<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการบดี มธ. ปล่อยซีรีส์ ตอนที่ 3  รู้จัก &#039;ทักษิณ ชินวัตร&#039; ในฐานะนายกรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนที่ 3 &amp;nbsp;รู้จักทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทักษิณทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ประมาณ 2 ปี ได้ประกาศที่จะชำระหนี้ทั้งหมดที่กู้จาก ไอเอ็มเอฟ โดยรัฐบาลพลเอกเชาวลิต เมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง และได้ทำตามที่ประกาศได้จริง ทำให้บรรดาลูกพรรค และผู้ที่ชื่นชอบทักษิณต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายกทักษิณบริหารประเทศได้ 2 ปี ก็ทำ
ให้ประเทศมีเงินจนสามารถใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ ก่อนกำหนดถึง 2 ปี
บรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ต่างออกมาชี้ว่า เป็นเพราะรัฐบาลคุณชวน โดยทีมเศรษฐกิจ นำโดยคุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ที่ทำให้วิกฤตคลี่คลาย &amp;nbsp;ทักษิณเพียงเป็นผู้มาชุบมือเปิบเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ แล้วแต่จะเชื่อฝ่ายใด แต่มีข้อเท็จจริงประการหนึ่งคือ หลังจากที่ลอยตัวค่าเงินบาท ค่าเงินบาทอ่อนตัวจาก ดอลล่าร์ละ 25 บาท ลงไปต่ำสุดถึง ดอลล่าร์ละ 50 บาท ทำให้ธุรกิจที่กู้เงินจากต่างประเทศขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน การส่งออกกลับกระเตื้องขึ้นมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐบาลคุณชวนกลับเข้ามา แม้เงินบาทเริ่มแข็งขึ้น แต่การส่งออกก็ยังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกใจที่ประเทศมีเงินทุนสำรองมากขึ้น เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่ากันตามจริง ไม่มีความจำเป็นใดๆเลยที่รัฐบาลทักษิณ จะต้องชำระหนี้ ไอเอ็มเอฟ ก่อนกำหนด เพราะไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น การผ่อนชำระหนี้ให้ตรงเวลาตามกำหนดเดิม &amp;nbsp;ก็ทำให้ประเทศมีความน่าเชื่อถือมากแล้ว การชำระหนี้ทั้งหมดก่อนกำหนด ผู้ที่ได้หน้ามากที่สุดก็คือตัวทักษิณเอง ไม่ใช่ใครอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ประเทศมีเงินทุนสำรองมากคือ เมื่อทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2544 ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนลง เนื่องจากการพังทลายของตลาด แนสแด็ก เงินทุนจากสหรัฐอเมริกาจึงไหลออกไปสู่ประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย ไทยจึงมีเงินทุน สำรองในมือสูงมาก ทำให้มีเงินมากพอชำระหนี้ได้ก่อนกำหนด แต่ในขณะเดียวกัน ค่าเงินบาทแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่อง การชำระหนี้ครั้งนั้นจึงเป็นการชำระหนี้ที่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างน่าเสียดาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดอีกอย่างหนึ่งคือ หากผ่อนชำระหนี้ตามกำหนดเดิม ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น จะทำให้ใช้เงินบาทน้อยลงในการชำระหนี้นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามบินสุวรรณภูมิก็เป็นอีกผลงานที่ทักษิณเคลมว่าสำเร็จได้เพราะตัวเอง ซึ่งก็ไม่ผิดเสียทีเดียว แต่ต้องทราบด้วยว่า สนามบินสุวรรณภูมิ มีการซื้อที่ดินและเวนคืนที่ดินตั้งแต่ปี 2503 รัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชื่อเดิมว่า สนามบินหนองงูเห่า จากนั้นมีการทำการศึกษากันหลายครั้งและยาวนาน เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ลุ่ม และเป็นดินเลน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นรัฐบาลที่ตัดสินใจสร้าง ในปี 2534 รัฐบาลประชาธิปัตย์อนุมัติงบประมาณ เริ่มให้มีการออกแบบ และเตรียมดิน แต่มาเริ่มสร้างและแล้วเสร็จในรัฐบาลทักษิณ ซึ่งทักษิณเคลมว่า ตัดสินใจยกเลิกบริษัทญี่ปุ่นที่ประมูลได้ตอนรัฐบาลคุณชวน แต่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเนื่องจากยุบสภาเสียก่อน &amp;nbsp;แล้วให้มีการแก้แบบ เพิ่มขนาดอาคารผู้โดยสารให้รองรับได้จาก 35 ล้านคน เป็น 45 ล้านคนต่อปี เมื่อเปิดประมูลใหม่ กลับประหยัดค่าก่อสร้างได้ร่วม 17,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากที่เคยคุยกับผู้บริหารระดับสูงของการบินไทยที่เข้าประชุมกับรัฐบาลในช่วงเวลาที่มีการแก้แบบก่อสร้าง ผู้บริหารท่านนั้นกลับเล่าตรงข้ามว่า มีการลดขนาดอาคารผู้โดยสาร และลด specification เช่น จำนวนห้องน้ำ ตัดเบาะที่นั่งผู้โดยสารในอาคารออก เปลี่ยนวัสดุตกแต่งต่างๆ ถ้าจำกันได้ในระยะแรก ที่นั่งรอของผู้โดยสารไม่มีเบาะ ห้องน้ำมีน้อยมาก เมื่อมีเสียงบ่นกันมาก จึงมาเพิ่มในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีข่าวเรื่องการทุจริตหลายเรื่อง เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือ CTX 9000 หรือระบบตรวจจับวัตถุระเบิด ข่าวการทุจริตเรียกรับสินบนการประมูลก่อสร้างอาคารจอดรถ โดยคนใกล้ชิด แต่ในที่สุด ปปช ไม่สั่งฟ้อง กรณี CTX เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานที่ทักษิณและลูกน้องภูมิใจนำเสนอ ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง คือการประกาศสงครามกับยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการคือให้แต่ละจังหวัดสืบหาและจัดทำรายชื่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นให้ส่งรายชื่อไปที่ส่วนกลาง ส่วนกลางจะเก็บรายชื่อไว้เป็น black list เมือได้รายชื่อแล้วแต่ละจังหวัดต้องจัดการจับกุมดำเนินคดีผู้ที่อยู่ใน black list ให้ได้ทั้งหมดคือ 100% ภายในกำหนดเวลา กรณีที่ผู้ที่อยู่ใน blacklist เสียชีวิต ก็นับให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลคือ ทุกจังหวัดสามารถจับกุมดำเนินคดีตาม black list ได้ 100% แต่ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 2,873 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ยาเสพติด และผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย แทบจะไม่มีผู้ค้ารายใหญ่ถูกจับดำเนินคดีเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานอีกชิ้นที่ดูเหมือนทักษิณไม่ค่อยกล่าวถึงคือ การยุบ ศอ.บต หรือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้เกิดการบูรณาการ ระหว่าง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อดูแลปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าววงในว่า ทักษิณฟังคำแนะนำของนายตำรวจใหญ่ว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ได้ง่าย ด้วยการกำจัดแกนนำที่หมายหัวไว้เพียงไม่กี่คน จึงตัดสินใจยุบ ศอ.บต เพราะเห็นว่าไม่มีจำเป็นต้องมี แล้วมอบงานทั้งหมดให้อยู่ในมือของตำรวจ นี่เป็นที่มาของคำว่า &amp;ldquo;โจรกระจอก&amp;rdquo; ที่ทักษิณเคยให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลคือ ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เริ่มจากเหตุการณ์ปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง วันที่ 4 มค 2547 มีทหารเสียชีวิต 4 คน ได้ปืนไป 413 กระบอก ภายหลังยึดคืนได้ 94 กระบอก เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร พระภิกษุ ครู ประชาชน เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่ ทักษิณ บอกใน club house ว่าจำไม่ได้ คือเหตุการณ์ ที่มัสยิดกรือเซะ และตากใบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีแรก มัสยิดกรือเซะ เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 เป็นการ ใช้ทหารปราบปรามผู้ก่อการร้ายชาวมุสลิม ที่โจมตี ฐานปฏิบัติการ 10 แห่ง มีผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งกว่า 30 คนที่หลบหนีเข้าไปในมัสยิดกรือเซะ มีอาวุธคือ มีดพร้า และกริช อายุ 15-20 ปี ทั้งหมดถูกยิงเสียขีวิต มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดกว่าร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ตากใบ เกิดเมื่อวันที่ 25 ตค 2547 เมื่อมีการจับกุม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 6 คน เพราะสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่หายไป ชาวบ้านออกมาชุมนุมประท้วงนับพันคน มีความพยายามบุกเข้าไปใน สภ.อ.ตากใบ จึงมีการใช้กำลังทหารสลายการชุมนุม มีการปะทะกัน มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 7 คน เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 14 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสลายการชุมนุม ทหารได้นำผู้ร่วมชุมนุม ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 1,370 คน ขึ้นรถบรรทุก 24 คัน ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร ซึ่งอยู่ห่างจากที่ชุมนุม 150 กม เนื่องจากการเบียดเสียด ทับกันบนรถบรรทุก ทำให้เมื่อไปถึงจุดหมาย มีผู้เสียชีวิตถึง 77 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จบตอนที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106004</URL_LINK>
                <HASHTAG>Harirak Sutabutr, ทักษิณ ชินวัตร, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190331/image_big_5ca0c0f42d6c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
