<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากมุมไบถึงบางกะเจ้า คนเก็บขยะเปลี่ยนโลก!  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเจอเขาที่บางกะเจ้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สีหน้ายิ้มแย้ม เป็นมิตร และมีความมุ่งมั่นมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเป็น &amp;quot;นักเก็บขยะ&amp;quot; ที่เปลี่ยนโลกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ Afroz Shah นักกฎหมายหนุ่มจากมุมไบของอินเดียคนนี้สามารถปลุกระดมคนเมืองมุมไบ ไม่ว่าจะเป็นชาวสลัมหรือดาราหนัง นักเรียน ผู้ปกครอง ให้มาช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อเก็บขยะ โดยเฉพาะที่เป็นพลาสติกริมชายหาดมุมไบชื่อ Versova Beach ยาว 2.5 กิโลเมตร จนกลายเป็นข่าวไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติประกาศให้เขาเป็น &amp;quot;Champion of the Earth&amp;quot; หรือแชมเปียนแห่งโลกใบนี้ในปี 2016 ในฐานะเป็นผู้สร้างกระแสความตื่นตัวในหมู่ประชาชนเรื่องปกปักรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกได้สำเร็จอย่างน่าชื่นชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีเอ็นเอ็นให้เขาเป็น Indian of the Year 2017 หรือเป็นบุคคลแห่งปีของอินเดีย เพราะกิจกรรมของเขาได้สร้างความตื่นตัวในหมู่คนอินเดียได้อย่างน่าประทับใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมสัมภาษณ์เขาที่บางกะเจ้าก่อนการประชุมเสวนาเรื่อง Sustainable Brands (SB) ซึ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง &amp;quot;แบรนด์ที่ยั่งยืน&amp;quot; แล้วยืนยันได้ว่าหนุ่มอินเดียคนนี้เป็นคนพูดจริงทำจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะพอนั่งลงสัมภาษณ์ แอฟรอสบอกว่าช่วยพาเขาไปจุดที่มีขยะ เขาจะลงมือเก็บขยะ และชักชวนให้แต่ละบ้านในย่านนั้นลงมือเก็บขยะเองทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าหวังพึ่งรัฐบาล อย่าหวังพึ่งทางการ อย่าชี้นิ้วไปที่คนอื่น การกำจัดขยะจะต้องเกิดขึ้นด้วยสองมือของเราทุกคนเท่านั้น เราจึงจะรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างจริงจัง&amp;quot; เขาบอกด้วยสีหน้าแห่งความกระตือรือร้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาทำสำเร็จที่มุมไบด้วยการเริ่มรณรงค์เมื่อเดือนตุลาคมปี 2015 หรือสามปีก่อนด้วยการออกไปเก็บขยะริมชายหาดเอง และชักชวนทุกคนที่อยู่แถวนั้นลงมือด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเกิดที่ริมหาดแห่งนี้ ผมไปทำงานที่อื่น วันดีคืนดีผมย้ายกลับมา เห็นกองขยะพะเนินเทินทึกอยู่ริมหาด ผมตกใจ นี่หรือคือที่พักอาศัยของมนุษย์ ทำไมเรายอมให้กองขยะใหญ่โตขึ้นทุกวัน เราหวังพึ่งเทศบาลหรือ เราหวังพึ่งนักการเมืองหรือ เราหวังไม่ได้ทั้งนั้น เราต้องถามตัวเองว่าทำไมเราไม่เริ่มทำเอง&amp;quot; เขาบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเริ่มด้วยการชวนเพื่อนบ้านวัย 84 ชื่อ Harbansh Mathur ลงมือเก็บขยะริมหาดก่อน (เสียชีวิตหลังจากร่วมรณรงค์เรื่องนี้ไม่นาน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นก็เคาะประตูบ้านคนแถวนั้นทีละบ้านสองบ้านเพื่อเชิญชวนให้ออกมาช่วยกันเก็บขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นทุกสุดสัปดาห์เขาจะชวนอาสาสมัคร ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน หรือดาราภาพยนตร์ และนักการเมืองมาช่วยกันเก็บขยะเพื่อสร้างความตระหนักไปทั่วเมืองมุมไบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียกการรณรงค์ของเขาว่า A Date with the Ocean
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายถึงการ &amp;quot;นัดพบกับมหาสมุทร&amp;quot; ซึ่งก็คือการแสดงความรักและทะนุถนอมทะเล ไม่ยอมให้มนุษย์ทิ้งขยะอย่างไร้ความรับผิดชอบจนทำให้ทะเลเน่าเหม็น ทำลายทั้งทะเลและชุมชนมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกผมว่าเราต้องตระหนักถึงความสำคัญในการ &amp;quot;รักทะเล&amp;quot; อย่างจริงใจและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็ไม่ต่างอะไรกับคนเราที่มีความรักต่อมนุษย์ด้วยกัน ถ้าเรารักใคร เราก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขาหรือเธอใช่ไหม เราก็ต้องทำอย่างนี้กับทะเลด้วยเช่นกัน&amp;quot; เขาบอกผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟรอส ชาห์มาถึงกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ก่อนก็ลงมือหาจุดที่เก็บขยะทันที เพราะเขาเชื่อในการ &amp;quot;กระทำ&amp;quot; มากกว่าการ &amp;quot;เรียกร้อง&amp;quot; หรือ &amp;quot;ป่าวประกาศคำขวัญ&amp;quot; ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเขาก็ชวนผมและคนอื่นๆ ไป ณ จุดบางกะเจ้าที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีขยะที่เป็นขวดพลาสติก, รองเท้า, เสื้อผ้า และขวดแก้วมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านที่นั่นบอกว่าส่วนใหญ่เป็นขยะที่น้ำพัดมาจากที่อื่น ไม่ใช่สิ่งที่ชุมชนทิ้งเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอฟรอสบอกว่าไม่สำคัญว่าขยะนั้นใครเป็นคนทิ้ง แต่หากทุกคนทุกบ้านออกมาเก็บขยะนั้นเองทุกวันด้วยสองมือ ก็จะสร้างความตระหนักในสังคมที่กลายเป็นนิสัยธรรมดา และไม่ช้าไม่นานคนก็จะมีความสำนึกในการทิ้งขยะอย่างรับผิดชอบเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแล้วเขาก็เคาะประตูบ้านหลังหนึ่ง และเริ่มบทสนทนาเรื่อง &amp;quot;ช่วยกันเก็บขยะหน้าบ้านของเราคนละไม้คนละมือ&amp;quot; อย่างสุภาพอ่อนโยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นตัวอย่างที่สมควรจะนำมาใช้ในบ้านเราอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมนัดกับเขาว่าจะไปเยี่ยมเขาที่มุมไบเพื่อบันทึกความเป็นไปที่น่าสนใจสำหรับผมอย่างยิ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20052</URL_LINK>
                <HASHTAG>Harbansh Mathur, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
