<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีน 5.0 กับ &#039;สีโคโนมิกส์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้รับหนังสือ &amp;quot;China 5.0 สีจิ้นผิง: เศรษฐกิจยุคใหม่และแผนการใหญ่ AI&amp;quot; เขียนโดยอาจารย์อาร์ม ตั้งนิรันดรเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่พาดหัวผมก็ต้องรีบหยิบอ่านแล้ว ยิ่งเห็นเป็นการรวมบทความเรื่องสำคัญๆ เกี่ยวกับจีน ผมยิ่งต้องนั่งลงอ่านเกือบจะทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นชื่อคนเขียน ผมก็รู้ว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับจีนที่ทันสมัย เพราะผมเคยเชิญอาจารย์อาร์มมาวิเคราะห์การเมืองและเศรษฐกิจจีนเป็นระยะๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทาง Suthichai Live ของเฟซบุ๊กไลฟ์ จึงรู้ว่าท่านเกาะติดเรื่องเมืองจีนอย่างลึกซึ้งและที่สำคัญคือวิเคราะห์รอบด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์อาร์มเป็นนักวิชาการรุ่นใหม่ที่พยายามนำวิชาการมาเล่าเรื่องให้คนทั่วไปฟังรู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านเรียนปริญญาตรีในคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศจาก Harvard Law School และปริญญาเอกด้านกฎหมายและการพัฒนาจาก Stanford &amp;nbsp;Law School
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์อาร์มเคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้อาจารย์กลับมาประจำคณะนิติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทั่วไปแล้ว นักวิชาการที่ &amp;quot;เชี่ยวชาญ&amp;quot; ประเทศใดมักถูกมองว่า &amp;quot;เชียร์&amp;quot; หรือ &amp;quot;ต่อต้าน&amp;quot; ประเทศนั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาจารย์อาร์มดำรงไว้ซึ่งความเป็น &amp;quot;นักสังเกตการณ์&amp;quot; และ &amp;quot;นักพิเคราะห์&amp;quot; ที่เก็บข้อมูลทุกด้านอย่างละเอียด ชี้ให้เห็นถึงทั้งด้านบวกและลบ ด้านน่าชื่นชมและน่าวิพากษ์ ทำให้เห็นภาพของจีนวันนี้ชัดเจนขึ้น แม้จะฟันธงในทุกประเด็นไม่ได้เพราะทุกอย่างมีมุมมองได้มากกว่าหนึ่งแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้การติดตามข่าวคราวจากเมืองจีนสนุกและได้สาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือถ้าฟังและอ่านสิ่งที่อาจารย์อาร์มนำเสนอจะ &amp;quot;รู้ทันจีน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;quot;รู้ทันจีน&amp;quot; เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในจังหวะที่ประเทศจีนกำลังผงาดในเวทีโลก และภายใต้การนำของสีจิ้นผิงซึ่งเป็นรุ่นที่ 5 จีนได้ปรับบทบาทในเวทีระหว่างประเทศได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกบทในหนังสือเล่มนี้สะท้อนมุมมองที่ให้ความรู้และแนววิเคราะห์ที่ทันกับความเปลี่ยนแปลงในจีนและในเวทีสากล ไม่ยึดหลักทฤษฎีแบบนักวิชาการปกติอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ อาจารย์อาร์มบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข่าวตะวันตกมักเปรียบเทียบสีจิ้นผิงกับเหมาเจ๋อตุง แต่สีจิ้นผิงไม่ใช่เหมาเจ๋อตุง หลายคนกลัวว่าถ้าสีจิ้นผิงซึ่งบัดนี้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเกิดดำเนินนโยบายผิดพลาดแบบเหมาเจ๋อตุง ประเทศจีนคงถึงคราวพังแน่ แต่จนบัดนี้ สีจิ้นผิงยังไม่ได้ดำเนินนโยบายอะไรที่ผิดพลาดร้ายแรงเลย ตรงกันข้าม นโยบายของสีจิ้นผิงล้วนเป็นนโยบายกระแสหลัก สีจิ้นผิงยังคงเดินหน้าเศรษฐกิจกลไกตลาดของจีน (ไม่มีทีท่าจะบ้ากลับไปเศรษฐกิจคอมมูนแบบเหมา และยังเดินหน้าพาจีนเข้าสู่สมัยใหม่ ไม่มีทีท่าจะบ้ากลับไปปฏิวัติวัฒนธรรมแบบเหมา)&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกบทหนึ่งที่ถามว่าคนจีนมองสีจิ้นผิงอย่างไร อาจารย์อาร์มวิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า ในประเด็นนี้คนจีนอาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.พวกเสี่ยวหยาง ไม่แคร์ เพราะการเมืองจีนเป็นเรื่องไกลตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พวกเสี่ยวฮุ่ย อึดอัด เพราะสังคมจีนเป็นภาพมายา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.พวกเสี่ยวฟ่าน รับได้ เพราะระบบจีนเหมาะกับสังคมจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.พวกเสี่ยวปิง รักเลย เพราะชอบใจท่านประธานสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;40 ปีของการปฏิรูป จีนทำได้อย่างไร&amp;quot; อาจารย์อาร์มอ้างความเห็นของศาสตราจารย์เหยาหยางแห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง นักเศรษฐศาสตร์มีชื่อเสียงของจีนที่ให้เหตุผลไว้สามข้อ คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.รัฐบาลจีนเป็นนักปฏิบัติและนักทดลอง ไม่บ้าทฤษฎีและลัทธิความเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จีนตอนเริ่มต้นพัฒนายังไม่มีกลุ่มผลประโยชน์ขัดขวาง และ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การกระจายอำนาจการคลังให้รัฐบาลท้องถิ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อาจารย์อาร์มก็เตือนว่าหากจะเรียนรู้จากจีนหรือจะทำอย่างจีน &amp;quot;ก็อยากขอเตือนให้ดูให้ลึกซึ้ง &amp;nbsp;อย่าเลียนแบบผิวเผิน พอเห็นเรานั่งวางแผนยุทธศาสตร์ฉบับแล้วฉบับเล่า ก็ต้องถามด้วยว่าเราเป็นนักปฏิบัติ นักทดลอง และนักปรับเปลี่ยนแก้ไขอย่างยืดหยุ่นหรือไม่ พอเห็นเราพูดเช้าพูดค่ำว่าจะปฏิรูป ก็ต้องถามต่อว่าเราจะรับมือกลุ่มผลประโยชน์อย่างไร และพอเห็นหลายพรรคมีนโยบายจะกระจายอำนาจเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ก็อดถามไม่ได้ว่าจะกล้ากระจายระบบการคลังและการใช้จ่ายงบประมาณด้วยหรือไม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวข้ออื่นๆ ที่น่าติดตามไม่น้อยไปกว่าเรื่องที่ผมยกมาเล่าให้ฟัง เช่น &amp;quot;ศาสตร์และศิลป์ของสีโคโนมิกส์&amp;quot; หรือ &amp;quot;ยุทธศาสตร์ One Belt One Road&amp;quot; กับ &amp;quot;แผนการใหญ่ AI 2030 เมื่อหุ่นยนต์กุมอนาคตจีน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษคือ &amp;quot;บทส่งท้าย: จีน vs สหรัฐฯ ใครครองอนาคต?&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะได้นำมาวิเคราะห์กันต่อไปในวันพรุ่งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15879</URL_LINK>
                <HASHTAG>China 5.0, Harvard Law School, กาแฟดำ, จีน, สีจิ้นผิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
