<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัมผัส All New HAVAL H6 Hybrid SUV แรง ประหยัด ฟังก์ชั่นเพียบ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ พาสื่อมวลชนกว่า 98 สื่อ ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่กับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;DRIVE TO A NEW xEV WORLD&amp;rdquo; บนเส้นทางกรุงเทพฯ &amp;ndash; ชลบุรี พร้อมจัดสถานีทดสอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ได้สัมผัสถึงการใช้งานจริง ก่อนเปิดตัวและแจ้งราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายน นี้ โดยผู้สนใจสามารถจองผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อเสนอมากมาย ซึ่ง HAVAL H6 Hybrid SUV จะมีจำหน่าย 2 รุ่น คือรุ่น Pro และรุ่น Ultra&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทริปด้วยการบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์และเส้นทางในการทดลองขับ สำหรับเส้นทางในการทดลองขับครั้งนี้ ออกสตาร์ทจากใจกลางเมืองบนถนนสุขุมวิท ที่มีการจราจรคับคั่ง เพื่อทดสอบความคล่องตัวของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ จากนั้นต่อด้วยการทดสอบอัตราเร่งและสมรรถนะการขับขี่บนออนโรด พร้อมชมทิวทัศน์ที่เปลี่ยนผ่านจากตัวเมืองสู่จังหวัดชลบุรี บนทางด่วนบูรพาวิถีจรดเส้นทางเลียบชายหาดบนสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา โดยการทดลองขับครั้งนี้ ได้ทดสอบระบบต่างๆ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ (TJA) ที่ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ และจะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย พร้อมระบบช่วยหยุดรถยนต์และออกตัว (stop-and-go) เพิ่มความสะดวกสบายในการขับรถสำหรับย่านที่มีการจราจรพลุกพล่าน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้ทดลองระบบการช่วยเหลือการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) รวมถึงระบบระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ต่างๆ ภายในรถ ระหว่างการเดินทางยังได้ทดสอบความแม่นยำของพวงมาลัย และการตอบสนองของคันเร่งและเครื่องยนต์ รวมถึงระบบช่วงล่างและเสถียรภาพการทรงตัวของรถ บนถนนสายรองที่มีความคดเคี้ยวลาดชัน ลัดเลาะไปตามเส้นทาง จนเข้าสู่สนามทดสอบระบบปิด เพื่อทดสอบเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ซึ่งได้จัดเตรียมเป็นพื้นที่ทดสอบสมรรถนะหลากหลายรูปแบบที่สนามบินหนองค้อ จ.ชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;All New HAVAL H6 Hybrid SUV มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม GWM LEMON ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบบนถนนมากกว่า 6 ล้านกิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมที่สุดขั้วถึง 76 แบบ ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าจะทำให้รู้สึกถึงประสบการณ์การขับขี่ที่น่าพึงพอใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT รองรับการขับขี่ตามความต้องการ ช่วยประหยัดน้ำมัน คลายความกังวลด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 ระบบเกียร์ (1 ระบบเกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์และอีก 1 ระบบเกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนที่หลากหลาย ซึ่งระบบส่งกำลังไฮบริดแบบหลายโหมด ประกอบไปด้วยโหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน/ โหมดสปอร์ต/ โหมดประหยัด/ โหมดสภาพถนนลื่น เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ขับสามารถเลือกประสบการณ์การขับขี่ได้ตามความต้องการและเหมาะสมกับการเดินทางโดยมีประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินทางมาจนถึงสนามบินหนองค้อ จ.ชลบุรี ก็มาทดสอบต่อกับ TEST DRIVE TRACK ทั้ง 5 สถานี ได้แก่ 1. สถานีทดสอบอัตราการเร่ง 0 &amp;ndash; 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และการเข้าโค้งอัจฉริยะ เพื่อเป็นการพิสูจน์สมรรถนะและความแรงของรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร และทดสอบการเข้าโค้งของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง โดยกล้องจะทำการตรวจสอบโค้งถนน เพื่อให้ความเร็วถูกปรับอัตโนมัติให้เหมาะสมสำหรับการเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย เมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้ 2. สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance) ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการทดสอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ HAVAL H6 Hybrid SUV โดยรถยนต์จะสามารถจดจำเส้นทางที่ขับผ่านด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้สูงสุด 50 เมตร และสามารถถอยหลังกลับอัตโนมัติตามเส้นทางได้อย่างราบรื่น 3. สถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking) ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค ช่วยให้ All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถค้นหาที่จอดรถ คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง&amp;nbsp; 4. สถานีทดสอบระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง&amp;nbsp; (RCTA+RCTB Rear Cross Traffic Alert and Rear Cross Traffic Breaking) ระบบจะช่วยทำการแจ้งเตือนในขณะที่ถอยรถ โดยจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ที่เข้าใกล้บริเวณด้านหลังรถ และด้านซ้าย-ขวา และเมื่อตรวจพบความผิดปรกติระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนและเบรคให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน&amp;nbsp; 5. สถานีทดสอบระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control) ทดสอบการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดตามที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบรถในคลาสเดียวกัน ด้วยมิติของตัวรถขนาดกว้างและยาว 1,886 x 4,653 มม. ความสูง 1,724 มม. มีระยะฐานล้อ 2.738 มม. และขนาดล้อ 19 นิ้ว โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่สร้างสุนทรียภาพแห่งอนาคตของโลกตะวันออก โดยใช้เส้นโค้งและลายเส้นที่เรียบง่าย ประณีต ให้ความรู้สึกพรีเมียม ล้ำยุค การตกแต่งภายในให้อารมณ์สปอร์ต ล้ำสมัยด้วยหน้าจอทัชสกรีนอัจฉริยะ Intelligent Multimedia Touchscreen ขนาด 12 นิ้ว และมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงการขับขี่ Multi Information Display ขนาด 10 นิ้ว แสดงผลแบบ HUD พร้อมข้อมูลการขับขี่ที่ครบครัน พวงมาลัยไฟฟ้า Multi-Function ที่มาพร้อม Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;All New HAVAL H6 Hybrid SUV ยังมาพร้อมกับ LIFE+ (LIFE PLUS) ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น L: การขับขี่อัตโนมัติระดับ L2 , I: ระบบอัจฉริยะ Intelligence V3.5 รองรับคำสั่งงานด้วยเสียง , F: FOTA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถอัพเกรดซอฟต์แวร์ผ่านเทคโนโลยีการอัพเกรดระยะไกล , E: ชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) และ + (Plus ): ที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่อย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการทดลองขับในครั้งนี้ ต้องบอกว่าโดยรวมทั้งด้านสมรรถนะและความสวยงามทำได้ดีมากจนเกินคาดหมาย อัตราเร่งดีให้ความต่อเนื่อง ขับสนุก และมั่นใจเมื่อต้องเร่งแซง ส่วนน้ำหนักของพวงมาลัยสามารถปรับระดับความหน่วงได้ตามความชอบ โดยส่วนตัวผู้เขียนยังรู้สึกว่าน้ำหนักพวงมาลัยเบาไปหน่อย หากเพิ่มความหน่วงขึ้นมาอีกสักนิด จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มาก ส่วนของระบบเกียร์ใช้งานง่ายเพียงแค่หมุนให้ตรงตำแหน่งที่ต้องการใช้งาน ความลื่นไหลของเกียร์ทำได้สมูท ส่วนมุมมองทัศนวิสัยในการขับขี่ปลอดโปร่ง ภายในหรูหรากว้างขวาง ทั้งแถวหน้าและแถวสอง พื้นที่เฮดรูมมีเหลือเฟือ คอนโซลหน้าการจัดวางตำแหน่งของปุ่มกด และฟังก์ชั่นการใช้งานทำได้ดี ต้องบอกว่าระบบของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV มีมากมาย ทำให้การใช้งานในบางฟังก์ชั่นต้องกดเข้าไปในเมนูย่อยๆ ซึ่งมีมากจนซับซ้อน ส่วนเบาะนั่งโอบกระชับรับสรีระ ความนิ่มของเบาะยังช่วยให้นั่งสบายขึ้น ไม่เมื่อยล้าเมื่อต้องขับนานๆ เบาะคู่หน้ายังสามารถเปิดระดับแรงลมเพื่อระบายความร้อนของเบาะนั่ง ซึ่งเหมาะกับอากาศเมืองไทย ในห้องโดยสารมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งช่องเสียบยูเอสบี ช่องเก็บสัมภาระ ช่องเก็บแก้วน้ำ และขวดน้ำ แอร์ด้านหน้าแยกอุณภูมิซ้ายขวา และยังมีแอร์ด้านหลังเพื่อความเย็นสบายทั่วห้องโดยสาร ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใส่มาอย่างเต็มที่ อีกหนึ่งระบบที่ผู้เขียนชอบ คือ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ ซึ่งทำได้ง่ายดายและแม่นยำ มีให้ใช้ถึง 3 รูปแบบ คือ การถอยเข้าช่องจอด , การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง&amp;nbsp; ซึ่งทำให้การจอดรถง่ายขึ้นมาก ระบบนี้จะประมวลผลได้ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร โดยคุณอยากจะจอดตรงไหน ช่องจอดจะเล็ก ช่องจะแคบเพียงใด ระบบจะประมวลผลว่าจอดได้ไหม เพียงเท่านี้การถอยรถเข้าจอดของคุณจะเป็นเรื่องที่ง่าย โดยคุณไม่ต้องถอยเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะประกาศราคารถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV แบบ &amp;ldquo;ONE PRICE&amp;rdquo; อย่างเป็นทางการวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty &amp;amp; Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม โดยผู้สนใจสามารถสั่งจองได้ในแอพพลิเคชั่นเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย ส่วนราคาขายจะเคาะออกมาคุ้มค่าไหมกับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV อีกไม่กี่วันรู้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106817</URL_LINK>
                <HASHTAG>HAVAL H6 Hybrid SUV, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc6280a21c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>HAVAL H6 Hybrid SUV หรู ฟังก์ชั่นสุดล้ำ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่จะมีการแจ้งราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 เรามาทำความรู้จัก All New HAVAL H6 Hybrid SUV กันก่อน สำหรับ HAVAL H6 Hybrid มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันโฉบเฉี่ยวสะท้อนถึงสุนทรียภาพแห่งอนาคตด้วยการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่หรูหรามีระดับกับโครงสร้างอันล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ กระจังหน้าดุดัน : กระจังหน้าทรงตะแกรง โดดเด่นด้วยโลโก้ HAVAL ตรงกลาง และเพิ่มความดุดัน แข็งแกร่ง ด้วยสีดำสำหรับรุ่น PRO และสีโครเมียม สำหรับรุ่น ULTRA ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต : ขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น PRO และขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น ULTRA คมชัดทุกเส้นสาย : ลายเส้นบนตัวรถคมชัด ออกแบบมาได้อย่างลงตัวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ไฟด้านหน้าและท้าย : มาพร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED เต็มรูปแบบ แถบไฟท้ายพาดยาวจากซ้ายจรดขวา LED taillight strip มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโด่ดเด่นไม่เหมือนใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบภายในของ All New HAVAL H6 Hybrid SUV โดดเด่นด้วยการออกแบบภายในแบบ 360 องศา ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Future Intelligent Cockpit&amp;rdquo; เพื่อสร้างสุนทรียภาพให้กับทุกสัมผัสภายในห้องโดยสาร การเชื่อมต่อของหน้าจอทั้ง 3 Head Up Display (HUD) มีความคมชัดและความละเอียดสูง Multi Information Display มีความละเอียดสูง ขนาด 10 นิ้ว Intelligent Multimedia Touchscreen ขนาด 10 นิ้วในรุ่น PRO และขนาด 12 นิ้ว ในรุ่น ULTRA ซึ่งเป็นหน้าจอมัลติมีเดีย ความละเอียดสูง พื้นที่ห้องโดยสารที่เรียบง่ายและหรูหรา ใช้วัสดุคุณภาพดีและอุปกรณ์ตกแต่งที่หรูหรา พร้อมการตัดเย็บที่ประณีต หลังคาพาโนรามิกซันรูฟสุดหรู ขนาด 1.2 ตารางเมตร สัมผัสนุ่มสบายด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพเยี่ยม ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะคู่หน้าสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อช่วยจัดท่านั่งให้สบายและอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีที่สุด ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัย มาพร้อมกับการบำรุงรักษาที่ง่าย การระบายอากาศที่เบาะหน้าสามารถปรับระดับได้ โดยสามารถระบายอากาศได้อย่างรวดเร็วและช่วยควบคุมอุณหภูมิเบาะให้เหมาะสมได้ดียิ่งขึ้น แสงไฟสีแดง (Ambient Light) สร้างบรรยากาศอบอุ่นภายในห้องโดยสาร&amp;nbsp; พื้นที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานที่หลากหลาย ทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ออกแบบให้มีพื้นระดับต่ำกว่าเพื่อช่วยเพิ่มความจุ และยังสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ด้วยการปรับเบาะแบนราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในห้องโดยสาร มีระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ AQS ด้วยเครื่องกรองอากาศ CN95 มาพร้อมกับเครื่องกำเนิดไอออนลบ สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร มีการติดตั้งวัสดุซับเสียงจากการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนภายนอก โดยใช้วัสดุกั้นเสียงหลากหลายชนิด&amp;nbsp; พร้อมฟังก์ชั่นอัจฉริยะ โดยมีการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA)&amp;nbsp; ระบบดังกล่าวมาพร้อมกับความสามารถในการอัพเกรดเฟิร์มแวร์สำหรับการควบคุมระบบขับเคลื่อน ระบบส่งกำลัง ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ รวมถึงระบบ Infotainment และระบบควบคุมอื่นๆ ภายในรถยนต์ได้อย่างง่ายดายผ่านระบบออนไลน์อัจฉริยะ (FOTA) All New HAVAL H6 Hybrid SUV เป็นรถยนต์เชื้อเพลิงรุ่นแรกที่มีฟังก์ชั่นนี้ การตอบโต้ด้วยเสียงอัจฉริยะผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) มีความสามารถในการจดจำเสียงได้เป็นอย่างดี จึงสามารถช่วยลดการใช้งานจากการกดปุ่ม&amp;nbsp; เป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยผู้ขับขี่สามารถสั่งการและโต้ตอบด้วยเสียงเพื่อใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ รวมไปถึงการเข้าถึงระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ภายในรถ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสั่งการและควบคุมรถจากระยะไกล เป็นระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานบางฟังก์ชั่นของรถยนต์ได้ แม้ผู้ขับขี่จะอยู่ในระยะที่ไกลจากตัวรถ รวมไปถึงการสร้างระบบความปลอดภัยให้กับรถยนต์ ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การควบคุมระบบปรับอากาศ การล็อคและปลดล็อคประตู การค้นหารถยนต์ การปิดหน้าต่าง และการควบคุมระบบการระบายความร้อนของเบาะ ฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัยที่สามารถสั่งการและควบคุมได้จากระยะไกล เช่น การแสดงตำแหน่งรถยนต์ การกำหนดรัศมีการใช้งานรถ และการแสดงผลการตั้งค่าต่างๆ ของรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบความบันเทิงแบบมัลติมีเดีย ครบครันทั้งการเชื่อมต่อกับ Apple Car Play ด้วย SIRI (สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เดอนตุลาคม 64 เป็นต้นไป) การเชื่อมต่อกับ Android Auto ด้วย Google Assistant I (สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เดอนตุลาคม 64 เป็นต้นไป) การเชื่อมต่อกับระบบ CLOUD เพื่อความบันเทิงต่างๆ ทั้งการฟังเพลงออนไลน์และรายการวิทยุ การตรวจเช็คสภาพอากาศ และการดูข้อมูลเกี่ยวกับการนำทางและจุดหมายปลายทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GWM LEMON PLATFORM คือ แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อช่วยลดต้นทุนผ่านการใช้แพลตฟอร์มร่วมกันในการผลิตรถที่หลายหลาย ตั้งแต่ A-D Segment เป็นแพลตฟอร์มที่มีสมรรถนะสูง โดยผ่านการขับทดสอบบนถนนมากกว่า 6 ล้านกิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมแบบสุดขั้วถึง 76 แบบ อีกทั้งยังช่วยประหยัดน้ำมัน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ขับขี่อันยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแพลตฟอร์มมีน้ำหนักเบา ช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นทั้งในแง่ประสิทธิภาพการเร่ง การเบรก และการควบคุมพวงมาลัย มีการปรับปรุงให้มีความต้านทานแรงบิดและความแข็งแรงของหลังคาอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงสูง High-strength steel ทนแรงดึงได้สูงสุดถึง 1500MPa&amp;nbsp; ในการทำตัวโครงสร้าง โดยวัสดุมากกว่า 71.61% ทำจากเหล็กความแข็งแรงสูง (2000MPa)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมรรถนะของรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV รถยนต์ไฟฟ้าเบนซินไฮบริด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1.5 Turbo ให้กำลังจากเครื่องยนต์สูงสุด 110 kW และมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 130 kW โดยให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุด 179 kW (243 PS) พร้อมให้แรงบิดจากเครื่องยนต์สูงสุด 230 Nm และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 300 Nm โดยให้แรงบิดทั้งระบบรวมสูงสุด 530 Nm มีประสิทธิภาพเชิงความร้อน 38% All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT รองรับการขับขี่ตามความต้องการ ช่วยประหยัดน้ำมัน คลายความกังวลด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 ระบบเกียร์ (1 ระบบเกียร์ที่ด้านเครื่องยนต์และอีก 1 ระบบเกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน) เพื่อรองรับการขับเคลื่อนที่หลากหลายโดยใช้ประสิทธิภาพการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดและกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัย (Driver Assistance and Safety Systems) สำหรับการขับขี่แบบอัตโนมัติในระดับ 2+ ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)&amp;nbsp; ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) มาพร้อมกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ประสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมัติ EYEQ4 ของโมบายอาย ช่วยควบคุมในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ รวมถึงการหยุดและรีสตาร์ทกลับไปยังความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้า ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA) ทำงานตามความเร็วที่ผู้ขับขี่ตั้งเอาไว้ แต่จะตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ (TJA) เป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วต่ำ&amp;nbsp; ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก (AEBI) ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ดีทีสุดในระดับ 2+ (L2+) ที่มาพร้อมระบบการตรวจจับคนเดินถนน และทางแยก โดยสามารถคำนวณระยะทางระหว่างรถและคนเดินถนนได้แบบเรียลไทม์ มีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและการเบรกอัตโนมัติช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดแรงกระแทก และยังมีการเตือนการชนด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เรดาร์ด้านหน้าและหลัง เพื่อพิจารณาระยะทาง ทิศทาง และความเร็วสัมพัทธ์ของรถคันอื่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) ช่วยควบคุมพวงมาลัยให้รถอยู่ในเลน ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) แจ้งเตือนเมื่อรถกำลังออกนอกเลน ระบบช่วยรักษาระยะให้อยู่กลางเลน (LCK) ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน (ELK) โดยหากมีการตรวจสอบพบรถอีกคันกำลังแล่นมา หรือมีรถแซงขึ้นมาจากอีกเลนหนึ่ง ระบบจะทำการแทรกแซงการทำงานมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดการชน ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) โดยการใช้ใช้เรดาร์ตรวจสอบรถในเลนที่ติดกันโดยหากมีหากอยู่ใกล้มากจนเสี่ยงที่จะเกิดการชนเนื่องจากจุดอับสายตาตามธรรมชาติ ระบบจะมีไฟเตือนเพื่อแสดงที่กระจกด้านนอกในด้านที่เหมาะสม ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง (WDS) โดยระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาว​ โดยในระหว่างการแซง ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสม​เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะหมุนรถให้กลับสู่เลนเดิมอัตโนมัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าโค้งอัจฉริยะ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ทำงาน กล้องจะทำการตรวจสอบความโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว รถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้ ระบบตรวจจับและตีความหมายป้ายจราจร(TSR) กล้องจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลภาพโดยสามารถวิเคราะห์ป้ายจราจรเช่น ป้ายจำกัดความเร็ว และจะมีสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพแสดงบนหน้าจอเพื่อเตือนผู้ขับขี่หากขับเกินความเร็วที่กำหนด ระบบควบคุุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (VSC) ช่วยตรวจสอบการหมุนของพวงมาลัยที่อาจจะมากหรือน้อยเกินไปในทางโค้ง เพื่อช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนโดยการลดคันเร่งและเบรกในแต่ละล้อ ระบบช่วยลงทางลาดชัน (HDC) ใช้เบรกเพื่อช่วยควบคุมความเร็วของรถขณะขับบนทางลาดชันเพื่อให้ผู้ขับขี่มีสมาธิในการบังคับพวงมาลัย ระบบช่วยออกตัวบนทางชัน (HSA) โดยเมื่อออกจากจุดที่หยุดนิ่งบนเนินสูงชัน เบรกจะยังคงค้างอยู่ราว 2 วินาที จนกระทั่งคันเร่งทำงานเพื่อป้องกันการถอยหลัง ระบบป้องกันการไหลของรถโดยการเบรกอัตโนมัติ (AVH) เมื่อหยุดรถบนทางลาดลง เบรกจะทำงานอัตโนมัติจนกว่าจะมีการเหยียบคันเร่ง ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก (HBA) ช่วยลดระยะเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยรถจะเพิ่มระบบช่วยเบรกเพื่อลดระยะการหยุดให้สั้นลง ระบบลดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่ำ (ARS) ช่วยชะลอและทรงตัวรถ หากตรวจสอบพบว่ารถมีการหมุนตัวมากเกินไป จะใช้ระบบเบรกและการควบคุมคันเร่งในการชะลอรถและทรงตัว ระบบตรวจความดันลมยาง (TPMS) โดยรถจะทำการวัดแรงดันลมยางอย่างต่อเนื่องและเตือนผู้ขับขี่หากมีแรงดันลมยางล้อใดลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องที่มองได้รอบ 4 ตัว มีความละเอียดคมชัด 4 Megapixel โดยระบบจะรวมเอามุมมองภาพทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศา เพื่อแสดงให้เห็นมุมมองของรถในแบบ &amp;ldquo;เฮลิคอปเตอร์&amp;rdquo; และเปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่โหมดการถอยหลัง โดยสามารถดูได้เมื่อขับรถที่ความเร็ว 15 หรือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงและตอนสตาร์ทรถ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP) ใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบเพื่อตรวจจับวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถและช่วยทำงานเต็มรูปแบบเพื่อเข้าจอด ทั้งแนวตั้ง แนวนอน หรือแนวเฉียง โดยเมื่อระบุช่องว่างที่จะนำรถเข้าจอดแล้ว รถจะทำการจอดด้วยตัวเองด้วยการควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอัยสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) เซนเซอร์ช่วยตรวจสอบจุดอับสายตาด้านหลังของตัวรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของช่องทางเดินรถในขณะถอยหลัง เมื่อกำลังถอยหลังออกจากช่องจอดเข้าสู่ช่องจราจร เซนเซอร์หลังของรถจะทำการเช็คด้านซ้ายและขวาของช่องจราจรและ ส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงและภาพ หากผู้ขับขี่ยังเพิกเฉย ไม่หยุดรถ ระบบเบรกอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินจะเริ่มทำงานด้วยการลดความเร็วและหยุดรถเพื่อหลีกเลี่ยงการชน ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA) ในขณะที่ขับรถต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ และหากเลือกเกียร์ถอย รถจะสามารถถอยหลังกลับได้เองโดยใช้ข้อมูลสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู (DOW) ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหว หากพบการเปิดประตูรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ เมื่อรถจอดเรียบร้อยแล้ว หากมีการตรวจจับวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวได้ เช่น มีรถหรือนักปั่น จะมีไฟเตือนการเปิดประตูจะแสดงขึ้นบนหน้าจอ และเมื่อประตูถูกเปิดออกในขณะที่วัตถุถูกตรวจจับได้ ไฟเตือนจะกระพริบและจะมีเสียงเตือน ระบบช่วยเตือนความเมื่อยล้าขณะขับขี่ (DFM) ช่วยประเมินและวิเคราะห์ลักษณะในการขับขี่ เช่นมุมบังคับเลี้ยว การเบรก การควบคุมไฟส่องสว่าง และใบบัดน้ำฝน ระยะเวลาในการขับ หากพบว่ามีลักษณะการขับขี่ที่เหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และขับรถมากว่า 4 ชั่วโมง ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที โดยสามารถทำการตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้นรถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข (Passive Safety) ตัวถังทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเชื่อมต่อด้วยเลเซอร์ สามารถดูดซับและลดแรงกระแทกเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นหลัก ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เพื่อปกป้องผู้โดยสาร เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อก และรถจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์และบริการที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค เตรียมสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยจะประกาศราคารถ All New HAVAL H6 Hybrid SUV แบบ &amp;ldquo;ONE PRICE&amp;rdquo; อย่างเป็นทางการวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ (Factory Warranty &amp;amp; Roadside Assist) ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการรับประกันแบตเตอรี่แบบไม่จำกัดระยะทางนานถึง 8 ปีเต็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106782</URL_LINK>
                <HASHTAG>HAVAL H6 Hybrid SUV, ทดลองขับ, ทดสอบรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc236561f31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 00:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยโฉม HAVAL H6 Hybrid SUV </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ เกรทวอลล์ ได้เผยโฉม HAVAL H6 Hybrid SUV ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ผสานดีไซน์ที่โดดเด่น มาวันนี้ เกรทวอลล์ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมสัมผัส HAVAL H6 Hybrid SUV อีกครั้งเพื่อนำข้อมูลและรายละเอียดมานำเสนอก่อนที่จะเปิดตัวและขายในเมืองไทยเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) 1 ใน 5 แบรนด์รถยนต์ จาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่แยกเป็นแบรนด์อิสระในปี 2013 เพื่อมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตรถ SUV ระดับมืออาชีพ โดย HAVAL เป็นแบรนด์ SUV แบรนด์แรกในจีนที่เข้าสู่กลุ่มยอดขาย 6 ล้านคัน ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 6.5 ล้านคัน ได้รับการยกย่องให้เป็นแบรนด์รถเอสยูวีระดับโลก ในปี 2018 และเป็น 1 ใน 3 แบรนด์เอสยูวี ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก การันตีด้วยผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศมากกว่า 60 ประเทศ สำหรับประเทศจีน HAVAL ถูกจัดอันดับแบรนด์รถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดของจีนด้วยมูลค่าแบรนด์ 6.8 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังเป็น SUV ที่สามารถรักษายอดขายรถเอสยูวีอันดับ 1 ในประเทศจีนได้เป็นเวลา 11 ปี ติดต่อกัน โดยมี HAVAL H6 เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยยอดขายรวมกว่า 3 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้รับการออกแบบตามหลักสุนทรียศาสตร์ โดยการใช้เส้นโค้งและลายเส้นที่เรียบง่าย ประณีต ให้ความพรีเมียม ล้ำยุค เรียบง่ายจากการตัดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นออกไป ซึ่งประกอบด้วย การออกแบบด้านหน้าที่หรูหรา ประณีตงดงาม Exquisite front design ไฟหน้า LED อัจฉริยะ Intelligent LED headlamp&amp;nbsp; เส้นสายรอบตัวรถที่มีเอกลักษณ์ Body waistline&amp;nbsp; หลังคาพาโนรามิคซันรูฟขนาดใหญ่ Panoramic sunroof&amp;nbsp; แถบไฟท้ายแบบ LED พาดยาวจากซ้ายจรดขวา LED taillight strip ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว 19&amp;rdquo; Alloy wheel ตัวรถมีขนาด กว้างคูณยาวถึง 1886 x 4653 มม. ความสูง&amp;nbsp; 1724 มม. ระยะฐานล้อ 2738 มม. จึงนับว่ามีขนาดใหญ่กว่า C-SUV โดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในมีการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ที่ผสานเทคโนโลยีชั้นนำแห่งยุคไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง โดยสัมผัสได้จาก ดีไซน์ทูโทน ที่ให้ความรู้สึกถึงโลกอนาคต การตกแต่งภายในด้วยสีที่ยกระดับความหรูหรา อาทิ สีโรสโกลด์ สีแกรนด์เปียโนแบล็ค ที่เข้ากับโครเมียมและไฟ ambience light ได้เป็นอย่างดี Multi-Display แผงหน้าปัดแบบลอยตัว พร้อมจอ Infotainment ขนาดใหญ่ และจอแสดงผลแบบ Head Up Display (HUD) แสดงภาพข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบครัน&amp;nbsp; พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ Multi-Function เกียร์ไฟฟ้า Electronic shifter&amp;nbsp; ชาร์จแบบไร้สายด้วย Wireless charger&amp;nbsp; เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติแบบคู่ พร้อมตัวกรอง CN95 และช่องแอร์ด้านหลัง เบาะคู่หน้าแบบไฟฟ้าสุดอัจฉริยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;All New HAVAL H6 Hybrid SUV จะมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับและทำให้ผู้ขับเพลิดเพลินไปกับความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด ด้วย GWM LEMON Hybrid ที่สามารถรองรับทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลายได้อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบไปด้วยโหมดการขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ โหมดมาตรฐาน/ โหมดสปอร์ต/ โหมดประหยัด/ โหมดสภาพถนนลื่น เพื่อตอบสนองการขับขี่ในสภาพถนนที่แตกต่างกัน ขุมพลัง All New HAVAL H6 Hybrid SUV มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบซูเปอร์ชาร์จเจอร์ (VGT) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สร้างการขับเคลื่อนอย่างมีพลัง สำหรับความประหยัดนั้น All New HAVAL H6 Hybrid SUV ใช้เพลาขับเคลื่อนอิเล็กทรอนิกส์แบบ Multi-mode DHT รองรับการขับขี่ตามความต้องการ ช่วยประหยัดน้ำมัน คลายความกังวลด้วยระบบเกียร์ไฮบริดรุ่นแรกที่มี 2 เกียร์ ที่ด้านเครื่องยนต์และอีก 1 เกียร์ที่ด้านมอเตอร์ขับเคลื่อน เพื่อรองรับการขับเคลื่อนที่หลากหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;HAVAL H6 Hybrid SUV ประกอบด้วยระบบอัจฉริยะมากมายที่จะมอบประสบการณ์ใหม่และทำให้การขับขี่เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน &amp;ldquo;All New HAVAL H6 Hybrid SUV&amp;rdquo; พิเศษด้วย LIFE+ (LIFE PLUS) ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ ซึ่งประกอบไปด้วย L: L2 ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 มาพร้อม 22 ฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบช่วยจอดรถยนต์อัตโนมัติ 3 รูปแบบ หรือ Integration Auto Parking (IAP) ด้วยกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค สามารถค้นหาที่จอดรถ ตรวจจับสิ่งกีดขวาง ค้นหาพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถยนต์ และสามารถแนะนำการจอดรถได้อย่างถูกต้อง คำนวณพื้นที่สำหรับจอดรถได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถช่วยจอดได้ทั้งในรูปแบบการถอยเข้าช่องจอด การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง , ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ หรือ Auto Reversing Assistance (ARA) โดยระบบจะสามารถจดจำเส้นทางเมื่อรถขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถถอยหลังกลับตามเส้นทางเดิมได้ในระยะทางถึง 50 เมตร , ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง Wisdom Dodge System (WDS) โดยระบบจะช่วยตรวจจับรถบรรทุกและรถขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมให้รถยนต์รักษาระยะห่างจากรถบรรทุก โดยหลังจากวิ่งผ่านรถบรรทุกแล้ว รถยนต์จะกลับเข้าสู่กลางเลนตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทั้ง 3 ระบบข้างต้น ถือเป็นระบบความปลอดภัยในรถยุโรประดับพรีเมียม นับได้ว่าเป็นครั้งแรกหรือ First in Class ในรถที่มีขนาดและระดับราคาเดียวกันในตลาดประเทศไทยในเวลานี้ นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะอีกมากมาย อาทิเช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะที่จะระบุเส้นทางด้านหน้าของตัวรถ ไปพร้อมกับประสานการทำงานของระบบเบรกและระบบควบคุมเครื่องยนต์ เพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถยนต์คันหน้า และระบบช่วยหยุดรถยนต์และออกตัว (stop-and-go) เพิ่มความสะดวกสบายในการขับรถสำหรับย่านที่มีการจราจรพลุกพล่าน , ระบบแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา 360 &amp;deg; Surrounding camera ด้วยการใช้กล้องรอบทิศทางความละเอียดสูงระดับสี่ล้านพิกเซลในการแสดงภาพรอบตัวรถยนต์สามารถมองเห็นสภาพถนนรอบตัวรถได้อย่างง่ายดายหรือเมื่อต้องขับขี่รถยนต์ในถนนที่แคบหรือที่จอดรถ , I: Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบโต้ตอบด้วยเสียง (Voice Interaction) ระบบอินเทอร์เน็ตอัจฉริยะ (Intelligent Internet) รวมไปถึงระบบหน้าจออัจฉริยะ ที่ช่วยให้เชื่อมต่อและค้นหาข้อมูลการเดินทางได้อย่างชาญฉลาด , F: FOTA ระบบการอัปเกรดโปรแกรมออนไลน์ สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยการอัปเกรด Firmware ได้เองผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่จำเป็นต้องเอารถเข้าศูนย์บริการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการขับขี่อัจฉริยะต่างๆ ระบบขับเคลื่อน และระบบส่งกำลัง . E: EYE Q4 ชิปอัจฉริยะที่ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น สามารถประมวลผลภาพจากกล้องหลายตัวได้ในเวลาเดียวกัน และยังสามารถรักษาเสถียรภาพในการทำงานได้ดีหากมีการชนหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในโลกที่จะนำรูปแบบการทำธุรกิจแบบ New User Experience มาประยุกต์ใช้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคได้รับบริการและความพึงพอใจสูงสุด กล่าวคือ1.Best Choice: ลูกค้าต้องเป็นผู้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดได้ด้วยตัวเอง 2.Transparency: ลูกค้าต้องได้รับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่โปร่งใส ตรงไปตรงมา 3.Happiness &amp;amp; Loyalty: ลูกค้าจะต้องมีความสุขและประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ตลอดการเป็นเจ้าของ และพร้อมที่จะส่งมอบความสุขนี้ให้กับผู้อื่นด้วยการบอกต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ วางแผนเปิด Partner Store ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งผู้บริโภคจะได้พบกับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 17 แห่งทั่วประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพและปริมณฑล 8 แห่ง ชลบุรี 3 แห่ง ระยอง 1 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง ขอนแก่น 1 แห่ง นครราชสีมา 1 แห่ง สงขลา 1 แห่ง ภูเก็ต 1 แห่ง และมีแผนที่จะเปิด Partner Store รวมไปถึงเปิด GWM Store ซึ่งเป็นโชว์รูมของเกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมทั้งสิ้นกว่า 30 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102746</URL_LINK>
                <HASHTAG>HAVAL H6 Hybrid SUV, ยานยนต์ไทยโพสต์, เกรทวอลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c0cf460a0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
