<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2024 01:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. มั่นใจความพร้อม รพ.ICU ใช้นวัตกรรมรองรับผู้ป่วยสีแดง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงพยาบาลสนาม ICU พร้อมลุยรองรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดงเต็มกำลัง เสริมนวัตกรรมเพื่อดูแลทุกชีวิตในสังคม โชว์ 1 เดือน คัดกรองประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย หายกลับบ้านกว่า 42% รวม 1,100 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการร่วมแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ และในขณะที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กลุ่ม ปตท. จึงได้จัดตั้งหน่วยคัดกรองโควิด-19 เปิดคัดกรองเฉลี่ยวันละ 1,000 - 1,200 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อจะคัดแยกและให้ยารักษาทันที และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) สร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวางระบบเป็น ผู้ป่วยสามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้าน (Home Isolation) จะได้รับกล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกันซึ่งภายในประกอบไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ และจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม (Hospitel) แบ่งเป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง และ &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU&amp;rdquo; 120 เตียง สำหรับผู้ป่วยระดับสีแดง หรือกลุ่มที่มีอาการหนัก ซึ่งถือเป็น ICU สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยจัดให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องฟอกไตโดยเฉพาะ จำนวน 24 เตียง เนื่องจากหากคนไข้ไม่สามารถฟอกไตได้ จะทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยหายใจ ระบบออกซิเจนส่งตรงถึงทุกเตียง ซึ่งแต่ละเตียงจะแยกห้องกัน เป็นลักษณะห้องความดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมาตรฐานระดับห้อง ICU ในโรงพยาบาล ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัล (Central Monitor) ทำให้สามารถสังเกตอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา และมีระบบการกู้ชีพอัตโนมัติ มีเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ สามารถส่งภาพไปยังรังสีแพทย์ทางไกลได้ทันที ถือเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบเข้มข้น (Intensive Care) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมถึงยังมีรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่เตรียมพร้อมรับส่งคนไข้ อีกทั้งมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. และ &amp;ldquo;Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens&amp;rdquo; ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นและพัฒนาโดยทีมวิจัยจากสถาบันนวัตกรรม ปตท. ที่สามารถบำบัดได้ทั้ง PM2.5 และกำจัดเชื้อโรคในอากาศได้ในระบบเดียวกัน โดยนำมาติดตั้ง เพื่อฟอกและกำจัดเชื้อโรคในอากาศบริเวณโดยรอบอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ถือว่ามีความสำคัญยิ่งในการช่วยลดการเสียชีวิตของประชาชน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งหน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่กลุ่ม ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผนึกพลังกับภาครัฐและเอกชน เพื่อแบ่งเบาภาระในการช่วยเหลือประชาชนหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งต้องมีการมุ่งตรวจเร็ว แยกเร็ว และรักษาเร็ว โดยมั่นใจว่าจะช่วยให้ประชาชนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ไปได้&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอรรถพล กล่าวต่อว่า มีความมั่นใจถึงความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ผนวกกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท. โดยเฉพาะการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง จะทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในระยะเวลาเพียง 1 เดือนที่ผ่านมา (9 สิงหาคม &amp;ndash; 8 กันยายน 2564) หน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร กลุ่ม ปตท. ให้บริการคัดกรองแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย ในทุกระดับอาการ ขณะนี้มีผู้หายป่วยจากการรักษาในโครงการฯ แล้วจำนวนกว่า 1,100 ราย คิดเป็น 42%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะผ่านพ้นไป และคนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
สล็อต ฝากเงินครั้งแรกแจกเครดิตฟรีมากกว่าใครปั่นสล็อตได้แบบจุใจ เว็บสล็อต ใหม่ล่าสุดเว็บตรง แตกง่าย สล็อตเว็บตรง ห้ามพลาดกันเลยในวันนี้สำหรับอีกหนึ่งโปรโมชั่น ที่เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัส โดยเฉพาะสำหรับสมาชิกใหม่ในวันนี้ที่กำลังถามหาโปรโมชั่นว่า หากสมัครเสร็จแล้วจะได้รับโปรโมชั่นอะไรบ้าง ต้องกดรับอย่างไร สำหรับใครที่สมัครเสร็จแล้ว สล็อต เราขอแนะนำโปรโมชั่นแรกที่สุดคุ้มโปรโมชั่น ที่จะสามารถทำให้ทุกคนปั่นสล็อตออนไลน์ได้ยาวนานขึ้น เว็บสล็อตใหม่ล่าสุดเว็บตรง</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117385</URL_LINK>
                <HASHTAG>End-to-End, Home Isolation, Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ปตท., ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง, สล็อตเว็บตรง, โรงพยาบาลสนาม ICU, โรงพยาบาลสนามครบวงจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149750dace96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เผยผู้ป่วยระบบ&#039;Home Isolation&#039;เกือบแสนราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค. 64 - เพจ &amp;quot;กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์&amp;quot; รายงานสถิติผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 แบบแยกกักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation : HI) ประจำวันที่ 29 ส.ค. 64 (เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 64) ดังนี้ ยอดสะสม 98,884 ราย ผู้ป่วยรายใหม่ 1,343 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 26,793 ราย แบ่งเป็น ทั่วไป 26,666 ราย และเร่งด่วนรอส่งต่อ 127 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำหน่ายสะสม 72,091 ราย จำแนกเป็น หายป่วย 62,403 ราย ส่งต่อ 9,603 ราย และเสียชีวิต 85 ราย (บันทึกการเสียชีวิตตามคำนิยามตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 64).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114939</URL_LINK>
                <HASHTAG>HI, Home Isolation, กทม., ผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b47735e235.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง !! ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวปลาอาหารจากพี่น้องต่างจังหวัดส่งมาช่วยชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทนั่งรถซาเล้งเข้าไปตรวจคัดกรองโควิดที่ชุมชนย่านอ่อนนุช&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขึ้นชื่อเรื่องแบบนี้แล้ว&amp;nbsp; ท่านผู้อ่านคงจะคิดในใจว่า &amp;ldquo;มันต้องเป็นเรื่องม็อบหรือการชุมนุมทางการเมืองแน่ๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; แต่เปล่าหรอกครับ&amp;nbsp; เพราะเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้&amp;nbsp; เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การชุมนุมทางน้ำใจ&amp;rdquo; ของพี่น้องเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศที่ส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; รวมถึงการระดมกำลังของทีมแพทย์ชนบทและจิตอาสามาช่วยเหลือชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่โดนพิษโควิดเล่นงานจนเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมย่าน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวจากนารวม &amp;lsquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; บอกว่า &amp;nbsp;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองชุมแพมี 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน&amp;nbsp; ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดเหมือนกัน&amp;nbsp; เพราะชาวชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; มีอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ขับรถรับจ้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อทางเทศบาลประกาศปิดตลาดสด&amp;nbsp; ปิดสถานีเดินรถ บขส.&amp;nbsp; ปิดถนนคนเดิน&amp;nbsp; เพื่อควบคุมโควิด&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านที่เคยทำมาหากินในย่านนี้ต้องเดือดร้อน&amp;nbsp; เพราะถนนไม่มีคนเดิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ก็ถือว่า&amp;nbsp; คนที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดือดร้อนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพราะเรายังพอมีพื้นที่ปลูกผัก&amp;nbsp; ปลูกข้าว&amp;nbsp; หาปู&amp;nbsp; หาปลา&amp;nbsp; หาหน่อไม้มาทำกินได้&amp;nbsp; อากาศก็ยังปลอดโปร่ง&amp;nbsp; บ้านเรือนไม่แออัด&amp;nbsp; เมื่อรู้ข่าวว่าพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ เดือดร้อนเพราะโควิด&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ขาดข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ขาดยา&amp;nbsp; ขาดสมุนไพร&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนในภาคต่างๆ จึงประชุมกันผ่านซูม &amp;nbsp;ผ่านกลุ่มไลน์&amp;nbsp; บอกข่าวว่าพี่น้องในชนบทจะช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร ?&amp;nbsp; ใครมีพริก&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพร&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีปลาร้า ปลาแห้ง&amp;nbsp; ก็ให้ส่งมาตามกำลังที่มีอยู่&amp;nbsp; แล้วรวบรวมส่งรถบรรทุกไปกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองในฐานะแกนนำคนหนึ่งของภาคอีสานบอกความเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;สมาชิกเครือข่ายบ้านมั่นคงฯ เมืองชุมแพ ประชุมรับมือสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเป็นตัวอย่างหนึ่งของการมองการณ์ไกล&amp;nbsp; โดยสร้างแหล่งอาหารของชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; ราวปี 2547 พวกเขาที่เดือดร้อนเพราะไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องบุกรุกที่ดินรัฐและเอกชนปลูกสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ถูกขับไล่&amp;nbsp; จึงรวมตัวกันจัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองชุมแพและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่าที่ดินรัฐหรือซื้อที่ดินใหม่เพื่อสร้างบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; (ปัจจุบันสร้างบ้านเสร็จและเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; รวม 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน /สืบค้นรายละเอียดได้ใน google &amp;ldquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นในปี 2553 พวกเขาได้ระดมหุ้นจากสมาชิกเครือข่ายจัดซื้อที่นา&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 38 ไร่&amp;nbsp; (ราคา 2.6 ล้านบาท) เพื่อทำนารวม&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ได้ข้าวเปลือก (ข้าวเหนียว) ประมาณปีละ 20 ตัน&amp;nbsp; นำผลผลิตมาขายเข้ากองทุน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือแบ่งปันให้ผู้เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดคือส่งมาช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ที่กำลังโดนพิษโควิดเล่นงานอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มันเหมือนกับเป็นสงครามโรคที่รุนแรงมาก&amp;nbsp; และเรามองไม่เห็นตัวมัน&amp;nbsp; แต่ก็เดือดร้อนกันไปหมด&amp;nbsp; พี่น้องในชนบทก็ได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp; แต่เรายังช่วยเหลือตัวเองได้&amp;nbsp; ส่วนพี่น้องในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีความลำบากกว่า&amp;nbsp; เราจึงต้องช่วยเหลือกันเพื่อให้รอดจากสงครามครั้งนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ธารน้ำใจจากชนบทสู่เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เพียงข้าวเหนียว&amp;nbsp; พริกแห้ง&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จากเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเท่านั้น&amp;nbsp; พี่น้องชาวชุมชนภาคอีสานที่รวมตัวกันในนามเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ&amp;nbsp; ศรีสะเกษ&amp;nbsp; เลย&amp;nbsp; สกลนคร&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องจากภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคกลาง&amp;nbsp; ภาคตะวันตก&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ภาคตะวันออก&amp;nbsp; ยังได้ทยอยส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นอาหารและมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโควิดด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอมแดง&amp;nbsp; ขิง&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้ &amp;nbsp;กระชาย&amp;nbsp; กระเทียม&amp;nbsp; มะกรูด&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชาวชุมชนในกรุงเทพฯ มาช่วยกันคัดแยกอาหารก่อนแบ่งปันไปสู่ชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วีนัส&amp;nbsp; ตีรพัฒนพันธุ์ &amp;nbsp;จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ผู้ประสานงานการรับมอบสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนบอกว่า&amp;nbsp; พอช. มีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ เหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สมาชิก&amp;nbsp; เมื่อพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; จึงช่วยกันกระจายข่าวเพื่อรวบรวมผลผลิตที่ตัวเองมีอยู่นำใส่รถบรรทุกส่งมาที่ พอช. กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้พี่น้องชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มาแบ่งปันกันไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งมอบน้ำใจให้แก่พี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; โดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน-เครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชน จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีเครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วภูมิภาคทยอยส่งข้าวปลาอาหารเข้ามาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; (ประมาณ 30 ตัน) &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทน้ำตาลมิตรผลมอบแอลกอฮอล์เพื่อใช้ทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค&amp;nbsp; บริษัทไทยเบฟฯ มอบน้ำดื่มและแตงโมที่รับซื้อช่วยเหลือเกษตรกร 4,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการมอบของใช้สำหรับผู้ป่วย ชมรมฮักหล่มสักมอบสบู่และยาสีฟัน&amp;nbsp; สมาคมบริษัทจดทะบียนไทยมอบข้าวสาร 1,000&amp;nbsp; กิโลกรัม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้าวปลาอาหารและสิ่งของต่างๆ กระจายลงไปสู่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; และนครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านสุวิทย์วัดหนู&amp;nbsp; บ้านพูนสุข จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 42 เมือง/เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวสารจำนวน 200 ถุง รวม 1,000 กิโลกรัมจากสมาคมบริษัทจดทะบียนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ร่วมกันสร้างวัคซีนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าขณะนี้การฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังไม่ครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นแหล่งแพร่เชื้อคลัสเตอร์ใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้นั่งงอมืองอเท้า&amp;nbsp; หรือรอความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนที่มีการรวมตัวกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครสาธารณสุข&amp;nbsp; (อสส.)&amp;nbsp; มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)&amp;nbsp; รวมทั้งจิตอาสาในชุมชนที่รวมตัวมาช่วยเหลือกันในยามยากลำบากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;ซอยรามคำแหง 39 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรรวมกว่า 20,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; เป็นพนักงานร้านอาหาร&amp;nbsp; พนักงานในห้าง&amp;nbsp; ร้านนวด&amp;nbsp; คาราโอเกะ&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; รปภ. ฯลฯ&amp;nbsp; ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าตั้งแต่โควิดระลอกแรกปี 2563 เพราะมีการปิดงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนสมาชิกจึงใช้เงินกองทุนที่มีอยู่&amp;nbsp; รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชนประมาณ 1 ไร่ (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชนหรือ CI (Community Isolation) ที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการยังไม่รุนแรง&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; ตอนนี้มีชาวบ้านที่ติดเชื้อมาพักรักษาตัว 5 คน&amp;nbsp; และมี CI ของ กทม. ตั้งอยู่ในวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยใกล้ชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ 90 คน&amp;nbsp; โดยเราส่งจิตอาสาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในชุมชนจำนวน 8 คน เข้าไปเรียนรู้การทำงานและช่วยงานพยาบาลใน CI แห่งนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนผู้ป่วย&amp;nbsp; การจัดคิวเตียง&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; รวมทั้งออกไปเยี่ยมครอบครัวผู้ติดเชื้อและให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนด้วย&amp;nbsp; ต่อไปจิตอาสาของเราก็จะช่วยดูแลคนในชุมชนได้&amp;nbsp; เป็นการป้องกันและสร้างวัคซีนในชุมชนขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันวางเตียงกระดาษที่ศูนย์เด็กเล็กชุมชนรุ่งมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; หากเตียงใน CI ยังไม่ว่าง&amp;nbsp; จะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; โดยทีมจิตอาสาจะให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การดูแลตัวเอง&amp;nbsp; การแยกตัวออกจากคนในครอบครัว ฯลฯ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยทีมงานจิตอาสาจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; ขณะนี้มีผู้กักตัวในบ้าน 11 ครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนบ้านเกาะ&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาแกนนำในชุมชนได้เข้าอบรมความรู้เรื่องไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมจัดตั้ง&amp;nbsp; Home Isolation&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยบูรพาให้ความรู้ผ่านระบบซูม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนได้เตรียมบ้านว่างหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; รองรับได้ประมาณ 7-8 คน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครในชุมชนประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ช่วยกันทำงาน&amp;nbsp; ประสานกับคลินิกอบอุ่น&amp;nbsp; และศูนย์สาธารณสุข 69 เขตคันนายาว&amp;nbsp; เพื่อให้คำแนะนำและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อในชุมชนกว่า 100 คน&amp;nbsp; (ส่วนหนึ่งรักษาตัวที่บ้านและหายแล้ว)&amp;nbsp; หากใครเจ็บป่วยรุนแรงก็ต้องส่งไปรักษาข้างนอก&amp;nbsp; และยังมีครัวกลางทำอาหารแจกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพรจากเครือข่ายองค์กรชุมชนในต่างจังหวัดที่ส่งมาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากความตื่นตัวของชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ที่เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่มองไม่เห็นศัตรูแล้ว&amp;nbsp; การตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัด&amp;nbsp; เพื่อคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อออกมารักษา&amp;nbsp; ไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเหมือนไฟลามทุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับว่ามีความสำคัญอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; เพราะหากประชาชนไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ (เพราะอาการยังไม่รุนแรง) ก็จะทำให้การแพร่เชื้อกระจายไปได้ง่าย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดที่มีประชาชนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ศูนย์สาธารณสุข กทม.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันจัดตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; รวมแล้ว 3 ครั้ง&amp;nbsp; โดยยึดหลัก &amp;ldquo;ตรวจให้เร็ว&amp;nbsp; รักษาให้เร็ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ลดอัตราการเจ็บป่วยหนัก&amp;nbsp; และลดภาวะเตียงล้น&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ชาวชุมชนคลองเตยทุกเพศวัยมาตรวจคัดกรองโควิดกับทีมแพทย์ชนบทเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้มีชาวชุมชนได้รับการตรวจไปแล้วกว่า 200,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษารวดเร็วภายในวันเดียว&amp;nbsp; เพราะทีมแพทย์ชนบทจะแจกยาให้แก่ผู้ติดเชื้อตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4-10 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีผู้ตรวจจำนวน 145,556 คน&amp;nbsp; ใน 369 ชุมชน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อจำนวน 16,186 คน&amp;nbsp; (11.1 %)&amp;nbsp; ได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์รวม&amp;nbsp; 9,343 คน&amp;nbsp; ได้รับยาฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; 3,614 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp; 7,761 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่ติดเชื้อจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย&amp;nbsp; ขณะเดียวกันผู้ติดเชื้อเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาทันที&amp;nbsp; โอกาสที่จะรักษาหายและเชื้อไม่แพร่กระจายจึงมีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือตัวอย่างการสานพลังทางสังคม&amp;nbsp; โดยพี่น้องเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;nbsp; ไม่มีใครจ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อผ่านวิกฤตโควิด&amp;nbsp; หรือสงครามโรคครั้งนี้ไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114645</URL_LINK>
                <HASHTAG>CI, Community Isolation, Home Isolation, การชุมนุมทางน้ำใจ, จิตอาสา, ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการ, ชมรมฮักหล่มสัก, ชุมชนบ้านเกาะ, ชุมชนภาคอีสาน, ชุมชนในกรุงเทพฯ, ตรวจโควิดเชิงรุก, ตรวจให้เร็ว  รักษาให้เร็ว, นุชจรี  พันธ์โสม, บริษัทน้ำตาลมิตรผล, บริษัทไทยเบฟฯ, บ้านมั่นคง, บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ, ป้าสนอง  รวยสูงเนิน, พอช, พี่น้องเครือข่ายชุมชน, มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง, วีนัส  ตีรพัฒนพันธุ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สมาคมบริษัทจดทะบียนไทย, สร้างวัคซีนในชุมชน, สร้างแหล่งอาหารของชุมชน, สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด, เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน, เครือข่ายบ้านมั่นคง, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ, เทศบาลเมืองชุมแพ, แพทย์ชนบท, โครงการ ‘บ้านมั่นคง’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61276deb392ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 20:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักทิ้ง!!ช่วยคนเก็บขยะปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ก่อให้เกิดปัญหาขยะติดเชื้อและขยะอันตรายเข้าขั้นวิกฤติ จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่เดือนมกราคม &amp;ndash; มิถุนายน 2564 รวมทั้งหมด 31,709.84 ตัน เฉพาะในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียวพบปริมาณมูลฝอยติดเชื้อสูงที่สุดเฉลี่ย 210 ตันต่อวัน ยิ่งมีนโยบายให้แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักตัวในชุมชน (Community Isolation) ยิ่งเพิ่มมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อจากครัวเรือนมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว กระดาษทิชชู่ ถุงมือใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ภาชนะบรรจุอาหารแบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) มีความเสี่ยงสูงสุด ดังนั้นการสร้างวินัยการทิ้งขยะให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง ควรเริ่มจากในครัวเรือนและชุมชนเป็นอันดับต้นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชั้นนำระดับโลกมีคำแนะนำ 4 วิธีการง่ายๆ ในการทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อ #Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ โดยรวบรวมข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.ต้องรู้จักประเภทและสัญลักษณ์แทน &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; กันก่อน กรมควบคุมมลพิษ ได้ให้นิยามของ &amp;ldquo;มูลฝอยติดเชื้อ&amp;rdquo; หรือ ขยะติดเชื้อ คือ มูลฝอยที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ในปริมาณหรือมีความเข้มข้นซึ่งถ้ามีการสัมผัสใกล้ชิดกับมูลฝอยนั้นแล้วสามารถทำให้เกิดโรคได้ โดยที่กรมอนามัยแจ้งว่าในช่วงเวลานี้ขยะติดเชื้อทั้งที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงขยะจากผู้ป่วยผู้ป่วยโควิด-19 แบบ Home Isolationเช่น หน้ากากอนามัย กระดาษทิชชู่ Antigen Test Kit จำเป็นต้องมีการแยกทิ้งจากขยะทั่วไป และเพื่อ Save พี่ๆ พนักงานเก็บขยะ ควรหาสัญลักษณ์ที่ใช้แทนขยะติดเชื้อ ได้แก่ ถุงขยะสีแดง ถังขยะสีแดง หรือใช้ปากกาเมจิกเขียนระบุว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะติดเชื้อ&amp;rdquo; จากนั้นทิ้งลงถังที่มีฝาปิดมิดชิด หรือไม่ก็ทำป้ายสัญลักษณ์ &amp;ldquo;รูปหัวกะโหลกไขว้&amp;rdquo; ติดไว้บริเวณจุดตั้งถังขยะอย่างชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. รวบรวมขยะติดเชื้อและทำการฆ่าเชื้อเบื้องต้น ขยะปนเปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ทิชชู่ต่างๆ ชุดตรวจโควิด-19 (Antigen Test Kit) ควรทิ้งแยกในถุงซิป หากไม่มีก็สามารถใช้ถุงพลาสติกทั่วไปแต่ซ้อนสองขั้น มัดปากถุงให้แน่นแล้วฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปบริเวณปากถุง ในส่วนของขยะติดเชื้อทั่วไปจากผู้กักตัวที่บ้านแบบ Home Isolation ใช้วิธีคล้ายๆ กัน คือ ก่อนทิ้งให้นำสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ขึ้นไปฉีดพ่นใส่ก่อน ลงทิ้งในถุงขยะสีแดง หรือ ทิ้งลงถุงขยะสีดำทั่วไป จากนั้นเขียนด้วยปากกาเมจิกระบุว่าถุงขยะติดเชื้อ หรือทำสัญลักษณ์สีแดงไว้เพื่อให้พี่ๆ พนักงานเก็บขยะได้ระมัดระวังตัว หากเป็นขยะติดเชื้อที่รวมกับของมีคม ควรใส่ถุงซ้อนสองชั้น และควรบรรจุขยะเพียง 2 ใน 3 เพื่อลดการฉีกขาดของถุง และไม่ให้ถุงแน่นจนเกินไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะ บ้านเรือน ชุมชน ร้านค้า และสถานประกอบการต่างๆ ที่ต้องการทิ้งขยะติดเชื้อทั้งของผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และผู้ติดเชื้อโควิดแบบ Home Isolation แนะนำให้แจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น ส่วนกรุงเทพมหานครทั้ง 52 เขต ให้แจ้งไปยังสำนักเขตนั้นๆ เบอร์ติดต่อ คลิก http://www.the-than.com/saranalu/S1/30.html เพื่อเข้าจัดเก็บและจัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ สวมชุดป้องกันตน PPE สำหรับจัดเก็บอย่างถูกหลักการกำจัดขยะติดเชื้อ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. ควรรวบรวมขยะติดเชื้อทุกวันและแยกทิ้งจากขยะทั่วไป โดยทิ้งลงในถุงขยะสีแดงซ้อนสองชั้น ชั้นแรกสัมผัสขยะติดเชื้อโดยตรง ควรมัดให้แน่นก่อนแล้วฉีดฉีดพ่นบริเวณปากถุงด้วยสารโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 5,000 ppm หรือเตรียมจากน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 10 หรือแอลกอฮอล์ 70% เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วมัดปากถุงชั้นนอกให้แน่น และฉีดฆ่าเชื้อบริเวณปากถุงอีกครั้ง เมื่อทุกถุงผ่านการฆ่าเชื้อเบื้องต้นแล้ว ก็ดำเนินการแจ้งไปยังหน่วยงานจัดการขยะในท้องถิ่น หรือสำนักเขต &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114180</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, HERO, Home Isolation, กระทรวงสาธารณสุข, กักตัวที่บ้าน, การแยกกักตัวในชุมชน, การแยกทิ้งจากขยะทั่วไป, ขยะอันตราย, คนเก็บขยะ, ชุดตรวจโควิด-19, ปัญหาขยะติดเชื้อ, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61224d606a8d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน จัดทำกล่อง “tOgetheR Box” 15,000 ชุด มอบให้หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คนต่อวัน ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงสามารถแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation โออาร์ ได้จัดทำ &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; จำนวน 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน Home Isolation ให้ปลอดภัยตลอดช่วงเวลารักษาตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โออาร์ มอบกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งเป็นชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) จำนวนรวม 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท แก่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ โรงพยาบาลพระราม 9 กาญจนาภิเษก โรงพยาบาลธัญญารักษ์ จ.ปัตตานี โรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หมอแล็บแพนด้า&amp;rdquo; เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปส่งให้ผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR  เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดโครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether โดยมอบความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 มาอย่างต่อเนื่อง และภายหลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด- 19 ที่อาการไม่รุนแรง และสามารถให้แยกกักตัวที่บ้านได้ โออาร์จึงได้จัดทำกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วยปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งระบบติดตามอาการสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลผู้ป่วยที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน โดยจะมอบให้แก่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทราบผลจากการตรวจเชิงรุกของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน (Express Analysis Mobile Unit) สำหรับใช้ดูแลรักษาตนเองที่บ้านขณะรอเตียง รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหน่วยงานแรก นอกจากนี้ โออาร์ จะส่งมอบกล่อง tOgetheR Box ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานจิตอาสาต่าง ๆ ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้กับทั้งหน่วยงานและชุมชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ การจัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) เป็นจุดฉีดวัคซีน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปฉีดวัคซีน การร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เป็นต้น นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้มอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113997</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, OR, ORStayStrongTogether, tOgetheR Box, กรมควบคุมโรค, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), พีทีที สเตชั่น, รักษาตัวที่บ้าน, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน, หมอแล็บแพนด้า, อีจัน, เราต้องรอด, โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f9e9f48adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.โชว์บูสเตอร์ด้วยแอสตร้าฯภูมิพุ่งกระฉูด ขอบคุณบุคลากรที่ทำให้เตียงสีแดงว่างมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20 ส.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,851 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,516 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,125 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 3,391 ราย และมาจากเรือนจำ 325 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,009,710 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,478 ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 795,805 ราย อยู่ระหว่างรักษา 205,079 ราย อาการหนัก 5,388 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,161 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 240 ราย เป็นชาย 129 ราย หญิง 111 ราย อยู่ใน กทม.มากสุด 75 ราย รองลงมาคือ สมุทรสาคร 27 ราย โดยมีเด็กเสียชีวิต 2 ราย คือ 2 ปี ที่ จ.ปทุมธานี และ 7 เดือน ที่ จ.สมุทรสาคร ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 8.826 ราย ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผู้เสียชีวิตระหว่างวันที่ 25 ก.ค. &amp;ndash; 19 ส.ค. มีทั้งสิ้น 4,656 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 2,969 ราย คิดเป็น 63.8% ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสองสัปดาห์ 316 ราย คิดเป็น 7% ก่อนวันเริ่มป่วยมากกว่าสี่สัปดาห์ 118 ราย คิดเป็น 2.6% ได้รับวัคซีนครบสองเข็มก่อนวันเริ่มป่วยอย่างน้อยสองสัปดาห์ 26 ราย คิดเป็น 0.6% และมีข้อมูลไม่ครบถ้วน 874 ราย คิดเป็น 19.2% ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 210,845,425 ราย เสียชีวิต สะสม 4,417,385 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับข้อมูลการฉีดวัคซีนวันที่ 19 ส.ค. มีการฉีดเพิ่ม 651,606 โดส ทำให้มียอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 25,818,666 โดส ทั้งนี้ มีรายงานจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลศึกษาผู้ได้รับวัคซีน 125 ราย พบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 24.31 ผู้ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม มีระดับภูมิคุ้มกัน 76.52 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มหนึ่งและแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่สอง 78.65 ผู้ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มบูสเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีระดับภูมิคุ้มกัน 271.17 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถ้ามาดูทิศทางการติดเชื้อรายวันจะเห็นว่าผู้ติดเชื้ออยู่ กทม.และปริมณฑล 41% พื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่เหลือ 59% มีแนวโน้มคงที่ กราฟผู้ติดเชื้อไม่ได้สูงชันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วยังมีโอกาสเป็นผู้ติดเชื้ออยู่ ทั้งนี้ สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 20 ส.ค. ได้แก่ กทม.4,181 ราย สมุทรสาคร 1,556 ราย ชลบุรี 1,348 ราย สมุทรปราการ 1,055 ราย นครราชสีมา 575 ราย สระบุรี 494 ราย ปทุมธานี 461 ราย นครปฐม 460 ราย พระนครศรีอยุธยา 453 ราย ระยอง 414 ราย อย่างไรก็ตาม ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกัน ทำให้การรอเตียงสีแดงในสัปดาห์นี้เริ่มเห็นเป็นความหวังได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า จากการพัฒนาระบบโฮมไอโซเลชั่น (HI) และคอมมูนิตี้ไอโซเลชั่น (CI) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ทำให้เตียงสีแดงหรือเหลืองเข้มในโรงพยาบาลต่างๆ ว่างขึ้น และยังทำให้ผู้ป่วยภาวะรุนแรงเข้าถึงเตียงได้มากขึ้น โดยอัตรารอเตียงผู้ป่วยสีแดงที่รอเตียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้อยลง และวันรอเตียง เราพยายามทำให้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว จึงต้องขอขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการเปิด CI โดยปัจจุบัน กทม.มีสูงถึง 70 แห่ง รองรับได้ 9,426 เตียง โดยในจำนวนนี้มีถึง 14 แห่งที่สามารถตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR ได้ และมีถึง 7 แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ รวม 1,036 เตียง ทำให้โรงพยาบาลสนามที่ดูแลผู้ป่วยสีเขียวก่อนหน้านี้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองอ่อนและสีเหลืองเข้มได้ อย่างไรก็ตาม อัตราการครองเตียงทั่ว กทม. 132 แห่ง ยังค่อนข้างเต็ม แต่ทิศทางหลังจากนี้จะเห็นเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดงได้มากขึ้น ขณะที่ HI ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้ มีหน่วยดูแลผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน 262 หน่วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าระบบ HI และ CI ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะมีการดูแลที่ตกหล่นบ้างเราก็พร้อมรับเรื่องต่างๆ เพื่อดูแลให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในพื้นที่ของ จ.สมุทรปราการนั้น มีการดูแลผู้ป่วยระบบโรงพยาบาลสนามและฮอตพิเทล 37 แห่ง มีโรงพยาบาลรัฐ 9 แห่ง เอกชน&amp;nbsp; 28 แห่ง ทำให้มีการดูแลประชาชนได้ 11,017 แห่ง และยังมี CI อีก 48 แห่ง กระจายอยู่ทุกอำเภอ&amp;nbsp; 3,091 เตียง มีทีมชุดเคลื่อนที่เร็ว CCRT เหมือนกับ กทม. ขณะที่ จ.ปทุมธานี มีเตียงในโรงพยาบาลของรัฐ เอกชน และโรงพยาบาลสนาม รวมทั้งสิ้น 4,603 เตียง มี CI จำนวน 32 แห่ง 3,878 เตียง รวมถึงมีการดูแลในรูปแบบแฟคทอรีไอโซเลชั่นอีก 5 แห่ง มีระบบ HI และตรวจเชิงรุกจากทุกภาคส่วน ส่วน จ.นนทบุรี มีโรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง ที่ดูแลผู้ป่วยระดับสีเหลืองได้ 1,610 เตียง มี CI จำนวน 17 แห่ง 1,818 เตียง และมีการดูแลในระบบ HI ด้วย ประมาณ 4 พันกว่าราย ส่วน จ.สมุทรสาคร มีโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง ใช้งาน 2,980 เตียง มี CI จำนวน 38 แห่ง รองรับได้&amp;nbsp; 5,199 เตียง ใช้ไปแล้ว 3,900 เตียง รวมถึงมีแฟคทอรีไอโซเลชั่น 1,662 แห่ง รองรับได้ 46,097 เตียง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113974</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่, บูสเตอร์วัคซีน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, เตียงผู้ป่วยโควิดสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NOSTRA LOGISTICS จับมือ PINPOINT ผลักดันภารกิจจิตอาสา ‘เป็ดไทยส่งยา’ ช่วยเหลือผู้ป่วย Home Isolation</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค. 2564 นางวรินทร สีสุขดี ผู้อำนวยการส่วนผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ บริษัท จีไอเอส จำกัด &amp;nbsp;เปิดเผยว่า โครงการ &amp;lsquo;เป็ดไทยส่งยา&amp;rsquo; เป็นความร่วมมือของกลุ่มบริษัทสตาร์อัพที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา รวมทั้งทางด้านขนส่งและพิกัดข้อมูลที่อยู่ในประเทศไทย ประสานศักยภาพร่วมกันระหว่างทีมจิตอาสา และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อภารกิจช่วยเหลือในการส่งยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการสีเหลือง และกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านในรูปแบบ Home Isolation หรือกลุ่มผู้ป่วยที่รอเตียงรักษา ในส่วนของ NOSTRA LOGISTICS ได้เข้าร่วมวางแผน จัดเส้นทางการส่งยา กระจายงานให้ทีมผู้ทำหน้าที่จัดส่งยาให้ไรเดอร์ (Rider) และจิตอาสาอย่างเหมาะสม มีการติดตาม และยืนยันการส่งยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างระบบ Route Planning and Optimization เพื่อคำนวณการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ในแต่ละครั้งให้ได้มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาววริยาภรณ์ อิทธิพัชรพงศ์ กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท บียอนด์ ซี จำกัด หรือ Pinpoint เปิดเผยว่า Pinpoint มีพันธกิจในการพัฒนา &amp;lsquo;การเชื่อมโยง&amp;rsquo; ของทุกพื้นที่ในประเทศ จึงได้พัฒนาแผนที่ให้แม่นยำ ลึกถึงระดับบ้านเลขที่ ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ทุกจังหวัด เพื่อเชื่อมต่อทุกพื้นที่ให้เข้าถึงกัน เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีของบริษัทฯ สามารถต่อยอดไปประยุกต์ใช้ช่วยเหลือคนไทยในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 นี้ได้ จึงได้เข้าร่วมโครงการจิตอาสากับทีมเป็ดไทยส่งยา ผนึกกำลังกับ NOSTRA LOGISTICS ด้วยการเป็นผู้ให้บริการข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งเพียงแค่มีข้อมูลตั้งต้นเป็น &amp;lsquo;ที่อยู่บ้านเลขที่&amp;rsquo; ก็สามารถแปลงข้อมูลที่อยู่เป็นพิกัด GPS ได้อย่างแม่นยำ แม้ในปัจจุบันพื้นที่ผังเมืองของประเทศจะมีความซับซ้อนอยู่มากก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับโครงการจิตอาสา &amp;lsquo;เป็ดไทยส่งยา&amp;rsquo; เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ &amp;lsquo;เป็ดไทยสู้ภัย&amp;rsquo; เป็นการร่วมกลุ่มของสตาร์ทอัพจิตอาสาในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ ที่แต่ละบริษัทมีความเชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามต้นแบบและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อแบ่งเบาภาระงานและช่วยลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดย NOSTRA LOGISTICS และPinpoint ได้ร่วมโครงการเป็ดไทยส่งยา เริ่มภารกิจตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการแบ่งผู้ป่วยโควิด-19 ออกเป็น 3 ระดับสี มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน และพบสถิติความต้องการความช่วยเหลือในผู้ป่วยกลุ่มสีเหลืองที่รักษาตัวที่บ้านในรูปแบบ Home Isolation และผู้ป่วยที่รอเตียงรักษาสะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้อาการหนักขึ้นหากไม่ได้รับยาอย่างทันท่วงที ทางทีมงานจิตอาสาเห็นว่าหากสามารถส่งต่อยาไปถึงบ้านผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วจะช่วยแก้วิกฤติเตียงขาดและลดจำนวนผู้ป่วยอาการหนัก รวมทั้งลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้เป็นจำนวนมากอีกทางหนึ่ง จึงเกิดเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ &amp;nbsp;NOSTRA LOGISTICS และ Pinpoint นำศักยภาพความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีเข้าไปช่วยเหลือใน ภารกิจ &amp;ldquo;เป็ดไทยส่งยา&amp;rdquo;ในส่วนของบริหารจัดการการขนส่งยา มีขั้นตอนการทำงานเริ่มต้นโดย Pinpoint นำทีมอาสาสมัครเข้าตรวจสอบและจัดรูปแบบข้อมูลที่อยู่เลขที่บ้านของผู้ป่วยที่ต้องการยา (Clean data) หลังจากรับข้อมูลจาก Call center จากการจัดตั้งทีมอาสากลุ่มแรกมีหน้าที่ตรวจสอบและจัดรูปแบบข้อมูลที่อยู่ที่อาจมีความคลาดเคลื่อนตกหล่น ที่อาจส่งผลต่อการค้นหาพิกัดบ้านของผู้ป่วยทำให้จัดส่งยาล่าช้าและผิดพลาด เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ทำการค้นหาพิกัดของผู้ป่วยบนระบบ Pinpoint ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยกลุ่มอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญการจัดการข้อมูล (Data Scientist) จะเข้ามาช่วยในการพัฒนาระบบให้สามารถตรวจสอบและจัดรูปแบบข้อมูลที่อยู่ให้สามารถค้นหาโดยอัตโนมัติ (Search &amp;amp; Auto-Clean) ทำให้ลดภาระงานในครั้งถัดไป จากนั้นจะทำการแปลงพิกัดโดยใช้ระบบจาก Pinpoint (Convert addresses to Latitude and Longitudes) ในการแปลงข้อมูลที่อยู่บ้านเลขที่ของผู้ป่วยทั้งหมดเป็นพิกัด GPS ที่แม่นยำถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
และในภารกิจสุดท้ายเพื่อส่งยาให้ถึงมือผู้ป่วย NOSTRA LOGISTICS นำเทคโนโลยี Route Planning and Optimization ซึ่งรับพิกัดจากทาง Pinpoint เพื่อวางแผนเส้นทางการจัดส่งยา กระจายงานให้ทีมอาสาสมัครผู้ทำหน้าที่จัดส่งยาให้ไรเดอร์ (Rider) ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม พร้อมติดตามสถานะ และยืนยันการส่งยาด้วยระบบจาก NOSTRA LOGISTICS เพื่อให้ &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)&amp;rdquo; ถึงมือผู้ป่วยโควิด-19 ให้รวดเร็วและเกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด
ปัจจุบันโครงการจิตอาสา &amp;ldquo;เป็ดไทยส่งยา&amp;rdquo; บรรลุภารกิจส่ง &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)&amp;rdquo; ไปแล้วจำนวน 842 โลเคชั่น และมีผู้สมัครเป็นอาสาสมัครทั้งหมด 41 คน ทั้งนี้ การส่ง &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)&amp;rdquo; ให้ทันท่วงทีจะแก้วิกฤติโรงพยาบาลที่ขาดเตียงรองรับผู้ป่วยและลดจํานวนผู้ป่วยอาการหนัก รวมทั้งลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้เป็นอย่างมาก ติดต่อรับ &amp;ldquo;ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)&amp;rdquo; ระหว่างรักษาตัวที่บ้านหรืออยู่ระหว่างรอเตียง ได้ที่ โทร 1330, 1668 หรือ 1669
นอกจากนี้ หากหน่วยงานหรือกลุ่มอาสาสมัครใดกำลังมองหาทีมงานและผู้เชี่ยวชาญในภารกิจการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องข้างต้นนี้ &amp;nbsp;NOSTRA LOGISTICS และ Pinpoint หวังร่วมนำศักยภาพและความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการบริหารจัดการการขนส่งโลจิสติกส์ และการจัดการข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ทีมงานพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องในอนาคต ด้วยความหวังสูงสุดที่จะช่วยให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน สามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ NOSTRA LOGISTIS : www.nostralogistics.com หรือ โทร &amp;nbsp;02-116-4478 และ Pinpoint : &amp;nbsp;www.pin-point.co หรือ โทร 06-2605-4556&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113708</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, NOSTRA LOGISTICS, PINPOINT, ภารกิจส่ง “ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)”, เป็ดไทยส่งยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8e8e029ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
