<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิเทโศบาย iPhone-Huawei ในภาวะไทยถูกกดดันให้เลือกข้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างสัมภาษณ์วันหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมถามอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เตช บุนนาค (ปีนี้อายุ &amp;nbsp;76) เรื่องไทยเราจะถ่วงดุลอำนาจจีนและอเมริกาอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันใดนั้นท่านก็ควักโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าขวาคือ iPhone และจากกระเป๋าซ้ายคือ Huawei &amp;nbsp;มาให้ผมดูและบอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีโทรศัพท์ทั้งสองยี่ห้อตลอดเวลา อันหนึ่งคือไอโฟนของอเมริกา อีกอันหัวเว่ยของจีน ประเทศไทยก็เหมือนกัน ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพทางการทูตรักษาดุลยภาพอำนาจยักษ์ใหญ่ได้ตลอดเวลา โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง!&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเตชทำเอาผมงงไปเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่าท่านจะมีความเป็นนักการทูตได้ครบถ้วนขนาดนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และท่านไม่ได้พูดเล่นๆ หากแต่นำเอาหลักการแห่งการ &amp;quot;ถ่วงดุลอำนาจ&amp;quot; มาใช้ในชีวิตประจำวันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นโยบายและยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในการถ่วงดุลมหาอำนาจในจังหวะแห่งความผันผวนไม่แน่นอนก็ต้องทำอย่างนี้เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย การดำเนินนโยบายเช่นนี้เหมือนการไต่ลวดที่ต้องอาศัยความระมัดระวัง ความมุ่งมั่น และความสามารถในการปรับตัวได้ตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทั้งสหรัฐฯ และจีนก็กดดันเราไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้เราต้องเลือกข้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับประเทศเล็กอย่างไทยแล้วการเลือกข้างย่อมไม่ใช่ทางเลือก เพราะในโลกวันนี้การพึ่งพาอาศัยกันและกันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งโลกกำลังเข้าสู่ &amp;quot;สมการใหม่&amp;quot; ที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ยิ่งทำให้การดำเนินนโยบายที่เป็นตัวของตัวเองและให้ชาติอื่นเคารพในความเป็นตัวตนของเราก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยิ่งยากก็ยิ่งสำคัญ เพราะนั่นแปลว่าทุกประเทศก็เผชิญกับความท้าทายเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุคสงครามเย็นหลังสงคราม ไทยเราตัดสินใจได้ง่าย อเมริกาเป็นผู้นำ &amp;quot;โลกเสรี&amp;quot; และจีนกับสหภาพโซเวียตเป็นแกนนำของ &amp;quot;โลกคอมมิวนิสต์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเลือกข้างสหรัฐฯ เพราะลัทธิคอมมิวนิสม์ในขณะนั้นเป็นศัตรูต่อวิถีชีวิตและแนวคิดของคนไทยส่วนใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ จุดนั้นเป็นการเลือกตาม &amp;quot;อุดมการณ์ทางการเมือง&amp;quot; ซึ่งต้องถือว่าเกือบจะเป็นการขีดเส้นแบ่งระหว่างสีขาวกับสีดำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้ทั้งจีนและรัสเซียได้แปรความเชื่อและแนวปฏิบัติเป็นทุนนิยม ส่วนคำว่าคอมมิวนิสต์เป็นเพียงในนามเท่านั้น ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ก็เริ่มแปรเปลี่ยนออกจากแนวทางของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ ของทรัมป์ไม่ยึดถือความเชื่อเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเหมือนเดิม แต่ยึดเอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นหลักด้วยนโยบาย America First ขณะที่จีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิงต้องการจะแสดงบทนำทางด้านการค้าเสรีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบพหุภาคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองมหาอำนาจกำลังสร้างสมัครพรรคพวกในเวทีสากลเพื่อสร้างบารมีของตนในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุดมการณ์การเมืองหดหาย การต่อสู้เพื่ออิทธิพลทางเศรษฐกิจผสมกับการเมืองและสังคมกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทั้งสองยักษ์เปิดศึกการค้าอย่างเปิดเผยก็ส่งผลกว้างไกล ทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะที่ต้องประเมินถึงจุดยืนของตัวเอง และปรับนโยบายให้สอดคล้องกับความผันผวนปรวนแปรที่กำลังซัดสาดไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีประเทศไหนหลีกพ้นผลกระทบจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ไทยจะต้อง &amp;quot;รักษาระยะห่าง&amp;quot; ที่เหมาะสม ไม่ใกล้ชิดแต่ไม่ห่างเหินฝ่ายไหนมากเกินไป จึงกลายเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในจังหวะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีหลี่ เสียนหลงของสิงคโปร์ สะท้อนถึงความรู้สึกนี้ชัดเจนเมื่อแกปราศรัยเมื่อเร็วๆ นี้ เรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจอย่าได้กดดันให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสมาชิกอาเซียนต้องเลือกข้าง เพราะนั่นย่อมทำให้เกิดความยากลำบากในความสัมพันธ์ต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่ เสียนหลงเท้าความว่าในยุคก่อน ลัทธิล่าอาณานิคมได้สร้างปัญหาให้โลกนี้พอสมควร ดังนั้นจึงไม่ควรที่ประเทศที่มีอำนาจต่อรองสูงจะบีบบังคับให้ประเทศเล็กๆ ต้องตกอยู่ในภาวะนั้นอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยกำลังถูกทดสอบอีกวาระหนึ่ง ว่าเราจะสามารถนำเอาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ &amp;nbsp;&amp;quot;วิถีการทูตไทย&amp;quot; ที่เคยได้ชื่อว่านำพาประเทศรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อในอดีต &amp;nbsp;มาผลักดันให้ประเทศดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของชาติ ในขณะเดียวกันก็สร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิสัยทัศน์ ความกล้าหาญ ความคล่องตัว และความชาญฉลาดในการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างแม่นยำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในยามนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39817</URL_LINK>
                <HASHTAG>Huawei, iPhone, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มะกันสั่งจับผู้บริหารหวาเว่ย : ตัวประกันต่อรองของ 2 ยักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การที่สหรัฐฯ ขอให้แคนาดาจับตัวผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Huawei หรือ &amp;quot;หวาเว่ย&amp;quot; (华为) ที่บังเอิญเป็นลูกสาวผู้ก่อตั้งด้วยนั้นเป็นข่าวใหญ่ไม่เฉพาะในประเด็นเศรษฐกิจ แต่กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างอเมริกากับจีนรอบใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเธอคือ &amp;quot;เมิ่งหว่านโจว&amp;quot; (孟晚舟) ที่มีตำแหน่งเป็น CFO หรือผู้บริหารสูงสุดด้านการเงินของหวาเว่ย และคุณพ่อกำลังวางตัวเป็นทายาทที่จะขึ้นมาเป็นซีอีโอของบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ของจีนแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอจึงไม่ใช่ผู้บริหารธรรมดา หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ที่สหรัฐฯ จ้องมองมาระยะหนึ่งแล้วว่าเป็นแขนขาสำคัญของรัฐบาลจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้เกิดขึ้นวันเดียวกับที่โดนัลด์ ทรัมป์ กับสีจิ้นผิงเจอกันที่การประชุมสุดยอด G-20 ที่อาร์เจนตินาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม เป็นการพบปะที่พยายามออกข่าวทางบวกว่าจะ &amp;quot;หยุดยิง&amp;quot; หรือ &amp;quot;สงบศึก&amp;quot; สงครามการค้าระหว่างสองยักษ์ 90 วันเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างกลับไปปรับท่าทีของตน ไม่ให้เกิดความเสียหายต่อกันและกันหนักหน่วงไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่สหรัฐฯ ขอให้แคนาดาจับตัวนางเมิ่งหว่านโจวที่แวนคูเวอร์ขณะเปลี่ยนเที่ยวบินอย่างโฉ่งฉ่างเช่นนี้ ผมตีความได้ทางเดียวว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันต้องการจะจับเธอเป็น &amp;quot;ตัวประกัน&amp;quot; ในการเจรจากับปักกิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าเหตุผลทางการของอเมริกาคือ การที่เธอมีพฤติกรรมจงใจละเมิดมาตรการลงโทษหรือแซงก์ชันอิหร่าน แต่เอาเข้าจริงๆ นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อจะทำให้ทางการจีนได้รู้ว่าสหรัฐฯ มีลู่ทางจะกดดันจีนในรูปแบบต่างๆ และปักกิ่งควรจะสำเหนียกเอาไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีใครบอกได้ว่าทรัมป์เป็นคนสั่งเอง หรือได้รับรู้ว่าใครเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด ประกาศว่าเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการ &amp;quot;ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน&amp;quot; (extradition) จากอเมริกาครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแคนาดากลัวว่าจะถูกลากเข้าไปในสงครามการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รอบใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจ จังหวะของการออกข่าวเรื่องนี้ก็มีประเด็นที่น่าเคลือบแคลงพอสมควร เพราะเธอถูกเจ้าหน้าที่แคนาดาจับเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม แต่ข่าวออกมาเมื่อวันพุธที่ 5 ธันวาคม อันเป็นวันที่เธอไปปรากฏตัวที่ศาลแคนาดาวันแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนออกมาประท้วงการจับตัวผู้บริหารหวาเว่ยครั้งนี้อย่างหนักหน่วงรุนแรง ขอให้ปล่อยตัวเธอทันทีเพราะการกระทำเช่นนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของพลเมืองจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทหวาเว่ยเองก็ออกแถลงการณ์ชัดถ้อยชัดคำ บอกว่ายังไม่รู้รายละเอียดของข้อหา แต่ยืนยันว่าบริษัทได้กระทำการทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายของสหรัฐฯ หรือของจีน และไม่มีการกระทำใดๆ ที่ละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการแซงก์ชันอิหร่านแต่ประการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เขียนอยู่นี้ยังไม่ชัดเจนว่าเมิ่งหว่านโจว (มีชื่อฝรั่งว่า Sabrina) จะได้รับอนุญาตให้ประกันตัวโดยศาลแคนาดาหรือไม่ และจะมีการส่งตัวเธอไปให้ทางการสหรัฐฯ เมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรณีนี้จะกลายเป็นประเด็นแห่งความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่มีผลกว้างไกล ที่คาดกันว่าเมื่อทรัมป์กับสีจับมือกันประกาศ &amp;quot;หยุดยิง&amp;quot; กรณีสงครามการค้าแล้วจะนำไปสู่การผ่อนคลายความตึงเครียดของความสัมพันธ์ ก็กลายเป็นหมันไปโดยพลัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะจีนถือว่าเรื่องนี้เป็นการตบหน้ากันชัดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งตอกย้ำว่าสหรัฐฯ ไม่มีความจริงใจในการหาทางออกจากการเผชิญหน้าระหว่างสองชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ แคนาดาบอกว่ารัฐบาลของเขาได้รับการบอกเล่าถึงคำขอจากอเมริกาให้จับเมิ่งหว่านโจวไม่กี่วันก่อนหน้านั้น แต่ยืนกรานว่ารัฐบาลแคนาดาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมของแคนาดามีอิสระในการทำงานอย่างเต็มที่โดยการเมืองไม่อาจจะก้าวก่ายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐฯ กับบริษัทหวาเว่ยมีเรื่องกันมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะรัฐบาลตะวันตกหลายชาติมีความกังวลว่ารัฐบาลจีนใช้ให้บริษัทโทรคมนาคมของตนเป็นเครื่องมือในการเจาะล้วงและสืบหาข่าวทางลับโดยผ่านเทคโนโลยี G-5 หวาเว่ยยืนยันมาตลอดเช่นกันว่าตนดำเนินธุรกิจในฐานะเอกชน ไม่มีคำสั่งใดๆ จากรัฐบาลจีนให้กระทำการดังที่ถูกกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องแปลกใจหากนักการเมืองมะกันบางคนจะตั้งข้อหาว่าบริษัทจีนแห่งนี้เป็น &amp;quot;ภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคตของหวาเว่ยและความสัมพันธ์ของธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ของจีนกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เป็นเรื่องน่าสนใจมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้ว่าต่อครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23929</URL_LINK>
                <HASHTAG>Huawei, กาแฟดำ, สีจิ้นผิง, หวาเว่ย, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
