัดการกองทุน สสส.กล่าวต่อว่า สสส. โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกันพัฒนากระบวนการสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นของคนทำงานองค์กรในประเทศไทย โดยยึดแนวคิดสังคมที่ดีเริ่มต้นจากครอบครัวที่เข้มแข็ง อบอุ่น มีความสุข และสร้างให้เป็นพื้นที่องค์กรแห่งการเรียนรู้นำครอบครัวพนักงานไปสู่ความสุขที่เป็นรูปธรรม ต่อเนื่อง มีความยั่งยืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้มีการดำเนินงานที่เป็นผลสำเร็จ คือ 1.เกิดเครื่องมือการวัดผลครอบครัวอบอุ่นต้นแบบ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรและพนักงานได้รู้ว่าจุดยืนในปัจจุบันครอบครัวตนเองอยู่ในจุดไหน 2.หลักสูตรการสร้างเสริมนักสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่น Happy Family เป็นหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติในระยะสั้น เพื่อที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ ฝึกทักษะแบบพี่เลี้ยงที่องค์กรได้เลือกสรรมา ซึ่งนักสร้างเสริมครอบครัวอบอุ่นก็จะสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปออกแบบกิจกรรมที่ทำให้พนักงานมีความสุขในชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และชีวิตครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำแผนบูรณาการและการทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายให้ครอบครัวอบอุ่น องค์กรมั่นคง ชีวิตมั่งคั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผลจากการทำงานร่วมกันกว่า 100 องค์กร พบว่าครอบครัวพนักงานส่วนใหญ่อาศัยอยู่ร่วมกัน มีเวลาร่วมกัน 62% หากมีการทำงานและผลักดันอย่างต่อเนื่องจะสามารถเพิ่มอัตราครอบครัวอบอุ่นมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน&amp;rdquo; ผู้จัดการ สสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว &amp;nbsp;สสส. กล่าวเสริมว่า ด้วยโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิดความหลากหลายในด้านครอบครัวมากขึ้น มีอีกหลายครอบครัวที่มีสภาวะลำบากมากขึ้น ไม่ใช่แค่พื้นที่ชนบท ในเขตเมืองก็มีหลายครอบครัวที่เริ่มลำบาก มีแรงกดดันทางสังคมมากขึ้น ยิ่งเป็นครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ตามลำพัง หรือมีผู้สูงอายุที่ต้องเลี้ยงดู อีกทั้งเด็กเล็กและคนพิการ สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาหลายด้านในครอบครัว ไม่ว่าจะเรื่องค่าใช้จ่ายหรือมีหนี้สินเกิดขึ้น กลายเป็นความเครียดจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ซึ่งกลุ่มที่ต้องรับผิดชอบภาระดูแลสมาชิกภายในบ้านส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องรับภาวะความเครียดต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นหากเปลี่ยนองค์กรให้เป็นพื้นที่สร้างความสุขก็จะช่วยส่งต่อไปถึงครอบครัวได้ ภายใต้แนวคิด Happy Family ซึ่ง สสส.ทำงานร่วมกับภาคีหน่วยงานต่างๆ สร้างองค์กรแห่งความสุข หรือที่เรียกว่า Happy workplace เพื่อเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของการขับเคลื่อนงานการสร้างเสริมสุขภาพของคนในองค์กร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากรายงานสำนักงานสังคมเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่า พ.ศ.2559 มีดัชนีความอบอุ่นในครอบครัวอยู่ที่ 67.98% ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องปรับปรุง ทาง สสส.ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหา โดยใช้ทิศทางและยุทธศาสตร์ 10 ปี ปฏิบัติหน้าที่ผ่านกระบวนการทำงานร่วมกันผ่านทางภาคีเครือข่ายที่มีการบูรณาการภายใน เพื่อสร้างสุขภาวะที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญตั้งแต่เด็ก เยาวชน และครอบครัว การทำงานในครั้งนี้สอดคล้องกับแผนการทำงานนโยบายและครอบครัว ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว ปี 2560-2564 ที่จะทำให้ครอบครัวได้รับการพัฒนามากที่สุด มีความเข้มแข็ง และได้ทำหน้าที่ตนเองอย่างเหมาะสม สมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงานในครั้งนี้&amp;rdquo; นางสาวณัฐยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพนธ์ ประเสริฐผล รักษาการผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และธุรการ บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน) เล่าว่า เนื่องจากทำงานกับคนจำนวนมาก และบริหารคนภายในองค์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างต้องสร้างความเข้าใจอย่างมาก เพื่อลดปัญหาของพนักงานให้มากที่สุด หัวหน้างานจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเข้าใจและพร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กร ซึ่งรวมไปถึงการนำหลักแนวคิด Happy workplace ของทาง สสส.มาปรับใช้กับองค์กรอย่างจริงจังในเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการทำงานเริ่มจากการจัดตั้งทีมนักสุขภาวะสร้างสุข และเริ่มทำแบบสอบถามข้อมูลพนักงาน วัดประเมินผลด้วยเครื่องมือ Happinometer จึงพบว่า 61.3% พนักงานมีปัญหาเรื่องการเงินจำนวนกว่า 200 คน รวมหนี้สินกว่า 46 ล้านบาท โดยเฉลี่ยต้องมีการผ่อนชำระต่อเดือนคนละ 11,000 บาท จึงนำหลัก Happy Money เพื่อสร้างความตระหนัก รู้จักการออม จึงเริ่มทำ MOU กับธนาคารออมสิน ทำให้พนักงานมีสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น โดยผ่อนชำระลดลงเหลือเพียง 4,000 บาท/เดือน ทำให้สภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 66% ส่งผลให้พนักงานมีความสุขจากการทำงานมากขึ้น ส่งผลไปถึง Happy Family ครอบครัวพนักงานมีความสุขมากขึ้น มีรายได้จุนเจือครอบครัว ลดการขาด ลา มา สาย หรือลาออกเพราะหนีปัญหาหนี้สิน&amp;rdquo; นายนิพนธ์เล่าทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง และเต็มไปด้วยความสุข เป็นสิ่งที่คนวัยทำงานปรารถนา และหน่วยงานไหนผลักดันจนสำเร็จ อานิสงส์เหล่าดังกล่าวจะส่งตรงไปที่สถาบันครอบครัวได้รับความอบอุ่นกลับไปเช่นกัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13788</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy Family, Happy Money, Happy Workplace, ณัฐยา บุญภักดี, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์, นิพนธ์ ประเสริฐผล, บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน), หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51d63a6650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่านผู้นำอารมณ์ดี!รอบเอวเกิน1นิ้วรับปากจะไปลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค.61- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี นำ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม &amp;ldquo;Happy Workplace องค์กรแห่งความสุข : ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทย เพื่อสุขภาพพี่น้องแรงงานไทย&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ เนื่องจากผลสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบปัญหาจากการทำงานมีผลทำให้สุขภาพแย่ลง สอดคล้องกับผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องสุขภาพประชาชนไทย ปี 2557 พบว่าประชากรวัยทำงานมีน้ำหนักเกินและอ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ สสส.ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ ทดลองวัดรอบเอว โดยพบว่ารอบเอวของ พล.อ.ประยุทธ์ เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไป 1 นิ้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าจะไปลด จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมเต้น 12 ท่าบริหารร่างกาย สไตล์ไทยประกอบเพลง ร่วมกับ พล.อ.ฉัตรชัย ,นพ.ปิยะสกล, ผู้บริหารสสส. &amp;nbsp;เด็กและเยาวชนที่มาร่วมประชาสัมพันธ์ โดยเมื่อถึงท่าเต้นบริหารแบบชกมวย พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงท่าทางหยอกล้อ ด้วยการออกหมัดแล้วค่อยๆเดินเข้าหาผู้นำเต้น พร้อมรัวหมัด คล้ายจะเข้าไปชก โดย พล.อ.ประยุทธ์ แสดงท่าทางต่างๆอย่างอารมณ์ดี เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมได้อย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เขียนข้อความในบอร์ดประชาสัมพันธ์ว่า &amp;ldquo;แรงงานทุกคนต้องได้รับการพัฒนาในทุกมิติ เพราะรัฐบาลถือว่าแรงงานทุกคน คือทุนมนุษย์ของประเทศ เราต้องพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาพ คุณภาพฝีมือแรงงาน และคุณภาพชีวิต เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด&amp;rdquo;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8233</URL_LINK>
                <HASHTAG>Happy Workplace, ทำเนียบรัฐบาล, ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทย, นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รอบเอวเกิน, สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae7ee2d836d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
